ธารน้ำใจจากชาวไทยสู่เฮติยังน้อยไปอีกหรือไม่

ธารน้ำใจจากชาวไทยสู่เฮติยังน้อยไปอีกหรือไม่

กรมประชาสัมพันธ์

สนับสนุนเนื้อหา

ภัยธรรมชาติครั้งใหญ่อีกครั้งในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ อุบัติขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 12 มกราคม 2553 โดยวัดความรุนแรงของแผ่นดินไหวได้ 7.0 ริกเตอร์ ศูนย์กลางอยู่ที่สาธารณรัฐเฮติ หลังเกิดแผ่นดินไหวยังมีอาฟเตอร์ช็อคติดตามมาอีก 14 ครั้ง รายงานจากกาชาดสากลระบุว่า มีประชาชนกว่า 3 ล้านคนได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ขณะที่ประเมินว่ามีผู้เสียชีวิตกว่า 5 แสนราย นับเป็นความสูญเสียที่ประเมินค่ามิได้ ไม่ว่าจะในด้านตัวเลขทางการเงิน ชีวิต หรือแม้กระทั่งสภาพจิตใจของผู้ประสบเหตุ ซึ่งยังจะมีผลกระทบต่อไปอีกเป็นระยะเวลายาวนาน อย่างไรก็ตามปรากฏการณ์เช่นนี้มักเป็นโอกาสที่มนุษยชาติจะได้แสดงความเห็นอกเห็นใจและเอื้ออารีย์ต่อกันอย่างไม่เคยมีในช่วงเวลาปกติสุข ความช่วยเหลือจากนานาชาติ หลังจากที่เกิดเหตุแผ่นดินไหวในเฮติ นายบัน คีมุน เลขาธิการสหประชาชาติกล่าวว่า แผ่นดินไหวที่เฮติถือเป็นหายนะครั้งรุนแรงที่สุดเท่าที่นานาประเทศเคยประสบมา และทางสหประชาติได้เรียกร้องให้มีการบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวจากทั่วโลกจำนวน 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยแต่ละประเทศได้มีความพยายามในการระดมทุนและลำเลียงสิ่งของ รวมทั้งความช่วยเหลือด้านอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เครื่องใช้ที่จำเป็น หรือบุคลากรเพื่อช่วยเหลือเฮติอย่างเต็มที่ โดยในเบื้องต้น สหรัฐอเมริกามอบเงินช่วยเหลือ 100 ล้านดอลลาร์ พร้อมทั้งขอให้อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช และอดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน ช่วยกันระดมทุนเพิ่มขึ้น พร้อมส่งกำลังทหาร 3,500 นาย เจ้าหน้าที่และแพทย์ 300 คน และทหารหน่วยนาวิกโยธินพร้อมเรืออีก 2,000 นาย เข้าปฏิบัติภารกิจกู้ภัย ทางเยอรมนีบริจาคเงินช่วยเหลือจำนวน 1 ล้านยูโร ชิลีบริจาคเงิน 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และธนาคารพัฒนาระหว่างอเมริกา (ไอเอดีบี) ให้เงินช่วยเหลือฉุกเฉินจำนวน 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ ในขณะที่ภาคประชาชน โดยเฉพาะเหล่าดาราคนดังก็ต่างช่วยกันระดมทุนและบริจาคเงินอย่างต่อเนื่อง เช่น ดาราดังอย่างแบรด พิตต์ และแองเจลีน่า โจลี บริจาคเงินจำนวน 1 ล้านดอลลาร์ผ่านองค์กร "แพทย์ไร้พรมแดน และดาราดังคนอื่น ๆ ต่างจัดรายการต่าง ๆ เพื่อระดมทุนอย่างพร้อมเพรียงกัน ความช่วยเหลือจากรัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ของไทย ในเบื้องต้นประเทศไทยได้ส่งเงินช่วยเหลือเป็นเงินจำนวน 2 หมื่นดอลลาร์ ซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นจำนวนเงินให้ความช่วยเหลือที่น้อยเกินไปและดูเป็นการแสดงน้ำใจต่อประเทศผู้ประสบภัยน้อยกว่าที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตามรัฐบาลไทยได้มีการอนุมัติให้บริจาคเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมอีกราว 30 ล้านบาท พร้อมกับส่งข้าวสารอีก 2 หมื่นตัน นอกจากนี้ยังมีการมอบหมายให้กระทรวงการประสานให้ความช่วยเหลือด้านการแพทย์และหน่วยช่าง และนายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ประสานความช่วยเหลือผ่านการทูตกับประเทศเม็กซิโก ระหว่างการประชุมความร่วมมือระหว่างเอชียตะวันออกและละตินอเมริกา (FEALAC) ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 16-17 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยทางการไทยจะประสานงานเรื่องการให้ความช่วยเหลือประเทศเฮติผ่านเม็กซิโกโดยตรง เนื่องจากอยู่ใกล้มากที่สุด ส่วนการประสานกับองค์การสหประชาชาติ เรื่องการให้ความช่วยเหลือจะดำเนินไปในระยะปานกลาง เพื่อให้การทำงานเป็นระบบ พร้อมกันนี้รัฐบาลยังได้จัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัยชาวเฮติขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล กำหนดระยะเวลาดำเนินงาน 15 วัน โดยเริ่มขึ้นตั้งแต่วันพุธ ที่ 20 มกราคม 2553 เป็นต้นไป สำหรับประชาชนที่มีความประสงค์จะช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐเฮติ สามารถบริจาคร่วมกับรัฐบาลได้ 2 ช่องทาง คือ ผ่านบัญชีออมทรัพย์ธนาคารกรุงไทย สาขาย่อยทำเนียบรัฐบาล ชื่อบัญชี รวมน้ำใจชาวไทย ช่วยผู้ประสบภัยเฮติ เลขที่บัญชี 067-0-05765-7 หรือจะเดินทางมาด้วยตัวเองที่ศูนย์รับบริจาคเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐเฮติ บริเวณลานน้ำพุ เชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนินนอก นอกจากความช่วยเหลือของรัฐบาลแล้ว ยังป็นที่น่าดีใจที่ภาคเอกชนของไทยก็มีความตื่นตัว ในการระดมทุนช่วยเหลือเพื่อนมนุษยชาติด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสภากาชาดไทย สถานีโทรทัศน์ช่อง 3 หรือแม้กระทั่งพรรคเพื่อไทย ที่มีการขอร้องให้ละวางเรื่องสีและความขัดแย้งลงก่อนเพื่อร่วมใจกันช่วยเหลือเพื่อนร่วมโลกที่กำลังประสบภัยในเฮติ ความกังวลต่อเสียงวิจารณ์ ก่อนที่จะมีการอนุมัติจำนวนเงินเพิ่มอีกราว 30 ล้านบาท และข้าวสารอีกจำนวน 2 หมื่นตันเพื่อช่วยเหลือเฮตินั้น ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการช่วยเหลือเบื้องต้นในครั้งแรกจำนวน 2 หมื่นดอลลาร์แก่เฮติเป็นจำนวนเงินที่น้อยเกินไป ในกรณีนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงได้ให้คำชี้แจงไว้ว่า เงินก้อนแรกจำนวนสองหมื่นดอลลาร์นี้อยู่ในขอบเขตอำนาจที่จะกระทำได้ก่อน และจะมีการติดตามดูสถานการณ์เพื่อพิจารณาความช่วยเหลือต่อไป โดยมอบหมายให้ทางกระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ดูแล เนื่องจากความช่วยเหลือในครั้งนี้มีอุปสรรคเรื่องระยะทางการขนย้ายอุปกรณ์จึงอาจเป็นไปด้วยความยากลำบาก ดังนั้นความช่วยเหลือด้านการเงินและบุคลากร จึงน่าจะมีความเป็นไปได้ อย่างไรก็ตามแม้จะมีการอนุมัติเงินสนับสนุนเพิ่มอีกราว 30 ล้านบาท พร้อมกับข้าวสารอีก 2 หมื่นตัน ก็ยังดูเป็นเงินจำนวนน้อยนิดเมื่อเทียบกับความเสียหายจริงที่เกิดขึ้น แม้จะดูเป็นการแสดงน้ำใจไม่เท่ากับชาติร่ำรวยอื่น ๆ เช่นอเมริกาที่บริจาคถึง 100 ล้านดอลลาร์ หรือ เยอรมนีที่บริจาคถึง 1 ล้านยูโร แต่สิ่งที่จะมองข้ามไม่ได้ก็คือ ประเทศไทยเองยังมีข้อจำกัดในด้านการเงินอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นระบบการใช้จ่าย เงินสำรองที่มีอยู่ รวมทั้งสภาพเศรษฐกิจภายในประเทศที่กำลังประสบปัญหารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก หรือแม้กระทั่งกรณีมาบตาพุดที่ยังเป็นปัญหาเรื้อรังและส่งผลต่อความเชื่อมั่นต่อการลงทุนภายในประเทศ แม้รัฐบาลจะมีความเห็นใจต่อภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในเฮติเท่าใด แต่ในขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องดำเนินการตัดสินใจเพื่อรักษาความสมดุลภายในประเทศด้วยเช่นกัน นอกเหนือจากการแสดงน้ำใจ ในความช่วยเหลือเพื่อมนุษยธรรมของไทยในการส่งข้าวสารจำนวน 2 หมื่นตันแก่เฮติในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการแสดงน้ำใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงศักยภาพที่สำคัญของไทยในการผลักดันให้กลายเป็นศูนย์กลางการค้าข้าว ซึ่งมีกระแสมาตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม (2553) ถึงศักยภาพในด้านกำลังการผลิตและการขนส่งข้าวของไทย หากการดำเนินการครั้งนี้เป็นไปได้ด้วยดี จะถือเป็นอีกบทพิสูจน์หนึ่งสำหรับประเทศไทยในฐานะผู้นำการผลิตข้าวสารป้อนสู่ประชากรโลก แม้เหตุการณ์แผ่นดินไหวในเฮติจะเป็นเรื่องน่าสลดใจจนทุกคนที่ทราบข่าวคราวแทบกลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว แต่ในขณะเดียวกันก็มีความน่าปลาบปลื้มใจปรากฏอยู่ เมื่อภาพความน่าเศร้าที่ถูกถ่ายทอดไป ได้กลั่นกรองกลายเป็นน้ำใจหลั่งไหลจากทั่วโลก และเป็นธารน้ำใจใสสะอาดที่จะช่วยเยียวยาผู้ประสบภัยชาวเฮติ โดยเฉพาะธารน้ำใจจากไทย แม้จะเป็นธารน้ำใจสายน้อย ๆ เมื่อเทียบกับประเทศใหญ่อื่นๆของโลก ก็เชื่อได้ว่า ธารน้ำใจสายนี้จะใสและเย็นชื่นใจมากพอในการเยียวยาชาวเฮติผู้เดือดร้อนเหล่านี้ไปได้ไม่มากก็น้อย

ภาพซึ้งใจ พยาบาลท้องแก่คุกเข่าช่วยทำคลอด นานครึ่งชั่วโมง

ภาพซึ้งใจ พยาบาลท้องแก่คุกเข่าช่วยทำคลอด นานครึ่งชั่วโมง

หนีร้อนมานั่งชิล “คาเฟ่น้ำแข็ง” ดีไซน์เก๋ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

หนีร้อนมานั่งชิล “คาเฟ่น้ำแข็ง” ดีไซน์เก๋ที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ทะเลสาบโบราณในจีน ยิ่งอากาศร้อน น้ำจะเป็น “สีแดง” นานขึ้น

ทะเลสาบโบราณในจีน ยิ่งอากาศร้อน น้ำจะเป็น “สีแดง” นานขึ้น

แม่จีนจับลูกแฝดยัดกล่องทิ้ง โชคดีเจ้าของบ้านได้ยินเสียง

แม่จีนจับลูกแฝดยัดกล่องทิ้ง โชคดีเจ้าของบ้านได้ยินเสียง

สิโรจน์ฟิตเต็มที่ย้ำทำผลงานเพื่อแฟนบอล

สิโรจน์ฟิตเต็มที่ย้ำทำผลงานเพื่อแฟนบอล

เด็กฝาแฝดถูกใส่กล่องทิ้งกลางถนน ทำไมถึงทำได้ลงคอ

เด็กฝาแฝดถูกใส่กล่องทิ้งกลางถนน ทำไมถึงทำได้ลงคอ

“คลินตัน” จวก “ทรัมป์” ละเมิดกฎทำการค้ากับคิวบา

“คลินตัน” จวก “ทรัมป์” ละเมิดกฎทำการค้ากับคิวบา

สาวจีนสุดฮอต จากนักศึกษาดีเด่นเป็นทหารหญิงแห่งกองทัพ

สาวจีนสุดฮอต จากนักศึกษาดีเด่นเป็นทหารหญิงแห่งกองทัพ

คลินตันจวกทรัมป์เคยเยือนคิวบาหยามกม.สหรัฐฯ

คลินตันจวกทรัมป์เคยเยือนคิวบาหยามกม.สหรัฐฯ

สาวจีนไม่ลุกให้นั่งรถไฟฟ้า โดนมนุษย์ลุงด่าไปถึง 3 สถานี

สาวจีนไม่ลุกให้นั่งรถไฟฟ้า โดนมนุษย์ลุงด่าไปถึง 3 สถานี

USเตือนพลเมืองเน้นคนท้องเลี่ยงอาเซียน

USเตือนพลเมืองเน้นคนท้องเลี่ยงอาเซียน

รัสเซียพาตัวเองติดกำดักสงครามซีเรีย

รัสเซียพาตัวเองติดกำดักสงครามซีเรีย

รถไฟอเมริกาพุ่งชนทะลุสถานี ใกล้นิวยอร์ก ตาย-บาดเจ็บระนาว

รถไฟอเมริกาพุ่งชนทะลุสถานี ใกล้นิวยอร์ก ตาย-บาดเจ็บระนาว

ดราม่าระดับโลก คุณหมอโชว์แดนซ์ ตอนกำลังผ่าตัดคนไข้

ดราม่าระดับโลก คุณหมอโชว์แดนซ์ ตอนกำลังผ่าตัดคนไข้

กินยาแก้ปวดไม่ปรึกษาแพทย์ เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว

กินยาแก้ปวดไม่ปรึกษาแพทย์ เสี่ยงต่อภาวะหัวใจล้มเหลว

หนุ่มเคนยาพลิกบทบาทจากนักล่ามาเป็นนักอนุรักษ์สิงโต

หนุ่มเคนยาพลิกบทบาทจากนักล่ามาเป็นนักอนุรักษ์สิงโต

เตรียมเปิดสะพานกระจกที่สูงที่สุดในโลกอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

เตรียมเปิดสะพานกระจกที่สูงที่สุดในโลกอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

กล้าเข้ากันไหม จีนเปิดให้บริการห้องน้ำกระจกมองเห็นรอบด้าน

กล้าเข้ากันไหม จีนเปิดให้บริการห้องน้ำกระจกมองเห็นรอบด้าน

สาวจีนนับพันคน เปลือยหน้าสดสมัครแอร์โฮสเตส

สาวจีนนับพันคน เปลือยหน้าสดสมัครแอร์โฮสเตส

คืบเหตุดินถล่มจีนสูญหายแล้ว32รายช่วยได้15คน

คืบเหตุดินถล่มจีนสูญหายแล้ว32รายช่วยได้15คน

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์