แม้เฟดยืนดอกต่ำ...ดอลลาร์ฯก็อาจผันผวน

แม้เฟดยืนดอกต่ำ...ดอลลาร์ฯก็อาจผันผวน

แม้เฟดยืนดอกเบี้ยต่ำ ... เงินดอลลาร์ฯ ก็อาจผันผวน                บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงาน เรื่อง แม้เฟดยืนดอกเบี้ยต่ำ ... เงินดอลลาร์ฯ ก็อาจผันผวน โดยระบุว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (Federal Open Market Committee: FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือเฟด ได้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Fed Funds Rate) ไว้ที่กรอบ 0.0-0.25% ในการประชุมวันที่ 26-27 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา พร้อมกับยืนยันแผนการยุติมาตรการด้านสภาพคล่อง และโครงการรับซื้อสินทรัพย์ตามกำหนดเวลาสิ้นสุดเดิมที่ได้ประกาศไว้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวของเฟดอาจนับได้ว่า เป็นขั้นตอนหนึ่งของการทยอยถอยออกจากนโยบายการเงินเชิงผ่อนคลาย และเป็นแนวโน้มที่สอดคล้องกับทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะในแถบเอเชีย อาทิ จีน ฟิลิปปินส์ และอินเดีย ที่ได้ปรับจุดยืนเชิงนโยบายการเงินไปในเชิงคุมเข้มมากขึ้นแล้วนับจากต้นปี           ทั้งนี้ ส่วนที่สำคัญอีกส่วนหนึ่งในแถลงการณ์หลังการประชุมของเฟด ก็คือ การสะท้อนความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินของสหรัฐฯ ที่เชิงบวกเพิ่มมากขึ้น แม้ว่าไม่กี่ชั่วโมงต่อมา (ช่วงเช้าของตลาดเอเชียในวันที่ 28 มกราคม 2553) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายบารัค โอบามา ได้ออกมากล่าวในการแถลงนโยบายประจำปี (State of the Union) แสดงความกังวลต่ออุปสรรคในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ในปีนี้ เนื่องจากประชาชนสหรัฐฯ จำนวนมากยังคงตกงาน ขณะที่ การฟื้นตัวของการใช้จ่ายภาคเอกชนยังไม่กระจายตัวออกไปเป็นวงกว้าง ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้มีการออกกฎหมายใหม่เพื่อสร้างงานมากขึ้น พร้อมกับเสนอให้มีการลดหย่อนทางภาษีให้กับธุรกิจขนาดย่อมที่เพิ่มการจ้างงานหรือมีการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงาน การต่ออายุมาตรการลดหย่อนทางภาษีให้แก่ชนชั้นกลางที่กำลังจะสิ้นสุดลงในช่วงปลายปีนี้ ตลอดจนการเสนอให้นำเงินบางส่วนจากแผนฟื้นฟูภาคการเงินมาช่วยเหลือธนาคารในระดับชุมชน เพื่อกระตุ้นการปล่อยสินเชื่อให้แก่ธุรกิจขนาดเล็ก            แม้รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงมุ่งเน้นเป้าหมายไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อเพิ่มการจ้างงานต่อเนื่องในปี 2553 นี้ แต่มุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและตลาดการเงินของสหรัฐฯ ของเฟด กลับกลายเป็นสถานการณ์ที่เอื้อให้เฟดส่งสัญญาณยุติโครงการรับซื้อตราสารทางการเงิน และมาตรการด้านสภาพคล่องหลายๆ มาตรการลง ซึ่งโดยผิวเผินแล้วอาจทำให้เข้าใจผิดว่า เกิดความไม่สอดคล้องกันระหว่างการประเมินภาพแนวโน้มเศรษฐกิจของเฟดและรัฐบาลสหรัฐฯ แต่กระนั้นก็ดี จากการที่เฟดยังคงมีมติยืนยันที่จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับต่ำเป็นพิเศษต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง ก็เป็นข้อสรุปที่ชัดเจนว่า เฟดก็ยังคงมีความระมัดระวังในการประเมินเส้นทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทยทำการรวบรวมและวิเคราะห์ประเด็นสำคัญที่ได้จากแถลงการณ์หลังการประชุมเฟดในรอบนี้ไว้ดังนี้ :-  แถลงการณ์หลังการประชุมของเฟด...มั่นใจเศรษฐกิจฟื้น ส่งสัญญาณยกเลิกโครงการรับซื้อตราสารทางการเงินและมาตรการสภาพคล่อง            พัฒนาการทางเศรษฐกิจและตลาดการเงินของสหรัฐฯ ที่สะท้อนว่า ภาวะที่เลวร้ายที่สุดของสหรัฐฯ ได้ผ่านพ้นไปแล้ว เมื่อผนวกเข้ากับแนวโน้มเศรษฐกิจที่จะพลิกขึ้นสู่แดนขยายตัวอีกครั้งในปี 2553 นี้ กลายเป็นสถานการณ์ที่เพียงพอที่จะทำให้เฟดส่งสัญญาณยุติมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (Quantitative Easing Measures) และมาตรการช่วยเหลือด้านสภาพคล่อง (Liquidity Measures) ต่อเนื่องจากการประชุมในรอบก่อนๆ หน้า แม้ว่าเฟดจะยังคงระบุถึงการเปลี่ยนแปลงแผนการเหล่านี้หากมีความจำเป็น เพื่อสนันสนุนเสถียรภาพของระบบการเงินและการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ สาระสำคัญจากแถลงการณ์หลังการประชุมเฟด ประกอบด้วย            อัตราดอกเบี้ยนโยบายคงไว้ตามเดิมที่กรอบ 0.0-0.25% ขณะที่ เงื่อนไขทางเศรษฐกิจ (อัตราการใช้กำลังการผลิตที่อยู่ในระดับต่ำ แนวโน้มเงินเฟ้อที่ไม่ได้เร่งตัวขึ้น และเสถียรภาพของการคาดการณ์เงินเฟ้อ) ยังเอื้อเวลาให้เฟดสามารถยืนอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเป็นพิเศษต่อไปอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม มติการประชุมนโยบายการเงินในรอบนี้ ไม่เป็นเอกฉันท์  (9-1 เสียง) เนื่องจากนายโธมัส โฮนิก ประธานเฟดสาขาแคนซัส ซิตี้ ต้องการให้มีการยกเลิกถ้อยแถลงที่ระบุว่า “เฟดจะยังคงรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำเป็นพิเศษต่อไปอีกระยะหนึ่ง” ออกไปจากแถลงการณ์หลังการประชุม โดยมองว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินของสหรัฐฯ อยู่ในเกณฑ์ที่ดีขึ้นมากแล้ว ทั้งนี้ ผลการประชุมนโยบายการเงินของเฟดในรอบนี้ นับเป็นมติที่ไม่เป็นเอกฉันท์ครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2552             ยืนยันการยกเลิกโครงการรับซื้อตราสารทางการเงินและมาตรการด้านสภาพคล่องตามกำหนดเดิม โดยในส่วนของโครงการรับซื้อตราสารหนี้ (วงเงิน 1.75 แสนล้านดอลลาร์ฯ) และหลักทรัพย์ที่หนุนหลังด้วยสินเชื่อจำนอง (วงเงิน 1.25 ล้านล้านดอลลาร์ฯ) ของหน่วยงานที่รัฐบาลให้การสนับสนุนนั้น เฟดได้คงวงเงินและกำหนดการสิ้นสุดของโครงการ ณ สิ้นไตรมาส 1/2553 ไว้ตามเดิม โดยเฟดจะชะลอการรับซื้อตราสารดังกล่าวเพื่อให้กระบวนการปรับตัวของตลาดที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการนี้ของเฟดเป็นไปอย่างราบรื่น             นอกจากนี้ เฟดยังยืนยันแผนการยกเลิกมาตรการด้านสภาพคล่อง 4 มาตรการ ได้แก่ มาตรการ AMLF (Asset-Backed Commercial Paper Money Market Mutual Fund Liquidity Facility) มาตรการ PDCF (Primary Dealer Credit Facility) มาตรการ CPFF (Commercial Paper Funding Facility) และมาตรการ TSLF (Term Securities Lending Facility) ตลอดจนข้อตกลงสวอประหว่างเฟดกับธนาคารกลางต่างๆ ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 ทั้งนี้ เฟดแทบจะไม่ต้องให้ความช่วยเหลือด้านสภาพคล่องแก่สถาบันการเงินผ่านมาตรการ AMLF (ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนตุลาคม 2552) มาตรการ PDCF (ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤษภาคม 2552) และมาตรการ TSLF (ตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2552) มาระยะหนึ่งแล้ว ส่วนความช่วยเหลือของเฟดผ่านมาตรการ CPFF นั้น ได้ลดขนาดลงมาอย่างต่อเนื่องในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา โดยยอดคงค้างของมาตรการได้ปรับลดลงจากระดับประมาณ 350 พันล้านดอลลาร์ฯ ในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 21 มกราคม 2552 มาอยู่ที่ระดับ 13.11 พันล้านดอลลาร์ฯ ในช่วงสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 20 มกราคม 2553            พร้อมกันนี้ เฟดได้ลดขนาดวงเงินประมูลสภาพคล่องแบบมีกำหนดระยะเวลา (TAF: Term Auction Facility) สำหรับการประมูลวงเงินระยะ 28 วัน 2 รอบสุดท้ายก่อนยุติมาตรการ ให้เหลือเพียง 50 พันล้านดอลลาร์ฯ และ 25 พันล้านดอลลาร์ฯ ในการประมูลวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2553 และ 8 มีนาคม 2553 ตามลำดับ ส่วนโครงการปล่อยกู้หลักทรัพย์ที่ได้รับการค้ำประกันจากสินทรัพย์ (TALF: Term Asset-Backed Securities Loan Facility) จะมีกำหนดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2553 สำหรับเงินกู้ซึ่งหนุนหลังโดยหลักทรัพย์ที่หนุนหลังโดยสินเชื่อจำนองประเภทอาคารพาณิชย์ที่ปล่อยใหม่ (New CMBS) และสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2553 สำหรับเงินกู้ซึ่งหนุนหลังโดยสินทรัพย์ค้ำประกันอื่นๆ (ABS และ Legacy CMBS) ทั้งนี้ มูลค่าคงค้างของมาตรการ TAF ได้ปรับลดลงมาอย่างต่อเนื่องจากระดับสูงสุดใกล้ 5.0 แสนล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนมีนาคม 2552 มาอยู่ที่ระดับ 38.53 พันล้านดอลลาร์ฯ ณ วันที่ 11 มกราคม 2553 ขณะที่ ยอดคงค้างของมาตรการ TALF นั้น ทรงตัวอยู่ที่ระดับประมาณ 47-48 พันล้านดอลลาร์ฯ ในช่วง 3 สัปดาห์แรกของปี 2553          เพิ่มมุมมองเชิงบวกในการประเมินภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยเฟดระบุว่า ข้อมูลหลังจากการประชุมนโยบายการเงินรอบก่อนหน้าในเดือนธันวาคม 2552 สะท้อนว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ “แข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ขณะที่ “การทรุดตัวของตลาดแรงงานลดน้อยลง” การใช้จ่ายภาคครัวเรือนขยายตัวได้ในเกณฑ์ปานกลาง แต่ก็ยังคงถูกกดดันจากความอ่อนแอของตลาดแรงงาน การเติบโตในอัตราปานกลางของรายได้ การลดลงของความมั่งคั่งในภาคครัวเรือน ตลอดจนภาวะตึงตัวของสินเชื่อ อย่างไรก็ตาม การลงทุนของภาคเอกชนยังคงหดตัวลงและยังคงมีความลังเลที่จะจ้างงานเพิ่ม ทั้งนี้ บริษัทหลายแห่งได้เพิ่มระดับสินค้าคงคลังเพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางของยอดขาย          นอกจากนี้ เฟดยังระบุว่า ขณะที่ สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ยังคงหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง แต่ตลาดการเงินก็ยังคงทำหน้าที่สนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และแม้อัตราการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจจะอยู่ในระดับปานกลางต่อไปอีกระยะหนึ่ง แต่เฟดคาดว่า อัตราการใช้กำลังการผลิตจะทยอยปรับตัวสูงขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปโดยไม่เป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพราคาโดยรวม ทั้งนี้ การประเมินภาพเศรษฐกิจด้วยถ้อยแถลงดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของเฟดที่มีต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ มากกว่าแถลงการณ์หลังการประชุมเดือนธันวาคม 2552 ที่ระบุว่า แนวโน้มการฟื้นตัวจะยังคงอยู่ในภาวะที่อ่อนแอไปอีกระยะหนึ่ง ส่วนภาพเงินเฟ้อนั้น เฟดยังคงประเมินว่า กำลังการผลิตส่วนเกินและเสถียรภาพของการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาว น่าจะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทรงตัวในระดับต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่ง อย่างไรก็ตาม เฟดได้ตัดถ้อยแถลงที่เคยระบุถึง สัญญาณการฟื้นตัวของตลาดที่อยู่อาศัยออกไปจากแถลงการณ์หลังการประชุมรอบนี้ หลังจากที่ ข้อมูลตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐฯ ทั้งยอดขายบ้านใหม่-บ้านมือสองหดตัวลงอย่างหนักในเดือนธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา มุมมองของศูนย์วิจัยกสิกรไทย             จากผลการประชุมนโยบายการเงินที่ไม่เป็นเอกฉันท์ของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ซึ่งได้มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในกรอบเดิมที่ 0.0-0.25% พร้อมกับยืนยันการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำต่อไปอีกระยะหนึ่งนั้น เมื่อประกอบเข้ากับถ้อยแถลงที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของเฟดที่มีต่อแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ และการยืนยันกำหนดเวลาสิ้นสุดของโครงการรับซื้อสินทรัพย์ตามกำหนดเดิม แล้ว ได้ส่งผลต่อเนื่องทำให้กระแสการคาดการณ์เรื่องการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของเฟดกลับมาเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจของตลาดการเงินอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผลกระทบต่อตลาดการเงินที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ การแข็งค่าของเงินดอลลาร์ฯ การพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และการขยับขึ้นของความเป็นไปได้ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่สะท้อนผ่านตลาดสัญญาอัตราดอกเบี้ยล่วงหน้า ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีมุมมองต่อประเด็นแวดล้อมที่เกี่ยวกับแนวโน้มนโยบายการเงินของเฟดในระยะถัดไปดังนี้ :-           การที่เฟดทยอยถอดถอนมาตรการด้านสภาพคล่อง และยืนยันการสิ้นสุดโครงการรับซื้อสินทรัพย์ตามกำหนดเดิม ณ สิ้นไตรมาส 1/2553 เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึง เจตนารมณ์ของเฟดในการจัดการกับความกังวลต่อการทะยานขึ้นของอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ โดยปรับจุดยืนให้นโยบายการเงินไม่มีลักษณะผ่อนคลายมากจนเกินไป เพื่อยืนยันถึงการรักษาวินัยทางการเงินของธนาคารกลาง แต่อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า การฟื้นตัวอย่างเชื่องช้าของตลาดแรงงานและการใช้จ่ายภาคเอกชน การแผ่วลงของแรงกระตุ้นเศรษฐกิจจากมาตรการของทางการ รวมถึงความกังวลต่อเสถียรภาพของระบบการเงินและภาคธนาคารของสหรัฐฯ อาจทำให้แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ราบรื่นมากนักในปีนี้ ซึ่งก็น่าจะทำให้เฟดยังคงมีความจำเป็นต้องดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำในช่วงเวลาส่วนใหญ่ของปีนี้ โดยคาดว่า ความเป็นไปได้ของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจะเพิ่มมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2553              การปรับตัวของตลาดอัตราแลกเปลี่ยนในช่วงที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่า ไม่ใช่เพียงแค่แนวโน้มเศรษฐกิจและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ ที่เป็นตัวกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวของค่าเงินดอลลาร์ฯ เท่านั้น ปัจจัยภายนอกสหรัฐฯ ได้แก่ สัญญาณคุมเข้มนโยบายการเงินของภูมิภาคอื่นๆ อาทิ ธนาคารกลางจีน ตลอดจนฐานะการคลังที่เปราะบางและภาระหนี้ภาครัฐที่พุ่งสูงขึ้นในประเทศสมาชิกยูโรโซนบางประเทศ อาทิ กรีซ โปรตุเกส สเปน ไอร์แลนด์ และอิตาลี ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางของค่าเงินดอลลลาร์ฯ ด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่า ปัจจัยต่างๆ ดังที่กล่าวข้างต้น ได้ส่งผลหนุนให้เงินดอลลาร์ฯ ไม่ปรับตัวอ่อนค่าลงมากนักในปีนี้ แม้ว่าเฟดจะยังยืนอัตราดอกเบี้ยนโยบายใกล้ระดับศูนย์ก็ตาม ดังนั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ผู้ที่เกี่ยวข้องกับตลาดอัตราแลกเปลี่ยน (ทั้งนักลงทุน และผู้ส่งออก-นำเข้า) ยังคงต้องติดตามพัฒนาการของเศรษฐกิจและจุดยืนของนโยบายการเงินในภูมิภาคต่างๆ ต่อไปอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความผันผวนของค่าเงินดอลลาร์ฯ ก็อาจส่งผลกระทบต่อทิศทางความเคลื่อนไหวของสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย รวมทั้งเงินบาท ซึ่งนั่นก็เป็นนัยว่า การบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือที่สำคัญในปีนี้ เพราะทิศทางของค่าเงินจะไม่โน้มไปในทิศใดทิศหนึ่งอย่างชัดเจนเมื่อเช่นแนวโน้มการแข็งค่าของเงินบาทและสกุลเงินในภูมิภาคในปี 2552 ที่ผ่านมา           และสำหรับทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นความจริงที่ว่า เศรษฐกิจไทยได้ฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดแล้ว ขณะที่ แรงกดดันในช่วงขาขึ้นของอัตราเงินเฟ้อก็เป็นสถานการณ์ที่ยากจะหลีกเลี่ยงในปีนี้ อย่างไรก็ดี แนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่อาจถูกบั่นทอนลงจากปัจจัยเสี่ยงหลายปัจจัย อาทิ ประเด็นทางการเมืองในประเทศ และความกังวลต่อความแข็งแกร่งของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในภาพรวม อาจทำให้ธปท.ยืนอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.25% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2553 ก่อนที่จะโน้มไปในเชิงคุมเข้มมากขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี   ที่มา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย      

ซุป’ตาร์ พาเหรดสวมชุดบ่าวสาว งดงามเลอค่าที่สุด

ซุป’ตาร์ พาเหรดสวมชุดบ่าวสาว งดงามเลอค่าที่สุด

ปราง พูดแล้ว! โยงมือที่ 3 ทำจิ้น อาเล็ก จอย แตกเป็นเสี่ยง

ปราง พูดแล้ว! โยงมือที่ 3 ทำจิ้น อาเล็ก จอย แตกเป็นเสี่ยง

เมย์ ขำๆ เจ ไม่ได้แต๋วแตก ตัวจริงมาดแมนแฮนด์ซั่ม!!

เมย์ ขำๆ เจ ไม่ได้แต๋วแตก ตัวจริงมาดแมนแฮนด์ซั่ม!!

เอ๊ะยังไง? กรีน บอกอึ๋มขึ้นเพราะออกกำลัง แต่โผล่คลินิกศัลยกรรม

เอ๊ะยังไง? กรีน บอกอึ๋มขึ้นเพราะออกกำลัง แต่โผล่คลินิกศัลยกรรม

มาริสายังไม่พร้อมมีลูกปล่อยธรรมชาติฟุ้งครบรอบแต่ง3ปี

มาริสายังไม่พร้อมมีลูกปล่อยธรรมชาติฟุ้งครบรอบแต่ง3ปี

คุณพ่อสายมุ้งมิ้ง บรู๊ค ดนุพร เล่นกับลูกๆ แบบน่าเอ็นดู

คุณพ่อสายมุ้งมิ้ง บรู๊ค ดนุพร เล่นกับลูกๆ แบบน่าเอ็นดู

ภาพเด็ด 5 ซุป'ตาร์สาว บอกฐานะรวยจริงไม่ต้องพูดเยอะ!

ภาพเด็ด 5 ซุป'ตาร์สาว บอกฐานะรวยจริงไม่ต้องพูดเยอะ!

เพื่อนดาราร่วมงานศพพ่อแม่ ติ๊นา ศุภนาฏ ส่งกำลังใจให้เข้มแข็ง

เพื่อนดาราร่วมงานศพพ่อแม่ ติ๊นา ศุภนาฏ ส่งกำลังใจให้เข้มแข็ง

นายกชวนกินเจเร่งแก้ทัวร์ศูนย์เหรียญ-ขอขรก.เกษียณแข็งแรง

นายกชวนกินเจเร่งแก้ทัวร์ศูนย์เหรียญ-ขอขรก.เกษียณแข็งแรง

เริ่มแล้วปราจีนบุรีสิบสานตำนานบุญประเพณีกินเจ

เริ่มแล้วปราจีนบุรีสิบสานตำนานบุญประเพณีกินเจ

ตร.ทหารแม่สอดบุกค้นอาวุธสงครามเจอ200ลูก

ตร.ทหารแม่สอดบุกค้นอาวุธสงครามเจอ200ลูก

หาดใหญ่-พังงา-สตูลยกเสาโกเต้เริ่มถือศีลกินเจ

หาดใหญ่-พังงา-สตูลยกเสาโกเต้เริ่มถือศีลกินเจ

กำนันพิจิตรวัย46ปีเสียชีวิตคาบ่อน้ำบาดาล

กำนันพิจิตรวัย46ปีเสียชีวิตคาบ่อน้ำบาดาล

ขอนแก่นกระบะวิ่งฝ่าสายฝนชนดับคาที่3เจ็บ4

ขอนแก่นกระบะวิ่งฝ่าสายฝนชนดับคาที่3เจ็บ4

สลด!ปู่ช่วยหลานสาวจมน้ำ-หายทั้งคู่ที่ราชบุรี

สลด!ปู่ช่วยหลานสาวจมน้ำ-หายทั้งคู่ที่ราชบุรี

ศาลฎีกายกฟ้องบางกอกแอร์แวย์ฟ้องเทศบาลสมุย

ศาลฎีกายกฟ้องบางกอกแอร์แวย์ฟ้องเทศบาลสมุย

แบ่งงานรอง-ผช.ผบ.ตร.ศรีวราห์ยังดูมั่นคง

แบ่งงานรอง-ผช.ผบ.ตร.ศรีวราห์ยังดูมั่นคง

พล.อ.สมหมายทำพิธีส่งมอบตำแหน่งผบ.สส.คนใหม่

พล.อ.สมหมายทำพิธีส่งมอบตำแหน่งผบ.สส.คนใหม่

กรมชลฯรับมือระบายน้ำผ่านคลองระพีพัฒน์เพิ่มขึ้น

กรมชลฯรับมือระบายน้ำผ่านคลองระพีพัฒน์เพิ่มขึ้น

ผู้ว่าฯชุมพรวางเป้าหลังเกษียณช่วยงานสาธารณะ

ผู้ว่าฯชุมพรวางเป้าหลังเกษียณช่วยงานสาธารณะ

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์