เตือนเทพไทอย่าลํ้าเส้น

เตือนเทพไทอย่าลํ้าเส้น

วัชระฮึ่มระวังฉายซํ้าสปก.

วัชระ ตอกหน้า เทพไท ไม่ให้ราคาพวกใช้ปากได้ดี เตือนอย่าล้ำเส้นงานในหน้าที่ ลั่นงัดเรื่องเก่ามาแถ ขู่เอาสปก.มาฉายซ้ำบ้าง พรรคร่วมรวมได้ 111 ชื่อ ผนึกกำลังเสนอแก้รธน. นายกฯลั่นไม่เปลี่ยนใจ เผยกล่อมปชป.เปลี่ยนใจไปหนุนแก้รัฐธรรมนูญคงยาก ย้ำยึดส่วนรวมเป็นเรื่องสำคัญ เผยได้เวลาเตรียมตรวจการบ้าน 1 ปี ผลงานรมต. ปฏิเสธเตรียมปรับครม. ส.ส.ปชป.เชื่อไม่ถึงขั้นบาดหมางกับพรรคร่วม โฆษกปชป.สับแผนเป่าหูโยงคดี 258 ล. เทียบ 2 มาตรฐาน เพื่อไทย เซ็งกกต.อุ้มปชป. กระเตงคดี 258 ล.ออกไปอีก ไทกร แฉจับตางาบงบไทยเข้มแข็งซื้อคอมพ์ ศธ.

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. เวลา 09.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ ผ่านระบบเทเล พรีเซ็นต์ จากนครซูริก ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ตอนที่จัดตั้งรัฐบาลก็ได้พูดกันชัดเจนว่าประเด็นแก้ไขรัฐธรรมนูญ บางประเด็นนั้นไม่ควรที่จะทำ เพราะทำแล้ว จะเกิดความขัดแย้ง เช่น การนิรโทษกรรมและแก้รัฐธรรมนูญในประเด็นที่มีความจำเป็น แต่เรื่องเขตเลือกตั้งนั้นพูดกับพรรคร่วมตั้งแต่ตอนที่จัดตั้งรัฐบาลแล้วว่าประเด็นนี้ยังเห็นไม่ตรงกัน มันก็คงเป็นเรื่องที่ต้องพูดคุยกันไป จนกว่าเราจะสามารถโน้มน้าวอีกฝ่ายหนึ่งให้เห็นตรงกันได้

นายกฯ กล่าวอีกว่า ตนก็เห็นว่าหลายท่านในพรรคร่วมก็ออกมาให้สัมภาษณ์ชัดเจนว่าต้องแยกกัน เรื่องฝ่ายบริหารก็ส่วนฝ่ายบริหาร ฝ่ายสภา ก็ส่วนสภา ถ้าเข้าใจอย่างนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และหลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์มีมติในเรื่องนี้การทำงานกับเพื่อนร่วมรัฐบาลหลายพรรคก็เป็นไปตามปกติเรียบร้อยและราบรื่นดี

* กล่อมปชป.เปลี่ยนใจยาก

นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวถึงจดหมายเปิดผนึกและมีขู่ว่าอาจจะมีการฟรีโหวตในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ก็เป็นธรรมดา อาจจะ ผิดหวัง ตัดพ้อต่อว่าตนไม่หนักใจ เพราะว่าการตัดสินใจของตนอยู่บนสิ่งที่ตนเชื่อว่าเป็นประโยชน์ของส่วนรวม และเราก็อยู่ในระบอบประชาธิปไตย ความเห็นก็แตกต่างกันได้ ไม่เป็นปัญหา เมื่อถามว่ามีเสียงเรียกร้องให้ประชาธิปัตย์เปลี่ยนใจในเรื่องนี้ นายกฯ กล่าวว่า ถ้าพูดอย่างนั้น ตนก็บอกคนใน ประชาธิปัตย์อาจจะอยากให้คนในพรรคร่วมเปลี่ยนใจเหมือนกัน ก็มาพูดคุยกันต่อไปได้

นายอภิสิทธิ์ ยังระบุถึงการทำงาน ในสัปดาห์หน้าว่า ในวันที่ 1 ก.พ.นี้ ตนจะไปเร่งแก้ไขปัญหาประชาชนในเรื่องที่ทำกิน เพราะว่าถึงเวลาที่จะมาตรวจสอบการแก้ปัญหาที่ทำกินของกลุ่มต่าง ๆ จากหน่วยงานต่าง ๆ และจะดูรายงานที่รัฐมนตรีทุกท่านส่งมาตามที่ตนได้ขอให้สรุปการทำงานว่า 1 ปีที่ผ่านมาได้ทำอะไรที่เป็นผลงานเด่น อะไรเป็นปัญหาอุปสรรคในการทำงาน รวมทั้งสิ่งที่ตั้งใจจะทำในปีนี้ เมื่ออ่านเสร็จแล้วจะเชิญประชุมเป็นกลุ่ม ๆ เช่น ด้านสังคม ด้านเศรษฐกิจ เพื่อวางแผนในการทำงานสำหรับปีต่อไป เมื่อถามว่าเป็นการส่งสัญญาณในการปรับ ครม.หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนคิดเรื่องงานเป็นหลัก อย่าไปคิดเรื่องอื่น

* สับแม้วเป่าหูโยง258ล.

นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีเงินบริจาค 258 ล้านบาทของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ทางเครือข่ายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทั้งพรรคเพื่อไทย และกลุ่ม นปช.พยายามหยิบยกกระบวนการพิจารณามาเทียบเคียงกับคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท พรรคอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายยอมรับการทำงานของ กระบวนการยุติธรรม การที่เครือข่าย พ.ต.ท. ทักษิณชี้นำว่าคดีเหล่านี้จะต้องตัดสินไปในทางเดียวกัน ไม่เช่นนั้นจะเป็น 2 มาตรฐานนั้น เป็นการพยายามสร้างฐานความเชื่อที่เป็นเท็จ เพื่อหวังผลใช้ปลุกระดม และนำไปสู่การเผชิญหน้า พรรคจึงอยากให้ทุกฝ่ายช่วยกันประคับประคองให้บ้านเมืองกลับไปสู่ปกติ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกันต่อไป

นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการพิจารณาคดีเงินบริจาค 258 ล้านบาทที่ กกต.จะเลื่อนการพิจารณาไปหลังเดือน ก.พ.ว่า พรรคประชาธิปัตย์เคารพการทำงานของ กกต.จะไม่ไปเคลื่อนไหวกดดัน การยืดเวลาเพราะมีหลักฐานต้องมาพิจารณาเพิ่มเติม หากเป็นการทำเพื่อให้ทุกอย่างครบถ้วน และให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่าย ควรจะให้โอกาสกับ กกต. การที่พรรคเพื่อไทยออกมาโวยวายว่าซื้อเวลาให้กับพรรคประชาธิปัตย์นั้น เป็นการหาเหตุผลเคลื่อนไหวทางโดยอ้างเรื่องสองมาตรฐาน

* ยกยอนายกฯกู้ภาพศก.

นพ.บุรณัชย์ ยังกล่าวถึงผลสำเร็จในการร่วมประชุมประจำปี World Eco*omic Forum (WEF) ของนายกฯ ที่เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส ระหว่างวันที่ 29-31 ม.ค. ที่ผ่า่า ถือเป็นการยืนยันผลสำเร็จว่าประเทศไทยได้ฟื้นคืนภาพลักษณ์และมีความสงบเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ยังประสบความสำเร็จในการสร้างความมั่นใจให้นักลงทุน และยืนยันความพร้อมของไทยในการพัฒนาสินค้าเกษตรไปสู่การเป็นแหล่งอาหารของโลก รวมทั้งได้เสริมสร้างความมั่นใจให้กับนายกฯในการก้าวจากการเป็นผู้นำอาเซียน ไปสู่การเป็นผู้นำระดับโลก

นพ.บุรณัชย์ ยังกล่าวว่า การไปร่วมประชุมครั้งนี้มีผลโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของโลกที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งทำให้เศรษฐกิจ 5 ด้านมีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน คือ 1.ราคาสินค้าการเกษตรเพิ่มขึ้น 11% 2.การฟื้นคืนของการท่องเที่ยว 3.การส่งออกเพิ่มขึ้น 16% และคาดการณ์ว่าปีนี้การส่งออกโดยรวมจะขยายตัวถึง 26% 4.ภาคอสังหา ริมทรัพย์ปรับตัวเป็นบวกในทุกสาขา และ 5.ดัชนีการลงทุน เพิ่มขึ้นจาก 4 แสนล้านในปีที่ผ่านมา เป็น 7 แสนล้าน ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายเกือบ 2 เท่าตัว

* วัชระไม่ให้ราคาเทพไท

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ในฐานะโฆษกพรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายเทพไท วิจารณ์การทำงานในฐานะโฆษกพรรค ชทพ.กับโฆษกรัฐบาลต้องแยกกันให้ออกว่า ตนไม่ถือสาและไม่เห็นความสำคัญของนายเทพไทมากนัก ตนจะมอง ที่โฆษกพรรคหรือผู้บริหารท่านอื่นในพรรคประชาธิปัตย์เป็นหลักมากกว่า เพราะเป็น สัญญาณหลักที่ออกมาจากพรรค ไม่ใช่จากตัวบุคคล

นายวัชระ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่นายเทพไทกำลังสับสนบทบาทของตน ถึงกับไปบอกนายปณิธาน วัฒนายากร โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ต้องควบคุมตนนั้น คิดว่านายเทพไทคงสับสน ตนยอมรับว่าสวมหมวก 2 ใบ แต่ทั้ง 2 ตำแหน่งถือเป็นตำแหน่งทางการทั้งสิ้น มีกฎระเบียบและกฎหมายรองรับ และทุกครั้งที่ตนให้สัมภาษณ์ก็รู้บทบาทรู้หน้าที่ของตัวเองดี เพราะตนถือว่าทั้ง 2 ตำแหน่งล้วนมีเกียรติมีศักดิ์ศรี และการสัมภาษณ์แต่ละครั้งตนแยกบทบาทและหน้าที่ได้ชัดเจน ทุกครั้งที่ตนปฏิบัติหน้าที่ก็ทำอย่างเต็มที่

* ขู่งัดตำนานส.ป.ก.มาพูดบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายเทพไท ระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ผิดสัญญาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายวัชระ กล่าวว่า เรื่องนี้คงพิสูจน์ไม่ยาก ถ้าวัดจาก 5 พรรคร่วมรัฐบาลที่ได้มีความคิดเห็นตรงกัน แต่มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์พรรคเดียวที่พูดไม่เหมือนเพื่อน แสดงว่าต้องมีฝ่ายหนึ่งเข้าใจผิดตั้งแต่วันที่ได้หารือตกลงในวันจัดตั้งรัฐบาล ส่วนที่นายเทพไทระบุว่าให้ตนไปดูภูมิหลังของบางพรรคที่ถูกเรียกว่าปลาไหลนั้น ตนเชื่อว่านักการเมืองทุกคนทุกพรรคไม่มีคนไหนพรรคไหนที่จะดีทุกเรื่อง ไม่เคย ด่างพร้อย ผิดพลาด ชทพ.หรือ ปชป.ก็มี จึงป่วยการที่จะขุดอดีตไปพูด แล้วถ้าตนขุดเรื่อง ส.ป.ก.4-01 ขึ้นมาอีก คงมีคนฟังมีคนดูหนังเรื่องนี้เหมือนกัน

ผมขอพูดถึงคุณเทพไทครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร กลัวประชาชนเบื่อหน่ายและรังเกียจพรรคการเมืองมากขึ้นที่เอาประเด็นส่วนตัวมาขยาย แต่ก็อยากขอบคุณนายเทพไทที่มาสอนเรื่องมารยาทการเมืองให้กับผม ผมให้เกียรติเพราะคุณเทพไทเป็น ส.ส.มานานกว่า ถึงแม้ว่าผมจะไม่เคยเป็น ส.ส.เลยก็ตาม แต่การเป็น ส.ส.ไม่ใช่ว่าคนที่ได้เป็นแล้วจะเก่งที่สุดดีที่สุด อย่ามองคนที่ไม่ได้เป็น ส.ส.ว่าอ่อนด้อยหรือโง่กว่าตัวเอง อย่ายกตนข่มท่าน เพราะถ้าคนที่เป็น ส.ส.ได้แล้วคิดว่าตัวเองเก่งที่สุดดีที่สุด การเมืองไทยคงไม่เป็นอย่างนี้ นายวัชระ กล่าว

* รวมได้111ชื่อหนุนแก้รธน.

นายวัชระ กล่าวถึงการยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ทราบว่าแต่ละพรรคได้ลงชื่อ เสร็จเรียบร้อยแล้ว และคงนำมาส่งให้กับนายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคในวันที่ 1 ก.พ. 53 และขอย้ำว่าทั้ง 5 พรรค ไม่หวั่นไหว ไม่เปลี่ยนแนวคิดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญแน่นอน เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเรียกร้องให้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวเนื่องจากมีความเห็นไม่ตรงกันกับพรรคประชาธิปัตย์กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนายวัชระ กล่าวว่า ตนยังไม่เห็นเหตุผลที่จะทำให้พรรคร่วมรัฐบาลต้องถอนตัวด้วยสาเหตุดังกล่าว เพราะถึงวันนี้พรรคร่วมรัฐบาลถอนตัวไปการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถเดินต่อไปได้ แต่ตรงกันข้ามทั้ง 5 พรรคต้องพยายามโน้มน้าวพรรค ปชป. และสมาชิกสภาให้หันมาร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ

แหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคชาติไทยพัฒนาเปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 1 ก.พ.นี้ แกนนำของพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อแผ่นดิน จะรวบรวมรายชื่อทั้งหมดให้กับนาย ชุมพล จากนั้นทาง ชทพ.จะดำเนินการรวบรวมรายชื่อแนบไปกับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ประเด็น เพื่อยื่นเป็นญัตติต่อประธานรัฐสภา โดยจะยื่นในวันพุธที่ 3 ก.พ. 53 โดยขณะ นี้รายชื่อจาก 5 พรรคร่วมรวมกันได้จำนวน 111 รายชื่อ ได้แก่ ชทพ. 25 รายชื่อ ภูมิใจไทย 43 รายชื่อ เพื่อแผ่นดิน 29 รายชื่อ รวมใจไทยชาติพัฒนา 9 รายชื่อ และกิจสังคม 5 รายชื่อ

* กระตุกพรรคร่วมสลับขั้ว

ที่พรรคเพื่อไทย นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 มาตราของพรรคร่วมรัฐบาลว่า เปรียบเสมือนแท้งก่อนเกิด เพราะเกิดจากความใจไม่ถึงของแกนนำพรรคร่วม ที่ยังยึดติดกับอำนาจ ตำแหน่ง และผล ประโยชน์ โดยล่าสุดมีกระแสข่าวว่าแกนนำพรรคร่วมบางพรรคสั่งรัฐมนตรีและส.ส.ของพรรค งดให้สัมภาษณ์วิพากษ์วิจารณ์ นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ เพราะกลัวว่าจะเกิดความขัดแย้งบานปลายถึงขั้นยุบสภา เนื่องจากแกนนำพรรคร่วมไม่ต้องการจะเป็นฝ่ายค้าน ถึงไม่พอใจอย่างไรก็ต้องกลืนเลือด ฝืนทนร่วมรัฐบาลกันต่อไป

นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า พรรคร่วมควรจะแสดงจุดยืนทางการเมืองให้ชัดเจน เมื่อนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์ ผิดสัญญาโดยการเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า ดังนั้นผมขอถามพรรคร่วมว่ากล้าแสดงจุดยืนของตัวเอง คือ ถอนตัวจากการร่วมรัฐบาล กับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ เพื่อให้ประชาชนได้เห็นว่าไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง และผลประโยชน์ที่ได้รับจากการร่วมรัฐบาล หรือจะยอมให้เขาเหยียบต่อไป

* หมดศรัทธากกต.ซื้อเวลา

นายพร้อมพงศ์ กล่าวต่อว่า การเคลื่อนไหวของพรรคร่วมรัฐบาลที่จะยื่นญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 มาตรา ทำให้นายอภิสิทธิ์และพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งน่าจะได้แรงหนุนจากฝ่ายทหารกล้าแสดงจุดยืนฉีกพันธสัญญาที่มีก่อนร่วมรัฐบาลอย่างไม่ไยดี นอกจากนี้จะเป็นการตบหน้าพรรคร่วม ทำให้การบริหารประเทศจะลำบากมากขึ้น เหมือนกินน้ำใต้ศอกนายอภิสิทธิ์ อำนาจต่อรองของพรรคร่วมจะน้อยลง เพราะนายอภิสิทธิ์ และพรรคประชาธิปัตย์รู้ไต๋ว่ายังไงพรรคร่วมก็ไม่กล้าถอนตัว

นายพร้อมพงศ์ กล่าวถึงกรณีที่นายอภิชาตในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่ออกมาระบุว่าการพิจารณาคดีเงินบริจาคพรรคประชาธิปัตย์ที่มีการร้องขอให้ยุบพรรคนั้น ไม่สามารถพิจารณาดำเนินการลงความเห็นได้ทันในเดือน ก.พ.นี้ว่า ตนหมดศรัทธาแล้ว เพราะเมื่อต้นเดือน ม.ค. นายอภิชาตก็ได้พูดในทำนองเดียวกันว่าไม่สามารถพิจารณาเรื่องการยุบพรรคดังกล่าวให้เสร็จได้ทันภายในเดือน ม.ค. ทั้งที่ข้อเท็จจริงมีการดูสำนวนมานานเป็นปีแล้ว จึงเห็นว่าเป็นการมีเจตนาใช้เกมยื้อ ซื้อเวลา เพื่อรอสถานการณ์ที่เหมาะสมแล้วอาจจะพิจารณาลงความเห็นเหมือนที่เคยให้ความเห็นยกคำร้องไว้ในครั้งแรก เปรียบเทียบกับเรื่องในอดีตยุบพรรคพลังประชาชน ชาติไทย มัชฌิมา รวมถึงพรรคการเมืองอื่น ๆ ที่ใช้เวลาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

* แฉงาบงบศธ.ซื้อคอมพ์

ที่ทำการชมรมไทยเป็นหนึ่งเดียว จ.ขอนแก่น นายไทกร พลสุวรรณ ประธานชมรมไทยเป็นหนึ่งเดียว พร้อมสมาชิกในชมรม ได้ร่วมกันแถลงข่าว เรื่องส่อทุจริตไทยเข้มแข็ง กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีการนำเอกสารหลายอย่างมาชี้แจงกับสื่อมวลชนเป็นเอกราชประกอบการพิจารณา รายละเอียดคุณลักษณะเฉพาะของระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อการเรียนการสอน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2553

นายไทกร กล่าวว่า งบเอสพี 2 ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการได้รับจัดสรรงบประมาณ 3,400 ล้านบาท ที่ได้กำหนดคุณสมบัติพิสดาร เข้าร่วมประมูลแบ่งเค้ก 3,400 ล้านบาท ตนเห็นว่าการกระทำนั้นอาจจะเข้าข่าย พ.ร.บ. สมยอมราคา บางบริษัทแต่งตั้งดีลเลอร์ เป็นตัวแทนยื่นซองเสนอราคา แต่ดีลเลอร์กลับนำบริษัทตัวเองไปยื่นประกบ จึงอยากให้เข้ามาตรวจสอบพฤติกรรมในองค์กรด้วย.
ประวิตรเผยมี1นายพลตร.นั่งครม.ส่วนหน้า

ประวิตรเผยมี1นายพลตร.นั่งครม.ส่วนหน้า

ประวิตรเตรียมประชุมรมว.กห.อาเซียน-สหรัฐฯ

ประวิตรเตรียมประชุมรมว.กห.อาเซียน-สหรัฐฯ

ป.ป.ช.ตีกลับสำนวนจุติเอื้อเอกชนทำธุรกิจ3G

ป.ป.ช.ตีกลับสำนวนจุติเอื้อเอกชนทำธุรกิจ3G

เลขาฯป.ป.ช.คาดไต่สวนปมคดีบ้านเอื้ออาทรจบต.ค.นี้

เลขาฯป.ป.ช.คาดไต่สวนปมคดีบ้านเอื้ออาทรจบต.ค.นี้

นายกย้ำลต.ปลายปี60ทุกคดียึดกม.-เดินหน้าพัฒนาปท.

นายกย้ำลต.ปลายปี60ทุกคดียึดกม.-เดินหน้าพัฒนาปท.

นิกรไม่เห็นด้วยข้อเสนอกกต.ตรวจสอบนโยบายพรรค

นิกรไม่เห็นด้วยข้อเสนอกกต.ตรวจสอบนโยบายพรรค

ศาลรธน.ตีกลับกรธ.แก้ม.272-มีชัยย้ำสว.ชงชื่อนายกฯไม่ได้

ศาลรธน.ตีกลับกรธ.แก้ม.272-มีชัยย้ำสว.ชงชื่อนายกฯไม่ได้

มีชัยขอตีความคำสั่งศาลยันแก้ใน15วัน

มีชัยขอตีความคำสั่งศาลยันแก้ใน15วัน

เสรีแนะต้องการให้พรรคเป็นของปชช.

เสรีแนะต้องการให้พรรคเป็นของปชช.

มท.1คาดอุดมเดช-สุรเชษฐ์ร่วมครม.ส่วนหน้าแก้ไฟใต้

มท.1คาดอุดมเดช-สุรเชษฐ์ร่วมครม.ส่วนหน้าแก้ไฟใต้

กกต.ประวิชชี้แจงหลักการเบื้องต้นพ.ร.ป.2ฉบับ

กกต.ประวิชชี้แจงหลักการเบื้องต้นพ.ร.ป.2ฉบับ

วิษณุจี้ปปท.ฟันอาญาข้าว-ลูกปรีชาตั้งบริษัทในค่ายทำได้

วิษณุจี้ปปท.ฟันอาญาข้าว-ลูกปรีชาตั้งบริษัทในค่ายทำได้

มีชัยเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกฎหมายลูก

มีชัยเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นกฎหมายลูก

ไพบูลย์ขอเวลาศอตช.ดูคดีข้าวฟันคนโกง

ไพบูลย์ขอเวลาศอตช.ดูคดีข้าวฟันคนโกง

ตุลาการศาลรธน.แถลงคำวินิจฉัยเฉพาะตัว

ตุลาการศาลรธน.แถลงคำวินิจฉัยเฉพาะตัว

ทนายยิ่งลักษณ์ยื่นหนังสือถึงนายกฯ-รมว.คลัง

ทนายยิ่งลักษณ์ยื่นหนังสือถึงนายกฯ-รมว.คลัง

กรธ.ย้ำพร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรธน.

กรธ.ย้ำพร้อมน้อมรับคำวินิจฉัยของศาลรธน.

ทบ.ชวนเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ

ทบ.ชวนเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติ

ศาลรธน.นัดอภิปราย-ลงมติวินิจฉัยร่างรธน.

ศาลรธน.นัดอภิปราย-ลงมติวินิจฉัยร่างรธน.

ศรีวราห์ถกคดีบึ้ม7จว.บ่ายนี้-จ่อหมายจับเพิ่ม

ศรีวราห์ถกคดีบึ้ม7จว.บ่ายนี้-จ่อหมายจับเพิ่ม

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์