ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > อาชญากรรม
  "นุ่งสั้น-รัดติ้ว" แฟชั่นหวิว ของนักศึกษายุคใหม่
โดย วัน จันทร์ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2547 00:00 น.
ทุกวันนี้กระแสแฟชั่นจากทั้งซีกโลกตะวันตกและตะวันออก อย่าง ปารีส อเมริกา ญี่ปุ่น และเกาหลี เข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางการแต่งตัวของวัยรุ่นไทยค่อนข้างมาก เสื้อผ้าสไตล์ ฮิปฮอป เด็กแนว กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ และใครเลยจะรู้ว่า ท่ามกลางกระแสแฟชั่นที่ประเดประดังเข้ามา เครื่องแบบนักศึกษาก็ไม่รอดพ้นจากการตกเป็นเหยื่อกระแสแฟชั่นเช่นเดียวกัน

หลายคนคงจำภาพเก่าๆในรั้วมหาวิทยาลัยได้เป็นอย่างดีว่าในสมัยก่อนนั้นเต็มไปด้วยนักศึกษาที่แต่งกายด้วยเสื้อตัวใหญ่ กระโปรงยาวคลุมเข่า แถมด้วยกระโปรงพลีตจีบรอบแบบยาวที่ใครเห็นก็ต้องบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าแลดูสุภาพเรียบร้อย บ่งบอกถึงภาพของความเป็นนักเรียนนักศึกษาได้เป็นอย่างดี แต่ในปัจจุบันท่ามกลางสังคมและวัฒนธรรมที่แปรเปลี่ยน การแต่งกายในเครื่องแบบนักศึกษาก็เปลี่ยนไปตามสภาพสังคมในปัจจุบันด้วยเช่นกัน

คำว่า "นุ่งสั้น-รัดติ้ว" บ่งบอกถึงลักษณะการแต่งกายในชุดเครื่องแบบนักศึกษาของเด็กวัยรุ่นสมัยนี้ได้เป็นอย่างดี

เดี๋ยวนี้มองไปทางไหนก็มักจะเห็นวัยรุ่น "สาวมั่น" แต่งกายด้วยสไตล์นี้กันยกใหญ่ เสื้อนักศึกษานั้นรัดเสียจนล่อสายตาเพศตรงข้ามให้หันมามอง แถมแต่ละตัวก็ไม่ใช่ไซส์เล็ก (ไซส์ S) แบบธรรมดาๆ ถ้าอยากที่จะอินเทรนด์ต้องใส่ให้เล็กเข้าไปมากกว่านั้นอีกเป็นไซส์เล็กพิเศษขนาด 2 เอส หรือ 3 เอส (SS,SSS) และเท่าที่ทราบมานั้นไซส์ที่เล็กที่สุดมีขนาดถึง 4 เอสทีเดียว ชนิดที่เรียกว่ามองทีเดียวก็สามารถจินตนาการได้ถึงเรือนร่างที่ซ่อนอยู่ภายในเสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมอยู่ได้อย่างไม่ยากนัก

นอกจากเสื้อตัวเล็กจิ๋วแล้ว บางรายยังนิยมใส่เสื้อชั้นในลายลูกไม้ ลายการ์ตูนสีสันฉูดฉาดรวมไปถึงเสื้อชั้นในสีดำที่สามารถเห็นได้อย่างเด่นชัดตัดกับเสื้อนักศึกษาสีขาว เพื่อช่วยขับเน้นสิ่งที่อยากจะโชว์ออกมาให้เห็นมากที่สุด และเมื่อนำมาเข้าชุดกับกระโปรงสั้นแค่คืบ ที่มีแบบให้เลือกใส่กันอย่างมากมายไม่ว่าจะเป็นกระโปรงผ่าหน้า ผ่าหลัง ผ่าข้าง หรือกระโปรงเอวต่ำที่กำลังฮิตกันอยู่ในปัจจุบันที่มีลักษณะตัดขอบบนทิ้งให้กระโปรงหลุดลงมาถึงสะโพก เวลาจะเปลี่ยนอิริยาบถกันทีก็ทำเอาผู้คนรอบข้างที่สังเกตเห็นใจหายใจคว่ำไปตามๆกัน กลัวว่าของลับที่ซ่อนอยู่ภายในจะออกมาทักทายโลกภายนอก

สำรวจแหล่งซื้อ-ขาย

เมื่อได้ไปสำรวจร้านขายเสื้อผ้านักศึกษาย่านสยามสแควร์และย่านมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งก็ได้พบว่า แฟชั่นชุดนักศึกษาที่มีลักษณะ "นุ่งสั้น-รัดติ้ว" นั้นขายดีเป็นเทน้ำเทท่าไม่ต่างอะไรกับเสื้อผ้าตามสมัยนิยม โดยในส่วนของเสื้อนักศึกษานั้นมีแบบให้เลือกมากมายจนนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นแขนบัว แขนตุ๊กตา หรือ แขนเต๋อ (แขนเสื้อที่สั้นมากกว่าแขนเสื้อปกติทั่วๆไป)

ส่วนเสื้อที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในขณะนี้ถูกเรียกกันจนชินปากว่า เสื้อเด็กแนว หรือ เสื้อโอโม ซึ่งมีลักษณะเป็นสีขาวออกม่วงๆฟ้าๆเหมือนสีของเสื้อนักเรียนมัธยม ซึ่งเหตุที่ขายดีนั้น คนขายบอกกับเราว่าเป็นเพราะเนื้อผ้าที่สามารถคงความใหม่ได้มากกว่าเนื้อผ้าที่เอามาตัดเย็บเป็นเสื้อนักศึกษาทั่วๆไป ซึ่งโดยปกตินักศึกษามักที่จะเข้ามาซื้อเสื้อที่มีขนาดพอดีตัว หรือบางครั้งก็เข้ามาสั่งตัดกับทางร้านให้เป็นไปตามรูปแบบที่ต้องการ

"ส่วนมากเด็กก็จะเข้ามาซื้อเสื้อที่ขนาดพอดีตัว เพราะว่าเดี๋ยวนี้เขาใส่กันแบบนี้ ไม่มีใครเขาใส่เสื้อตัวใหญ่ๆโคร่งๆเหมือนสมัยก่อนแล้ว บางคนก็มีมาสั่งตัดเหมือนกัน ทางร้านเราก็จะมีแบบให้เลือกดูว่าต้องการแบบไหนทั้งกระโปรงและเสื้อ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ถ้าเด็กบางคนซื้อเสื้อและกระโปรงมาจากร้านอื่นแล้วไม่พอใจ ไม่พอดีตัว เราก็จะแก้ให้"

"อย่างกระโปรงที่นี่ทางร้านจะรับตัดตัวหนึ่งก็ประมาณ 150 บาทถ้ามีผ้ามาให้ ถ้าไม่มีผ้าให้ราคาก็จะสูงขึ้นมาหน่อยประมาณ 250 บาท ราคาก็จะเป็นไปตามขนาดด้วย ถ้าขนาดใหญ่หน่อยก็จะแพงเนื่องจากว่าใช้ผ้าในการตัดเยอะกว่า โดยปกติจะตัดอยู่ที่ความยาว 16-22 นิ้ว แต่เคยมีคนมาสั่งตัดสั้นที่สุดประมาณ 12 นิ้วได้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาใส่กันไปได้อย่างไร เพราะเท่าที่เราตัดมา 12 นิ้วนี้ถือว่าสั้นมากๆ" หญิงสาววัยกลางคนผู้เป็นพนักงานขายในร้านขายเครื่องแบบนักศึกษาย่านมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังบอกกับเราอย่างไม่อ้อมค้อมพร้อมแสดงความคิดเห็นว่าบางครั้งพวกเธอก็ไม่อยากที่จะทำการตัดเย็บให้ลูกค้าที่เป็น "สาวมั่น" ทั้งหลายเหล่านี้เท่าไรนัก เพราะเห็นว่าสั้นมากเสียจนกลัวแทนว่าเวลาเดินหรือนั่งจะโป๊เอา แต่ก็เลี่ยงไม่ได้เพราะนี่คือลูกค้า

มองต่างมุมกับแฟชั่นหวิว

บ่ายแก่ๆของวันนั้นเรามุ่งหน้าไปยังย่านถนนวิภาวดีรังสิตเพื่อคุยกับ นพรัตน์ อุดมกุล หรือ น้องมี่ นักศึกษาสาวจากรั้วลูกแม่ไทร มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสาวก "นุ่งสั้น-รัดติ้ว" ตัวจริง ที่มองว่าการใส่กระโปรงสั้นและเสื้อรัดติ้วนั้นเป็นเรื่องธรรมดา เนื่องจากว่าตอนนี้ใครๆก็ใส่กันและเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่สามารถพึงกระทำได้

"มี่ว่าก็ไม่ได้ผิดอะไรมาก เพราะเท่าที่เห็นใครๆก็ใส่กันดูแล้วมันก็สวยดี และถ้าให้พูดกันจริงๆมันก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลด้วย มันเป็นเสรีภาพในการแต่งตัวของเรา เพราะว่าการแต่งตัวแบบนี้มันก็ไม่ได้ทำให้ใครๆเดือดร้อน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดต้องดูว่าการที่เราแต่งแบบนี้มันเหมาะกับรูปร่างของเราหรือเปล่า เพราะบางคนหุ่นไม่ดีก็อยากที่จะใส่สั้นๆรัดๆซึ่งมันก็ทำให้ตัวเขาเองดูไม่สวย"

"การแต่งกายไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าธรรมดาหรือว่าเป็นเครื่องแบบนักศึกษามี่ว่าเราต้องดูว่าเหมาะสมที่จะใส่อะไรและใส่แบบไหน อย่าให้การแต่งกายตามแฟชั่นมาทำให้เรารู้สึกว่าต้องเป็นภาระ อย่างบางคนพยายามที่จะใส่เสื้อรัดติ้วและกระโปรงสั้นให้ได้จนถึงขั้นหันไปพึ่งยาลดความอ้วน เพื่อที่จะให้รูปร่างดูดี ใส่เครื่องแบบที่เป็นแฟชั่นเหล่านี้แล้วดูสวย ซึ่งมี่ว่ามันไม่ถูกต้อง มันเป็นการทำร้ายตัวเองมากกว่า"

แต่กระนั้นเธอก็ยังบอกกับเราว่าหากต้องการที่จะแต่งกายในลักษณะนี้ควรที่จะต้องรู้จักป้องกันตัวจากพวกโรคจิตเอาไว้ด้วย เช่น การนุ่งกางเกงขาสั้นเอาไว้ข้างใน หากต้องการที่จะใส่กระโปรงสั้นมากๆ หรืออาจที่จะใส่เสื้อทับบางๆเอาไว้ข้างในเสื้อนักศึกษาอีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันพวกถ้ำมองที่ชอบมองลอดช่องระหว่างเสื้อนักศึกษาเข้าไปดูเสื้อชั้นในของสาวๆ เพราะแม้ว่าการแต่งกายในลักษณะนี้จะเป็นสิทธิของเราแต่เราก็มีสิทธิที่จะตกเป็นเหยื่อของพวกโรคจิตได้เช่นกัน

ทางด้าน ธนพร เตชะประสาน หรือ น้องแนน สาวจากรั้วมหาวิทยาลัยเดียวกัน ให้เหตุผลเกี่ยวกับการที่นักศึกษาหญิงหันมาแต่งตัวในลักษณะนี้กันว่า อาจเป็นเพราะในปัจจุบันวัยรุ่นมักอยากที่จะมีรูปร่างดีเหมือนนางแบบบนหน้าปกนิตยสาร ทำให้เกิดพฤติกรรมการลดความอ้วนกันอย่างมากมายเพื่อให้เหมือนกับต้นแบบที่ตนคาดหวังเอาไว้ และวิธีที่จะใช้ลดความอ้วนได้ดีสำหรับคนที่ไม่ต้องการไปพึ่งยาลดความอ้วนนั้นก็คือ การใส่เสื้อผ้าให้ตัวเล็กเข้าไว้

"เดี๋ยวนี้คนอยากผอมกันมากขึ้น บางคนหันไปพึ่งยาลดความอ้วน แต่มันมีผลสะท้อนกลับค่อนข้างมาก สำหรับตัวของแนนเองถ้าอยากที่จะใส่เสื้อผ้าต่างๆได้สวยก็จะต้องพยายามซื้อเสื้อผ้าให้ตัวเล็กๆเข้าไว้ เมื่อเรานำออกมาใส่ก็จะไม่สามารถทานอะไรได้มากตามที่ต้องการ เพราะว่าหากทานมากจนเกินไปจะเกิดอาการที่เรียกว่า "พุงปลิ้น" แล้วทำให้เสื้อผ้าที่กำลังสวมใส่อยู่ตอนนั้นดูไม่สวย ซึ่งแนนก็ใช้วิธีนี้กับการเลือกชุดนักศึกษาเหมือนกัน เอาให้เล็กๆรัดๆเข้าไว้เพื่อที่จะได้ทานอะไรได้น้อย ส่งผลทำให้เราไม่อ้วน เป็นวิธีการลดความอ้วนอย่างหนึ่ง"

ความต้องการลดความอ้วนเป็นสาเหตุหนึ่งในหลายๆเหตุผลที่เด็กวัยรุ่นสมัยนี้หันมานิยมใส่เครื่องแบบนักศึกษารัดติ้ว แต่เหตุผลหลักที่หลายคนหันมาสวมใส่เครื่องแบบนักศึกษาที่มีลักษณะนี้เป็นผลพวงมาจากสิ่งแวดล้อมและสังคมรอบๆตัวเป็นหลัก

"แนนว่าเดี๋ยวนี้คนเรามักทำอะไรตามๆกัน เสื้อผ้าแฟชั่นก็สวมใส่เหมือนกันไม่เว้นแม้แต่ชุดนักศึกษา เพราะถ้าไม่ใส่เหมือนคนอื่นๆเขาก็จะมองว่าเราเป็นพวกคนแปลก ตกยุค แปลกแยกไปจากคนอื่น แนนคิดว่าเด็กในปัจจุบันกลัวความแปลกแยกแตกต่าง กลัวว่าจะไม่เหมือนเพื่อนเดี๋ยวเพื่อนจะไม่รับเข้ากลุ่ม เด็กบางคนที่แนนรู้จักเปลี่ยนตัวเองจากเด็กที่แต่งตัวเรียบร้อยมาเป็นเด็กที่แต่งตัว "นุ่งสั้น-รัดติ้ว" เพียงเพราะในกลุ่มเพื่อนๆแต่งตัวกันแบบนี้หากไม่แต่งตามเพื่อน ก็จะเหมือนกับว่าผิดปกติ กลัวเพื่อนในกลุ่มจะรับไม่ได้ และอาจไม่ให้อยู่กลุ่มเดียวกัน" แนนทิ้งท้ายให้เราได้เห็นถึงสภาพการรวมกลุ่มและการถูกยอมรับเข้าสังคมของวัยรุ่นในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

แต่สำหรับ นันทกานต์ อินทร์ใจเอื้อ หรือ ข้าว สาวสุพรรณที่เข้ามารับการศึกษาในรั้วมหาวิทยาลัยศิลปากร ที่ดูเหมือนจะมีความคิดแตกต่างไปจาก แนน และ มี่ เธอคิดว่าการแต่งกายด้วยเสื้อรัดติ้วและกระโปรงสั้นจนเกินไปนั้นเป็นการแต่งกายที่เกินขอบเขตของความเป็นนักศึกษาและเหมือนเป็นการแต่งกายของ "หญิงที่มีอาชีพพิเศษ" เสียมากกว่า นอกจากจะเป็นการดูถูกคุณค่าความเป็นผู้หญิงของตัวเองแล้วยังเป็นการไม่ให้เกียรติสถาบันที่ตนร่ำเรียนอยู่อีกด้วย

"เท่าที่สังเกตเห็นเดี๋ยวนี้คนเรามักแต่งกายกันแบบไม่ค่อยดูกาลเทศะ ไม่รู้ว่าอะไรควรไม่ควร อย่างเครื่องแบบนักศึกษาที่มีลักษณะเล็กและสั้นจนเกินไป ข้าวคิดว่าเครื่องแบบนักศึกษาเป็นสิ่งที่คนที่ได้สวมใส่ควรที่จะภาคภูมิใจ เพราะมีอีกหลายคนที่อยากจะสวมใส่แต่เขาไม่มีโอกาส เมื่อเรามีโอกาสแล้วก็ควรที่จะรักษามันไว้และให้เกียรติกับโอกาสที่เราได้รับมา การแต่งกายที่มีลักษณะพอดีไม่เล็กหรือสั้นมากจนเกินไปเป็นการให้เกียรติสถาบันที่เราเรียนอยู่ด้วย เนื่องมาจากหากเราเดินออกไปข้างนอก แล้วเราสวมเครื่องแบบนักศึกษาอยู่ คนภายนอกย่อมรู้แน่ว่าเรามาจากสถาบันไหน หากแต่งกายไม่เหมาะสมคนอื่นอาจดูถูกเราได้และอาจลามไปถึงมหาวิทยาลัยที่คุณศึกษาอยู่ ซึ่งมันไม่ดีแน่หากเป็นแบบนั้น"

นอกจากการแต่งกาย "นุ่งสั้น-รัดติ้ว" จะเป็นการไม่ให้เกียรติตัวเองและสถาบันแล้วยังส่งผลถึงความปลอดภัยของตัวผู้สวมใส่เองอีกด้วย อย่างที่เราเห็นกันในหน้าหนังสือพิมพ์ไม่ว่าจะเป็นการฆ่าข่มขืน การถูกแอบถ่ายรูปจากพวกโรคจิต พวกถ้ำมอง ซึ่งปัญหาต่างๆเหล่านี้อาจเป็นผลมาจากการแต่งกายในลักษณะดังกล่าว เนื่องมาจากการแต่งกายแบบนี้สามารถที่จะดึงดูดใจผู้ชายซึ่งเป็นเพศตรงกันข้ามได้เป็นอย่างดี อย่าว่าแต่ผู้ชายเลยผู้หญิงอย่างเราๆก็ต้องยอมกันรับว่า ยังไม่วายที่จะมองไปยังบุคคลที่ใส่เสื้อผ้าในลักษณะนี้เช่นกัน

"อยากจะบอกกับเพื่อนนักศึกษาด้วยกันว่า ถ้าเกิดว่ารักตัวเองก็อย่าแต่งกายแบบนี้เลยค่ะ ควรที่จะเเต่งกายให้มิดชิดสักหน่อยจะดีกว่า เพราะว่าเราไม่สามารถรู้ได้ว่าภัยต่างๆจะมาถึงตัวเมื่อไร หากเป็นอันตรายไปคนที่จะเสียใจมากที่สุดไม่ใช่เราเพียงคนเดียวแต่คนในครอบครัวหรือคุณพ่อคุณแม่ที่ให้กำเนิดเรามาท่านจะยิ่งทุกข์ใจมากกว่าเราอีกเป็นหลายร้อยเท่า" สาวสุพรรณทิ้งท้ายให้เราได้ฟัง


เสียงเพรียกจากผู้เป็นห่วง

เมื่อได้รับฟังความคิดเห็นของเหล่าวัยรุ่นวัยเรียนที่เป็นเป้าหมายหลักของการสนทนาเกี่ยวกับการ "นุ่งสั้น-รัดติ้ว" แล้วก็เป็นเหตุให้ต้องมารับฟังความคิดเห็นของทางด้านท่านผู้ใหญ่กันบ้างว่าท่านมีมุมมองในการมองปัญหาเรื่องการแต่งกายในลักษณะนี้อย่างไรกันบ้าง โดยเริ่มจาก วัลลภ ตังคณานุรักษ์ หรือ "ครูหยุย" ส.ว. กรุงเทพฯและประธานคณะกรรมาธิการกิจการสตรี เยาวชน และผู้สูงอายุ เห็นว่าการแต่งกายของนักศึกษาสมัยนี้ออกจะเป็นการยั่วยุมากและควรที่จะรณรงค์ไม่ให้เด็กเกิดพฤติกรรมการแต่งกายในลักษณะเช่นนี้ เพื่อเป็นการลดปัญหาอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นไปอีกทางหนึ่ง

สำหรับ ปรีดา อ้วนล้ำ ผู้อำนวยการกองกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร มองว่า การแต่งกายด้วยเสื้อผ้าแฟชั่นนั้น จะเเต่งสั้นและรัดขนาดไหนก็ได้ มันเป็นสิทธิส่วนตัวของนักศึกษา แต่สำหรับเครื่องแบบนักศึกษาเป็นสิ่งที่ไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง

"นิสิตที่เป็นวัยรุ่นในระดับตอนกลางและตอนปลายนี้น่าจะรู้แล้วว่าอะไรควรไม่ควร น่าจะรู้กาลเทศะแล้ว ก็ไม่น่าจะแต่งกายแบบนี้ นอกจากจะไม่เหมาะสมแล้วยังเป็นการแต่งกายที่ล่อแหลม ก่อให้เกิดภัยต่างๆตามที่เป็นข่าวอยู่ในขณะนี้ และอันที่จริงอยากที่จะขอวอนทางบ้าน คุณพ่อคุณแม่ช่วยดูด้วยว่าการแต่งกายของลูกเป็นอย่างไร เตือนเขาก่อนที่จะออกมาจากบ้าน เพราะหากแต่งกายไม่เหมาะสมแล้วมันก็เป็นภาพที่ไม่ดีกับตัวของนิสิตและอาจมองต่อไปถึงการดูแลของทางครอบครัวได้"

"สำหรับนิสิตที่แต่งกายไม่เรียบร้อยหรือที่เราเห็นว่าสั้นมาก รัดมากจนเกินไป ทางเราจะมีการตรวจอย่างเข้มงวด โดยจะมีฝ่ายวินัยคอยดูแลคอยตักเตือนนิสิตที่แต่งกายไม่เรียบร้อย ในขณะเดียวกันก็จะมีการทำหนังสือขอความร่วมมือไปทางอาจารย์ผู้สอนให้ช่วยสอดส่องดูแลเด็กๆในส่วนนี้ด้วย แต่ยังไม่ถึงขั้นหักคะแนนความประพฤติกัน"

ต่างจากการตรวจสอบเครื่องแบบนักศึกษาของทางมหาวิทยาลัยหอการค้าไทยที่นับวันจะยิ่งต้องเข้มงวดขึ้นอันเนื่องมาจากความที่ต้องการจะให้นักศึกษาอยู่ในระเบียบของทางมหาวิทยาลัยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้เพื่อเป็นผลดีต่อตัวนักศึกษาเองในภายภาคหน้า

รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา อาจารย์คนึงนิจ รัตนภิญโญพงษ์ กล่าวกับเราถึงเหตุผลที่ทางมหาวิทยาลัยต้องมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดในการแต่งกายของนักศึกษาเป็นเพราะห่วงอนาคตของลูกศิษย์ กลัวว่าหากออกไปทำงานและเจอสภาพความเป็นจริงของโลกภายนอกและสังคมที่กว้างมากกว่าในรั้วมหาวิทยาลัยแล้วเกิดแต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อยอาจทำให้ผู้ที่จะจ้างเราเข้าทำงานเกิดความไม่เชื่อถือว่าเราจะสามารถอยู่ในกฎของทางบริษัทได้

"บางครั้งมีคณะต่างๆเข้ามาดูงานในมหาวิทยาลัยแล้วเจอนักศึกษาแต่งกายไม่เหมาะสม ก็จะมีการถามไถ่กันว่าทำไมจึงเป็นแบบนี้ ถ้ามาสมัครงานก็คงจะไม่รับ มีคนพูดกันบ่อยๆ เหตุที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า มหาวิทยาลัยของเรามีชื่อในเรื่องที่เกี่ยวกับการค้า การตลาด บริษัทที่เขาจะเข้ามาจ้างงาน มาดูเด็กของเราที่นี่ส่วนมากก็จะเป็นบริษัทที่ค่อนข้างใหญ่ ซึ่งเขาต้องการบุคลากรที่มีลักษณะภูมิฐาน น่ามอง แต่เมื่อเขาเข้ามาเห็นเด็กเราที่นี่ก็มีการต่อว่ากันมาหลายครั้งเหมือนกัน ซึ่งก็เป็นปัญหาที่ทางเราแก้กันไม่จบสักทีเนื่องมาจากการแต่งกายก็เป็นสิทธิส่วนบุคคลของเด็กเขา แต่อยู่ที่ว่าเด็กคนนั้นจะรับรู้ว่าสิ่งใดควรไม่ควรมากน้อยเพียงใด"

"บางครั้งถึงขั้นที่จะต้องมีการหักคะเเนนกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว แต่ก็ไม่อยากที่จะทำแบบนี้เนื่องมาจากว่าคะแนนที่ถูกหักไปในส่วนของเรื่องการแต่งกายและความประพฤติจะไปปรากฏอยู่ในใบแจ้งจบการศึกษา ซึ่งก็จะไม่เป็นผลดีต่อตัวของนักศึกษาเอง ทางเราจึงจำเป็นต้องเข้มงวดในเรื่องนี้"

แม้จะต่างสถาบัน แต่สิ่งที่อาจารย์ทั้ง 2 คิดเห็นเหมือนกันนั้นก็คืออยากที่จะให้เด็กทุกคนลองนึกดูว่าการแต่งกายในลักษณะ "นุ่งสั้น-รัดติ้ว" นั้นเหมาะสมแล้วหรือ ซึ่งอาจารย์ทั้ง 2 ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า อยากจะเตือนและให้กลับไปคิดกันดูอีกทีว่า การแต่งกายแบบนี้ทำให้คุณค่าของเราดูเพิ่มขึ้นหรือว่าต่ำลง และอยากให้บุคคลที่ยังคงแต่งตัวล่อตาล่อใจเช่นนี้ มองถึงผลกระทบที่จะตามมาด้วย

เมื่อได้รับรู้กันเช่นนี้แล้ว ใครที่ยังคงมีความคิดว่าการแต่งกายด้วยแฟชั่นชุดนักศึกษาแบบหวิวๆที่มีอยู่ในปัจจุบันเหมาะสม คงต้องกลับไปคิดกันใหม่อีกหลายตลบ เพราะหากเราไม่ดูแลตัวของเราเองให้ดีแล้ว จะหวังให้ใครมาช่วยดูแลเรา


 
อ่านข่าวทั้งหมดของ ได้ที่นี่
 
 
ปลัดยธ.ส่งนิติวิทยาฯเก็บหลักฐานบึ้มบ้านผบ.สำนักDSI
ดีเอสไอ.ตั้งทวี สอดส่องคุมคดีระเบิดบ้านพ.ต.อ.สุเทพ
ล้อมคอกผบช.ภ.3สั่งเช็คประสาทตร.ทุกโรงพัก.หวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย
แฉปมระเบิดบ้านดีเอสไอ.โยงใยขรก.ระดับบิ๊ก ก.ยุติธรรม
3โจรบุกปล้นร้านเซเว่นฯซ.ลาซาล37ได้เงินสดกว่า1.3ล้านบ.
ศพทหารเรือชุดคุ้มครองพระกลับถึงบ้านเกิดอุบลฯแล้ว
เมียแท็กซี่พลีชีพเผยเสียใจที่สามีตายแต่ภูมิใจสิ่งที่ผัวทำ
สตช.เตือนมาตราการป้องกันภัยในวันลอยกระทง
โจ๋เมืองพิษณุโลกเหิมขับปิคอัพปล้นมินิมาร์ทกลางเมือง
เส้นทางสมบัติ อมรวิวัฒน์ จากดีเอสไอคัมแบ๊คปทุมวัน