ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > อาชญากรรม
  "เมาแล้วขับ"สลักชื่อ"แบล๊คลิสต์"ตลอดชีวิต
โดย วัน พฤหัสบดี ที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2548 07:06 น.
"ไม่คิดว่าเพียงขวดเดียวจะทำให้ถูกจับได้"

"เป็นครั้งแรกที่ผมถูกจับเพราะเหล้า"

"รู้สึกเข็ด ไม่อยากโดนจับอีกแล้ว"


หลากหลายเสียงโอดครวญจากผู้กระทำความผิดข้อหา "เมาแล้วขับ" มีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกายเกิน 50 มิลลิกรัม โทษที่พวกเขาได้รับนอกจากถูกคุมประพฤติ 2 ปีแล้ว ต้องบำเพ็ญประโยชน์อีก 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 4 เดือน และหากยังถูกจับอีกครั้งจะต้องเข้าไปนอนใน "ซังเต" ทันที 4 เดือน แถมหมดสิทธิประกันตัวด้วย

หลายคนอาจคิดว่า โทษ "เมาแล้วขับ" ไม่ "หนัก" ก็แค่บำเพ็ญประโยชน์ 24 ชั่วโมงเอง จะกลัวทำไม???

แต่สิ่งที่น่าคิดคือ "คุณจะมีชื่อในทะเบียนผู้กระทำความผิดติดตัวไปตลอดชีวิต"!!! แม้ว่าจะพ้นโทษแล้วก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าคงไม่มีใครอยากมีชนักติดตัวไปตลอดชีวิต เช่นเดียวกับ นายรัฐปณา ใจทัด นักดนตรีร้านอาหารกลางคืน ที่ผ่านการ "รับโทษ" เพราะเพียงแค่เบียร์ 1 ขวดเท่านั้น

"คืนนั้นดื่มเบียร์ไปหนึ่งขวด ไม่เมานะ แต่พอขับรถกลับบ้านเจอด่าน ตำรวจเลยขอตรวจแอลกอฮอล์ ปรากฏว่ามีปริมาณแอลกอฮอล์ 65 มิลลิกรัม เกินมาตรฐาน 50 มิลลิกรัม ต้องไปบำเพ็ญประโยชน์สอนดนตรีที่โรงเรียนสอนคนตาบอด ตอนแรกท้อมาก ไม่อยากทำ กลัวคนมองไม่ดี แต่พอทำแล้ว เห็นคุณค่าของคนมากขึ้น และที่สำคัญ เห็นคุณค่าของตัวเอง ถ้าย้อนเวลาได้ จะไม่คิดดื่มเด็ดขาด ไม่ว่ากี่ขวดก็ตาม ไม่อยากผิดซ้ำสอง"

ส่วนอีกราย นายศักดิ์อนันต์ บุญพร้อม หนุ่มวัย 25 ปี หลังจากที่เป่าลมก็มีแอลกอฮอล์ถึง 65 มิลลิกรัม ผลจากการดื่มเหล้าแค่ 3 แก้วเท่านั้น ก็ต้องเข้าไปนอนในห้องขังเป็นครั้งแรกในชีวิต และยังต้องไปช่วยเจ้าหน้าที่ที่ภูเก็ตจากเหตุการณ์สึนามิ คอยดูแลคนป่วยขึ้นเครื่อง หาน้ำ หาเสื้อผ้า พาเข้าห้องน้ำ อำนวยความสะดวกทุกอย่าง รู้สึกเหนื่อยมาก คิดแต่ว่าทำให้เสร็จไปวันๆ แต่เมื่อทำไป 2 วัน รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากขึ้น ขนาดครบกำหนด 24 ชั่วโมง ก็ยังช่วยอยู่

"ตอนนี้ทัศนคติเรื่องการดื่มเหล้าเปลี่ยนไปมาก รู้สึกเข็ด ไม่อยากถูกจับอีก แต่ก็คิดในแง่ดีว่า ถ้าวันนั้นเราไม่ถูกจับ อาจขับรถไปชนเสาไฟฟ้าหรือขับรถไปชนคนอื่นแทน เกิดเขาพิการขึ้นมา แต่เราตาย มันก็ไม่ยุติธรรมสำหรับเขาและครอบครัว ถ้าไม่ได้มาทำตรงนี้ ก็คงใช้ชีวิตปกติ ยังกินเหล้า ขับรถกลับบ้านอยู่เหมือนเดิม และวันนี้ก็คงไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว"

สุดท้าย นายเอกชัย มากแก่น อายุ 27 ปี อีกหนึ่งหนุ่มที่หลงใหล "ความเมา" ตลอดเวลา รู้บทโทษทุกอย่างแต่ไม่เคยแม้แต่ลดการดื่มเหล้า เพราะคิดว่าเป็นคนดวงดี คงไม่ถูกจับ แต่แล้วคืนนั้นเอกชัยก็ "ดวงดี" ถูกตำรวจเรียกตรวจแอลกอฮอล์ ผลออกมาตัวเลขบอกว่า มีปริมาณแอลกอฮอล์ถึง 172 มิลลิกรัม ต้องไปช่วยคนตาบอดที่เป็นเหยื่อจากคนเมาแล้วขับ พาเข้าห้องน้ำ และที่ต่างๆ ช่วยเขียนหนังสือ

"ผมไม่กล้าดื่มอีกเลย เพื่อนยังทักว่าเป็นไปได้ไง เพราะเป็นคนดื่มเป็นประจำ ผมไม่อยากโดนจับอีก เข็ดแล้ว อยากบอกคนที่ชอบดื่มว่า ถ้าดื่มก็อย่าขับรถเลยดีกว่า หรือดื่มที่บ้านแทน แต่จะให้ดีที่สุดเลิกดื่มได้ก็เลิกเลย เพราะดื่มไปมันไม่มีอะไรดีขึ้นมา ถ้าเกิดอุบัติเหตุ ตัวเองไม่พิการก็เสียชีวิต และคนที่เสียใจที่สุดก็คือตัวเอง และครอบครัว"

แม้โทษที่พวกเขาได้รับดูเหมือนเป็นงานบริการทั่วไป แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาได้รับ และกล่าวเป็นเสียงเดียวกันคือ พวกเขาต้องกลายเป็น "จำเลยของสังคม" ไปตลอดชีวิต ที่ไม่อาจมีสิ่งใดลบล้างข้อกล่าวหานี้ได้เลย

เพียงไม่กี่แก้ว ก็ทำให้ชีวิตเปลี่ยนได้ในชั่วข้ามคืน พวกเขายังเป็นผู้โชคดีที่ยังมีชีวิตรอดไปบำเพ็ญประโยชน์ ไม่ว่าเหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ชนิดใดก็ตาม ดื่มแล้วไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น แค่ทำให้รู้สึกสนุกไปกับการดื่มเท่านั้น แต่ถ้าเกิดอุบัติเหตุคนที่เสียใจอาจไม่ใช่แค่ "คุณคนเดียว"

"สนับสนุนเนื้อหาโดย"

 
อ่านข่าวทั้งหมดของ ได้ที่นี่
 
 
กรมปศุสัตว์พบเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีกอีกจุดที่หนองคาย
กทม. สั่งเขตป้อมปราบฯ ห้ามผู้ค้าโบ๊เบ๊ขายของในที่สาธารณะ
รองผบช.น. เผย มีหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้ต้องสงสัยวางบึ้มทั่วกรุง
กำหนดพื้นที่พบไข้หวัดนกเป็น รหัสสีแดง คุมเข้มทั้งรุก-รับ
ผู้ว่าฯกทม.ตั้งเป้า ในปีนี้ จะต้องไม่มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดนก
ก.แรงงาน วางแผนชะลอการอพยพประชาชนเข้า กทม.
ผลตรวจยาเลิฟโลชั่นไม่พบสารอันตราย แต่ไม่รับรองผล
กทม. เตรียมก่อตั้ง กอ.รมน. ในพื้นที่ �
จรัญ ยันดีเอสไอแค่ร่วมสังเกตการณ์คดีระเบิดกรุงไม่ได้จับผิด
สธ.ยันไทยยังไม่มีผู้ติดเชื้อหวัดนก ส่วนยอดเฝ้าระวังมี 126 ราย
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิกเพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ