ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > อาชญากรรม
  คุกกำนันเซียะ 5 ปี เมีย-ลูกน้อง 4 ปี
โดย คม ชัด ลึก วัน ศุกร์ ที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2548 06:25 น.
พิพากษาจำคุก "กำนันเซียะ" 5 ปี ฐานเป็นหัวหน้าอั้งยี่ตั้งกลุ่มฮั้วประมูล จ.กาญจนบุรี ขณะที่เมีย-เลขาฯ-ลูกน้องใกล้ชิด โดนคนละ 4 ปี ร่วมเป็นอั้งยี่ ก่อนใช้หลักทรัพย์กว่า 8 ล้านบาทประกันตัว ขณะที่อัยการฝ่ายคดีพิเศษ ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ให้ยึดและอายัดทรัพย์สินมูลค่า 30 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดิน

ในที่สุดศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ ได้พิพากษาคดีฮั้วประมูล ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 2 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซียะ อายุ 62 ปี อดีต ส.ส.กาญจนบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้กว้างขวางใน จ.กาญจนบุรี นางเขมพร ต่างใจเย็น อายุ 42 ปี ภรรยากำนันเซียะ น.ส.วรรณา ล้อไพบูลย์ อายุ 45 ปี เลขานุการ นางเขมพร และนายถวิล สวัสดี อายุ 48 ปี หนึ่งในสมาชิกกลุ่มของนายสมชาย จิตตหฤษฎ์ หรือ เลขาจุก ซึ่งเป็นเลขานุการส่วนตัวกำนันเซียะ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานร่วมเป็นอั้งยี่, กรรโชกทรัพย์, หน่วงเหนี่ยวกักขัง ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิด การเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) พ.ศ. 2542

สำหรับคดีนี้ มีการยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2546 โดยระบุว่า จำเลยทั้งสี่ในนามกลุ่มกำนันเซียะ-เขมพร หรือกลุ่มบ้านใหญ่ ร่วมกันรับเหมาก่อสร้างใน จ.กาญจนบุรี เพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้สมาชิกด้วยกันเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานรัฐ โดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ด้วยการกีดกันขัดขวางผู้อื่นไม่ให้เข้าแข่งขันเพื่อเสนอสินค้าหรือบริการกับรัฐ โดยพวกจำเลยใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญให้ผู้อื่นที่เข้าร่วมแข่งขันเกิดความรู้สึกกลัวว่า จะได้รับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย และเสรีภาพ ซึ่งต่อมาจำเลยที่ 1 ได้เข้ามาเป็นที่ปรึกษากลุ่มยูโรกาญจน์ ที่ผู้รับเหมาก่อสร้างใน จ.กาญจนบุรี

ต่อมาเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม-17 พฤษภาคม 2544 จำเลยทั้งสี่ได้เข้าร่วมประชุมนัดแนะกำหนดแผนการจัดสรรแบ่งงานผลประโยชน์แก่สมาชิกในการเข้าร่วมโครงการประมูลงานก่อสร้างถนนลาดยาง ถนนคอนกรีต การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ของ จ.กาญจนบุรี และเพชรบุรี โดยเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2544 จำเลยที่ 4 นายสมศักดิ์ ศรีสุข และนายสมชาย จิตตหฤษฎ์ กับพวกอีกหลายคนซึ่งเป็นจำเลยที่ศาลอาญาพิพากษาลงโทษไปแล้ว เมื่อปี 2546 ได้ร่วมกันกระทำความผิดตามความมุ่งหมายของอั้งยี่ ในการเข้าขัดขวางไม่ให้ บ.วัสดุเซ็นเตอร์ จำกัด เข้าเสนอราคา

โดยพวกจำเลยได้ทำการปิดล้อมและกักตัว นายเดชา มาศวรรณา ซึ่งเป็นตัวแทนบริษัทไว้ พร้อมเสนอให้รับเงิน 1 หมื่นบาท เพื่อไม่ให้เข้าร่วมการเสนอราคา แต่เมื่อนายเดชาไม่ยินยอม นายสมศักดิ์กับพวกได้ร่วมกันขู่เข็ญ พร้อมกับใช้กำลังประทุษร้ายบิดแขนและตบหน้านายเดชา ซึ่งจำเลยที่ 1-2 เป็นหัวหน้าคณะบุคคล ส่วนจำเลยที่ 3-4 เป็นผู้จัดการคณะบุคคลดังกล่าว โดยเหตุเกิดที่ ต.ตะคร้ำเอน อ.ท่ามะกา และต.ปากแพรก อ.เมือง จ.กาญจนบุรี แต่จำเลยทั้งสี่เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน พร้อมให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา


หลังจากศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์-จำเลยแล้ว เห็นว่า โจทก์ซึ่งประกอบด้วยตัวแทนบริษัทผู้เสียหาย, พ.ต.ต.สมบูรณ์ ฮวบบางยาง, พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์ศรีนิล และพ.ต.ท.ทวี สอดส่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ซึ่งเป็นชุดจับกุมและสืบสวนสอบสวน การฮั้วประมูล และจับกุมนายสมศักดิ์ ศรีสุขกับพวก, ผู้รับเหมาก่อสร้างซึ่งเป็นสมาชิก กลุ่มยูโรกาญจน์ และข้าราชการทหารจาก จ.ราชบุรี ที่รับค่าจ้างจากจำเลยที่ 1 ครั้งละ 2,000 บาท เพื่อร่วมกับนายสมศักดิ์ กับพวก ขัดขวางและกีดกัน ไม่ให้บุคคลภายนอก เข้าร่วมยื่นซองประกวดราคา

ศาลเห็นว่า พยานที่เป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ มีการวางแผนจับกุมอย่างเป็นขั้นตอน โดยคดีนี้มีผู้เสียหายและบุคคลเกี่ยวข้องจำนวนมาก ยากจะปั้นแต่งเรื่องให้พยานโจทก์แต่ละปากเบิกความได้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง ทั้งในเรื่องของเวลาและสถานที่ นอกจากนี้จุดเริ่มของคดีเกิดจากผู้เสียหายเข้าร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นหน่วยงานไม่ได้อยู่ภายใต้กำกับของหน่วยงานราชการใด หากคดีไม่มีมูล ป.ป.ช.คงไม่ประสานความร่วมมือกับตำรวจเพื่อวางแผนจับกุมพวกจำเลย

ดังนั้นพยานโจทก์จึงปราศจากข้อพิรุธสงสัยว่า จะให้การกลั่นแกล้งพวกจำเลยเพื่อให้รับโทษทางอาญา อีกทั้งโจทก์ยังมีพยานวัตถุ เป็นเทปบันทึกเสียงระหว่างการประชุม และบัญชีเงินฝากธนาคารที่ระบุตัวเลขตรงกับค่าตอบแทนที่ให้จำเลยที่ 1-2 ซึ่งตรวจค้นพบที่บ้านพักของกลุ่มสมาชิกยูโรกาญจน์ รวมทั้งเทปบันทึกภาพจากกล้องวิดีโอขนาดเล็กที่เจ้าหน้าที่ตำรวจบันทึกไว้เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2544 จึงรับฟังได้ว่าจำเลยที่ 1-4 กระทำผิดตามฟ้องจริง

เหตุนี้ศาลจึงมีคำพิพากษาว่า จำเลยที่1-4 กระทำผิดจริงตามฟ้อง ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นความผิดกระทำกรรมเดียวแต่ผิดกฎหมายหลายบท จึงให้ลงโทษบทหนักสุด จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 5 ปี ในความผิดฐานเป็นหัวหน้าหรือผู้มีตำแหน่งในอั้งยี่ ซึ่งเป็นคณะบุคคล ที่ปกปิดวิธีดำเนินการ สำหรับจำเลยที่ 2-4 ให้จำคุกคนละ 4 ปี ฐานเป็นอั้งยี่ ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากคดีอาญาดังกล่าวแล้ว อัยการฝ่ายคดีพิเศษ 3 (ฟอกเงิน) ยังเป็นโจทก์ยื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง ขอให้มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินของกำนันเซียะ และนางเขมพร มูลค่า 30 ล้านบาท ตกเป็นของแผ่นดินด้วย เนื่องจาก ปปง.ตรวจพบว่าเป็นทรัพย์สินที่มาจากการกระทำความผิดมูลฐานร่วมกันกระทำผิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2542 (ฮั้วประมูล) ในการประมูลงานก่อสร้างที่ จ.กาญจนบุรี ที่ ทั้งสองเป็นจำเลย ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล

ต่อมาญาติของนายประชาและนางเขมพร ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ เป็น น.ส. 3 ก. ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เนื้อที่ 64 ไร่ ราคาประเมิน 4,391,400 บาท เพื่อขอประกันตัว ส่วนจำเลยที่ 3-4 ยื่นโฉนดที่ดิน 11 แปลง ต.หนองประดู่ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี เนื้อที่ 84 ไร่ 2 งานเศษ ราคาประเมิน 3,882,720 บาท รวมมูลค่า 8 ล้านบาทเศษ ขอประกันตัวต่อศาล ซึ่งศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า จำเลยไม่มีพฤติการณ์ที่จะหลบหนี เนื่องจากระหว่างพิจารณาคดี เดินทางมาศาลตามที่นัดไว้ เห็นควรอนุญาตให้จำเลยที่ 1-4 ได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว ระหว่างอุทธรณ์คดี โดยตีราคาประกันตัวคนละ 2 ล้านบาท

 
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 
 
กรมปศุสัตว์พบเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีกอีกจุดที่หนองคาย
กทม. สั่งเขตป้อมปราบฯ ห้ามผู้ค้าโบ๊เบ๊ขายของในที่สาธารณะ
รองผบช.น. เผย มีหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้ต้องสงสัยวางบึ้มทั่วกรุง
กำหนดพื้นที่พบไข้หวัดนกเป็น รหัสสีแดง คุมเข้มทั้งรุก-รับ
ผู้ว่าฯกทม.ตั้งเป้า ในปีนี้ จะต้องไม่มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดนก
ก.แรงงาน วางแผนชะลอการอพยพประชาชนเข้า กทม.
ผลตรวจยาเลิฟโลชั่นไม่พบสารอันตราย แต่ไม่รับรองผล
กทม. เตรียมก่อตั้ง กอ.รมน. ในพื้นที่ �
จรัญ ยันดีเอสไอแค่ร่วมสังเกตการณ์คดีระเบิดกรุงไม่ได้จับผิด
สธ.ยันไทยยังไม่มีผู้ติดเชื้อหวัดนก ส่วนยอดเฝ้าระวังมี 126 ราย
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิกเพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ