ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > อาชญากรรม
  “คาถา” กัน “ไฟไหม้” “อัคคีภัย”
โดย เดลินิวส์ วัน อังคาร ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2548 06:40 น.
แว่ว ๆ ออกมาจากทางกระทรวงมหาดไทย ว่าจะมีการจัดตั้งหน่วยงานดูแลปัญหา “อัคคีภัย” หรือ “ไฟไหม้” ในลักษณะของ “สถาบัน” ซึ่งหากตั้งขึ้นมาจริง ๆ แล้วสามารถป้องกันปัญหาอย่างได้ผล...ก็ถือว่ามีประโยชน์ อย่างไรก็ตาม ปัญหานี้ฝ่ายที่จะดูแลป้องกันได้ดีที่สุดตั้งแต่ต้นตอก็เห็นจะเป็น “ประชาชน” เอง

“อัคคีภัย” เปรียบเสมือน “ศัตรูที่ไม่รู้จักหลับ”

“ประมาท” เมื่อไหร่...ก็เสี่ยง “วอดวาย” เมื่อนั้น...

และอาจเป็น “ผู้ต้องหา” ในฐานะ “ต้นเพลิง” ด้วย !!


ย่างเข้าฤดูหนาว-เข้าสู่ช่วงปลายปีต่อเนื่องถึงต้นปี ลักษณะอากาศจะแห้ง-แล้ง ช่วงนี้ก็ยิ่งต้องระวังกันมากขึ้นเป็นพิเศษ ซึ่งเพื่อความไม่ประมาทลองทบทวนข้อควรปฏิบัติเพื่อป้องกันภัยจากไฟเอาไว้หน่อย ทั้งนี้ จากข้อมูลที่เป็นคู่มือประชาชนเรื่องการป้องกันอัคคีภัย มีหลักการง่าย ๆ เป็นเหมือนคาถา 5 บท 5 ประการ คือ.....

ประการที่ 1 จัดระเบียบภายใน-ภายนอกบ้านหรืออาคาร เช่น ขจัดสิ่งรกรุงรัง เก็บรักษาสิ่งที่อาจเป็นต้นเหตุให้เกิดอัคคีภัยได้ง่ายไว้เป็นสัดส่วน

ประการที่ 2 ตรวจตราซ่อมบำรุงสิ่งที่นำมาใช้ในบ้านหรืออาคาร เช่น สายไฟฟ้า เครื่องจักรกล เครื่องทำความร้อน ให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์และปลอดภัยอยู่เสมอ

ประการที่ 3 เคร่งครัดกับข้อควรระวังต่าง ๆ อาทิ... ดูแลไม่ให้เด็กเล่นไฟ ไม่จุดธูปเทียนบูชาพระทิ้งไว้ ไม่หลงลืมวางก้นบุหรี่ทิ้งไว้ หรือขยี้ดับไม่สนิท หรือสูบบุหรี่บนที่นอน ระวังกาต้มน้ำไฟฟ้าไม่ให้น้ำแห้ง ไม่เปิดพัดลมข้ามวันข้ามคืน ไม่ลืมปิดทีวี-ถอดปลั๊กเครื่องไฟฟ้าก่อนออกจากบ้าน ไม่วางเครื่องไฟฟ้า เช่น ทีวี ตู้เย็น ติดผนังเกินไปจนทำให้เครื่องร้อนจัดง่าย ไม่หมกผ้าขี้ริ้ว เศษกระดาษ ไม้กวาดดอกหญ้า ไว้หลังตู้เย็นจนอาจคุติดไฟ

ไม่ใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า เช่น หลอดไฟ แบลลัสต์ ที่ไม่ได้มาตรฐานหรือปลอมแปลง ไม่จุดไฟเผาขยะหรือหญ้าแห้งโดยไม่มีคนดูแล หุงต้มเสร็จแล้วต้องดับไฟให้สนิท ถ้าใช้แก๊สต้องปิดวาล์วให้เรียบร้อย ไม่ใช้สิ่งของติดไฟง่าย เช่น ดีดีที สเปรย์ต่าง ๆ ใกล้เปลวไฟ และจัดเก็บสิ่งของไวไฟให้ห่างจากแหล่งกำเนิดไฟ ฯลฯ

ประการที่ 4 ให้ความร่วมมือปฏิบัติตามคำแนะนำเกี่ยวกับความปลอดภัยจากอัคคีภัย

ประการที่ 5 มีภาชนะใส่น้ำ เช่น ตุ่ม โอ่ง ถัง จัดเตรียมไว้ในบ้าน เผื่อกรณีฉุกเฉินสามารถนำมาดับไฟได้ และจะให้ดีควรมีถังดับเพลิงเคมี โดยเฉพาะกับอาคาร ที่สำคัญ...ต้องรู้วิธีการใช้ดับไฟอย่างถูกต้อง

ป้องกันไว้ไม่ประมาท...ก็จะปลอดภัยจาก “อัคคีภัย”

แต่ถ้าเกิดเหตุสุดวิสัย “ต้องมีสติ” ปฏิบัติตัวถูกวิธี !!


หากเกิดไฟไหม้ขึ้นให้รีบติดต่อแจ้งเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ทันที ซึ่งเมื่อไม่สามารถดับเพลิงในชั้นต้นเองได้ก็มีข้อควรปฏิบัติดังนี้คือ... ให้เปิดประตูหน้าต่างบ้านและอาคารทุกบาน อุดท่อ-เส้นทางต่าง ๆ ที่อาจเป็นทางผ่านความร้อน ก๊าซ และควันไฟ, ช่วยคนชรา เด็ก คนที่ช่วยตัวเองไม่ได้ ให้ไปอยู่ในจุดปลอดภัย, อย่าใช้ลิฟต์ในขณะเกิดไฟไหม้, รักษาชีวิตไว้ “ขนย้ายเอกสารและทรัพย์สินมีค่าเท่าที่จำเป็นตามสถานการณ์” เท่านั้น

นอกจากที่ว่ามา...ซึ่งเป็นในส่วนของอาคารบ้านเรือนทั่วไป ปัจจุบันยังมีผู้ประกอบธุรกิจ-กิจการผลิตสินค้าในที่พักอาศัยหรืออาคารขนาดย่อมเป็นจำนวนมาก ซึ่งส่วนหนึ่งยังละเลยมาตรการป้องกันอัคคีภัย

ทั้งนี้ กับสถานที่ที่มีลักษณะเป็น “โรงงาน” ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ มีหลักปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยจากอัคคีภัยโดยต้องให้ความสำคัญมาก ๆ กับ 2 บริเวณคือ.....

บริเวณที่ใช้ผลิตสินค้า ต้องตรวจเช็กซ่อมบำรุงเครื่องจักรต่าง ๆ เครื่องมือ-อุปกรณ์ไฟฟ้าต่าง ๆ สายไฟฟ้า ให้อยู่ในสภาพที่ดีเป็นประจำ หลีกเลี่ยงการต่อสายไฟฟ้าโดยใช้เทปพันหรือต่อแบบชั่วคราว ห้ามสูบบุหรี่ในบริเวณที่มีการผลิต ลำเลียงสินค้าที่ผลิตได้ไปไว้นอกบริเวณ บริเวณการผลิตควรมีภาชนะรองรับเศษวัสดุต่าง ๆ และนำไปทิ้งทุกวันหลังเลิกงาน กรรมวิธีผลิตใดที่เสี่ยงต่อการเกิดอัคคีภัยให้จัดแยกไปอยู่ในส่วนป้องกันเฉพาะ วัสดุ-วัตถุไวไฟที่ใช้ในการผลิตควรจำกัดปริมาณการนำมาใช้วันต่อวัน ถ้าเหลือก็นำไปเก็บในที่เฉพาะ

หลังเลิกงานควรมีการเดินตรวจดูความเรียบร้อยป้องกันการหลงลืม สำรวจอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชิ้นว่าปิดสวิตช์เรียบร้อยแล้วหรือยัง และควรปิดสวิตช์อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เมนใหญ่ รวมถึงทำความสะอาดสถานที่

บริเวณที่ใช้เก็บสินค้า ควรเก็บสินค้าอย่างมีระเบียบ เช่น เป็นล็อก ๆ ภายในบริเวณมีช่องทางเดิน จัดเก็บสินค้าไว้บนวัสดุรองรับหรือบนชั้นวาง ไม่จัดวางสินค้าจนสูงใกล้สายไฟ-หลอดไฟเกินไป จัดเก็บของเหลว-วัตถุไวไฟ แก๊ส ไว้ในจุดป้องกันเฉพาะที่แยกห่างจากจุดเก็บสินค้า ห้ามสูบบุหรี่ และขจัดแหล่งกำเนิดไฟต่าง ๆ ออกจากบริเวณเก็บสินค้า ไม่ทำกรรมวิธีใด ๆ ที่อาจเกิดประกายไฟในบริเวณเก็บสินค้า ตรวจเช็กสายไฟฟ้า-อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ต้องใช้ใน บริเวณให้อยู่ในสภาพดีเป็นประจำ ติดตั้งอุปกรณ์ดับไฟไว้ ฯลฯ

ปลายปี 2548 เมื่อลมหนาวครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศไทย นำพาอากาศแห้ง ๆ ที่ทำให้เปลวไฟโหมลุกไหม้ได้ง่ายและรุนแรง แม้จะยังมีข่าว “ไฟไหม้” ครั้งใหญ่ไม่กี่ครั้ง ที่รุนแรงหน่อยก็ที่ตลาด-ชุมชนโบราณอายุกว่าร้อยปี แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง แต่ก็ต้องบอกว่า...ที่ไหม้เล็ก ๆ แต่ก็ทำให้หลายครอบครัวเดือดร้อนครั้งใหญ่นั้น...เกิดขึ้นกระจายในหลายพื้นที่ ดังนั้น “กันไว้ดีกว่าแก้” เป็นดี...

อย่าลืมที่โบราณว่า “โจรปล้นสิบครั้งไม่เท่าไฟไหม้ครั้งเดียว”

ภาครัฐจะตั้งหรือไม่ตั้งสถาบันอัคคีภัย...นั่นก็ประเด็นหนึ่ง...

“ป้องกันไฟไหม้” ตัวบุคคลคือปัจจัยที่สำคัญที่สุด !!!!!.
 
อ่านข่าวทั้งหมดของ เดลินิวส์ ได้ที่นี่
 
 
กรมปศุสัตว์พบเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีกอีกจุดที่หนองคาย
กทม. สั่งเขตป้อมปราบฯ ห้ามผู้ค้าโบ๊เบ๊ขายของในที่สาธารณะ
รองผบช.น. เผย มีหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้ต้องสงสัยวางบึ้มทั่วกรุง
กำหนดพื้นที่พบไข้หวัดนกเป็น รหัสสีแดง คุมเข้มทั้งรุก-รับ
ผู้ว่าฯกทม.ตั้งเป้า ในปีนี้ จะต้องไม่มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดนก
ก.แรงงาน วางแผนชะลอการอพยพประชาชนเข้า กทม.
ผลตรวจยาเลิฟโลชั่นไม่พบสารอันตราย แต่ไม่รับรองผล
กทม. เตรียมก่อตั้ง กอ.รมน. ในพื้นที่ �
จรัญ ยันดีเอสไอแค่ร่วมสังเกตการณ์คดีระเบิดกรุงไม่ได้จับผิด
สธ.ยันไทยยังไม่มีผู้ติดเชื้อหวัดนก ส่วนยอดเฝ้าระวังมี 126 ราย
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิกเพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ