ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > อาชญากรรม
  สนิมเนื้อใน ตท.10 เสียงแตกเป็น 4 กลุ่ม
โดย คม ชัด ลึก วัน อังคาร ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2549 06:48 น.
ปัจจัยสำคัญที่จะเป็นสิ่งชี้ชะตาว่า การชุมนุมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี จะดำเนินไปอย่าง "อหิงสา" หรือจบลงด้วยการ "นองเลือด" คือ การเคลื่อนไหว และจุดยืนของกองทัพว่า ท้ายที่สุดแล้วจะดำเนินการตามคำสั่งของผู้มีอำนาจ หรือเลือกที่จะเป็นทหารของประชาชน

ในห้วงเวลากว่า 1 เดือนที่ผ่านมา มีความเคลื่อนไหวจากฟากกองทัพหลายปรากฏการณ์ที่น่าจับตา เช่น การรวมพลของเตรียมทหารรุ่น 10 เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุม การสั่งถอนกำลังพล ปตอ. ออกจาก บก.ทบ. แล้วให้หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษเข้ามารักษาพื้นที่แทน เป็นต้น

แม้ปรากฏการณ์ดังกล่าวจะได้รับการปฏิเสธอย่างแข็งขันจากบรรดาผู้นำเหล่าทัพว่า คลื่นลมในกรมกองนั้นสงบราบเรียบดี ทว่า แต่ละฝ่ายต่างรู้แก่ใจกันดีว่ามี "คลื่นใต้น้ำ" ที่ก่อตัวอยู่เงียบๆ !?

เป็นที่รู้กันดีว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดคลื่นใต้น้ำเกิดจากการ "ล้วงลูก" แต่งตั้งโยกย้ายนายทหารในตำแหน่งหลัก และคนที่สมประโยชน์มากที่สุดย่อมหนีไม่พ้น "ตท.10" ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นของทักษิณนั่นเอง

ภาวะความไม่พอใจของเตรียมทหารรุ่นอื่น โดยเฉพาะรุ่นพี่ๆ ที่สะสมมานานเป็นสิ่งที่รู้กันดีในกองทัพ แต่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาที่ชัดเจนมากนัก กระทั่งมาถึงจุดที่ต้องมีการ "เลือกข้าง" รอยร้าวที่ซ่อนอยู่ก็เริ่มเผยรอยปริแยกออกมาทีละน้อย และเป็นความเคลื่อนไหวของ ตท.10 ที่สำแดงออกมาเด่นชัดที่สุด

เด่นชัดจนกระทั่ง ตท.6 ซึ่งล้วนแต่ดำรงตำแหน่ง "ผบ.เหล่าทัพ" ต้องจับตามองทุกฝีก้าว เนื่องเพราะ ตท.10 ส่วนใหญ่ แม้จะมาช้าไปหลายรุ่น แต่กลับขึ้นคุม "กำลังหลัก" แทบทุกกองทัพ !!!

ไล่เรียงให้เห็นกันชัดๆ เช่น พล.อ.พรชัย กรานเลิศ ผช.ผบ.ทบ.แกนนำคนสำคัญของรุ่นที่ถูกวางตัวให้ดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.สนธิ ที่จะเกษียณในปี 2550

โดยก่อนหน้านี้ก็แสดงพลังด้วยการระดม ตท.10 มาร่วมหาทางออกให้ทักษิณ โดยใช้กองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (พล.ปตอ.) เป็นสถานที่หารือพร้อมแกนนำคนอื่น เช่น พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต หน.ฝสธ.รมว.กห. พล.ท.จิรสิทธิ์ เกษะโกมล แม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.ศานิต พรหมาศ ผบ.พล.ม.2 รอ. พล.ต.พฤณฑ์ สุวรรณทัต ผบ.พล.1 รอ. พล.ต.ทวนชัย พันธ์เพิ่มศิริ รองเจ้ากรมทหารช่าง พล.ต.กิตติทัศน์ บำเหน็จพันธ์ เจ้ากรมสวัสดิการทหารบก พล.ร.ท.วัลลภ เกิดผล รองเสธ.ทร. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต เสธ.ทอ. พล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย ผอ.สำนักข่าวกรองแห่งชาติ พล.ต.อ.วงกต มณีรินทร์ ผช.ผบ.ตร.

ส่วนแกนนำคนอื่นๆ ก็ล้วนแต่คุมกำลังหลักในกรุงเทพฯ แทบทั้งสิ้น เช่น พล.ท.อนุพงษ์ เผ่าจินดา แม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.เรืองศักดิ์ ทองดี ผู้บัญชาการกองพลทหารปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (ผบ.พล.ปตอ.) พล.ต.ดุลกฤต รักเผ่า ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 1 (ผบ.พล.พัฒนาที่ 1)

ส่วนกองทัพเรือ ได้แก่ พล.ร.ท.สีวิชัย สิริสาลี ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน (ผบ.นย.) พล.ร.ต.ชัยวัฒน์ เอี่ยมสมุทร ผู้บัญชาการต่อสู้อากาศยาน และรักษาฝั่ง (ผบ.สอ/รฝ.)

ขณะที่ กองทัพอากาศ ซึ่งคุมกำลังหลักภาคพื้นดิน คือ พล.อ.ท.สุเมธ โพธิ์มณี ผู้บัญชาการอากาศโยธิน (ผบ.อย.)

กระนั้น หากพิศจากภายนอก แม้ ตท.10 จะดูเหนียวแน่น แต่เนื้อในกลับไม่ประสานสนิทดังคาด เพราะเหล่าเพื่อนร่วมรุ่นก็มีแนวคิดที่ค่อนข้างแตกต่างกันอยู่พอสมควร และสามารถจำแนกได้ 4 กลุ่ม ดังนี้

กลุ่มแรก มี พล.อ.พรชัย กรานเลิศ ผช.ผบ.ทบ.เป็นแกนนำสนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างเต็มที่ และมีแรงผลักจากเพื่อนพ้องหน่วยกำลังรบอยู่ห่างๆ โดยเฉพาะ พล.ต.เรืองศักดิ์ ทองดี ผู้บัญชาการกองพลปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน (ผบ.พล.ปตอ.) และ พล.ท.ฉัตรชัย ถาวรบุตร ผช.เสธ.ทบ.ฝขว.ซึ่งเคยอยู่หน้าห้อง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นกองหนุนช่วยอีกแรง

ส่วน พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ รองเสนาธิการทหาร เดิมมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน แต่ภายหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ โยก พล.อ.ทรงกิตติ ไปเป็นรองเสนาธิทหาร ทั้งๆ ที่เคยถูกวางตัวให้เป็น ผบ.ทบ.แต่กลับถูกเตะโด่งไปรอเติบโตในตำแหน่ง ผบ.สส.แทน ก่อนจะผลักดันให้ พล.อ.พรชัย ซึ่งถูกวางตัวให้เป็น ผบ.สส.กลับมาเข้าไลน์ "5 เสือ ทบ." เพื่อวางตัวเป็น ผบ.ทบ.คนต่อไป

กลุ่มที่สอง มี พล.ท.อภิชัย ทรงศิลป์ ปลัดบัญชี ทบ. ซึ่งควบคุมงบประมาณกองทัพก็สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ แบบไม่ค่อยออกนอกหน้า แต่ก็เคยไปให้กำลังใจครั้งโดนคดี "ซุกหุ้น (รอบแรก)"

สำหรับเส้นทางของ พล.ท.อภิชัย นั้น ต้องการจะอยู่หน่วยคุมกำลังรบ แต่เพราะออกจากหน่วยรบมานาน จึงถูกวางตัวให้มาดูแลด้านงบประมาณแทน

กลุ่มที่สาม คือ พล.ต.พฤณฑ์ สุวรรณทัต ผบ.กองพลทหารม้าที่ 1 รอ. ที่เคยออกมาเรียกร้องให้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล หยุดพฤติกรรม "ดึงฟ้าลงมาต่ำ"

พล.ต.พฤณฑ์ ถือเป็นนายทหารที่ "ตกรุ่น" มาอยู่ ตท.11 รุ่นเดียวกับ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ "เสธ.แดง" โดยมีเพื่อนร่วมกลุ่ม คือ พล.อ.ไตรรงค์ สุวรรณทัต พล.ต.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา รองแม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ต.ดุลกฤต รักเผ่า ผู้บัญชาการกองพลพัฒนาที่ 1 (ผบ.พล.พัฒนาที่ 1)

แต่ตอนหลังไม่ค่อยกินเส้นกันนัก เพราะเดิมที พล.ต.วิชญ์ จะก้าวขึ้นมาเป็น ผบ.พล.1 รอ.แต่กลับถูก พล.ต.พฤณฑ์ เบียดขึ้นมาแทน

กลุ่มสุดท้าย คือ พล.ท.อนุพงษ์ เผ่าจินดา แม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งมีแนวคิดค่อนข้างจะ "เอกเทศ" กว่าใครเพื่อน และยึดแนวทาง "ทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว" เป็นหลัก

พล.ท.อนุพงษ์ ถือเป็นอีกคนของรุ่นที่ถูกวางตัวให้ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. เพราะประวัติการรับราชการถือว่า "ครบเครื่อง" คนหนึ่งในกองทัพ

ส่วนเพื่อนร่วมกลุ่ม คือ พล.ท.จิรสิทธิ์ เกษะโกมล แม่ทัพน้อยที่ 1 และ พล.ต.ศานิต พรหมมาศ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ม.2 รอ.) คุมกำลังทั้งในกรุงเทพฯ และสระบุรี

จากกระแสความแตกต่างทางความคิดของคนในรุ่น จึงน่าสนใจยิ่งว่า จะมีผลต่อการเคลื่อนไหวในทางใดทางหนึ่งต่อฝ่ายผู้ชุมนุมมากน้อยเพียงใด

แม้ความแตกต่างทางความคิดย่อมเกิดขึ้นได้ในการปกครองระบอบประชาธิปไตย แต่การแตกแยกทางความความคิดที่เกิดขึ้นในกองทัพ ซึ่งตัวละครหลักแต่ละคนล้วนมี "กำลังพล" และ "อาวุธ" อยู่ในมือ จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งว่า เกมแห่งอำนาจครั้งนี้จะจบลงด้วย "สงคราม" หรือ "สันติภาพ" !?!?
 
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 
 
กรมปศุสัตว์พบเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีกอีกจุดที่หนองคาย
กทม. สั่งเขตป้อมปราบฯ ห้ามผู้ค้าโบ๊เบ๊ขายของในที่สาธารณะ
รองผบช.น. เผย มีหลักฐานเชื่อมโยงถึงผู้ต้องสงสัยวางบึ้มทั่วกรุง
กำหนดพื้นที่พบไข้หวัดนกเป็น รหัสสีแดง คุมเข้มทั้งรุก-รับ
ผู้ว่าฯกทม.ตั้งเป้า ในปีนี้ จะต้องไม่มีผู้เสียชีวิตด้วยโรคไข้หวัดนก
ก.แรงงาน วางแผนชะลอการอพยพประชาชนเข้า กทม.
ผลตรวจยาเลิฟโลชั่นไม่พบสารอันตราย แต่ไม่รับรองผล
กทม. เตรียมก่อตั้ง กอ.รมน. ในพื้นที่ �
จรัญ ยันดีเอสไอแค่ร่วมสังเกตการณ์คดีระเบิดกรุงไม่ได้จับผิด
สธ.ยันไทยยังไม่มีผู้ติดเชื้อหวัดนก ส่วนยอดเฝ้าระวังมี 126 ราย
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิกเพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ