Skip To Content

จับสมีนิกรมั่วนิ่ม! ห่มจีวรเข้ารพ.สงฆ์

โดย ข่าวสด วัน ศุกร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2550 07:49 น.

สมีแสบ- นายธรรมรัตน์ วงศ์ธรรมชู หรืออดีตพระนิกร ธัมมวาที ซึ่งถูกจับสึกจากคดีเสพเมถุน ยกมือไหว้พระครูไพบูลย์ ศาสนกิจ เจ้าคณะแขวงดุสิต หลังถูกจับกุมที่ร.พ.สงฆ์ เพราะแต่งกายเป็นพระเข้าไปขอรับการรักษา อ้างไปบวชใหม่ที่พม่า ตามข่าว

รวบสมีนิกร ยศคำจูแต่งกายเลียนพระ-ใช้หนังสือสุทธิตั้งแต่สมัยเป็นพระครูใบฎีกาใช้บริการตรวจโรคโรงพยาบาลสงฆ์ เจ้าหน้าที่ไหวตัวทันแจ้งคณะกรรมการโรงพยา บาลสงฆ์ร้องทุกข์ดำเนินคดี ด้านเจ้าตัวปัดวุ่นอ้างไม่เจตนาหลอกลวง พาพระภิกษุจากภูฏานมาตรวจโรค แล้วเกิดอาการหน้ามืดตามัวเลยขอใช้บริการบ้าง โวยเจ้าหน้าที่ไม่บอกก่อน แต่จู่ๆก็แจ้งตำรวจตอนมารับฟังผล ด้านตำรวจแจ้งข้อหาแต่งกายเลียนสงฆ์แล้วปล่อยตัวชั่วคราวและนัดส่งฟ้องวันหลัง

เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 13 ธ.ค. เจ้าหน้าที่ ร.พ.สงฆ์ ได้แจ้งมาที่สน.พญาไทว่ามีผู้แอบอ้างเป็นพระและแสดงเอกสารหนังสือสุทธิเพื่อขอรับบริการตรวจร่างกาย ขอให้ส่งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ หลังจากรับแจ้ง ส.ต.ท.สหภาพ โพธิ์ขาว ผบ.หมู่ ป.สน. พญาไท จึงรายงานให้พ.ต.ท.อำนาจ อินทรศวร รองผกก.ป.สน.พญาไท ทราบ และรุดไปตรวจสอบที่ห้องตรวจสุขภาพ บริเวณชั้นล่าง ตึกบรมราชชนนี โรงพยาบาลสงฆ์ ถ.ศรีอยุธยา แขวงพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพ พบพระภิกษุจากประเทศภูฏาน จำนวน 2 รูป ใกล้กันพบชายแต่งกายด้วยชุดสีน้ำตาลเข้ม ทราบชื่อต่อมาคือนายธรรมรัตน์ วงศ์ธรรมชู อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 101 หมู่ที่ 5 ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ พร้อมหนังสือสุทธิระบุชื่อพระครูใบฎีกานิกร ธัมมวาที วัดสันปง ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ออกให้เมื่อวันที่ 9 เม.ย.2516 ถึงวันที่ 9 ม.ค.2533 จึงได้เชิญตัวมาสอบสวนที่สน.พญาไท

นายธรรมรัตน์หรือดีตพระครูใบฎีกานิกร ให้การว่าตนมารับฟังผลการตรวจสุขภาพที่รพ.สงฆ์ หลังจากเข้ารับการตรวจสุขภาพ ตั้งแต่เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้เดินทางมาพร้อมด้วยพระภูฏาน 2 รูป ที่มีอาการปัสสาวะขัด หลังจากแพทย์ตรวจอาการของพระภิกษุจากประเทศภูฏานแล้ว ตนรู้สึกมีอาการตามัว เลยอยากตรวจหาเบาหวาน ตนจึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลไป และนั่งรอจากนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเชิญตัวมาที่สน.พญาไท

นายธรรมรัตน์เปิดเผยว่า หลังจากมีคดีความเมื่อปีพ.ศ.2533 คดีมีสัมพันธ์กับสีกา และศาลตัดสินจำคุก 5 เดือน จากนั้นมีการต่อสู้กันทางคดีกันในศาลถึง 10 ปี ต้องขึ้นศาลถึง 342 ครั้ง จนกระทั่งปี พ.ศ.2543 หลังจากนั้นตนก็แต่งกายนุ่งขาวห่มขาว ไปปฏิบัติธรรมอยู่ที่สำนักปฏิบัติธรรมพระธาตุดอยนางแล และต่อมาเมื่อปี 2548 ก็ได้ไปบวชที่วัดสายเมือง ประเทศพม่า ตรงข้ามชายแดนด้าน อ.แม่สาย จากนั้นก็เดินทางไปปฏิบัติธรรมที่ประเทศมาเลเซีย เนื่องจากมีสำนักปฏิบัติธรรมอยู่ 6 สาขา และออกไปเผยแพร่ธรรมะตามประเทศต่างๆถึง 38 ประเทศด้วยกันและเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาก็เดินทางเข้าประเทศไทย โดยไปพำนักที่บ้านลูกศิษย์คนหนึ่งย่านลาดกระบัง เมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้พาพระภิกษุจากประเทศภูฏานมาตรวจร่างกาย และใช้โอกาสเดียวกันนั้น กรอกรายละเอียดพร้อมทั้งยื่นใบสุทธิให้เจ้าหน้าที่ร.พ.เพื่อขอตรวจร่างกาย ซึ่งเจ้าหน้าที่ก็ไม่เห็นจะว่าอะไรถ้ามีปัญหาเรื่องมาก ตนคงไม่ทำแบบนี้ เห็นเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้ว่าอะไร และไม่คิดว่าจะมีปัญหา อย่างไรก็ตาม ตนพร้อมจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด เพราะไม่มีเจตนาหลอกลวง

ต่อมาเวลา 15.00 น.พระครูไพบูลย์ศาสนกิจ เจ้าคณะแขวงดุสิต วัดเบญจมบพิตร และคณะกรรมการโรงพยาบาลสงฆ์ ได้นำหนังสือมอบอำนาจจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลสงฆ์ เดินทางเข้าร้องทุกข์กับ ร.ต.ท.วิทยา วงศ์แก้ว พนักงานสอบสวน (สบ.1) สน.พญาไท เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายธรรมรัตน์ พร้อมทั้งได้กล่าวตักเตือนนายธรรมรัตน์ว่ารู้ตัวหรือเปล่าว่ามันผิดตั้งแต่ทีแรกรู้ตัวหรือเปล่า ผิดตั้งแต่ไปกรอกแบบฟอร์มแล้วว่าชื่อเป็นพระครูใบฎีกานิกร บวชมา 31 พรรษา ซึ่งเป็นการหลอกหลวง

ทางร.พ.สงฆ์มอบอำนาจมาให้กล่าวโทษ เป็นผู้ร้องทุกข์ ซึ่งเรื่องคดีความคงจะต้องให้เจ้าหน้าที่เป็น ผู้ตัดสินและท่านก็สิ้นสุดความเป็นพระตั้งนานแล้ว ซึ่งร.พ.สงฆ์ รักษาเฉพาะพระภิกษุและสามเณรเท่านั้น และทางร.พ. ก็คิดว่าคุณนิกรเป็นพระอยู่ ซึ่งท่านก็มีคดีอยู่ท่านย่อมรู้แก่ใจ อย่าทำอะไรให้มันเสื่อมเสียศาสนาอีกเลย อย่าเห็นเป็นเรื่องเล็ก เพราะข่าวคุณมันใหญ่ ช่วยกันทะนุบำรุงศาสนาดีกว่า พระไพบูลย์ศาสนกิจกล่าวตักเตือนนายธรรมรัตน์หรืออดีตพระครูใบฎีกานิกร

ทางด้านนายนิกร ได้พนมมือไหว้พระครูไพบูลย์ศาสนกิจ พร้อมทั้งกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ร.พ.น่าที่จะบอกตนตั้งแต่ต้น ไม่น่าทำให้มีปัญหาเลย พระครูไพบูลย์ศาสนกิจ ยังตักเตือนนายนิกรต่อว่า คุณยังมาเถียงอีกหรือ

จากนั้น ทางพระครูไพบูลย์ศาสนกิจ ได้นำหนังสือมอบอำนาจจากร.พ.สงฆ์ ให้ร.ต.ท.วิทยา วงศ์แก้ว พงส.สบ.1 สน.พญาไท ดำเนินคดีข้อหาแต่งกายหรือใช้เครื่องหมายที่แสดงว่าเป็นพระภิกษุ สามเณรหรือนักบวช ในศาสนาใดโดยมิชอบ เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนเป็นบุคคลเช่นนั้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ ตามมาตรา 208 กม.(ป.อาญา)

พนักงานสอบสวนจึงสอบปากคำก่อนจะปล่อยตัวชั่วคราว และนัดมานำตัวขึ้นศาลในภายหลัง

ด้านร.ต.ท.วิทยา กล่าวว่า หลังสอบปากคำนายธรรมรัตน์แล้วชั้นพนักงานสอบสวนได้ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่มีเจตนาที่จะแอบอ้างว่าเป็นพระ หลังสอบสวนเสร็จสิ้น จึงได้ปล่อยตัวชั่วคราวและวันศุกร์ที่ 14 ธ.ค. เวลา 09.00 น. นัดให้มาพบพนักงานสอบสวนเพื่อนำตัวส่งฟ้องยังศาลแขวงดุสิตต่อไป

สำหรับอดีตพระครูใบฎีกานิกร ธัมมวาที หรือยศคำจู หรือนายธรรมรัตน์ วงศ์ธรรมชู ในปัจจุบัน เป็นอดีตพระนักเทศน์ชื่อดังของล้านนา ที่มีข่าวอื้อฉาวกับนางอรปวีณา บุตรขุนทอง จนฝ่ายหญิงตั้งท้อง แต่พระนิกรพยายามตอบโต้ข่าวว่ามีผู้อิจฉาชื่อเสียง อีกทั้งบรรดาลูกศิษย์ก็พยายามหาหนทางตอบโต้ข้อกล่าวหาว่าเป็นการกลั่นแกล้ง สุดท้ายก็ต้องจำนนด้วยหลักฐาน ตั้งแต่จดหมายรัก ภาพถ่าย จนถูกดำเนินคดีทั้งศาลยุติธรรมและศาลสงฆ์ ซึ่งศาลสงฆ์ มีมติระบุความผิดพระนิกรว่าต้องอาบัติปฐมปาราชิก เสพเมถุนกับอิสตรี ขาดจากความเป็นพระ ส่วนคดีทางโลกนายนิกรถูกจำคุกที่เรือนจำลาดยาว 5 เดือน

หน้า 1

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
HP Printer
  • เรื่องที่เกี่ยวข้อง
  • ข่าวอื่น ๆ คลิปข่าวเด็ด Live Tv
    newsปืนฟาดหัว นอภ.เลือดอาบกระชากสร้อยหนี
    newsแก๊งค้ามนุษย์
    newsล่อซื้อสัตว์ป่าสงวนของกลางเพียบ
    newsรวบเจ้ามือพนันบอลยูโร
    newsจับแก๊งโจ๋ยิงส.ต.ท.ดับ รวบสาวรวมก๊วนค้ายา
    newsโดนซิว
    tvASTV1
    tvDMC
    tvMVTV1
    tvMVTV2
    tvMVTV3
    tvNation
    tvสทท.11
    tvMCOT
    กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>