Skip To Content

10ข่าวสิ่งแวดล้อมปี50

โดย ข่าวสด วัน พุธ ที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2551 04:17 น.

อาลัยนักต่อสู้เพื่อคนจน

วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์

ท้ายปี 2550 เกิดข่าวเศร้าต่อขบวนการต่อสู้ภาคประชาชน เมื่อ น.ส.วนิดา ตันติวิทยาพิทักษ์ หรือ มด ที่ปรึกษาสมัชชาคนจน เสียชีวิตอย่างสงบในวันที่ 6 ธ.ค. หลังต่อสู้กับโรคมะเร็งมานานกวา 3 ปี ในวัย 52 ปี

ขณะเรียนอยู่ชั้น ม.ศ.5 ร่วมเดินขบวนในเหตุการณ์ 14 ตุลา 2516 หลังจากนั้นเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์ เข้าร่วมวงดนตรี กรรมาชน ซึ่งถือเป็นแนวรบด้านวัฒนธรรมรูปแบบหนึ่ง ในขบวนการต่อสู้เพื่อประชาชนของนักศึกษา

ก่อนเกิดเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ร่วมต่อสู้เรียกร้องร่วมกับคนงานโรงงานฮาร่า ที่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุน กระทั่งผ่านเหตุการณ์ 6 ตุลา ต้องพักการเรียนหลบไปอยู่ในเขตป่าเขตภาคใต้

หลังออกจากป่าก็เริ่มทำงานในองค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอ เข้าร่วมรณรงค์กับขบวนการสันติภาพต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์ ร่วมขบวนการเชื่อมสันติภาพไทย-ลาว ก่อนจะมาเอาจริงจังในปี 2533 กับโครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ

งานชิ้นแรกคือให้ความรู้เชิงวิชาการกับประชาชน ในการคัดค้านการสร้างเขื่อนแก่งกรุง จ.สุราษฎร์ธานี เขื่อนแก่งเสือเต้น จ.แพร่ มาถึงการร่วมกับชาวบ้านต่อสู้อย่างยาวนาน ในการคัดค้านการสร้างเขื่อนปากมูล จ.อุบลราชธานี เขื่อนห้วยละห้า เขื่อนราษีไศล จ.ศรีสะเกษ

และเป็นผู้มีบทบาทก่อตั้งสมัชชาคนจน ร่วมกับองค์กรชาวบ้านทั่วประเทศ

เป็นนักต่อสู้ที่ยืนหยัดเคียงข้างการเคลื่อนไหวของประชาชนมายาวนาน กระทั่งล้มป่วยด้วยโรคมะเร็งตั้งแต่ปี 2547 ก่อนจะจากโลกนี้ไปอย่างสงบ เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 ธ.ค.2550

ศาลยกฟ้องชาวจะนะ

คดีต้านท่อก๊าซไทย-มาเลย์

เป็นชัยชนะอีกยกของชาวบ้านจะนะ จ.สงขลา ในวันที่ 15 ก.พ. เมื่อศาลจังหวัดสงขลามีคำพิพากษายกฟ้อง นายสุไลมาน หมัดยูโซ๊ะ ตัวแทนชาวบ้านเครื่องข่ายคัดค้านโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ไทย-มาเลเซีย และพวกรวม 12 คน

ชนวนเหตุในคดีนี้ สืบเนื่องจาก 5 ปีก่อน ในวันที่ 20 ธ.ค.2550 มีการประชุม ครม.ของไทยกับครม.มาเลเซีย ที่โรงแรมเจบีหาดใหญ่ จ.สงขลา ทางกลุ่มชาวบ้านชุมนุมประท้วง และยื่นหนังสือคัดค้านการก่อสร้างท่อก๊าซ แล้วถูกตำรวจสลายการชุมนุมที่หน้าโรงแรม พร้อมทั้งจับกุมชาวบ้านดำเนินคดี

คดีขึ้นสู่การพิจารณาคดีของศาล กระทั่งมีคำพิพากษาให้ยกฟ้อง โดยศาลระบุว่า การชุมนุมของชาวบ้านอยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญปี 2540 และฝ่ายเจ้าพนักงานไม่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องก่อนจะสลายการชุมนุม

แม้ชาวบ้านจะพ้นผิดจากคดีนี้ แต่โครงการอื้อฉาวก็ยังคงเดินหน้าต่อไป ทั้งที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชาวบ้าน อีกทั้งยังมีความไม่ชัดเจนในจุดที่ตั้งของโครงการ ว่าทับพื้นที่สาธารณประโยชน์ที่ชาวบ้านอาศัยทำกินมาช้านานหรือไม่

นายบรรจง นะแส ผู้อำนวยการโครงการจัดการทรัพยากรชายฝั่งภาคใต้ หนึ่งในแกนนำคัดค้าน และชาวบ้าน เรียกร้องให้รัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ตรวจสอบโครงการอย่างจริงจังอีกครั้ง เพราะรัฐบาลชุดก่อนลงนามในสัญญาณโครงการนี้ ก่อให้ประเทศชาติเสียเปรียบ และความแตกแยกในชุมชน

มือบุกยิงนักอนุรักษ์

ป่าคลองชะอุ่น-สุราษฎร์ฯ

ชีวิตของนักอนุรักษ์ที่ต้องต่อสู้ เพื่อรักษาไว้ซึ่งธรรมชาติสำหรับลูกหลานในอนาคต ยังต้องถูกคุกคามจากบรรดานายทุนและกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง

นายสอด สุดนาค แกนนำสำคัญของเครือข่ายอนุรักษ์ในพื้นที่ อ.พนม จ.สุราษฎร์ธานี นักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติดีเด่น เจ้าของรางวัลลูกโลกสีเขียว ประจำปี 2549 ประธานเครือข่ายอนุรักษ์ป่าและต้นน้ำ จ.สุราษฎร์ธานี ที่ปรึกษาเครือข่ายอนุรักษ์ป่าต้นน้ำคลองชะอุ่น ถูกคนร้ายลอบยิงบาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา

สาเหตุเนื่องมาจากการที่นายสอดนำชาวบ้านเข้าตรวจสอบ กลุ่มนายทุนลักลอบทำสวนปาล์มน้ำมันในที่ดินราชพัสดุ ทั้งที่หมดสัญญาเช่าไปนานแล้ว ในพื้นที่ จ.กระบี่ และจ.สุราษฎร์ธานี เมื่อปี 2547 จนกระทั่งรัฐบาลเรียกพื้นที่ดังกล่าวคืนเพื่อจัดสรรให้ชาวบ้านไร้ที่ทำกิน ทำให้นายทุนฟ้องนายสอดและพวกในข้อหาบุกรุกและลักทรัพย์

หลังจากนั้นศาลจังหวัดกระบี่พิพากษายกฟ้องในวันที่ 7 มี.ค. แต่ให้หลังเพียง 2 สัปดาห์ นายสอดก็จะถูกยิง และจนถึงปัจจุบันตำรวจยังไม่สามารถจับกุมมือปืนและผู้บงการมาลงโทษได้ ไม่ต่างจากคดียิงฆ่านักอนุรักษ์อีกหลายคน ที่แทบไม่เคยจับผู้อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้

ปิดฉากองค์กรอนุรักษ์ดัง

มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าฯ

ข่าวที่สะท้านวงการนักอนุรักษ์ธรรมชาติของไทยอย่างมากในปี 2550 หนีไม่พ้นการปิดตัวของ มูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ หลังจากเป็นองค์กรผู้นำด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติมากว่า 20 ปี จนเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศ

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งของผู้บริหาร เมื่อ นายพิสิษฐ์ ณ พัทลุง ประธานมูลนิธิ สั่งปลดนายสุรพล ดวงแข เลขาธิการมูลนิธิ เมื่อต้นเดือนพ.ค. ให้เหตุผลว่า เกิดความผิดผลาดในการบริหารงาน ทำให้ไม่มีเงินทุนพอที่จะดำเนินการต่อไปได้

เหตุการณ์นี้เกิดกระแสต่อต้านเป็นอย่างมาก เนื่องจากนายสุรพลเป็นที่ยอมรับในวงกว้างว่า เป็นผู้ที่ทุ่มเทแรงกายและใจให้งานอนุรักษ์อย่างเต็มที่ตลอดมา

ต่างกับนายพิสิษฐ์ ที่เป็นที่ปรึกษาบริษัท สยามโอเชียนเวิลด์ จำกัด อะควาเรียมขนาดใหญ่ในศูนย์การค้าสยามพารากอน เปิดขายอาหารและเครื่องดื่ม ชื่อ เพื่อนเดรัจฉาน สภาพในร้านคล้ายสวนสัตว์ขนาดย่อม

แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากวงการนักอนุรักษ์ ให้นายพิสิษฐ์ลาออกจากตำแหน่งประธานมูลนิธิ แต่นายพิสิษฐ์ยืนยันที่จะอยู่ในตำแหน่งต่อไป ก่อนแจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการมูลนิธิ ประกาศยุติการดำเนินงานชั่วคราว โดยไม่มีกำหนดตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป พร้อมทั้งประกาศเลิกจ้างเจ้าหน้าที่และพนักงานทุกคนตั้งแต่วันที่ 27 ก.ค.

เป็นการปิดฉากขององค์กรอนุรักษ์ที่รู้จักกันแทบทั่วประเทศอย่างสิ้นเชิง

ระยองปิดถนนฮือต้าน

โรงไฟฟ้าถ่านหิน

เช้าวันที่ 4 ก.ย. ชาวระยองกว่า 5,000 คน ชุมนุมที่ริมถนนสุขุมวิท หมู่ 5 ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง ตรงข้ามบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ประท้วงต้านโรงไฟฟ้าพลังถ่านหิน ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการยื่นซองประมูล ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ หรือเรียกว่า ไอพีพี

แม้โรงไฟฟ้าพลังถ่านหินแห่งนี้ จะก่อสร้างในพื้นที่ของบริษัทไออาร์พีซี ห่างตัวเมืองระยองเพียง 6 กิโลเมตร แต่โรงไฟฟ้าถ่านหินจะก่อให้เกิดมลพิษมหาศาล

การชุมนุมลุกลามจนถึงขั้นปิดถนนสายระยอง-จันทบุรี ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 225-226 โดยเรียกร้องให้นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ รมว.พลังงาน หรือผู้เกี่ยวข้องมาเจรจากับตัวแทนชาวบ้านเพื่อคลี่คลายปัญหา พร้อมทั้งขอเจรจากับผู้บริหารบริษัทให้ลงนามไม่ก่อสร้าง แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง

กลุ่มผู้ชุมนุมจึงยืนยันปิดถนนต่อไปจนกว่าจะได้ข้อสรุปตามที่เรียกร้อง กระทั่งยินยอมยกเลิกการชุมนุมปิดถนนในคืนวันที่ 5 ก.ย. ภายหลังกระทรวงพลังงานออกมายืนยันว่า ยังไม่มีการอนุญาตโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งนี้ ขณะที่ผวจ.ระยอง อาสารับข้อเสนอไปประสานกับผู้บริหารของไออาร์พีซี

ก่อนรวมตัวกว่า 1,000 คน เดินทางไปยื่นหนังสือคัดค้านต่อ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 11 ก.ย. มีปลัดกระทรวงพลังงานรับหนังสือ และรับปากว่าจะไม่ดำเนินการต่อ

แม้จบลงความพึงพอใจของชาวบ้าน แต่ต้องจับตาต่อไปว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง จะเอาอย่างไรกับโครงการนี้

ร้องสวนสัตว์พาต้า

คิงคองซึม-เพนกวินขนร่วง

สวนสัตว์ของห้างสรรพสินค้าพาต้า สาขาปิ่นเกล้า เป็นสวนสัตว์เอกชนที่เปิดให้บริการมานานกว่า 20 ปี ภายในสวนสัตว์มีสัตว์แปลกและหายากจากต่างประเทศ

แต่เมื่อต้นเดือน ต.ค. มีผู้ที่เข้าไปชมสวนสัตว์ร้องเรียนว่า กอริลลา หรือคิงคอง เพศเมีย อายุประมาณ 20 ปี เป็นคิงคองตัวเดียวในประเทศไทย อยู่ในสภาพที่หงอยเหงา เนื่องจากถูกเลี้ยงในสถานที่คับแคบเป็นเวลานาน

รวมไปถึงนกเพนกวินที่ขนหลุดร่วง และเสื้อโคร่งที่ผอมโซ ไร้การดูแลที่ไม่ดีพอ

ต่อมาทางกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ในวันที่ 8 ต.ค.

ในการตรวจสอบมีเจ้าหน้าที่สวนสัตว์ของห้างพาชม โดยอ้างว่า สัตว์ทุกชนิดอยู่ในสภาพปกติ ทั้งการเลี้ยงดูและสถานที่ โดยคิงคองอยู่ในกรงควบคุมอุณหภูมิจำลองบรรยากาศธรรมชาติ มีอาการร่าเริง แต่ก็ซึมเศร้าเป็นบางครั้ง

ส่วนนกเพนกวินพันธุ์ร็อกฮอปเปอร์ และพันธุ์ฮัมโบลดท์ 2 ตัว ที่อ้างว่าขนร่วงนั้น ทางห้างระบุว่าสาเหตุที่ขนร่วงเพราะนกเพนกวินอยู่ในช่วงผลัดขนตามธรรมชาติ ด้านเสือโคร่งที่ผอมโซ่

อย่างไรก็ตามคณะผู้ตรวจสอบเร่งรัดกับทางสวนสัตว์ ให้ปรับปรุงสถานที่และสวัสดิภาพของสัตว์ ทุกวันนี้สวนสัตว์พาต้ายังคงเปิดให้บริการตามปกติ

สลดช้างป่า 6 ตัว

สุมหัวตายกลางป่าจันท์

ในวันที่ 25 ต.ค. เกิดเหตุการณ์สลดกับช้างป่าไทย เมื่อชาวบ้านที่บ้านคลองพลู หมู่ 4 ต.บ่อเวฬุ อ.ขลุง จ.จันทบุรี ได้ยินเสียงช้างร้องโหยหวนดังมาจากเทือกเขาป่าเครือหวาย ในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเครือหวายเฉลิมพระเกียรติ รอยเขตติดต่อระหว่าง จ.จันทบุรี กับ จ.ตราด

จากนั้นจึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาเครือหวายฯ และสัตวแพทย์ประจำกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เข้าตรวจสอบ

ปรากฏว่าพบซากช้างป่า 6 ตัว ตายในลักษณะเอาหัวชนกัน แล้วสุมหัวนอนตายรวมกันอยู่บริเวณด่านช้าง แทบไม่ต่างจากสุสานช้าง ซึ่งเป็นพฤติกรรมของช้างเมื่อรู้ตัวว่าใกล้ตายก็จะมายังสถานที่ดังกล่าว

จากการตรวจสอบซากคาดว่าน่าจะตายมานาน 2 เดือนแล้ว โดยช้างที่ตายมีอายุสูงสุด 40 ปี รองลงมา 30 ปี และอีก 4 ตัว มีอายุประมาณ 10 ปี

ด้านเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากโรคระบาดในพื้นที่ หรืออาหารเป็นพิษ ที่เกิดจากสารเคมีของชาวบ้านที่อยู่รอบเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เนื่องจากช้างฝูงนี้เคยมาบุกรุกกินอาหารในพื้นที่ 2-3 หมู่บ้าน ในช่วงเดือนต.ค.ถึงเดือนธ.ค.ของทุกปี

ปัญหาภาวะโลกร้อน

พ่นพิษปะการังไทยตาย

โลกร้อน ปัญหาฮิตที่กำลังตื่นตระหนกกันไปทั้งโลก เนื่องมาจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศจำนวนมาก ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก ส่งผลให้อุณหภูมิสูงขึ้น น้ำแข็งจากขั้วโลกละลาย น้ำทะเลสูงขึ้น และอีกหลายภัยธรรมชาติที่เกิดประดังกันในหลายประเทศ

ประเทศไทยเองย่อมหนีไม่พ้นปัญหานี้ นอกจากน้ำท่วมที่เกิดซ้ำซากทุกปี และจะยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นในปีต่อๆ ยังเกิดปรากฏการณ์ทางทะเล

เมื่อนักวิทยาศาสตร์ทางทะเล ลงไปเก็บข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์ทะเล ที่หมู่เกาะลันตา จ.กระบี่ ในวันที่ 1 พ.ย. พบว่ากลุ่มปะการังอ่อนที่เกาะโขดหิน ได้รับผลกระทบจากกระแสน้ำเย็นที่เกิดจากภาวะโลกร้อน ทำให้ปะการังตายและเสียหายเกือบทั้งหมด

โดยเฉพาะบริเวณเกาะห้าใหญ่ หินม่วงหินแดง ไปจนถึงเกาะรอก เกาะตะรุเตา เป็นระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร ทำให้ปลาชนิดต่างๆ ลดลงไปเป็นจำนวนมาก โดยเมื่อวัดอุณภูมิในทะเลอันดามัน ปกติจะอยู่ที่ 26 องศาเซลเซียส พบว่าบางช่วงมีอุณภูมิเหลือเพียง 15 องศาเซลเซียส

นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบที่หมู่เกาะสิมิลัน จ.พังงา พบว่ามีมวลน้ำจากทะเลลึกข้างนอกเข้ามาในทะเลอันดามัน ทำให้น้ำทะเลที่ความลึก 20 เมตรลงไปเย็นกว่าปกติ รวมทั้งมีค่าอ๊อกซิเจนละลายน้ำต่ำกว่าปกติ

ก่อนหน้านี้ประเทศไทยก็ประสบปัญหาเนื่องจากสภาวะโลกร้อน เมื่อพบว่าการทำนาปรังประสบปัญหา เนื่องจากอุณภูมิที่สูงขึ้น ทำให้ข้าวผสมพันธุ์ไม่ติดกลายเป็นหมัน และปัญหาด้านสาธารณสุข เช่น เชื้อโรคระบาดต่างๆ อย่าง มาเลเรีย และอหิวาตกโรค

ในปี 2551 ภาวะโลกร้อน จะยิ่งทวีปัญหามากขึ้นไปอีก ไทยเองก็หนีไม่พ้น

ห้ามเลี้ยงปลาซักเกอร์

กินดะ-สุดอันตราย

ในวันที่ 28 พ.ย. นักวิชาการประมงของกรมประมง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สั่งห้ามนำเข้าปลาซักเกอร์ แคชฟิช หรือ ปลากดเกราะ หรือปลาเทศบาล ที่ผู้นำนิยมเลี้ยงปลาตู้ มักจะเลี้ยงเจ้าปลาซักเกอร์ไว้สำหรับทำความสะอาดน้ำในตู้ เนื่องจากปลาชนิดนี้จะดูดทุกสิ่งทุกอย่าง

แต่ในทางกลับกัน มีผู้นำปลาซักเกอร์ปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ส่งผลให้มันแพร่พันธุ์อย่างรวดเร็ว เพราะดูดกินทุกอย่างที่ขวางหน้า

ทางกรมประมงจึงต้องออกโรงเตือนบรรดาผู้เลี้ยงไม่ให้ปล่อยปลาซักเกอร์ลงในแหล่งน้ำสาธารณะ เพราะเป็นตัวทำลายไข่ปลาท้องถิ่นของไทย ตลอดจนพืชพันธุ์ชนิดอื่นในแหล่งน้ำเดียวกัน และยังส่งผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพในแหล่งน้ำของไทย

ถึงกับระบุว่า มีอันตรายสูงใกล้เคียงกับหอยเชอรี่ เนื่องจากปลาซักเกอร์ดูดทุกสิ่งทุกอย่างกิน แพร่พันธุ์ง่ายและรวดเร็ว ตายยาก ชอบกินของบนหน้าดินรวมทั้งไข่ปลา พบแพร่พันธุ์ในแหล่งน้ำธรรมชาติในประเทศไทย โดยเฉพาะแหล่งน้ำเกือบทุกแหล่งในภาคกลางเรื่อยไปจนถึงแหล่งน้ำภาคเหนือ

ทั้งยังเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว สาเหตุจากประชาชนซื้อมาเลี้ยงในตู้ปลาเพื่อทำความสะอาดกระจกตู้ปลา แต่เมื่อตัวโตเป็นฟุตจะนำไปปล่อยลงแหล่งน้ำทั่วไป โดยไม่ทราบว่าจะเกิดปัญหาตามมา

แต่ปัญหาคือยังคงมีพ่อค้าเพาะพันธุ์ขาย และมีบางส่วนนำไปขายหน้าวัดสำหรับปล่อย เพราะเชื่อว่าเป็นปลาราหูใช้สะเดาะเคราะห์กรรมได้ โดยกรมประมงคาดจำนวนปลาซักเกอร์มีมากหลายล้านตัว จึงออกเตือนผู้เลี้ยงซ้ำหากเลิกเลี้ยงขอให้กำจัด พร้อมทั้งหาทางควบคุม และกำจัดปลาซักเกอร์จากแหล่งน้ำในประเทศไทย

ต้านโรงงานถลุงเหล็ก

ตีชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์

โครงการก่อสร้างโรงงานถลุงเหล็กในพื้นที่ ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นหนึ่งในโครงการที่ถูกต่อต้านจากชาวบ้านในพื้นที่ เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อมของชุมชนไว้ เนื่องจากโรงงานถลุงเหล็กจะกินพื้นที่ของป่าพรุแม่รำพึง เป็นพื้นที่ชุมน้ำ ชาวบ้านใช้ประโยชน์มานานหลายชั่วคน

ในช่วงแรกชาวบ้านผู้คัดค้าน ในนามของกลุ่มอนุรักษ์แม่รำพึง และเครือข่าย จนผู้ดูแลพื้นที่ คือ อบต.แม่รำพึง ยอมยกเลิกการอนุมัติให้ถมดิน บริเวณจุดก่อสร้างโครงการในพื้นที่ป่าพรุ ดูเหมือนว่าการต่อสู้ของชาวบ้านคืบหน้าไปด้วยดี

แต่แล้วในวันที่ 19 ธ.ค. ทางสภาอบต.แม่รำพึง กลับมีมติให้ถมดินในพื้นที่ป่าพรุ เปิดทางสะดวกให้โครงการอื้อฉาว ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ตัวแทนชาวบ้านกลุ่มอนรักษ์แม่รำพึง ที่เดินทางไปฟังผลการตัดสินใจของอบต. กลับถูกกลุ่มชายฉกรรจ์สวมเสื้อแดงกว่า 100 คน ที่สนับสนุนโครงการรรุมทำร้ายด้วยมีดและไม้ จนชาวบ้านบาดเจ็บไปตามๆ กัน

แม้จะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐเฝ้ารักษาความสงบอยู่ก็ตาม แต่ก็ปล่อยให้ถูกทำร้ายโดยไม่ช่วยเหลือ หรือระงับเหตุแต่อย่างใด

จากเหตุการณ์ในวันนี้ ส่งผลให้สถานการณ์ในพื้นที่ตึงเครียดขึ้นมาทันที เนื่องจากชาวบ้านยังคงยืนกรานในอุดมการณ์ ปกปักรักษาป่าพรุมรดกทางธรรมชาติของพวกเขา ขณะที่ม็อบเสื้อแดงก็รายล้อมนอกป่าพรุ เพื่อเตรียมเข้ารื้อถอนศูนย์เฝ้าระวังของชาวบ้าน

สามารถเกิดเหตุเผชิญหน้าได้ทุกเมื่อ โดยที่ทางจังหวัดยังนิ่งเฉยต่อปัญหาจนถึงขณะนี้

หน้า 2

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
HP Printer
  • เรื่องที่เกี่ยวข้อง
  • ข่าวอื่น ๆ คลิปข่าวเด็ด Live Tv
    newsปืนฟาดหัว นอภ.เลือดอาบกระชากสร้อยหนี
    newsแก๊งค้ามนุษย์
    newsล่อซื้อสัตว์ป่าสงวนของกลางเพียบ
    newsรวบเจ้ามือพนันบอลยูโร
    newsจับแก๊งโจ๋ยิงส.ต.ท.ดับ รวบสาวรวมก๊วนค้ายา
    newsโดนซิว
    tvASTV1
    tvDMC
    tvMVTV1
    tvMVTV2
    tvMVTV3
    tvNation
    tvสทท.11
    tvMCOT
    กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>