ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > อาชญากรรม
  ปีใหม่วันแรก ตาย41เจ็บ540
โดย ข่าวสด วัน เสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2549 08:16 น.
นร.สาวซิ่งชนต้นไม้ รถขาด2ท่อน-ดับ1

สองท่อน- กลุ่มน.ร.ชาย-หญิง ร.ร.ปราจีนกัลยาณี อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ซิ่งเก๋งไปงานกีฬาสีของโรงเรียน เกิดอุบัติเหตุสุนัขวิ่งตัดหน้า เสียหลักฟาดต้นไม้รถขาดสองท่อน น.ส.โนนฐิตา สิงห์ทน นักเรียน ม.6 คนขับคอหักเสียชีวิต เจ็บสาหัส 3

ปีใหม่เลือด 7 วันอันตราย สรุปวันแรกเกิดอุบัติเหตุ 497 ราย ตาย 41 เจ็บอีก 540 ราย สาเหตุอันดับหนึ่งคือเมา ขับเร็วเกินกำหนด ตัดหน้า อยุธยา-นครปฐมขึ้นนำวันแรก 4 ราย ตามมาด้วยเมืองคอน สกลนคร จังหวัดละ 3 ศพ ปราจีนบุรีประเดิมนักเรียนซิ่งเก๋งไปเชียร์ลีดเดอร์ หลบสุนัขลงข้างทางชนต้นไม้รถขาด 2 ท่อน ตายคาที่ 1 สาหัสอีก 3 ราย แม่ร่ำไห้ปิ่มขาดใจที่สูญเสียลูกสาว ทั้งที่สอบเอ็นทรานซ์ติดที่ม.แม่ฟ้าหลวง ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งหมดล้วนสอบติดเอ็นทรานซ์กันทั้งนั้น

มหาดไทยแถลงตาย 41 เจ็บ 540

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 ธ.ค. ที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายบัญญัติ จันทน์เสนะ รมช.มหาดไทย ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน แถลงสถิติผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ จากอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ว่า เพียงวันที่ 28 ธ.ค. เพียงวันเดียว มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 497 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 41 คน บาดเจ็บ 540 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเมาสุรา รองลงมาคือ ขับรถเร็วเกินกำหนด และขับรถตัดหน้ากระชั้นชิด โดยยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ รถจักรยานยนต์ รองลงมาคือ ปิคอัพ และรถเก๋ง อุบัติเหตุส่วนใหญ่เกิดในช่วงทางตรงของถนนนอกเขตทางหลวงแผ่นดิน และช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด คือเวลา 19.01-20.00 น.

นายบัญญัติกล่าวว่า สำหรับจังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสูงสุด ได้แก่พระนครศรีอยุธยา จำนวน 4 คน รองลงมาคือ นครศรีธรรมราช และสกลนคร จังหวัดละ 3 คน ส่วนจังหวัดที่ยังไม่มีผู้เสียชีวิตมีจำนวน 50 จังหวัด และจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ สงขลา จำนวน 19 ครั้ง รองลงมาคือ ชลบุรี กรุงเทพฯ เชียงราย และลำปาง ส่วนจังหวัดที่ยังไม่มีการเกิดอุบัติเหตุมี 3 จังหวัด ได้แก่ ปราจีนบุรี ยโสธร และแม่ฮ่องสอน ทั้งนี้ ได้สั่งการให้เข้มงวดตรวจจับผู้ขับขี่ที่ขับรถเร็วเกินกำหนด ไม่สวมหมวกนิรภัย และการตรวจวัดแอลกอฮอล์ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเร่งตรวจสอบเส้นทางที่เป็นจุดเสี่ยงและให้สื่อท้องถิ่นประชาสัมพันธ์ย้ำเตือนผู้ใช้รถใช้ถนนให้ปฏิบัติตามกฎจราจร และมาตรการ 3 ม 2 ข 1 ร อย่างเคร่งครัด

เมืองกรุงเก่าตายแล้ว 4 ศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งถือเป็นจังหวัดศูนย์กลางด้านการคมนาคมทางบก ด้วยมีถนนสายหลักที่เชื่อมต่อเดินทางไปได้ทั่วประเทศ อีกทั้งเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญของประเทศไทย ซึ่งช่วง 7 วันอันตราย หรือระหว่างวันที่ 28 ธ.ค.49-3 ม.ค.50 พบว่าเพียงช่วงแรกที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เกิดอุบัติเหตุบนถนนเสียชีวิตไปแล้วเป็นชาย 4 ศพ

ประกอบด้วย เขตอำเภอเสนา มีอุบัติเหตุ 2 ราย ที่ถนนสายอยุธยา-เสนา เสียชีวิต 3 ศพประกอบด้วย นายโกเมนทร์ ฆารเลิศ, นายกอง โทเล และนายหิรัญ นิยมรัฐ และที่อำเภอบางปะอิน พบเด็กชายอัมรินทร์ อภัญญา อายุ 14 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์เฉี่ยวชนกันกับรถบัสรับส่งคนงานจนเสียชีวิตที่ถนนสายเอเซีย หลักก.ม.61 นอกจากนี้ทั้งจังหวัดยังพบยอดผู้บาดเจ็บจำนวนมากกว่า 30 ราย ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุเกิดจากการเมาสุรา และบางรายขับรถด้วยความประมาท

ขณะที่ล่าสุด 3 สาวจากเชียงใหม่ขับรถเก๋งฮอนด้าแจ๊ซ หนีหนาวจากเมืองเหนือลงมาเที่ยวกรุงเทพฯฉลองปีใหม่ และขับรถด้วยความเร็วสูงได้เกิดอุบัติเหตุชนท้ายรถกระบะ ที่บริเวณถนนสายเอเซียขาข้ากรุงเทพฯ หลัก ก.ม.66 เขตตำบลบ้านกรด อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จนรถพังยับเยิน และทั้งหมดมีอาการบาดเจ็บสาหัสถูกนำส่งร.พ. ประกอบด้วยน.ส.กิ่งกาญจน์ อินตากาศ, น.ส.รัตนา เสนางาม, น.ส.จิตราการ จุลพงศ์

ทั้งนี้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา คาดหมายว่าตลอดช่วง 7 อันตราย จะต้องมีอุบัติเหตุไม่เกิน 8 ราย โดยทางตำรวจและจังหวัดได้เร่งรณรงค์ให้ขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัย ด้วยเมาไม่ขับและขับรถถูกกฎจราจร ที่สำคัญต้องไม่ประมาท

น.ร.ปราจีนบุรีซิ่งตาย 1 เจ็บ 3

เมื่อเวลา 08.30 น.วันเดียวกัน พ.ต.ท.มนัส มาเจริญ สารวัตรเวร สภ.อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัยศรีมหาโพธิว่า มีอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งชนต้นไม้ข้างทางบริเวณถนนสายศรีมหาโพธิ-ปราจีนบุรี ที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัส 3 ราย จึงรายงานผู้บังคับบัญชาและรีบรุดไปตรวจสอบ พบว่าเป็นถนนผ่านกลางทุ่งนาก่อนถึงโค้งประตูปิดเปิดน้ำเกือบ 100 เมตรเศษ หมู่บ้านหาดยาง หมู่ที่ 4 ต.หาดยาง อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี พบรถยนต์เก๋งส่วนบุคคลยี่ห้อนิสสัน รุ่นบลูเบิร์ด สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน 7ศ9768 กทม. สภาพรถขาดสองท่อน ส่วนหัวอยู่ริมไหล่ถนนใกล้ต้นหูกวางใหญ่ริมทาง ส่วนท้ายกระเด็นตกอยู่ในทุ่งนา ห่างตัวรถประมาณ 5 เมตรเศษ พบผู้เสียชีวิตกระเด็นออกมานอกรถตกอยู่ริมไหล่ทางริมถนน ทราบชื่อต่อมาคือน.ส.โนนฐิตา สิงห์ทน อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนปราจีนกัลยาณี (ปกณ.) อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี สภาพศพมีรอยอัดกระแทกตามลำตัวและคอหักเสียชีวิตคาที่ สภาพสวมชุดแดนเซอร์

ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 3 คน ประกอบด้วย นายณภัทร ตุ้มพงษ์ อายุ 15 ปี นักเรียนช่วงชั้นที่ ม.3 น.ส.ศุภรานันทนา กุลศรี อายุ 18 ปี นักเรียนชั้นที่ ม.6 และน.ส.โสรยา สังฆ์มงคล อายุ 17 ปี นักเรียนชั้นม.6 ทั้งหมดเรียนที่โรงเรียนปราจีนกัลป์ยาณี (ปกณ.) หน่วยกู้ภัยศรีมหาโพธินำส่ง ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร

ชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวขับขี่มาด้วยความเร็วจากอ.ศรีมหาโพธิ มุ่งหน้าเข้า อ.เมืองปราจีนบุรี ขณะถึงที่เกิดเหตุเป็นทางแยกกลางทุ่งนาที่จะเข้าหมู่บ้านหาดยาง มีสุนัขวิ่งตัดหน้า คนขับที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุมือข้างหนึ่งกำลังพูดคุยโทรศัพท์หักหลบ รถได้เสียหลักพุ่งชนต้นหูกวางใหญ่ข้างทางเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จนรถยนต์ขาด 2 ท่อน ผู้ขับขี่เสียชีวิตทันที ส่วนผู้บาดเจ็บทั้งอาการสาหัส

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปที่ ร.พ.เจ้าพระยาอภัยภูเบศร พบนางสายพิณ กุลศรี อายุ 51 ปี เลขที่ 62/2 ต.หาดยาง อ.สรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี มารดา น.ส.น.ส.ศุภรานันทนา กุลศรี ผู้บาดเจ็บ กล่าวว่า ช่วงเวลา 05.00 น.บุตรสาวให้บิดาไปส่งทำผม แต่งหน้าที่ร้านเสริมสวยในตลาด อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี และได้พบเพื่อนๆ ที่ไปเตรียมแต่งตัวเป็นแดนเซอร์ ไปร่วมเปิดกีฬาสีโรงเรียนปราจีนกัลยาณี(ปกณ.) ที่ อ.เมืองปราจีนบุรี โดยบุตรสาวบอกว่าจะมาพร้อมกับเพื่อนๆ จึงมาทำงาน มาทราบอีกทีประสบอุบัติเหตุดังกล่าว

นางสายพิณกล่าว กล่าวต่อไปว่า เมื่อคืนเป็นวันเกิดบุตรสาว ได้เตือนผู้ตายที่เรียนอยู่ชั้นเดียวกันให้ขับรถระวังอันตรายแต่ยังพลาดพลั้งดังกล่าว ทราบว่าสำหรับผู้ตายเป็นนักเรียนเรียนเก่ง เป็นลูกคนเดียวของพ่อ-แม่ สอบเอ็นทรานซ์ติดคณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ศพหน่วยกู้ภัยนำส่ง ร.พ.ศรีมหาโพธิ และผู้บาดเจ็บอื่นๆ ก็ล้วนเอ็นทรานซ์ติดมหาวิทยาลัยทั้งหมด บุตรสาวตนเองนั้นบาดเจ็บเป็นแผลที่ใบหน้า ศีรษะกระแทก ที่ผ่านมาเอ็นทรานซ์ติดที่มหาวิทยาลัยบูรพา

นครปฐมชนบรรทุกพ่วงตาย 4

ที่จ.นครปฐม เมื่อเวลา 00.20 น.วันเดียวกัน เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก 10 ล้อพ่วง ชนกับรถกระบะบรรทุก เหตุเกิดบนถนนพลดำริห์ (กำแพงแสน-บางเลน) ต.ดอนข่อย อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม มีผู้เสียชีวิตคาที่ 4 ราย บาดเจ็บ 3 ราย โดยทางศูนย์วิทยุ 191 ภ.จว.นครปฐม แจ้งให้ สภ.อ.กำแพงแสนทราบว่า รับแจ้งเหตุรถชนกันบนถนนพลดำริห์หน้าวัดสระพัง ต่อมา พ.ต.ท.ชวลิต เปียแก้ว พงส.เวร สภ.อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ทราบ รุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ฐานันดร์ นาคขำพันธ์ ผกก.ฯ แพทย์ และเจ้าหน้าที่กู้ภัย ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกสิบล้อพ่วงหมายเลขทะเบียน 97-0176 กทม. ลากตัวพ่วงหมายเลขทะเบียน 83-7525 นครปฐม เฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะบรรทุกหมายเลขทะเบียน บท-5160 ระยอง ตกลงไปอยู่ข้างทาง

ภายในรถกระบะมีผู้เสียชีวิต 4 ราย ประกอบด้วย นายสำเนาว์ กระต่าย อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 11 ม.3 ต.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี น.ส.วันทนา เทียมมล อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44/68 ม.2 ต.บางกระดี่ อ.เมือง จ.ปทุมธานี ด.ช.วันชนะ กระต่าย อายุ 5 ปี และด.ญ.สุนิสา กระต่าย อายุ 3 ปี สองรายหลังเป็นลูกของนายสำเนาว์ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 3 รายคือ นายศิลา อยู่ยง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/75 ซอยอุดมสุข ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง นางวาสนา อยู่ยง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/75 ซอยอุดมสุข ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง และด.ญ.วริษรา อยู่ยง อายุ 7 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/75 ซอยอุดมสุข ต.เนินพระ อ.เมือง จ.ระยอง เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวส่งร.พ.กำแพงแสน ซึ่งทั้งผู้เสียชีวิต 4 ราย และผู้บาดเจ็บ 3 ราย นั่งมาในรถยนต์กระบะคันเดี่ยวกันพร้อมสุนัขอีก 2 ตัว

สอบสวนปากคำนายสมเกียรติ อุ้มนุช อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 27/1 ม.6 ต.เกาะพลับพลา อ.เมือง จ.ราชบุรี คนขับรถบรรทุก คู่กรณีที่รอมอบตัวกับตำรวจให้การว่า ขณะขับรถบรรทุก 10 ล้อพ่วง มาจากทางอ.กำแพงแสน มุ่งหน้าไป อ.บางเลน ถึงที่เกิดเหตุ รถกระบะคู่กรณีที่วิ่งสวนมาได้เสียหลักขวางถนนในระยะกระชั้นชิด ตนบังคับรถไม่อยู่จึงเฉี่ยวชนกันดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายสมเกียรติฯไว้สอบสวนแล้ว สำหรับสาเหตุเบื้องต้นพบว่า ถนนพลดำริห์ อยู่ระหว่างการปรับปรุงการสร้าง ระดับผิวถนนต่างระดับกันรถที่เกิดเหตุไม่ชำนาญเส้นทางอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดเหตุดังกล่าว

ร.ฟ.ท.เพิ่มขบวนในเส้นหลัก

เมื่อวันที่ 29 ธ.ค. นายถวิล สามนคร รักษาการผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า การจัดการดูแลการเดินทางโดยระบบรถไฟโดยสารของประชาชน ซึ่งจะเดินทางกลับภูมิลำเนาในเทศกาลปีใหม่นี้ จนถึงขณะนี้ทุกอย่างเป็นไปด้วยความราบรื่น และเชื่อว่าช่วงเย็นวันเดียวกันนี้จะเป็นวันที่มีผู้โดยสารเดินทางกลับมากที่สุดถึง 100,000 คน อย่างไรก็ตามร.ฟ.ท.เตรียมแผนเพิ่มขบวนรถในเส้นทางสายสำคัญ ประกอบด้วย กรุงเทพฯ-ศิลาอาสน์ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี กรุงเทพฯ-อุดรธานี รวมเที่ยวไป-กลับ ทั้งหมด 20 ขบวน ซึ่งเชื่อว่าจะเพียงพอต่อความต้องการใช้ของประชาชน

นายถวิลกล่าวด้วยว่า นายศิวะ แสงมณี ประธานคณะกรรมการ ร.ฟ.ท.มอบหมายให้ผู้บริหารระดับรองผู้ว่าการฯ ออกตรวจเยี่ยมและดูแลประชาชนผู้เดินทางตลอดเทศกาลปีใหม่นี้ สถานีรถไฟทุกแห่งตั้งแต่สถานีรถไฟหัวลำโพง บางซื่อ บางบำหรุ ซึ่งคาดว่าจะมีประชาชนมาขึ้นรถจำนวนมากนั้น จะมีผู้บริหารร.ฟ.ท. ติดตามการใช้บริการของประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง โดยหากในช่วงใดที่ปริมาณตู้โบกี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการเดินทางก็สามารถสั่งเพิ่มขบวนรถได้ทันที

โคราชตายแล้ว1เจ็บอีก12

ที่ จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 00.01 น. วันที่ 29 ธ.ค. จ.นครราชสีมา มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 11 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้ได้รับบาดเจ็บ 12 ราย เหตุที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต รายแรกของจ.นครราชสีมา พ.ต.ท.พูนศักดิ์ ชาติเพชร สารวัตรเวร สภ.อ.พิมาย จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 28 ธค. ที่บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 5-6 ถ.พิมาย-หินดาด ต.นิคม อ.พิมาย พบศพนายประมวล บุญหลาย อายุ 25 ปี ที่อยู่บ้านเลขที่ 102/3 หมู่ 2 ต.นิคม อ.พิมาย จ.นครราชสีมา ขับขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า เลขทะเบียน คบน 140 นครราชสีมา แล่นมุ่งหน้าจากตัว อ.พิมาย กลับบ้านพัก รถได้เสียหลักพุ่งชนท้ายรถบรรทุกหกล้อ เลขทะเบียน 83-5614 นครราชสีมา ที่จอดเสียอยู่ไหล่ทาง ทำให้เสียชีวิตคาที่

อุบัติเหตุหมู่รายแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 29 ธค. ร.ต.อ.บูรณ์ สกุลสุข ร้อยเวร สภ.อ.กิ่ง อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุมีรถชนพระภิกษุ ที่บ้านหนองผือ บริเวณช่วงหลักกิโลเมตรที่ 352-353 ถ.มิตรภาพ หนองคาย หมู่ 2 ต.หนองหว้า กิ่ง อ.บัวลาย จึงรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุอยู่บนเส้นทางหลัก ด้านขาเข้าตัวเมือง จ.ขอนแก่น พบรถยนต์ ยี่ห้ออีซูซุ สีบรอนซ์ เลขทะเบียน สจ 1239 กทม. เสียหลักแล่นข้ามเลนพลิกคว่ำอยู่บนเส้นทางขาเข้าตัว จ.นครราชสีมา มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 6 ราย หน่วยกู้ภัยฮุก.31 นำส่งร.พ.พล จ.ขอนแก่น ซึ่งมีจำนวน 3 ราย ที่มีอาการสาหัส ต้องนำส่งไปรักษาต่อที่ ร.พ.ศูนย์ขอนแก่น เนื่องจากมีเครื่องมือการแพทย์ที่ทันสมัย และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

อุบัติเหตุหมู่เจ็บอีก8ราย

อีกราย พ.ต.ท.สืบศักดิ์ จินดาทะเล สารวัตรเวร สภ.อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุเมื่อเวลา 08.30 น. พบรถปิคอัพ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ เลขทะเบียน ตณ 5095 กทม. เสียหลักพลิกคว่ำล้อหงายชี้ฟ้า ที่บริเวณบ้านหนองตาด ช่วงหลักกิโลเมตรที่ 26-27 ถ.สีคิ้ว-ปักธงชัย ต.ตะคุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บ 8 ราย จึงรีบนำส่ง ร.พ.ปักธงชัย ทราบว่า คนขับรถคือนายอนุสรณ์ คงรัมย์ อายุ 29 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 31 หมู่ 10 ต.วังเหนือ กิ่ง อ.บ้านด่าน จ.บุรีรัมย์ นำญาติ-พี่น้อง กลับจาก กทม. ไปเที่ยวงานเทศกาลปีใหม่ ที่บ้าน ใน จ.บุรีรัมย์ รถเสียหลักพลิกคว่ำ เบื้องต้นยังไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมถึงพลิกคว่ำ

รายงานทั่วไป พล.ต.ท.สถาพร หลาวทอง ผบช.ภาค 3 ได้เดินทางขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ที่สมานบินจอหอ อ.เมือง นครราชสีมา ไปตรวจสอบสภาพการจราจรทางอากาศ ตามเส้นทางหลัก ถ.มิตรภาพ พบสภาพการจราจรปริมาณรถเริ่มหนาแน่น จะติดขัดบริเวณทางแยกทางร่วม แต่ภาพรวมตั้งแต่ เขต ต.กลางดง อ.ปากช่อง ถึงแยกบ้านสีดา อ.บัวใหญ่ รถยังสามารถเคลื่อนตัวใช้ความเร็วได้ตามปกติ จากนั้นได้เปิดศูนย์บริการประชาชนเฉลิมพระเกียรติ ที่ทางแยกตลาดแค ริม ถ.มิตรภาพ อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เมื่อเวลา 11.30 น.

ขอนแก่นเกิด12ครั้งตาย1

เวลา 14.30 น. วันเดียวกัน นายพยัต ชาญประเสริฐ ปลัดจังหวัดขอนแก่น พร้อมคณะออกตรวจเยี่ยมจุดตรวจ 1.อ.พระยืน-ตู้ยาม ถ.สายบ้านทุ่ม-มัญจาคีรี บริเวณหน้าที่ว่าการ อ.พระยืน-หน้าอบต.หนองแวง ถ.หนองบัวดีหมี"พระยืน ต.หนองแวง, ตู้ยามบ้านโต้น ถ.สายบ้านโต้น-พระยืน และมาที่ กิ่ง อ.โคกโพธิ์ชัย-สี่แยกบ้านโสกนาดี, และสามแยกหน้าโรงเรียนซับสมบูรณ์พิทยาลัย ส่วนนายประณีต บุญมี รองผวจ.ขอนแก่น และคณะออกเยี่ยมจุดตรวจ 1.ถนนมิตรภาพ บ้านสำราญ 2.ถ.มลิวรรณ บริเวณสี่แยกบ้านทุ่ม และถนนมิตรภาพ บริเวณสามแยกท่าพระ หน้าสภ.อ.ท่าพระ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ 2550 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดการเกิดอุบัติเหตุจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต และเพื่อให้เป็นศูนย์บริการจุดพักรถ อำนวยความสะดวก บริการน้ำดื่ม แนะนำเส้นทางการเดินรถ จุดบริการห้องน้ำ ห้องนอน

นายพยัต เปิดเผยว่า ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลปีใหม่ ปี 2550 จ.ขอนแก่น ในช่วง 7 วันอันตราย โดยเฉพาะในวันที่ 28 ธ.ค. ที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุ 12 ครั้ง ผู้เสียชีวิต 1 ราย สาเหตุเดินข้ามถนนเหตุเกิดบริเวณหน้าศูนย์สร้างสะพาน ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง บาดเจ็บ 11 ราย (เป็นชาย 7 หญิง 4) ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด ได้แก่ รถจักรยานยนต์ คิดเป็นร้อยละ 80 รถอื่นๆ ร้อยละ 20 สาเหตุและพฤติกรรมเสี่ยงของผู้ขับขี่ส่วนใหญ่เกิดจาก ไม่สวมหมวกนิรภัย เมาสุรา ไม่มีใบขับขี่ ขับรถเร็ว และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

ชุมพรทับเด็ก10ขวบดับ

เวลา 07.30 น. วันที่ 29 ธ.ค. พ.ต.ต.วิเชียร คามวุฒิ สารวัตรเวร สภ.ต.มาบอำมฤต ด.ดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร รับแจ้งว่า เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุก 6 ล้อทับเด็กอายุ 10 ขวบ เสียชีวิต บนถนนสายมาบอำมฤต-ปากคลอง ม.10 ต.ดอนยาง อ.ปะทิว จึงรุดไปตรวจสอบ พบศพด.ช.วุฒิชัย เชนนิคุช อายุ 10 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 186 ม.2 ต.ดอนยาง อ.ปะทิว จ.ชุมพร นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน สภาพศพมีรอยถูกล้อรถบรรทุกทับที่ศีรษะและลำตัว โดยมีด.ช.พิชิต เชนนิคุช อายุ 14 ปี พี่ชายของ ด.ช.วุฒิชัย นั่งกอดศพร้องไห้อยู่ใกล้กับพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ สีเขียว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ล้มอยู่ 1 คัน ห่างจุดเกิดเหตุเล็กน้อยพบรถบรรทุก 6 ล้อ สีฟ้าหมายเลขทะเบียน 80-7724 ชุมพร กระบะหลังบรรทุกขวดน้ำดื่มขนาดต่างๆ มาเต็มคันรถจอดอยู่ โดยมีคนขับคือ นายสายัณห์ อินทร์สะโก อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 61/2 ม.6 ต.ปากคลอง อ.ปะทิว จ.ชุมพร ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่

สอบสวนได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุ ด.ช.พิชิตผู้เป็นพี่ชายขี่รถจักรยานยนต์พาน้องชาย คือ ด.ช.วุฒิชัยเดินทางกลับบ้าน แล้วพยายามเร่งเครื่องรถจักรยานยนต์เพื่อแซงรถบรรทุก 6 ล้อ ทางด้านขวา ระหว่างที่รถทั้งสองตีคู่กัน ปรากฏว่าด.ช.วุฒิชัยที่นั่งซ้อนท้ายได้พลัดตกจากรถ จึงถูกล้อหลังด้านขวาของรถบรรทุกทับที่ลำตัวและศีรษะจนเสียชีวิตดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวนายสายัณห์คนขับรถบรรทุกและ ด.ช.พิชิตไว้ดำเนินคดีในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิตต่อไป

เชียงรายเพิ่มเที่ยวรถอื้อ

ที่จ.เชียงราย ร.ท.กิตติรัตน์ แสนซื่อ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.เชียงราย รับรายงานว่า เกิดอุบัติเหตุขึ้นที่หลักกิโลเมตรที่ 1+100 ถนนสายแม่จัน-เชียงแสน ทราบชื่อผู้เสียชีวิตว่า นายเรือน คำลือ อายุ 63 ปี ชาวบ้านศาลา ต.แม่จัน อ.แม่จัน ซึ่งมีอาการมึนเมาสุราและเดินอยู่ข้างทาง ขณะที่รถยนต์บนถนนมีเป็นจำนวนมากจึงถูกรถเฉี่ยวชนจนล้มลงเสียชีวิต

ขณะที่อ.แม่ฟ้าหลวง นายสมชัย รุ่งสาคร นายอำเภอแม่ฟ้าหลวง รับแจ้งมีผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ชื่อว่านายยาโวย เพอเมีย อายุ 41 ปี ชาวบ้านสามแยกอีก้อ หมู่ 24 ต.แม่สลองใน โดยขับขี่จักรยานยนต์ขณะมึนเมาสุราและไม่สวมหมวกกันน็อก จากนั้นขับรถตัดหน้ารถยนต์ท่องเที่ยวที่ขึ้นไปเที่ยวบนยอดดอยบริเวณหมู่บ้านแม่แสลบ หมู่ 10 ต.แม่สลองใน อ.แม่ฟ้าหลวง

สำหรับบรรยากาศที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จ.เชียงราย เพิ่มเที่ยวรถโดยสารที่เดินทางสายเชียงราย-กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่มีผู้ไปใช้บริการเป็นจำนวนมากจากเดิมวันละ 50 เที่ยว เป็น 150 เที่ยว เพื่อรองรับคาราวานนักท่องเที่ยวที่ไม่ใช้รถส่วนตัวและผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนา

เวลา 11.30 น. วันเดียวกัน นายมงคล สุระสัจจะ รองผู้ว่าฯบุรีรัมย์ พร้อมด้วยนายวัชรินทร์ ศิริพานิช ผอ.วิทยาลัยเทคนิคบุรีรัมย์ ร่วมกันเปิดโครงการ อาชีวศึกษา ร่วมด้วยช่วยประชาชน ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ให้กับประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนก่อนจะเดินทางไกล เพื่อลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่ยวดยานพาหนะในช่วงเทศกาลปีใหม่ โดยจะมีครูผู้ชำนาญ และนักศึกษาอาชีวะที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี คอยให้บริการตลอดทั้งวัน ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 5 ม.ค.50 ทั้งนี้ เพื่อให้นักศึกษาสาขาช่างยนต์ได้ฝึกปฏิบัติงานจริง ในการให้บริการตรวจเช็ก และซ่อมแซมรถ เพื่อจะได้นำความรู้ ความสามารถ จากประสบการณ์จริง ไปใช้ในชีวิตประจำหรือประกอบอาชีพหลังสำเร็จการศึกษา

ขณะที่วันแรกในช่วง 7 วันอันตราย จ.บุรีรัมย์ มีอุบัติเหตุบนท้องถนนแล้วจำนวน 12 ครั้ง เสียชีวิต 1 ราย เป็นเด็กอายุ 13 ปี ขับขี่รถจักรยานยนต์ตัดหน้ารถ 6 ล้อ ในระยะกระชั้นชิด เหตุเกิดในเขตเทศบาลตำบลสตึก อ.สตึก รวมยอดผู้บาดเจ็บแล้วจำนวน 11 ราย สาเหตุหลักเกิดจากเมาแล้วขับเป็นอันดับ 1 รองลงมาขับรถด้วยความประมาท และขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด ทั้งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นรถจักรยานยนต์

นายกฯอวยพรปีใหม่

เมื่อเวลา 09.30 น. นายบุญส่ง วิจักษณบุญ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดสกลนคร ในฐานะเลขนุการคณะกรรมการศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนนจังหวัดสกลนคร แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนรายงานเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นของสกลนคร ว่า หลังจากเข้าสู่ช่วง 7 วันอันตรายวันแรก จังหวัดสกลนครมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย และบาดเจ็บ 9 ราย ซึ่งผู้เสียชีวิตเป็นชายทั้ง 3 ราย ส่วนผู้บาดเจ็บ 9 คน เป็นชาย 8 คน และหญิง 1 คน

เวลา 15.00 น. วันเดียวกัน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เดินทางไปยังหอประชุม อ.เมืองอ่างทอง เพื่อเยี่ยมเยียนปลอบขวัญประชาชน ต.บ้านแห ต.ย่านซื่อ ที่ประสบภัยน้ำท่วม ในการนี้เป็นประธานมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย 800 ครัวเรือน วงเงิน 8,053,355 บาท

พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวอวยพรปีใหม่แก่ชาวอ่างทองว่า ในโอกาสมหามงคลปีใหม่ 2550 ปีที่ดีขึ้น ปีที่ดีกว่า 2549 ขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เราเคารพนับถือ อัญเชิญพระบารมีปกเกล้า ปกกระหม่อม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ขอให้ทุกท่านโชคดีตลอดปีใหม่

กทม.ตาย2ศพเจ็บอีก17ราย

ที่ศูนย์ควบคุมสั่งการจราจร บก.จร. พ.ต.ท.นนท์ นุ่มบุญนำ รอง ผกก.3 บก.จร. สรุปสถิติอุบัติเหตุใน กทม. เขตพื้นที่รับผิดชอบของ บช.น. วันที่ 28 ธ.ค. ซึ่งเป็นวันแรกของ 7 วันอันตราย ในช่วงเทศกาลปีใหม่ รายงานศูนย์อำนวยความปลอดภัยทางถนน และ พล.ต.ท.วิโรจน์ จันทรังษี ผบช.น.ดังนี้ ตาย 2 ราย รายแรก เหตุเกิดเมื่อเวลา 02.45 น. วันที่ 28 ธ.ค. ท้องที่ สน.บางซื่อ นายนเรศ พันธ์บุญมี อายุ 22 ปี ซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ที่มีนายสุพงษ์ จันทร์ดา อายุ 21 ปี เป็นผู้ขับขี่โดยคนซ้อนไม่สวมหมวกกันนิรภัย ประสบอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำด้วยตัวเองภายในซอยอินทามระ 15 ผู้ซ้อนท้ายศีรษะฟาดพื้นถนนทำให้เลือดคลั่งในสมองเสียชีวิต

รายที่ 2 เกิดเหตุเวลา 04.00 น. วันที่ 28 ต.ค. ท้องที่ สน.ร่มเกล้า นายปิยะ มหาโฆต อายุ 35 ปี ขับรถกระบะไปชนกับรถบรรทุก 6 ล้อ ที่วิ่งสวนทางมาด้วยความเร็ว เหตุเกิดริมถนนร่มเกล้า แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กทม. เสียชีวิตคาที่ โดยที่ผู้เสียชีวิตและคู่กรณีไม่พบว่าดื่มแอลกอฮอล์

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุของวันที่ 28 ธ.ค. มีจำนวน 17 ราย สำหรับผลการจับกุมตามมาตรการ 3 ม. 2 ข. 1 ร. ประกอบด้วย 1.ไม่สวมหมวกนิรภัย 749 ราย จักรยานยนต์ไม่ปลอดภัย 696 ราย ขับรถขณะเมาสุรา 304 ราย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 625 ราย ไม่พกพาใบอนุญาต 867 ราย ขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด 295 ราย

นครฯตาย3รายเจ็บ12ราย

ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช นางสาวอรุณี กูลณรงค์ รองผู้ว่าฯ นครศรีธรรมราช ในฐานะประธานคณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2550 ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อปรับแผนการทำงาน หลังจากที่เปิดศูนย์วันแรกมียอดผู้เสียชีวิตสูงที่สุดในประเทศจำนวน 3 ราย และได้รับบาดเจ็บจำนวน 12 ราย เกิดอุบัติเหตุ 7 ครั้ง

สำหรับผู้เสียชีวิตจำนวน 3 ราย คือ นายอภิชาติ โกมลเมฆ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 41 ม.5 ต.ชะมาย อ.ทุ่งสง, นายสิทธิศักดิ์ สีเขียว อายุ 15 ปี อยู่บ้านเลขที่ 72 ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง ซึ่งทั้งสองศพขับขี่รถจยย.ชนกับรถบรรทุกที่ถนนเอเชียสาย 41 เขต อ.ทุ่งสง และอีกรายนายปรีชา สุขอินทร์ อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 7 ม.6 ต.บ้านลำนาว อ.บางขัน นครศรีธรรมราช ขับขี่รถจักรยานยนต์ชนสุนัข และสาเหตุมาจากมึนเมาสุรา

หน้า 1

 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ ข่าวสด ได้ที่นี่
 
 
"ชนม์สวัสดิ์"อ่วมตร.ออกหมายเรียกแจ้งเพิ่ม 6 ข้อหาหนัก
ชนม์สวัสดิ์อ่วมตร.ออกหมายเรียกแจ้งเพิ่ม 6 ข้อหาหนัก
สาวโอเกะโทรหาแฟน-ไม่รับสายยกพวกรุมทืบดับอนาถ
เชือดคอหนุ่มหวิดขาดโยนศพทิ้งทะเลเมืองปราณบุรี
ครูขืนใจดญ.13 ในห้องน้ำวัด
คอลัมน์ รวมข่าวสั้น
ครูสาวบุกร้องผู้ว่าฯ โดนอจ.หื่นลวนลาม
10 องค์กรอนุรักษ์จี้พิสิษฐ์ลาออก
หนุ่มใหญ่อัมพาตเครียดฆ่ายกครัว
ค้นบ้าน