ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > อาชญากรรม > ตั้งค่าหัว5หมื่น คนขับพม่า54ศพ ดีเอสไอ ลุยระนอง ร่วมทำคดี
 
ตั้งค่าหัว5หมื่น คนขับพม่า54ศพ ดีเอสไอ ลุยระนอง ร่วมทำคดี
โดย ข่าวสด วัน เสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2551 09:27 น.
ผู้การตร.ระนองตั้งค่าหัว 5 หมื่นล่าตัวคนขับรถห้องเย็นมรณะ พม่า 54 ศพ ส่วนเจ้าของรถต้องเข้าเรือนจำหลังพนักงานสอบสวนตั้งข้อหาแล้วค้านประกันต่อศาล ส่วน 67 พม่าที่รอดตาย ศาลสั่งจำคุกคนละ 2 เดือน ปรับ 2 พัน โทษจำคุกรอลงอาญา 2 ปี ดีเอสไอลงพื้นที่ประสานตร. เพราะเข้าข่ายค้ามนุษย์ข้ามชาติสามารถรับเป็นคดีพิเศษได้

ตั้งค่าหัว5หมื่น คนขับพม่า54ศพจากเหตุโศกนาฏกรรมสุดสะเทือนใจ กรณีชาวพม่า 121 คนอัดแน่นในห้องเย็นรถบรรทุกอาหารทะเลสด ทะเบียน 70-0619 ระนอง ติดข้อความหน้ารถ น.รุ่งเรืองทรัพย์ จนเสียชีวิต 54 ศพ ขณะที่อีก 67 คนรอดตายในสภาพทุรนทุรายเพราะขาดอากาศหายใจ ระหว่างที่นายสุชล บุญปล้อง อายุ 38 ปี คนขับนำชาวพม่ากลุ่มดังกล่าวหลบหนีเข้าเมืองจากแพปลาใน จ.ระนอง ไปส่ง จ.พังงา และภูเก็ต หลังเกิดเหตุนาย สุชลทิ้งรถแล้วหนีเข้าป่าริมถ.เพชรเกษม อ.สุขสำราญ จ.ระนอง เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 9 เม.ย. ต่อมาผู้ว่าฯระนองหารือเครียดกับพล.ต.ท.ธานี ทวิชศรี ผบช.ภาค 8 และพล.ต.ต.อภิรักษ์ หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.ระนอง เพื่อติดตามจับกุมผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการค้าแรงงานต่างด้าว และหาแนวทางป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นอีก ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 11 เม.ย. พ.ต.อ.ไกรทอง จันทร์ทองใบ ผกก.สภ.สุขสำราญ พร้อมด้วยร.ต.ท.ศุภชัย ศรีสมโภชน์ ร้อยเวรเจ้าของคดี นำตัวนายดำรงค์ หรือโกรัน ผุสดี อายุ 45 ปี เจ้าของรถห้องเย็น น.รุ่งเรืองทรัพย์ ซึ่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีข้อหา รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ร่วมกันให้พักอาศัย ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้คนต่างด้าวพ้นจากการจับกุม, กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ไปฝากฝังต่อศาลจังหวัดระนองครั้งแรกเป็นเวลา 12 วัน เนื่องจากยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้น จำเป็นต้องสอบสวนพยานอีก 15 ปาก และรอผลการสอบประวัติต้องโทษของผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนจึงขอคัดค้านประกันตัวเนื่องจากเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก หากได้รับประกันตัวอาจหลบหนี ไปยุ่ง เหยิงกับพยานหลักฐานและกระทำความผิดซ้ำ

พ.ต.อ.ไกรทองกล่าวว่า สำหรับแรงงานพม่าที่รอดชีวิตนั้น พนักงานสอบสวนส่งฟ้องต่อศาลจังหวัดระนอง ข้อหาเป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย ตามพ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 จำนวน 50 คน เป็นชาย 27 คน หญิง 23 คน ส่วนที่เหลืออีก 17 คนเป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 18 ปี พนักงานสอบสวนอนุโลมไม่ดำเนินคดีเนื่องจากต้องใช้เวลานานหากต้องขึ้นศาลเด็กและเยาวชน จึงนำตัวไปควบคุมไว้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองระนอง เพื่อรอผลักดันกลับประเทศพร้อมกับผู้ต้องหา 50 คนแรก

ผกก.สภ.สุขสำราญ กล่าวอีกว่า ในส่วนของนายดำรงค์ เจ้าของรถนั้นยังให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่านาย สุชล คนขับเอารถไปใช้เอง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีพยานหลักฐานแน่นหนาว่านายดำรงค์มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้าแรงงานต่างด้าวด้วย แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ส่วนนายสุชล คนขับรถ พนักงานสอบสวนออกหมายจับแล้วยังอยู่ระหว่างหลบหนีอยู่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรัดติดตามจับกุม

พ.ต.อ.นรินทร์ บุษยวิทย์ รองผบก.ภ.จว.ระนอง กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนตำรวจระนองลงพื้นที่ทุกจุดที่คาดว่านายสุชลจะหนีไปหลบซ่อน นอกจากนี้ พล.ต.ต.อภิรักษ์ หงษ์ทอง ผบก.ภ.จว.ระนอง ยังตั้งรางวัลนำจับ 50,000 บาท ให้กับผู้ชี้เบาะนายสุชลจนนำไปสู่การจับกุม

ขณะที่นายโกละ อายุ 32 ปี ชาวพม่าผู้รอดชีวิตเปิดเผยขณะรักษาตัวที่ร.พ.ระนอง ว่า ภรรยานั่งอยู่ในรถมรณะคันดังกล่าวด้วย ตอนนี้รู้สึกเป็นห่วงภรรยามากไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เพราะหลังจากเกิดเหตุดังกล่าวแล้วไม่เจอกันอีกเลย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด แต่ก็ยังอยากทำงานในเมืองไทย ไม่อยากถูกผลักดันกลับบ้านเกิดที่รัฐทวาย ประเทศพม่า เพราะมีความเป็นอยู่ยากลำบาก ไม่มีงานทำ จึงอยากอยู่ทำงานที่เมืองไทยมากกว่า

ต่อมาเวลา 15.30 น. ผู้พิพากษาศาลจังหวัดระนองมีคำสั่งจำคุกแรงงานพม่าทั้ง 50 คน คนละ 2 เดือน ปรับคนละ 2,000 บาท โดยโทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี ส่วนนายดำรงค์ เจ้าของรถ นายวิระ ผุสดี พี่ชาย ใช้ตำแหน่งพนักงานรัฐวิสาหกิจยื่นขอประกันตัว แต่ศาลไม่อนุญาต ส่งผลให้นายดำรงค์ต้องถูกควบคุมตัวเข้าเรือนจำจังหวัดระนอง

ด้านนางกาญจนาภา กี่หมัน ผู้ว่าฯระนอง กล่าวว่า จังหวัดพยายามแก้ไขปัญหาแรงงานต่างด้าวมานานแล้ว โดยสกัดคนที่เข้ามาให้อยู่เฉพาะในตัวจังหวัดไม่ให้ออกไปอยู่ที่อื่น แต่จะห้ามไม่ให้แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาเป็นไปได้ยากเพราะมีชายแดนยาวถึง 169 ก.ม. ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่จับกุมและผลักดันกลับออกไปอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้จังหวัดมีโครงการระนองโมเดล โดยให้จดทะเบียนแรงงานต่างด้าว กำหนดมาตรการว่าห้ามเปลี่ยนนายจ้าง ห้ามออกนอกพื้นที่ หากฝ่าฝืนจะผลักดันกลับประเทศทันที แต่แรงงานที่เข้ามาไม่ได้มาคนเดียวมากันเป็นครอบครัวเป็นแรงงานแอบแฝง ทำให้ยากต่อการควบคุมดูแล

วันเดียวกัน พล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ โฆษกตร. แถลงที่ทำเนียบรัฐบาลว่า บช.ภาค 8 กำลังสืบสวนสอบสวนและดำเนินการจับกุมผู้เกี่ยวข้อง เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเสียหายร้ายแรง แต่ต้องยอมรับว่าปัญหาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองยังคงมีอยู่ เนื่องจากมีความแตกต่างกันทางด้านเศรษฐกิจของไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายพยายามระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหาย เพราะถ้าเกิดขึ้นจะเสียหายระดับโลก ทั้งนี้รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาโดยให้นำเข้าแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมายและเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนแต่ก็ยังมีจำนวนน้อย

"เราพยายามเข้มงวดไม่ให้แรงงานพม่าหลบหนีเข้ามา แต่ต้องยอมรับว่าทางพม่าอาจมีความซับซ้อนเพราะเขามีปัญหาภายใน ไม่เหมือนกับลาวหรือกัมพูชาที่ให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี" โฆษกตร.กล่าว

ทางด้านพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ โฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อธิบดีดีเอสไอ มอบหมายพ.ต.ท.พงษ์อินทร์ อินทรขาว พนักงานสอบสวน สำนักคดีอาญาพิเศษ นำกำลังไปประสานบช.ภาค 8 และตำรวจท้องที่ที่รับผิดชอบ เพื่อขอข้อมูลเกี่ยวกับคดีแรงงานต่างด้าวเสียชีวิต 54 ศพที่ จ.ระนอง เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจของประชาชน และส่งผลกระทบด้านลบต่อภาพพจน์ของประเทศ ดีเอสไอซึ่งรับผิดชอบคดีความผิดตามพ.ร.บ.การป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ จึงเข้าไปรวบรวมข้อมูลหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ขณะที่พ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ผบ.สำนักกิจการต่างประเทศและคดีอาชญากรรมระหว่างประเทศ ดีเอสไอ กล่าวว่า นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รมว.ยุติธรรม มีคำสั่งให้ส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ จ.ระนองเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์ข้ามชาติหรือไม่ หากพบว่าเกี่ยวข้องจะนำเข้าเป็นคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีต่อไป เพราะการค้ามนุษย์เป็นเรื่องใหญ่ระดับสากล จนกำหนดให้เป็น 1 ใน 8 ของคดีอาชญากรรมข้ามชาติของทุกประเทศ

ส่วนพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.สส. กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว โดยมอบหมายทหารดูแล ทั้งนี้ส่วนตัวเห็นว่าทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทบทวนการทำหน้าที่ เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือว่ามีการเล็ดลอด ซ่อนเร้น จึงต้องดูเรื่องความปลอดภัย และเข้าถึงปัญหาที่มีมานาน

"เจ้าหน้าที่บางประเภทไม่ได้ทำตามหน้าที่ มีส่วนรู้เห็น และเรื่องพวกนี้มาจากคนที่มีทั้งคนดีและคนเลว มีผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง และกระทำลักษณะนี้จำนวนมาก โดยเฉพาะที่ลักลอบเข้ามาและไม่เสียชีวิต ซึ่งเรื่องนี้ได้หารือกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด และจะแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด แต่ก็คงไม่สมบูรณ์แบบ" ผบ.สส.กล่าว

วันเดียวกันน.พ.ชูชัย ศุภวงศ์ อดีตรองประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า กรณีนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่มากและกระทบต่อความรู้สึกของคนทั้งโลก สะท้อนให้เห็นถึงขบวนการค้ามนุษย์ที่นอกจากจะทำลายชีวิตแล้ว ยังละเมิดสิทธิและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 มาตรา 4 ที่ระบุถึงศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ และความเสมอภาคของบุคคลย่อมได้รับความคุ้มครอง ซึ่งหมายถึงคนทุกคนบนแผ่นดินสยาม ไม่ว่าจะเป็นคนชาติใด เชื้อชาติใด สถานะใด จะต้องได้รับความคุ้มครอง รวมถึงมาตรา 82 ที่รัฐไทยจะต้องปฏิบัติตามสนธิสัญญาด้านสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคี ซึ่งรัฐบาลไทยมีพันธกรณีที่ได้ให้คำมั่นไว้กับประชาคมโลก

"เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รัฐบาลไทย สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบดำเนินการทำความจริงให้ปรากฏ และดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนกับขบวนการค้ามนุษย์ ที่มีความเกี่ยวพันอย่างลึกซึ้งกับกระบวนการใช้และแสวงหาประโยชน์จากแรงงานต่างชาติในประเทศ ผมอยากเสนอวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและศึกษาปัญหาเพื่อแก้ไขอย่างเป็นระบบ" น.พ.ชูชัยกล่าว
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว   ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 
 
  เรื่องที่เกี่ยวข้อง
หิ้วคนขับรถห้องเย็นทำแผนฯ-จ่อออกหมายจับอีก 2 (16 เม.ย. 51)
โชเฟอร์ 54 ศพเข้ามอบตัว สารภาพรับค่าจ้าง8หมื่น (15 เม.ย. 51)
ล่าโชเฟอร์มรณะ! ขนพม่า54ศพ ตร.ล็อกตัวเจ้าของรถ (11 เม.ย. 51)
สลด! ลอบขนพม่ายัดคอนเทนเนอร์ ขาดอากาศตายครึ่งร้อย (10 เม.ย. 51)