ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ
  น้ำดื่มบรรจุขวด : โอกาสเติบโตแต่การแข่งขันสูง
โดย ฐานเศรษฐกิจ วัน พุธ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 14:54 น.
ธุรกิจน้ำดื่มบรรจุขวดเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีการแข่งขันค่อนข้างสูง เนื่องจากมีขั้นตอนการผลิตที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อน อีกทั้งอุปกรณ์การผลิตก็หาซื้อได้ไม่ยาก ใช้เงินลงทุนไม่สูงนัก และเป็นอุตสาหกรรมที่อยู่ในข่ายได้รับเงินกู้เพื่อการลงทุนและขยายกิจการจากสำนักงานธนกิจอุตสาหกรรมขนาดย่อม ผู้ประกอบการรายใหม่จึงเข้าสู่ธุรกิจได้ง่าย ทำให้ตลาดน้ำดื่มไทยมีผู้ผลิตจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้ผลิตรายย่อย

น้ำดื่มบรรจุขวดสามารถจำแนกตามบรรจุภัณฑ์ได้ดังนี้ เป็นขวดแบบ PET ร้อยละ 50 ขวดแก้ว ร้อยละ 20 ขวดขุ่น ร้อยละ 20 และถังใหญ่ ร้อยละ 10 ซึ่งแต่ละตลาดมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะมีการผลิตน้ำดื่มบรรจุขวด PET เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในคุณภาพและความปลอดภัยของน้ำดื่มที่บรรจุในขวด PET มากกว่าบรรจุภัณฑ์อื่นๆ

เมื่อจำแนกตามประเภทของลักษณะการผลิตมี 2 แบบคือ

แบบที่ 1 การผลิตแบบโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ใช้เครื่องจักรขนาดเกิน 5 แรงม้า หรือมีคนงาน 7 คนขึ้นไป และต้องผ่านการตรวจสอบเพื่อมีใบอนุญาต 2 ประเภท คือ 1) ใบอนุญาตผลิตอาหาร และ 2) ใบสำคัญการขึ้นทะเบียนตำรับอาหาร น้ำดื่มประเภทนี้จะต้องแสดงฉลาก อย.และมีตัวอักษร ผด.แสดงอยู่ เช่น อย. ผด..../....

แบบที่ 2 การผลิตแบบอุตสาหกรรมครัวเรือน จะใช้เครื่องจักรไม่เกิน 5 แรงม้า หรือคนงานไม่เกิน 7 คน ผู้ผลิตส่วนใหญ่จะเป็นรายย่อย การผลิตมีขั้นตอนไม่ยุ่งยาก น้ำดื่มประเภทนี้จะบรรจุในขวดพลาสติกสีขาวขุ่น (PE) และจะต้องมีฉลากแสดง อย.อผด..../..... แสดงอยู่บนขวด

ในการผลิตทั้ง 2 แบบนี้ ผู้ประกอบการจะต้องขออนุญาตก่อนทำการผลิตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และต้องดำเนินการผลิตตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดภายใต้ระบบ Good Manufacturing Practice (GMP) ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม 2544 เป็นต้นมา ทั้งนี้เพื่อให้การผลิตเป็นไปตามมาตรฐานที่จำเป็น มีกระบวรการผลิตที่ถูกต้อง มีการควบคุมสุขอนามัย

ทุกขั้นตอน มีระบบการฆ่าเชื้อและจำกัดสารปนเปื้อนออกจากน้ำที่เป็นวัตถุดิบให้ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค

นอกจากนั้นการที่น้ำดื่มบรรจุขวดอยู่ในกลุ่มอาหารกำหนดคุณภาพหรือมาตรฐาน ดังนั้น ในการตั้งโรงงานผลิตต้องมีการขออนุญาตและต้องมีการส่งผลิตภัณฑ์ไปตรวจวิเคราะห์เพื่อขึ้นทะเบียนตำรับอาหารและได้มีการกำหนดคุณภาพมาตรฐานขั้นต่ำของน้ำบริโภคในภาชนะบรรจุที่ปิดสนิทไว้

โดยมีประกาศกฎกระทรวงสาธารณสุข 2 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องคือ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 61 (พ.ศ.2524) และฉบับที่ 135 (พ.ศ.2534) ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคได้ว่าน้ำดื่มมีความปลอดภัย ขณะเดียวกันมาตรการดังกล่าวก็ได้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ผลิตน้ำบรรจุขวดขาวขุ่นต้องปิดกิจการลง เพราะผู้ผลิตรายเล็กส่วนใหญ่ไม่มีโรงงานหรือสถานที่ที่ถูกสุขลักษณะตามมาตรฐานที่ อย.กำหนด ดังจะเห็นได้ว่าจากที่มีจำนวนผู้ผลิตสูงถึง 5,000 ราย ในปี 2544 มีจำนวนลดลงเหลือเพียง 1,066 รายในปี 2549

รายใหญ่บุกตลาดดันการแข่งขันสูง

ในปี 2549 ตลาดน้ำดื่มมีมูลค่าตลาดประมาณ 13,000 ล้านบาท มีผู้ประกอบการจำนวน 1,066 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการขนาดเล็กในต่างจังหวัดที่ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดแบบขาวขุ่น อย่างไรก็ดี

แม้ว่าจะมีผู้ผลิตในธุรกิจนี้เป็นจำนวนมาก แต่ก็มีผู้ผลิตที่ทำตลาดอย่างจริงจังและเป็นที่รู้จักของผู้บริโภคโดยทั่วไปเพียง 5-6 ตราสินค้าเท่านั้น ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดแบบขาวใสหรือขวด PET ได้แก่ น้ำดื่มสิงห์ ของ บจก.บุญรอด น้ำดื่มคริสตัล ของบมจ.เสริมสุข น้ำดื่มเพียวไลฟ์

ของ บจก.เนสท์เล่(ประเทศไทย) น้ำดื่มทิพย์ ของ บจก.ไทยน้ำทิพย์ และน้ำดื่มสยาม ของ บจก.ทีทีซี น้ำดื่มสยาม ทั้งนี้น้ำดื่มสิงห์เป็นเจ้าตลาดมีส่วนครองตลาดประมาณร้อยละ 28 เนื่องจากเป็นตราสินค้าที่ได้รับการยอมรับจากตลาดมายาวนาน พร้อมทั้งมีการทำตลาดและโฆษณาอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่จดจำของผู้บริโภคเป็นส่วนใหญ่

สำหรับช่องทางการตลาดนั้น เนื่องจากผู้ผลิตรายใหญ่มีฐานในการทำธุรกิจเครื่องดื่ม จึงทำให้มีจุดแข็งในการทำตลาดทั้งระบบการกระจายสินค้า ช่องทางการจำหน่ายร่วมกับสินค้าหลักของผู้ประกอบการเอง นอกจากนั้น ได้แก่ ธุรกิจค้าปลีกค้าส่ง ร้านโมเดิร์นเทรด ซึ่งมีการเติบโตและขยายตัวอย่างรวดเร็ว นับเป็นจุดขายที่เพิ่มโอกาสในการกระจายสินค้าให้เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นด้วย

อย่างไรก็ดี การที่ผู้ผลิตรายใหญ่แต่ละรายต่างก็มีจุดแข็งที่ไม่แตกต่างกัน ประกอบกับน้ำดื่มเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคเปลี่ยนใจไปบริโภคตราสินค้า (Switching Brand) อื่นได้ง่าย ผู้ผลิตแต่ละรายจึงใช้กลยุทธ์การตลาดเข้ามาช่วยเสริมในการสร้างตราสินค้าและการรับรู้ตราสินค้า เพื่อให้สินค้าเป็น Top of mind ของผู้บริโภค ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการทำตลาดน้ำดื่ม ส่งผลให้การแข่งขันสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างตราสินค้าของตนให้มีความน่าเชื่อถือนั้น ทำให้ผู้ประกอบการแต่ละรายมีการทุ่มงบโฆษณา ออกแบบฉลากและบรรจุภัณฑ์ให้โดดเด่น การตอกย้ำความสะอาดและปลอดภัยของน้ำดื่มบรรจุขวดที่ผ่านการรับรองมาตรฐานการผลิตจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ เช่น สถาบันรับรองมาตรฐานการผลิตน้ำของสำรัฐ (National Sanitation Foundation :NSF) เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภค เป็นต้น

สำหรับในปี 2550 คาดว่าผู้ผลิตรายใหญ่จะดำเนินกลยุทธ์การแข่งขันต่อไป โดยจะยังคงเน้นการทำตลาดแบบ above the line ผ่านสื่อโฆษณา และ below the line ในการจัดกิจกรรม ณ จุดขาย เพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ผู้ประกอบการจะให้ความสำคัญกับปัจจัยในการเลือกซื้อน้ำดื่มบรรจุขวดของผู้บริโภค คือ 1) ความคุ้นเคยต่อตราสินค้า 2) ความน่าเชื่อถือ 3) ความสะดวกในการซื้อ และ 4) ความเชื่อมั่นในคุณภาพ

นอกจากการแข่งขันระหว่างผู้ผลิตน้ำดื่มบรรจุขวดด้วยกันแล้ว ผู้ผลิตยังต้องเผชิญกับการแข่งขันจากตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ เครื่องกรองน้ำ และเครื่องดื่มทางเลือกอื่นๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่มีการขยายตัวดีดังนี้

1) ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญในพื้นที่ที่อยู่อาศัย เช่น คอนโดมีเนียม อพาร์ทเมนต์ และย่านชุมชนต่างๆ ปัจจุบันตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ มีผู้ประกอบการประมาณ 6 ตราสินค้า โดยมีวอเตอร์เน็ท เป็นผู้นำตลาด และรายย่อยอีกประมาณ 20 ตราสินค้า ธุรกิจยังควขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการบริโภคน้ำดื่มจากตู้หยอดเหรียญมีความสะดวก และราคาถูกกว่าการซื้อน้ำดื่มบรรจุขวด โดยในปี 2549 ธุรกิจตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญเติบโตมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคาดว่าธุรกิจยังคงมีโอกาสเติบโตอย่างต่อเนื่อง

2)เครื่องกรองน้ำ โดยที่ได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องกรองน้ำมาเป็นลำดับ ทั้งเครื่องกรองน้ำแบบธรรมดา และเครื่องกรองน้ำที่มีคุณสมบัติพิเศษ ด้วยการขายตรงแก่ผู้บริโภคระดับกลางขึ้นไป ยอดการจำหน่ายเติบโตดี

3)เครื่องดื่มทางเลือกอื่นๆ ปัจจุบันเครื่องดื่มสุขภาพ เช่น น้ำผักและผลไม้ ชาเขียว น้ำถั่วเหลือง เป็นต้น เป็นเครื่องดื่มทางเลือกที่อาจทดแทนน้ำดื่มได้ ซึ่งเครื่องดื่มเหล่านี้ ได้มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายโดยวิธีชิงโชคแจกแถมของรางวัลที่มีมูลค่าสูง เพื่อดึงดูดให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อสินค้าด้วยความคาดหวังในรางวัลต่างๆ

ตลาดน้ำดื่มบรรจุขวด : โอกาสที่ยังเติบโต

การติบโตของน้ำดื่มบรรจุขวดนั้น นอกจากมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่น้ำดื่มเป็นสิ่งที่จำเป็นในการบริโภคเพื่อประโยชน์แก่ร่างกายแล้ว การที่พฤติกรรมของผู้บริโภคในสังคมเมืองส่วนใหญ่ต้องการความสะดวกสบาย และมีความมั่นใจในความสะอาดปลอดภัยของน้ำดื่มบรรจุขวดมากกว่าการบริโภคน้ำประปา ความเสื่อโทรมของแหล่งน้ำธรรมชาติที่มีปัญหารุนแรงขึ้น จนไม่สามารถนำมาใช้บริโภคได้ในชนบท ภัยแล้งในช่วงฤดูร้อนในแต่ละปีที่มีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ภาวะอากาศที่ร้อนอบอ้าวยิ่งขึ้นอันเนื่องมาจากภาวะโลกร้อน รวมทั้งประเพณีและวัฒนธรรมไทยในโอกาสต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น

เทศกาล งานรื่นเริง งานทำบุญ หรืองานเศร้าโศก ล้วนจำเป็นต้องใช้น้ำดื่มบรรจุขวดเพื่อการต้อนรับหรือเลี้ยงรับรองแขกด้วยกันทั้งสิ้น นอกจากนั้นการที่ประเทศไทยมีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมากที่สามารถไปเที่ยวได้ตลอดทั้งปี จึงทำให้มีความต้องการน้ำดื่มบรรจุขวดทั้งจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้นตาม ทั้งนี้ ในปี 2550 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายนักท่องเที่ยวจำนวน 14.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 9.6

จากสารวิจัยธุรกิจ ธนาคารกรุงไทย

ผู้วิเคราะห์ : สุภาพร ศรีสมบูรณ์

 
อ่านข่าวทั้งหมดของ ฐานเศรษฐกิจ ได้ที่นี่
 
 
สื่อรักและอาลัยแนวใหม่
In Focus
ยามาซากิบุกเจาะย่านสุขุมวิทต้อนลูกค้าญี่ปุ่นหม่ำขนมปัง
ตะกร้าข่าว
ศึกชิงเจ้าตลาดซีอิ๊วแดนอิเหนาเดือดสองยักษ์ปรุงรสซอสฟาดกันมันหยด
วิศวกรการศึกษาธารพรรษ สัตยารักษ์ คนรุ่นใหม่แห่งบุกเบิกม.หาดใหญ่
สยามทีวีเชียงใหม่ขายแอร์พุ่ง อัดแคมเปญลด30-50%รั้งแชมป์
Edutainment
สชอ.-ส.โฆษณาย้ำจุดยืนเก็บภาษีน้ำเมาตามดีกรี
คลัง-เอกชนหั่นจีดีพีปี50 โตไม่ถึง4%วิตกบาทแข็งกดดันภาคส่งออกครึ่งปี