ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > ปั้นเบทาโกรองค์กรโพรเฟสชันนัลวนัส แต้ไพสิฐพงษ์
 

ปั้นเบทาโกรองค์กรโพรเฟสชันนัลวนัส แต้ไพสิฐพงษ์

โดย ฐานเศรษฐกิจ วัน ศุกร์ ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2550 04:49 น.
หลายคนที่ติดตามการเติบโตของ เครือเบทาโกร (Betagro) ที่ยืนหยัดในธุรกิจปศุสัตว์ครบวงจรและอาหารมานาน 40 ปี ด้วยยอดขายในระดับกว่า 33,000 ล้านบาท และขยายตัวปีละ 10%-15% คงต้องยอมรับว่า เป็นอีกกลุ่มธุรกิจหนึ่งที่ต้องจับตามอง เนื่องเพราะในยุคการบริหารงานของ วนัส แต้ไพสิฐพงษ์ ทายาทยุคที่ 2 ที่เข้ามาสืบทอดมรดกธุรกิจให้กับ ครอบครัว แต้ไพสิฐพงษ์ ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกก้าวย่างที่ผ่านมา ธุรกิจไม่เพียงขยายตัวอย่างรวดเร็วแต่ยังขยายกิจการออกไปอีกมากมาย

และวันนี้เขากำลังเตรียมพร้อมสร้างองค์กรก้าวสู่ทศวรรษใหม่ด้วยความแข็งแกร่งโดยเฉพาะในเรื่องระบบการบริหารงานใน 5 กลุ่มธุรกิจหลักที่ทำอยู่ คือ สายธุรกิจเครือภูมิภาคและธุรกิจอาหารสัตว์ สายธุรกิจไก่ สายธุรกิจสุกร สายธุรกิจสุขภาพสัตว์ และสายธุรกิจอื่นๆ เช่น พัฒนาที่ดิน และการลงทุนในต่างประเทศ

และความคาดหวังนำเครือเบทาโกรเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า แม้เป้าหมายจะเป็นการระดมทุนเพื่อนำเงินมาขยายงานพอร์ตธุรกิจที่ทำอยู่ทั้ง 5 กลุ่ม แต่เงินก็ไม่ใช่ปัจจัยหลักเพราะสิ่งที่เขาคาดหวังไว้อย่างมากคือ สร้าง เครือเบทาโก เป็นองค์กรโปรเฟสชั่นแนลที่ประสพความสำเร็จในการบริหารธุรกิจเหมือนองค์กรชั้นนำของไทย อย่างเช่น เครือปูนต์ซิเมนต์ไทย

ตลอดระยะเวลา 22 ปีที่วนัส อยู่ในตำแหน่ง ซีอีโอ กล่าวได้ว่าเขามีส่วนบุกเบิกและปูรากฐานให้กับองค์กรเบทาโกร และดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่เขาชอบและยังมองว่าตัวเอง เป็น ผู้นำในแบบ Facilitator (ผู้นำที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร) มากกว่าผู้นำในแบบอื่นๆ

เขาเล่าอดีตให้ฟังว่า ก่อนจะมาเริ่มงานที่เบทาโกร เคยเป็น เอ็กเซ็คคูทีฟเทรนนีที่ บริษัท เงินทุนหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด หลังจากจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจจาก มหาวิทยาลัย ซานตา คลาร่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนนั้นอายุ 25 ปี เป็นคนทำวิจัยและศึกษา จนวันหนึ่งได้ไปธุระกับคุณพ่อ(ดร.ชัยวัฒน์ แต้ไพสิฐพงษ์) จึงเห็นว่าธุรกิจที่ครอบครัวทำอยู่มันใหญ่จึงตัดสินใจมาช่วยงานเองโดยคุณพ่อไมได้บังคับ

เริ่มต้นทำฝ่ายวางแผนธุรกิจ ซึ่งช่วงนี้ได้มีโอกาสพูดคุยกับพนักงานซึ่งต้องการขยายงานแต่ผู้ถือหุ้นยังมีแนวคิดอนุรักษ์นิยม ตอนนั้นจึงมีโอกาสได้ปลดล็อคความคิดนี้ของผู้ถือหุ้น โครงการแรกที่ทำ คือ กู้เงินมาสร้างฟาร์มไก่ ภายหลังสามารถทำโปรเจ็คขยายงานในส่วนต่างๆได้ และยังได้นำความรู้ประสบการณ์ทำโปรเจ็คที่ทิสโก้มาใช้ และปูพื้นฐานให้กับพนักงาน สามารถทำโครงการต่างๆกันได้เองจนถึงขณะนี้

อย่างไรก็ตาม ถึงวันนี้ วนัส ยอมรับว่าจากการขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนปัจจุบัน มีบริษัทในเครือและโรงงานรวมถึง 29 บริษัทและ พนักงานอีกประมาณ 22,000 คน แม้โมเดลธุรกิจที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะร่วมทุนกับต่างประเทศ และรับเอาโนว์ฮาวและเทคโนโลยีการบริหารงานของพันธมิตรเข้ามาใช้ แต่ก็ยอมรับว่า การขยายอย่างรวดเร็วที่ผ่านมา ทำให้การควบคุมหลวมลง หรือไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจัดการด้านระบบการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เขาจึงให้ความสำคัญ กับการวางระบบบริหาร นอกจากการนำระบบต่างๆเข้ามาใช้แล้ว เขายังลงทุนจ้างบริษัทที่ปรึกษาต่างชาติมาเป็นที่ปรึกษาการวางระบบองค์กร ที่นอกจากช่วยลดต้นทุนการทำงานในส่วนต่างๆแล้ว ยังเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน และไม่ได้คิดทำเฉพาะในเครือเบทาโกรเท่านั้น แต่เขายังมองไปถึงคู่ค้า และลูกค้า

วันนี้ วนัส จึงไม่เพียงแค่ดูองค์กรธุรกิจขนาดใหญ่ของไทยที่ประสพความสำเร็จ มาเป็นต้นแบบวิธีคิดในการบริหารองค์กรและธุรกิจให้ถูกต้องและประสพความสำเร็จ แต่ยังเชิญผู้เชี่ยวชาญขององค์กรนั้นๆมาเป็นที่ปรึกษา โดยเป้าหมายส่วนตัวเขาต้องการทำระบบทุกอย่างให้ถูกต้อง รวมไปถึงวิธีคิดของคนในองค์ ที่เคยมีปัญหาก็มักจะหาทางออกง่ายๆ ซึ่งบางที่ไม่ถูก 100% ขณะที่องค์กรต้นแบบที่วนัสเคยพบเห็นนั้นมักจะเลือกทางยาก เพื่อทำให้มันถูกต้อง แล้วสักวันมันก็จะง่าย ตอนนี้ผมเลยชอบทำอะไรให้มันถูกต้องก่อน และทำอะไรให้คนของผมเชื่อในสิ่งเหล่านี้ก่อน

ขณะที่เป้าหมายระยะยาววนัส ต้องการ สร้างเครือเบทาเป็น เซ็นเตอร์ของเน็ตเวิร์คในการผลิต ส่วนแรกคือเน็ตเวิร์คการผลิตที่ลงไปถึงเกษตรกร และอีกส่วนคือเน็ตเวิร์ด้านอาหารที่ไปถึงผู้บริโภค โดยนำโนว์ฮาวที่มีอยู่ ไปช่วยปรับปรุงคุณภาพ ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าสินค้า และอื่นๆ เช่น Food safety และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับพนักงานและผู้บริโภค

รวมไปถึงคนต้นแบบที่เขาเผยว่าเกิดเป็นยุคๆ ในอดีตก็มองความเก่งบางแบบของคุณพ่อที่ชอบ ซึ่งมักจะเห็นสิ่งที่เรรมองข้ามหรือนึกไม่ถึง ส่วนยุคนี้ยอมรับว่ามอง อาจารย์ พารณ อิสรเสนา เป็นต้นแบบ ชอบในมุมมองและความทุ่มเทของท่าน

แม้วันนี้เครือเบทาโกรจะประสพความสำเร็จอย่างชัดเจน แต่ก็ใช่ว่าซีอีโอไม่เคยก้าวพลาด เพียงแต่เขามองว่า สิ่งที่พลาดนั้น เหมือนเป็นการต่อยมวยยกแรก เมื่อแพ้หรือพลาด ก็ต้องต่อยยกสองให้ดีและไม่ให้พลาดอีก และถือเป็นบทเรียน เช่น ครั้งตัดสินใจไปลงทุนในจีนและต้องถอยกลับมา ช่วยทำให้เกิดความคิดที่ว่า การที่เราจะไปไหน หรือลงทุนที่ไหน ควรจะไปในที่ที่เราสนุกและมีความสุข เป็นอันดับแรก แล้วจึงค่อยคิดเรื่องงานตามมา และปัจจุบันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายบริษัทที่เขามักจะพูดเสมอว่า ไปไหนให้หาเพื่อนก่อน อย่าเพิ่งหาเงินก่อน

เมื่อถามว่าปรับตัวมาก็นานแล้ววันนี้ เครือเบทาโกร ขึ้นเป็นองค์กรผู้นำหรือยัง วนัส บอกว่า คงต้องให้คนข้างนอกเป็นคนวัด และยอมรับว่ายังมีอะไรที่จะต้องปรับปรุงและพัฒนาอีกเยอะ

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ ฐานเศรษฐกิจ ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news วินวิน สนซื้อหุ้นไทยโมบาย9พันล. แลกสิทธิบริหาร-ทำการตลาด
news เอาใจคนรักฮัมเมอร์
news คอลัมน์ โฟกัสประเด็นร้อน
news ถังก๊าซขาดตลาดราคาขยับแพงลิ่ว
news ละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดยูโรจิ๊บจ๊อย
news เคแบงก์เผยสินเชื่อเคหะQ1พุ่ง ลูกค้าแห่ซื้อบ้านกลัวปรับราคา
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
ปั้นเบทาโกรองค์กรโพรเฟสชันนัลวนัส แต้ไพสิฐพงษ์