ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > ระบบอัตราแลกเปลี่ยน : คงที่หรือลอยตัว
 

ระบบอัตราแลกเปลี่ยน : คงที่หรือลอยตัว

โดย ฐานเศรษฐกิจ วัน พฤหัสบดี ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2551 14:50 น.
ถ้าจะมีการเปลี่ยนระบบโดยไม่มีการศึกษาและเตรียมความพร้อมอย่างเพียงพอ อาจจะก่อให้เกิดปัญหาสั่นคลอนระบบเศรษฐกิจได้

บทความฉบับนี้ผมขอเขียนถึงเรื่องที่กำลังได้รับความสนใจจากสาธารณชนอย่างมากในขณะนี้ คือ เรื่องระบบอัตราแลกเปลี่ยนไม่ว่าจะเป็นระบบลอยตัวหรือระบบคงที่ก็ตาม ผมไม่สรุปว่าระบบอัตราแลกเปลี่ยนของไทยควรจะเป็นแบบใด เพราะการจะสรุปดังกล่าวต้องมีการศึกษาอย่างลึกซึ้ง ซึ่งผมยอมรับว่าไม่มีองค์ความรู้เพียงพอที่จะสรุปได้ ดังนั้นจึงขอพูดเรื่องนี้ในระดับความรู้ที่มีอยู่ในปัจจุบันเท่านั้น

ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบ่งออกได้ 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ระบบลอยตัว และระบบคงที่ อย่างไรก็ตาม โดยส่วนใหญ่ประเทศในโลกจะใช้ระบบที่ผสมผสานแล้วแต่ว่าจะอิงกับระบบไหนมากกว่ากัน

ระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวเต็มที่ หรือที่เรียกว่า Clean Float เป็นระบบที่ปล่อยให้อัตราแลกเปลี่ยนเคลื่อนไหวโดยเสรีไม่มีการแทรกแซงเลย ซึ่งที่จริงไม่มีประเทศใดทำเช่นนั้น แต่จะมีการแทรกแซงเพื่อให้ค่าเงินมีเสถียรภาพ หรือที่เราเรียกว่าเป็นระบบ Dirty Float ซึ่งในระบบนี้ก็ยังมีการแบ่งแยกย่อยออกไปอีก เช่น สิงคโปร์ นอกจากธนาคารกลางจะแทรกแซงค่าเงินเพื่อให้มีเสถียรภาพแล้วยังให้ค่าเงินอยู่ในระดับที่คิดว่าเหมาะสมกับพื้นฐานของเศรษฐกิจในขณะนั้นด้วย และจะมีการปรับอัตราแลกเปลี่ยนไปตามการเปลี่ยนแปลงของพื้นฐานทางเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศไทยจะไม่มีการกำหนดระดับอัตราแลกเปลี่ยนที่ควรจะเป็น แต่จะมีการแทรกแซงไม่ให้ค่าเงินบาทผันผวน และรักษาเสถียรภาพของค่าเงินเป็นหลัก

ในส่วนของระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่นั้นก็มีหลายรูปแบบ ประเทศส่วนใหญ่ที่ใช้ระบบนี้ มักจะใช้การกำหนดอัตราแลกเปลี่ยนโดยอิงกับตะกร้าเงิน กล่าวคือ ให้ค่าเงินของประเทศเปลี่ยนแปลงตามค่าเงินสกุลหลักที่อยู่ในเงินสำรองระหว่างประเทศของตนตามน้ำหนักของเงินสกุลนั้นๆ และยังมีรูปแบบอื่น เช่น อินโดนีเซียก่อนวิกฤติการเงินปี 2540/41 ใช้ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่แต่ให้ค่าเงินลดลงร้อยละ 5 ต่อปี (Crawling Peg) นอกจากนี้ก็ยังมีบางประเทศ เช่น ฮ่องกงที่ผูกค่าเงินเป็นอัตราคงที่กับดอลลาร์สหรัฐฯ ในแบบ Currency Board

ระบบอัตราแลกเปลี่ยนทั้ง 2 ระบบมีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ข้อดีของระบบคงที่ คือค่าเงินมีเสถียรภาพ และต้นทุนในการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนของธุรกิจต่ำ แต่มีข้อจำกัดคือ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาวิกฤติเช่นที่เคยเกิดในเอเชียตะวันออกในปี 2540/41 ประเทศที่ใช้อัตราแลกเปลี่ยนระบบนี้จะต้องมีการควบคุมการเคลื่อนย้ายเงินทุน (Capital Control) เพื่อให้สามารถควบคุมปริมาณเงินในประเทศได้ หรือถ้าต้องการให้เงินทุนเคลื่อนย้ายเสรีโดยไม่มีการแทรกแซงก็ต้องยอมให้อัตราดอกเบี้ยในประเทศขึ้นอยู่กับการไหลเข้าออกของเงินทุน หรือพูดง่ายๆ คือ ถ้าไม่มี Capital Control ก็ไม่มีนโยบายการเงินและไม่มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ย ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่กับการให้มีเงินทุนเคลื่อนย้ายเสรีและไม่มีนโยบายการเงินแบบนี้เรียกว่า Currency Board

ในระบบ Currency Board การปล่อยให้เงินทุนเคลื่อนย้ายเสรี เงินทุนก็จะไหลเข้าออกตามอัตราดอกเบี้ยโดยเปรียบเทียบกับประเทศอื่น เช่น ถ้าอัตราดอกเบี้ยในประเทศสูงกว่าต่างประเทศ เมื่อไม่มี Capital Control ก็จะมีเงินทุนไหลเข้าทำให้ปริมาณเงินในประเทศสูงขึ้น จนกระทั่งอัตราดอกเบี้ยในประเทศเท่ากับอัตราดอกเบี้ยต่างประเทศ เงินทุนก็จะหยุดไหล

ดังนั้นอัตราดอกเบี้ยในประเทศก็จะขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยของเศรษฐกิจหลักของโลกเป็นสำคัญ ระบบนี้มีใช้อยู่ในเพียงบางประเทศเท่านั้นเช่น ฮ่องกง ผมคิดว่าการใช้ระบบ Currency Board ค่อนข้างจะเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากไม่สามารถใช้นโยบายการเงินในการดูแลเศรษฐกิจได้ หรือแม้จะต้องการใช้นโยบายการเงินก็จะมีผลอย่างจำกัด เช่นถ้าใช้มาตรการการเงินแบบตึงตัว เมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นก็จะมีเงินทุนไหลเข้า จนในที่สุดอัตราดอกเบี้ยก็จะลดลงกลับมาเท่าเดิม

ระบบอัตราแลกเปลี่ยนคงที่มีข้อจำกัด และอัตราแลกเปลี่ยนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงให้สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของพื้นฐานเศรษฐกิจ นอกจากนี้การเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยนแต่ละครั้งจะมีผลข้างเคียงต่อระบบเศรษฐกิจมาก อีกทั้งการใช้ Capital Control จะทำให้ตลาดการเงินไม่พัฒนาเนื่องจากเงินทุนจากต่างประเทศที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาตลาดการเงินจะไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก

สำหรับระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัวมีข้อดีก็คือ อัตราแลกเปลี่ยนสามารถสะท้อนถึงพื้นฐานของเศรษฐกิจ และการเปลี่ยนแปลงมีผลข้างเคียงต่อเศรษฐกิจน้อยกว่าเมื่อเทียบกับระบบคงที่ นอกจากนี้ยังเหมาะสมกับการพัฒนาตลาดการเงิน เนื่องจากส่วนใหญ่ประเทศที่ใช้ระบบนี้จะไม่มี Capital Control อย่างไรก็ตาม ระบบลอยตัวก็มีข้อเสียสำคัญคือ เศรษฐกิจของประเทศจะเผชิญกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนที่ถูกกำหนดจากปัจจัยต่างประเทศที่นอกเหนือการควบคุมได้ง่าย นอกจากนี้ในการค้าขายและการลงทุนระหว่างประเทศ ธุรกิจจะมีต้นทุนในการประกันความเสี่ยงของอัตราแลกเปลี่ยนสูงกว่าระบบคงที่

โดยภาพรวม ระบบลอยตัวเป็นระบบที่เหมาะสมกับสถานการณ์การค้าและการเคลื่อนย้ายเงินทุนของโลกที่มีความเสรีมากขึ้นดังในปัจจุบัน จึงทำให้ได้รับความนิยมมากกว่าระบบคงที่

คำถามที่สำคัญก็คือ เศรษฐกิจประเทศไทยเหมาะสมกับระบบอัตราแลกเปลี่ยนแบบใด ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบได้ยากมาก สำหรับผมแล้ว ถ้าพิจารณาเฉพาะโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศ ระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมน่าจะเป็นแบบคงที่ เนื่องจากเรามีการส่งออกเป็นสัดส่วนสูงมากเกือบร้อยละ 70 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) และมีการส่งออกที่ใช้วัตถุดิบ แรงงานและชิ้นส่วนในประเทศมาก อีกทั้งที่ผ่านมาการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพการผลิตก็อยู่ในระดับต่ำ

ดังนั้นถ้าค่าเงินสูง ธุรกิจส่งออกส่วนใหญ่จะได้รับผลกระทบมาก ซึ่งต่างจากประเทศอื่น เช่น สิงคโปร์ที่ลักษณะโครงสร้างเศรษฐกิจส่วนใหญ่เป็นแบบซื้อมาขายไป ส่วนในภาคการผลิตก็ผลิตสินค้าส่วนใหญ่คืออิเล็กทรอนิกส์ที่มีมูลค่าชิ้นส่วนนำเข้าสูงมาก ประกอบกับมีการเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพการผลิตในระดับค่อนข้างสูง จึงไม่ถูกกระทบมากนักเมื่อค่าเงินสูงขึ้น ตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1980 ถึงสิ้นทศวรรษ 2000 ค่าเงินสิงคโปร์เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ทว่าการส่งออกก็ยังคงขยายตัวในอัตราที่สูง

นอกจากนั้นแล้ว เศรษฐกิจของไทยยังต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานในสัดส่วนที่สูง ที่ผ่านมาในปี 2548 เมื่อราคาน้ำมันพุ่งขึ้นและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดกั้นเงินเฟ้อ แต่ผลคือยิ่งทำให้มีเงินทุนไหลเข้าและเงินบาทแข็งค่าขึ้น จนกระทบกับผู้ส่งออกอย่างมาก ธปท.จึงต้องหันมาใช้มาตรการสำรองร้อยละ 30 และก็มีผลกระทบตามมากว่าที่จะยกเลิกไปในที่สุด

แม้ว่าโครงสร้างเศรษฐกิจไทยจะเหมาะกับอัตราแลกเปลี่ยนแบบคงที่ แต่ทว่าระบบนี้ในตัวเองก็มีปัญหามากดังที่กล่าวมาแล้ว ในขณะที่ระบบลอยตัวแบบมีการจัดการอย่างที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแม้ว่าจะสอดคล้องกับกระแสเศรษฐกิจโลก แต่ก็อาจจะสร้างผลกระทบแก่เศรษฐกิจได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นระบบลอยตัวหรือคงที่ ต่างก็มีข้อดีและข้อเสียต่างกันไป ซึ่งผมไม่มีคำตอบว่าเศรษฐกิจไทยควรจะใช้ระบบใด

ผมคิดว่าในอนาคตเราคงต้องมีการศึกษาวิจัยเพื่อหาคำตอบว่าโครงสร้างเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการส่งออกกับระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่เป็นอยู่มีความสอดคล้องกันหรือไม่อย่างไร หรือประเทศไทยอาจจำเป็นต้องปรับโครงสร้างให้ลดการพึ่งพิงการส่งออกและเพิ่มสัดส่วนของอุปสงค์ในประเทศมากขึ้น

ส่วนในระยะสั้นผมขอฝากเป็นข้อคิดว่า ถ้าจะมีการเปลี่ยนระบบโดยไม่มีการศึกษาและเตรียมความพร้อมอย่างเพียงพอ อาจจะก่อให้เกิดปัญหาสั่นคลอนระบบเศรษฐกิจได้ ในขณะเดียวกัน ผมก็ไม่คิดว่าระบบที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจะไม่มีจุดอ่อน ควรจะมีการปรับปรุงให้มีกลไกในการควบคุมความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนควบคู่ไปด้วย เพราะการแทรกแซงค่าเงินในระบบการเงินขนาดใหญ่ของโลกขณะที่ประเทศเราไม่ร่ำรวยหรือมีเงินมากพอจะมีต้นทุนอย่างสูง

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ ฐานเศรษฐกิจ ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news วินวิน สนซื้อหุ้นไทยโมบาย9พันล. แลกสิทธิบริหาร-ทำการตลาด
news เอาใจคนรักฮัมเมอร์
news คอลัมน์ โฟกัสประเด็นร้อน
news ถังก๊าซขาดตลาดราคาขยับแพงลิ่ว
news ละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดยูโรจิ๊บจ๊อย
news เคแบงก์เผยสินเชื่อเคหะQ1พุ่ง ลูกค้าแห่ซื้อบ้านกลัวปรับราคา
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
ระบบอัตราแลกเปลี่ยน : คงที่หรือลอยตัว