ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ > ไม่ลด ไม่ได้แล้ว คาถาเรียกลูกค้าเข้าร้านฟาสต์ฟูด
 

ไม่ลด ไม่ได้แล้ว คาถาเรียกลูกค้าเข้าร้านฟาสต์ฟูด

โดย ฐานเศรษฐกิจ วัน พุธ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2551 23:30 น.
สภาวะเศรษฐกิจย่ำแย่แบบนี้ ผู้บริโภคส่วนใหญ่พยายามประหยัดการจับจ่ายใช้สอยด้วยการกิน-ใช้อย่างพอเพียง จากที่เคยกินข้าวนอกบ้านบ่อยๆ ก็หันกลับมาทำอาหารกินเอง แถมใส่ห่อ ผูกปิ่นโต ไปอร่อยกันต่อที่สำนักงาน ส่วนคนที่ยังต้องฝากท้องกับร้านอาหาร ก็พยายามใช้จ่ายให้น้อยลง กินน้อยลง เทรนด์นี้เกิดขึ้นทั่วไปในหลายประเทศ ไม่เฉพาะกับไทย หลังจากที่ ภาวะเงินเฟ้อ-น้ำมันแพง กลายเป็นวาระร้อน ที่ประชากรโลกทุกวันนี้ได้ลิ้มรสกันทั่วหน้า

ในสหรัฐอเมริกา ที่กำลังเผชิญภาวะเศรษฐกิจซบเซาอับเฉาสุดๆ ในช่วงหนึ่งชั่วอายุคน ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้อย่างจัง หนึ่งในนั้นคือ ร้านอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเชนร้านจานด่วนหรือภัตตาคารเสิร์ฟถึงโต๊ะ ทุกวันนี้ธุรกิจร้านอาหารในสหรัฐฯ ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวม 537,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 17.18 ล้านล้านบาท กำลังเผชิญปีแห่งอุปสรรคขวากหนามด้วยเหตุผลหลายประการท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจดังกล่าวมา ซึ่งส่งผลให้ลูกค้าเริ่มใช้จ่ายน้อยลงและกินนอกน้อยลดลงเพื่อเก็บเงินไว้ใช้สำหรับสิ่งจำเป็นอื่นๆ แทน

สมาคมธุรกิจร้านอาหารแห่งชาติ หรือ เอ็นอาร์เอ ของสหรัฐอเมริกา ประเมินสถานการณ์ล่วงหน้าสำหรับปี 2551 นี้ทั้งปีว่า ภาพรวมทั้งธุรกิจจะเติบโตเพียงเล็กน้อย โดยยอดจำหน่ายหลังหักอัตราเงินเฟ้อแล้วคาดว่าจะขยายตัวไม่ถึง 1 % ซึ่งพอๆ กับเมื่อปีที่แล้ว แต่ค่อนข้างห่างจากตัวเลขปี 2547 ที่ยอดขายโตถึง 3 % ส่วนจำนวนร้านอาหารเปิดใหม่คาดว่าจะมีประมาณ 10,000 แห่ง และมีผู้ประกอบการทั้งอุตสาหกรรมราว 945,000 ราย

ผู้ประกอบการหลายรายพากันปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายที่กำลังมาเยือน ซึ่งแนวโน้มที่เด่นชัดมากอย่างหนึ่ง ก็คือ การใช้กลยุทธ์ด้านราคา แต่ก็ใช่ว่า ถ้าลดราคา (ที่มักจะมาพร้อมกับการลดขนาดหรือปริมาณ) อย่างเดียวแล้วจะช่วยให้อยู่รอดได้ เพราะขืนลดไม่ดูตาม้าตาเรือ แทนที่จะรุ่ง พานจะร่วงได้ง่ายๆ ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า กลยุทธ์นี้ต้องใช้ทั้งศิลปะวิธีและสัญชาตญาณประกอบกัน ว่าลดแค่ไหน ลดอย่างไร จึงจะดูดี

ยกตัวอย่าง แซนด์วิชขนาดเล็กราคา 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ คิดเป็นเงินไทยก็เพียง 60 กว่าบาทของเชนร้านฟาสต์ฟูด ควิสนอส (Quiznos) ที่นำเข้าสู่ตลาดในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นายสตีฟ โพรวอสต์ หัวหน้าคณะผู้บริหารฝ่ายการตลาดของบริษัท เผยว่า แซนด์วิชขนาดเล็กนี้ ทำจากแผ่นขนมปังทรงกลมเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้วพับครึ่งโดยมีไส้แบบต่างๆ 4 แบบอัดแน่นอยู่ตรงกลาง เนื่องจากเป็นเมนูใหม่จึงตั้งชื่อให้สะดุดหูว่า แซมมี่ส์ (Sammies) เราทดลองตลาดแซมมี่ส์ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว ตอนแรกวางแผนว่าจะวางจำหน่ายจริงในช่วงกลางปีนี้ แต่พอเห็นเมฆฝนตั้งเค้า ภาวะเศรษฐกิจทำท่าแย่ เราก็เลยเปิดตัวเร็วขึ้นกว่าเดิม

ผู้บริหารของควิสนอสใช้สัญชาตญาณได้เหมาะสมกับสถานการณ์เพราะลูกค้าที่ได้รับพิษจากเศรษฐกิจซบเซา ให้การตอบรับผลิตภัณฑ์ใหม่นี้เป็นอย่างดี กระทั่งปัจจุบันมีการเพิ่มไส้ใหม่ๆ ให้กับเมนูแซมมี่ส์อีก 2 แบบ และเชนร้านควิสนอส ซึ่งมีทั้งสิ้น 5,000 สาขาทั่วสหรัฐอเมริกา ก็ทำยอดขายแซนด์วิชขนาดเล็กนี้เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 20 % ของยอดขายรวม ผู้ซื้อแฟรนไชส์ควิสนอสรายหนึ่งซึ่งมีร้านสาขา 2 แห่ง กล่าวว่า การตัดสินใจนำเสนอเมนูใหม่ดังกล่าว ช่วยทางร้านได้มาก ทั้งนี้สถิติยอดขายชี้ว่า แซนด์วิชทุกๆ 10 ชิ้นที่ขายออกไป เป็นแซนด์วิชเล็กแซมมี่ส์ 5 ชิ้น ลูกค้าเองก็ยอมรับว่า ราคา 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นราคาที่เหมาะสม ไม่เพียงเท่านั้น ทางร้านยังจัดเมนูชุด (คอมโบ) ซึ่งประกอบด้วยแซมมี่ส์ 2 ชิ้น สลัดผัก และเครื่องดื่ม ในราคา 6 ดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งก็ขายดีเช่นกัน

หากจะมองย้อนกลับไปในอดีต จะพบว่า กลยุทธ์อาหารชุดจานด่วนราคาประหยัด รวมทั้งเบอร์เกอร์ราคาประหยัดอย่างเช่น เบอร์เกอร์ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ ของแมคโดนัลด์ ยักษ์ใหญ่ในวงการฟาสต์ฟูดนั้น ก็มีมานานแล้ว และจนถึงปัจจุบัน เบอร์เกอร์ดังกล่าวก็ยังทำยอดขายได้ดีตลอดมา แม้กระทั่งฟาสต์ฟูดคู่แข่งอย่างเบอร์เกอร์ คิง ก็มีข่าวว่าจะนำเสนอดับเบิ้ลชีส เบอร์เกอร์ ซึ่งปกติจำหน่ายในราคามากกว่า 2 ดอลลาร์สหรัฐฯ ในหลายเขตพื้นที่ ออกมาในราคา 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ บ้างแล้วในเร็ววันนี้ ขณะที่ค่ายเวนดี้ส์ อินเตอร์เนชั่นแนล ก็กำลังวางแผนจะนำเสนอดับเบิ้ล ชีส เบอร์เกอร์ ในราคาประหยัดออกมาประชันเช่นกัน

อาหารราคาประหยัดคุ้มค่าเงิน คือสิ่งที่ลูกค้าทุกวันนี้ปรารถนา นายไมเคิล เพ็ตติท เจ้าของบริษัท ซีเจเค แอสโซชิเอทส์ฯ ผู้ดำเนินการเชนภัตตาคาร แอพเพิลบีส์ ในเขตเมืองซาคราเมนโต กล่าว พร้อมกับยกตัวอย่างว่า ทุกวันนี้ อาหารชุดราคาประหยัดธรี-คอร์ส คลาสสิค คอมโบ ที่ประกอบด้วยอาหาร 3 อย่าง คือ ออเดิฟเรียกน้ำย่อย อาหารจานหลัก และของหวาน ที่ทางร้านจัดเป็นชุดๆ ในราคาเริ่มต้นที่ 9.99 ดอลลาร์สหรัฐฯ ได้กลายมาเป็นเมนูโปรโมชันที่ขายดีที่สุด และเพิ่มยอดขายได้ถึง 12 % เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ศ. แพท โมรีโอ ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มแห่งมหาวิทยาลัยเนวาดา ให้ความเห็นว่า นโยบายลดราคาเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะหากทำได้อย่างเหมาะสมก็จะเรียกลูกค้าเข้าร้านได้ แต่หากพลาดไปก็จะทำให้ร้านเสียภาพลักษณ์ได้ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างแรงกดดันให้ทางร้านจำเป็นต้องเร่งเพิ่มปริมาณการขาย เพราะโดยปกติแล้ว สินค้าราคาถูกจะทำกำไรได้น้อยลงด้วย ฉะนั้น จึงต้องชดเชยกันด้วยปริมาณจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ค่าแรงของพนักงานยังคงเท่าเดิม ไม่ว่าทางร้านจะขายอาหารจานเล็ก หรือจานใหญ่ ฉะนั้น จุดนี้จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึง

ส่วนความเสี่ยงในเรื่องภาพลักษณ์นั้น ศ. เอช.จี.พาร์ซา จากมหาวิทยาลัยเซ็นทรัล ฟลอริดา ในเมืองออร์แลนโด ยกตัวอย่างแคมเปญเมื่อต้นปี (ราวเดือนมกราคมที่ผ่านมา) ของบริษัท สตาร์บัคส์ฯ ที่ทดลองขายกาแฟถ้วยเล็กในราคาถ้วยละ 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ (จากปกติราคาเริ่มต้นที่ 4 ดอลลาร์สหรัฐฯ) แถมยังเติมฟรีได้เรื่อยๆ เฉพาะที่ร้านสาขาในเมืองซีแอตเทิล ซึ่งเป็นถิ่นกำเนิดร้านสตาร์บัคส์ โปรโมชันดังกล่าวทำให้หลายคนประหลาดใจ เพราะสตาร์บัคส์ซึ่งมีสาขาทั่วโลกมากกว่า 14,000 แห่ง อาจจะเสี่ยงกับการทำให้ภาพลักษณ์ร้านกาแฟชั้นดี-ราคาแพง ด้อยค่าลงไปด้วยการนำเสนอกาแฟราคาถูก

ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะที่ผ่านมา สตาร์บัคส์ไม่เคยปรับลดราคาสินค้า แต่ตอนนี้บริษัทกำลังเจอภาวะอิ่มตัว และยังมีคู่แข่งอย่างแมคโดนัลด์ที่หันมาทำกาแฟพรีเมียมขายบ้าง ขณะที่อีกด้านหนึ่งภาวะเศรษฐกิจก็ได้สร้างกดดันมากขึ้น ศ.พาร์ซา ยังอธิบายต่อไปว่า ร้านอาหารบางแห่งก็ลดต้นทุนการผลิต ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบที่ราคาไม่แพงแต่ลูกค้านิยมบริโภค เช่น เนื้อไก่ และเนื้อวัวตัดชิ้นขาย เทคนิคจูงใจอยู่ที่การปรุงและสร้างสรรค์เมนูจากวัตถุดิบ ขายดี กำไรงาม เหล่านี้ บางร้านก็ลดเมนูผัก เช่น สลัด ในช่วงฤดูหนาว เพราะเป็นช่วงที่ผักมีราคาแพง

การลดราคาลงมากจนเกินไป เป็นเรื่องอันตราย โดยเฉพาะเมื่อคุณทำร้านอาหาร เพราะถ้าทำเช่นนั้น ร้านของคุณจะดึงดูดใจก็แต่ลูกค้าที่มองปัจจัยราคาเป็นเรื่องใหญ่ ลูกค้ากลุ่มนี้จะไม่มีวันยอมให้ราคาอาหารขยับขึ้น และถ้าทางร้านขยับราคาเมื่อไหร่ พวกเขาก็พร้อมจะเดินออกจากร้านของคุณทันที

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ ฐานเศรษฐกิจ ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news ปชช.แห่นำรถเติมน้ำมันแน่นปั๊ม หลังรัฐปรับลด ภาษีสรรพสามิต
news จองเมดอินไทยแลนด์ทะลุเป้า4พันบู๊ธ
news เอไอเอสคอลเซ็นเตอร์ ปั้นพนักงานเป็นซีเจ
news ชั้นในกีฬาซาบีน่า
news สนั่นยันจัดหารถขสมก.แค่3พันคัน
news เลื่อนใช้ไอเอเอส39ไม่คืบ
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
ไม่ลด ไม่ได้แล้ว คาถาเรียกลูกค้าเข้าร้านฟาสต์ฟูด