แหล่งรวม ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > เศรษฐกิจ
 

เปิดใจคลื่นลูกใหม่ อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์''เถ้าแก่น้อย''ตัวจริง

โดย ฐานเศรษฐกิจ วัน พฤหัสบดี ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2550 04:48 น.
เมื่อพูดถึง นักธุรกิจ เราคงจะตีความความหมายของคำๆนี้ไปต่างๆนานา ขึ้นอยู่กับมุมมอง ประสบการณ์ และการใช้ชีวิตของแต่ละคน สำหรับ ต๊อบ"อิทธิพัทธ์ กุลพงษ์วณิชย์ นักธุรกิจหนุ่มวัย 22 ปีที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงกับการสร้างแบรนด์ เถ้าแก่น้อย ให้เป็นที่รู้จักในอุตสาหกรรมอาหารบ้านเราในขณะนี้ บอกว่าในมุมมองของเขา นักธุรกิจไม่จำเป็นว่าจะต้องทำธุรกิจให้ร่ำรวย จึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ แต่ขอให้เป็นธุรกิจที่สุจริต ที่สำคัญทำประโยชน์ให้กับคนอื่นได้ด้วยจะยิ่งดี

อิทธิพัทธ์เกริ่นนำ ก่อนจะเริ่มถ่ายทอดย้อนเรื่องราวชีวิตที่กว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ ให้เราฟังว่า การเป็นลูกชายคนเล็กของบ้านไม่ได้ทำให้เขาได้อภิสิทธิ์มากกว่าพี่ชายและพี่สาว เพราะทั้งคุณพ่อและคุณแม่เลี้ยงลูกเท่าเทียมกันหมด ขณะที่ชีวิตวัยเรียนก็ไม่ได้ผิดแผกแตกต่างไปจากเด็กหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกัน

ชีวิตช่วงนั้นมีเพื่อนมาก ขณะที่คุณครูส่วนใหญ่จะรู้จักผมในฐานะของเด็กไม่เอาถ่าน เรียนไม่ได้เรื่อง ชอบเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ออนไลน์ ซึ่งก็เหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆที่เขาเล่นกัน เพียงแต่ผมโชคดีที่ได้เข้าไปแชทกับเจ้าของเซิร์ฟเวอร์โดยบังเอิญ คือ เราเข้าไปเสนอความคิดเห็นว่า ทำไมในเกมส์ถึงไม่มีแบบนั้น ไม่ทำแบบนี้ พอดีว่าเขาถูกใจเลยติดต่อให้ทำงานด้วย โดยรับงานเป็นจ๊อบๆ ทำหน้าที่คิดสิ่งแปลกๆมาเสนอ ตอนนั้นได้ค่าแรงเดือนละประมาณ 1,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯ(ประมาณ 40,000-50,000 บาท)โดยเขาจะโอนเงินมาให้ทุกเดือน เรียนไปด้วยทำเกมส์ไปด้วย จนกระทั่งถึง ม.6 ผมจบอย่างทุลักทุเลมาก จนมีอาจารย์ท่านหนึ่งพูดกับผมว่า จบไปแล้วจะไปทำอะไรกิน

เขามองว่า นั่นไม่ใช่การดูถูก แต่กลับเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดัน สร้างแรงบันดาลใจทำให้เขามาถึงจุดนี้ได้สำเร็จ ตอนเรียนอยู่ปีหนึ่งที่หอการค้าไทย เกมส์ออนไลน์เสื่อมความนิยมลง ทางเจ้าของเกมส์เขาจำเป็นต้องลดการจ้างเรา ผมไม่เคยขอเงินทางบ้านใช้ก็เลยคิดว่า ต้องหาอย่างอื่นทำแทน จึงเริ่มมองธุรกิจที่คิดว่า น่าจะขายได้เรื่อยๆ สุดท้ายมาลงเอยที่ธุรกิจอาหาร และแหล่งข้อมูลฮอตฮิตสำหรับธุรกิจอาหารที่เหมาะสมที่สุดในช่วงนั้น คงหนีไม่พ้นงานใหญ่ระดับชาติที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ตอนนั้นไปเดินที่เมืองทองธานี ไปเจอเครื่องคั่วเกาลัดจากญี่ปุ่น ก็เลยสนใจ เพราะเป็นคนชอบทานเกาลัด และคิดว่าถ้าขายก็น่าจะมีกำไรดี เพราะในบ้านเราตอนนั้นยังใช้คนคั่วกันอยู่เลย

บทเรียนที่ได้จากการทำธุรกิจขายเกาลัดในวัยเพียงแค่ 18 ปีครั้งนั้นสอนให้เขารู้ว่า ทำเลที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมาย เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งกับธุรกิจอาหาร เดือนแรกผมขายขาดทุนทุกวัน แต่ก็สู้มาจนได้เปิดสาขาใหม่อีกสาขาหนึ่ง ที่ใหม่นี่ผมขาดทุนหนักกว่าเดิม จนเริ่มรู้สึกท้อจนคิดว่าจะเลิกทำแล้ว แต่พอดีทางห้างโลตัสติดต่อเข้ามา บอกให้ลองเข้าไปดูทำเลของเขาก่อน ตอนนั้นจึงได้เริ่มคิดว่า เพราะเราอยู่ในทำเลที่ไม่ดีหรือเปล่าจึงขายไม่ดี ผมก็เลยเริ่มไปหาหนังสือเกี่ยวกับที่ตั้ง ฮวงจุ้ย มาศึกษา และได้คำตอบว่า ทำเลที่ดีที่สุดของห้างต้องอยู่ทางซ้ายของประตูทางออกเสมอ

เขาประสบความสำเร็จทันที หลังจากเริ่มกิจการด้วยยอดขาย 5,000 บาทในวันแรก ทั้งยังสามารถขยายสาขาได้ถึง 20 สาขาภายใน 1 ปี และต้องตัดสินใจดร็อปการเรียนไว้เพื่อมาดูกิจการที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งย่างเข้าปีที่ 2 เขาเปิดสาขาไปแล้วกว่า 30 สาขา จากความได้เปรียบของการมีหน้าร้านเอง ชายหนุ่มคิดต่อยอดธุรกิจโดยนำสินค้าคอนเซ็ปต์ใกล้เคียงกัน เข้ามาทำตลาดดูบ้าง เช่น ลูกพลับแห้ง ลำไยอบแห้ง สุดท้ายคือ สาหร่ายทอด ซึ่งจากผลตอบรับที่ดีกว่ายอดขายเกาลัดซึ่งเป็นสินค้าหลักในบางสาขา ผมเห็นว่า มันมีอนาคต จึงเริ่มคิดที่จะพัฒนาต่อยอดออกไป โดยเริ่มนำสินค้าตัวอย่างไปเสนอให้กับร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่คิดว่า เหมาะกับสินค้าและกลุ่มลูกค้า แต่ต้องผิดหวังเพราะเขาบอกกลับมาว่า สินค้ายังต้องพัฒนาอีกหลายๆด้าน

ในช่วง 2-3 เดือนแรกเขา จึงตะลุยในเรื่องของพัฒนารูปแบบสินค้าเพียงอย่างเดียว ทั้งในเรื่องบรรจุภัณฑ์ รสชาติ และอายุของสินค้า ซึ่งนับเป็นการวางรากฐานที่สร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์นับแต่นั้น จุดแข็งของเถ้าแก่น้อย คือ เป็นแบรนด์ที่กล้าเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารส่วนใหญ่ของเราเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ที่มีแนวคิดเปิดกว้าง ฟังความคิดเห็นทั้งของลูกค้าและผู้บริโภค ทำให้สินค้าสามารถพัฒนาได้เร็ว หลายคนอาจจะมองว่า ผมเก่งเพราะอายุแค่ 22 ปี ซึ่งจริงๆแล้ว สิ่งที่ผมทำก็แค่พัฒนาจากสิ่งที่ยังไม่ได้พัฒนา และหาความแตกต่างมาเป็นจุดขายให้กับสินค้าเท่านั้นเอง

เขาเล่าต่อถึงแผนพัฒนาธุรกิจขั้นต่อไปเมื่อสินค้าผ่านการพิจารณาแล้วว่า ตอนนั้นเขาถามผมว่า พร้อมที่จะผลิตสินค้าป้อน 3,000 สาขาไหม ซึ่งตอนนั้นผมมีคนทอดอยู่ 5 คน(รวมผมด้วย)โรงงาน ก็คือหลังบ้าน ผมคิดว่านั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะเขาได้หยิบยื่นโอกาสให้ผมแล้ว เพราะฉะนั้น ผมต้องคว้ามันไว้ จำได้ว่าผมตอบกลับไปคำเดียวเลยว่า..พร้อมครับ..ซึ่งหมายความว่า ภายในสองเดือน ผมจะต้องมีสินค้าชุดแรกออกมาให้กับเขา หลังจากวางโทรศัพท์ ผมเริ่มให้คนที่เขามีความรู้ในการเขียนแผนธุรกิจให้ เพื่อขอกู้แบงก์ สุดท้ายแบงก์ไม่อนุมัติตีเรื่องกลับมาว่า เพราะผมยังเด็กอายุแค่ 18-19 ปี เขามองว่าเป็นความเสี่ยง ก็ไม่เป็นไร ผมหาวิธีใหม่ ตอนนั้นคิดว่าจะต้องขายสาหร่ายเป็นเงินสดให้ได้เพื่อนำมาหมุนทำโรงงาน พอดีได้เอเย่นต์รายหนึ่งที่เขาซื้อสินค้าไปและขายดีมาก ซึ่งเขายอมจ่ายเงินให้เป็นเงินสดด้วย ผมเลยได้เงินส่วนนั้นมาทำโรงงาน และขายธุรกิจเกาลัดทิ้ง

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ต้องตัดสินใจขายธุรกิจที่สร้างมากับมือ เขาเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่า ความรู้สึกคล้ายกับการที่ต้องขายรถคันเก่า ซึ่งสภาพยังดี และพร้อมจะพาเจ้าของไปได้ในทุกๆที่ เพื่อมาซื้อรถคันใหม่ที่ยังไม่รู้อนาคตข้างหน้าว่าจะให้ใช้เมื่อใด ซึ่งระหว่างนั้นต้องเดินขึ้นรถเมล์แทน แต่อิทธิพัทธ์ก็สามารถสอบผ่านจุดนั้นมาได้ด้วยดี ปัจจุบันเถ้าแก่น้อย เป็นผู้นำในธุรกิจสาหร่ายมีส่วนแบ่งตลาดมากเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งยังส่งออกไปขายยังต่างประเทศ อาทิเช่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และญี่ปุ่น ฯลฯ ส่วนเป้าหมายสูงสุดที่อยากเห็นก็คือ เมื่อใดก็ตามที่เอ่ยชื่อ เถ้าแก่น้อย อยากให้คนคิดถึงสาหร่าย หรือเมื่อพูดถึงสาหร่าย อยากได้คิดถึง เถ้าแก่น้อย

การอ่านกรณีศึกษาของนักธุรกิจชั้นนำอยู่เป็นประจำ เปรียบเสมือนไฟส่องทางทำให้เขาสามารถนำมาปรับใช้กับการดำเนินธุรกิจของตัวเองได้อย่างเหมาะสม ผมชอบอ่านหนังสือ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแนวการบริหารธุรกิจ หรือเป็นเรื่องราวของบุคคลที่ประสบความสำเร็จ ผมคิดว่าบุคคลเหล่านี้ก่อนที่เขาจะประสบความสำเร็จในชีวิต เขาเคยล้มเหลวมาก่อน ซึ่งเขาล้ม เราไม่ต้องล้มตามเขาก็ได้ เพราะเราได้เรียนรู้บทเรียนจากคนเหล่านั้นแล้ว จึงไม่แปลกใจเมื่อเขาบอกกับเราว่า ทั้งนายธนินท์ เจียรวนนท์ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี นายตัน ภาสกรนที นายโดนัลด์ ทรัมป์ นายบิล เกตต์ หรือแม้แต่ นายสตีฟ จ้อบส์ ต่างเป็นต้นแบบในการทำธุรกิจของเขาแถบทั้งนั้น

ฝากแนะนำเด็กรุ่นใหม่ๆที่อยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเองบ้าง..ผมไม่อยากให้คิดว่า เราไม่เรียนแล้วจะประสบความสำเร็จ ผมคิดว่าชีวิตที่แท้จริงนั้น มันเริ่มต้นหลังจากที่เราจบการศึกษาภาคปกติแล้ว(ระดับปริญญาตรี) แต่ถ้าคิดได้ก่อนหน้านั้นถือว่าโชคดี ซึ่งผมโชคดีที่ผมคิดได้เร็ว ตอนนี้ผมก็กำลังเรียนต่อปริญญาตรีที่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิโรฒประสานมิตร คณะเศรษฐศาสตร์ด้วย

ส่วนคนที่จะทำธุรกิจ ต้องเริ่มจากการมีฝัน แล้วนำความฝันนั้นมาทำให้เกิดเป็นการกระทำ ซึ่งขึ้นอยู่กับความกล้าในการที่จะลงมือทำ ผสมผสานเข้ากับการมีความรู้ด้วย บางคนมีความรู้แต่ไม่มีความกล้ามันก็ไม่เกิด หรือบางคนกล้าแต่ไม่มีความรู้มันก็เจ๊ง ดังนั้นจึงต้องมีทั้งสองอย่างประกอบกัน ที่สำคัญอย่ายอมแพ้ ผมอยากจะบอกว่า เราจะหมดอะไรก็แล้วแต่ หมดเงิน ทรัพย์สิน ที่ดิน หรืออะไรก็ได้ แต่อย่าหมดกำลังใจ เพราะมันสำคัญมาก อยากให้คิดเสมอว่า เมื่อมีประตูหนึ่งปิด ย่อมมีประตูที่เปิดอยู่ด้วยเสมอๆ ผมคิดและให้กำลังใจกับตัวเองอย่างนั้นมาตลอด..

เขาได้พิสูจน์ให้เห็นซึ่งมิใช่เพียงแค่คำพูด แต่ด้วยการกระทำให้เราประจักษ์แล้วในวันนี้

ผู้นำ สไตล์ เถ้าแก่น้อย

ผู้นำต้องกล้าที่จะยอมรับความผิดพลาดโดยไม่โทษคนอื่น ต้องมีน้ำใจกับลูกน้อง รับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ทุกวันนี้คนในองค์กรผมมีทั้งระดับเจ้าหน้าที่มีตั้งแต่ระดับปริญญาตรีไปถึงปริญญาโท ซึ่งถ้าผมไม่รับฟังความคิดเห็นของเขา ผมจะรับเขาเข้ามาทำไม ผมจะไม่ปฏิเสธความคิดเห็นของเขาโดยไม่นำมาไตร่ตรองก่อน ผมคิดว่าผู้นำจะต้องเปิดกว้างในเรื่องเหล่านี้

 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ ฐานเศรษฐกิจ ได้ที่นี่
 
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news ไตรมาส2รสก.อู้ฟู่กำไร6.1หมื่นล. สาขาพลังงานนำโด่ง-รถไฟ-ขสมก.แชมป์เจ๊ง
news ยุทธศาสตร์ข้าวฉลุย ตั้งเป้าลดจำนำพันล.
news ย่อยข่าวเศรษฐกิจ
news ธุรกิจโลก
news หักคอร.ฟ.ท.จ่าย4พันล.สร้างแอร์พอร์ตลิงก์
news คมนาคมเบรกหัวทิ่มขึ้นค่าเรือ-ยื้อถึงม.ค.
news เศรษฐกิจส่อเค้าร่อแร่-แฉไทยสูญ2แสนล. นายแบงก์ชี้ปีหน้าดอกเบี้ยติดลบ-งานหินรัฐบาลใหม่
news ไฟเขียวเงินลงทุนรถไฟฟ้า-นิวเคลียร์
news ปลุกขวัญคนทอท.-มุ่งโกยรายได้กระฉูด ชงล้ม2มติครม.-เคลียร์ปัญหาเสียงดังสุวรรณภูมิ
news โฆสิตบุกยุ่นดึงลงทุนไทย
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvInteractive TV
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง