ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > การศึกษา > รัฐธรรมนูญกับการปฏิรูปการศึกษา
 

รัฐธรรมนูญกับการปฏิรูปการศึกษา

โดย มติชน วัน อาทิตย์ ที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2550 08:53 น.
โดย สำราญ เทพจันทร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์

1/ รัฐธรรมนูญ 2540 หมวดสิทธิและเสรีภาพของปวงชนชาวไทย มาตรา 43 สาระสำคัญระบุให้ทุกคนมีสิทธิได้รับการศึกษาสิบสองปีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ซึ่งในร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 48 แยกเป็นส่วนของการศึกษาโดยเฉพาะและมีเนื้อความสำคัญเดียวกัน ส่วนที่เพิ่มขึ้นเป็นเพียงส่วนขยายของใจความสำคัญของรัฐธรรมนูญ 2540

การระบุให้รัฐขจัดอุปสรรคเรื่องค่าใช้จ่ายในการศึกษาเพื่อให้พลเมืองเข้าถึงทรัพยากรของรัฐด้านนี้มากขึ้นเป็นการมองโลกในแง่ดี ดีกว่าการที่รัฐเอางบประมาณไปใช้ในกิจกรรมอื่น ที่ตอบสนองเฉพาะคนบางกลุ่ม เช่น งบราชการลับ หรือโครงการที่มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือใช้เงินเป็นงบประมาณเพื่อการทำรัฐประหาร เป็นต้น

แต่หลักการการศึกษาแบบให้เปล่าก่อผลบางประการ เช่น

การขจัดอุปสรรคเรื่องค่าใช้จ่ายไม่ได้เกิดขึ้นจริง เนื่องจากโรงเรียนยังใช้วิธีอื่นในการเก็บเงินจากผู้ปกครอง มีการประชุมผู้ปกครองเป็นแบบแผนขึ้น เพราะต้องการเงินจากผู้ปกครอง จึงไม่อาจควบคุมได้ว่าโรงเรียนควรเก็บจากผู้ปกครองเท่าไร และควรเก็บในรายการใดบ้าง ค่าใช้จ่ายจึงยังเป็นอุปสรรคของการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ ในระยะยาวจะก่อให้เกิดการฟ้องร้องทางกฎหมายระหว่างผู้ปกครองกับรัฐ

การที่โรงเรียนเรียกเก็บเงินจากผู้ปกครองแสดงให้เห็นว่า รัฐบาลให้งบประมาณหรือเงินรายหัวแก่โรงเรียนไม่เพียงพอ รัฐไม่ได้ให้การสนับสนุนเงินรายหัวตามฐานค่าใช้จ่ายของโรงเรียนจริง แต่คิดโดยสัมพันธ์กับฐานะการเงินของประเทศ

ดังนั้น จึงเกิดปัญหาว่าค่าใช้จ่ายจริงต่อนักเรียนจริงคือเท่าไร และการศึกษาแบบให้เปล่าไม่ได้คิดถึงฐานะการคลังของประเทศ (ในอนาคต) ว่าจะเป็นจริงได้หรือไม่ วิธีคิดการศึกษาแบบให้เปล่าจึงโรแมนติค เพราะมีอุปสรรคในความเป็นจริง (เช่น เปิดเทอมต้องเอาของไปจำนำ เป็นต้น)

แม้จะยอมรับว่าการจัดการศึกษาแบบให้เปล่าจะทำให้เกิดความเสมอภาคทางโอกาส ก่อให้เกิดความเสมอภาคทางสังคม สถานภาพที่เกิดจริงก็คือ เกิดสภาพการแย่งที่นั่งเรียนทุกระดับ ตั้งแต่อนุบาลจนถึงอุดมศึกษา การแย่งที่เรียนเป็นการแย่งกันเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ อยากให้ลูกนั่งเรียนในชั้นหัวกะทิต้องบริจาค โรงเรียนบางแห่งเปิดห้องเรียนเพิ่มเติม บางโรงเรียนต้องส่งครูแนะแนวไปโปรโมตโรงเรียนเพื่อดึงนักเรียนมาเรียน เพราะนักเรียนน้อย

จึงแสดงให้เห็นว่าสถานศึกษาส่วนน้อยคุณภาพใช้ได้ สถานศึกษาส่วนใหญ่มีปัญหาในเรื่องคุณภาพ โรงเรียนระดับการศึกษาพื้นฐานผ่านการรับรองจาก สมศ. เพียง 1 ใน 3 (มติชน 6 พ.ค.2550 หน้า 7) โรงเรียนส่วนน้อยเท่านั้นมีคุณภาพปานกลางถึงระดับดี นักเรียนทั้งระบบผ่านการวัดผลระดับชาติได้คะแนนเฉลี่ยต่ำในหลายวิชาทุกปี แม้กระทั่งวิชาภาษาไทย จึงสะท้อนประสิทธิภาพการศึกษาที่จัดโดยรัฐและภายใต้หลักการแบบให้เปล่า ที่ทำให้การศึกษาอ่อนแอทั้งระบบ เยาวชนทำความผิดถูกดำเนินคดีเพิ่มขึ้น 40% (มติชน 18 มี.ค.2550) เป็นต้น

การศึกษาแบบให้เปล่าจึงทำให้เกิดความเสมอทางโอกาสในท่ามกลางความไม่เสมอภาคทางคุณภาพ แต่พลเมืองพยายามจะต้องเข้าถึงความเท่าเทียมกันในทางคุณภาพ เพราะการกระจายทรัพยากรทางสังคมเพื่อให้เกิดความเสมอภาคทางโอกาส ทำให้ขาดประสิทธิภาพการแก้ปัญหาเชิงลึกคือเรื่องคุณภาพ

การจัดการศึกษาแบบให้เปล่าดีในทางความคิด แต่การจะทำให้เกิดความเสมอ ภาคทางโอกาสพร้อมกับความเสมอภาคทางคุณภาพได้ รัฐจะต้องมีงบประมาณมหึมา ซึ่งไม่ใช่ฐานะของประเทศไทย ไม่ว่าจะยุคสมัยใด

ถ้ายอมรับแบบจนตรอกคือ จัดงบประมาณเท่าที่รัฐจะให้ได้ ถ้าไม่พอก็ให้โรงเรียนช่วยเหลือตนเอง (ใช้วิธีเลี่ยงกฎหมายเรียกเก็บจากผู้ปกครอง) ก็จะก่อผลเชิงลึกในทางวัฒนธรรม คือเป็นการทำลายแนวคิดเรื่องนิติรัฐ หรือวัฒนธรรมการเคารพกฎหมาย ก่อให้เกิดความบิดเบี้ยวทางวัฒนธรรมของสังคมประชาธิปไตย แยกกันระหว่างบนโต๊ะกับใต้โต๊ะ หน้าบ้านกับหลังบ้าน บนดินกับใต้ดิน

กฎหมายเป็นแค่สิ่งที่เขียนไว้ประดับดังที่เป็นอยู่

2/ รัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 81 หมวดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ ในสาระเกี่ยวกับจุดมุ่งหมายและวิธีการจัดการศึกษา ระบุให้ปรับปรุงการศึกษา ซึ่งเป็นผลให้เกิดพระราชบัญญัติการศึกษา 2542 อันเป็นแนวในการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการจัดการศึกษาทั้งระบบในปัจจุบัน การที่การศึกษามีบทบาทในทางการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว การศึกษาจึงมีตำแหน่งหรือบทบาททางสังคมหรือ political typology ในลักษณะที่เป็น progressive ซึ่งทำให้เกิดความเข้มแข็งแก่ภาคประชาชน เป็นปัจจัยให้เกิดการปฏิรูปการเมือง

แต่ในร่างรัฐธรรมนูญส่วนที่ 4 แนวนโยบายด้านการศาสนา สังคม การศึกษา และวัฒนธรรม มาตรา 79 (3) แม้ส่วนแรกจะระบุให้พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ระบุกว้างๆ ให้จัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรม ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความสามัคคีและระเบียบวินัย ซึ่งมีลักษณะกลางๆ ไม่เน้นการเปลี่ยนแปลง

แต่องคาพยพหลักของร่างรัฐธรรมนูญให้ความสำคัญกับภาครัฐ แนวคิดทางการศึกษาจึงโน้มเอียงไปในทางการจัดการศึกษาแบบ traditional

ซึ่งตรงกันข้ามกับรัฐธรรมนูญ 2540 และขัดแย้งกับการปฏิรูปการศึกษาและการปฏิรูปทางการเมือง

3/ รัฐธรรมนูญ 2540 มาตรา 289 สาระสำคัญให้องค์กรการปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ในร่างรัฐธรรมนูญ หมวดการปกครองส่วนท้องถิ่น มาตรา 280 ก็มีสาระเดียวกัน

ดังนั้น สิ่งที่รัฐต้องดำเนินการเมื่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ คือทำให้เกิดการขับเคลื่อนในการคืนการเรียนรู้แบบทางการ (formal education) จากภาครัฐไปให้กับภาคสังคมอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมการเรียนรู้ และสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคสังคม และจะเป็นจริงได้เมื่อองค์กรการปกครองท้องถิ่นปกครองตนเองจริง ไม่ถูกครอบงำโดยภาครัฐ

ในช่วงอายุขัยของรัฐธรรมนูญ 2540 การดำเนินการปฏิรูปการศึกษายังดำเนินไปได้น้อยมาก เกิดการเปลี่ยนแปลงเฉพาะในระดับพื้นผิว ทำได้เพียงการเปลี่ยนโครงสร้างทางกายภาพ

เขตพื้นที่การศึกษายังเป็นเครื่องมือของภาครัฐมากกว่าเป็นเครื่องมือของภาคสังคม

การกระจายอำนาจถูกลดทอนให้เหลือเพียงการมอบงานธุรการให้กับโรงเรียน ซึ่งเป็นการตัดสินใจในเรื่องไม่สำคัญ และเป็นไปอย่างเชื่องช้า การโอนการศึกษาไปให้องค์กรการปกครองท้องถิ่นก็ขาดความจริงใจของรัฐ เห็นได้จากการไม่สร้างความพร้อมให้กับองค์กรการปกครองท้องถิ่น ซ้ำยังพยายามครอบงำการปกครองตนเองของภาคสังคม และสร้างขั้นตอนแก้ปัญหาเรื่องบุคลากรอย่างเป็นระบบ

ทั้งปรากฏการณ์ทักษิณนิยม และปรากฏการณ์ 19 กันยายนฯ ล้วนต่างเป็นผลของความอ่อนแอของภาคประชาชน อันเนื่องจากประชาชนถูกโครงสร้างทำให้อ่อนแอ ดุจเดียวกับการศึกษาภายใต้โครงสร้างที่ทำให้ผู้เรียนตายด้านในการเรียนรู้ และบริโภคความรู้สำเร็จรูป จนสังคมอ่อนแอทั้งระบบ

แม้ในร่างรายมาตราของรัฐธรรมนูญจะดูดี ลอกเลียนมาจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อนๆ ที่คนยอมรับอาจย้อมสีให้ร่างมาตราเกี่ยวกับการศึกษาเป็นธรรมขึ้นและ progressive ขึ้น แต่ก็ยังจะจมอยู่ในวัฏฏะความล้มเหลวซ้ำซาก เพราะกลุ่มคนที่ร่างเป็นตัวแทนของกลุ่มจารีตที่ไม่ศรัทธาในภาคสังคม ไม่ศรัทธาในการเรียนรู้ที่เป็นปัจจัยนำไปสู่ความเข้มแข็ง

แต่ความขัดแย้งของสังคมในทุกวันนี้ เป็นการแสดงตัวของปฏิกิริยาที่ต้องการลดความเข้มข้นของอำนาจภาครัฐ (โดยเฉพาะรัฐแบบจารีตนิยม) เพราะเงื่อนไขทางวัตถุของมนุษย์ได้เปลี่ยนไป ประชาชนเรียนรู้โดยช่องทางอื่น การศึกษาแบบให้เปล่าจึงสูญเปล่า ไร้ตำแหน่งในสังคม

หน้า 5

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news พระจอมเกล้าธนบุรีรับตรงประจำปี2553
news แนะรับคนด้วยผลเรียนธรรมศึกษา
news สบศ.รับเด็ก5จังหวัดใต้เรียนฟรี
news มหา''ลัยนอกระบบค้านระเบียบจัดสรรงบฯ
news โวย ''เฉลียว'' โยกย้ายทิ้งทวน
news เด็กไทยเจ๋งคว้า19รางวัลคณิตฯ-วิทย์โอลิมปิก
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
รัฐธรรมนูญกับการปฏิรูปการศึกษา