ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > การศึกษา
 
ปัญหาเด็ก อีกหนึ่งวิกฤตของสังคมไทย
โดย มติชน วัน อาทิตย์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2549 08:08 น.
โดย นุชฤดี รุ่ยใหม่ นิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

เด็กคืออนาคตของชาติ เป็นคำกล่าวที่ทุกคนรับรู้ เข้าใจเป็นอย่างดี แต่แทบไม่น่าเชื่อในขณะที่ประเทศก้าวไปข้างหน้าด้วยตัวเลขจีดีพี ตัวเลขการเติบโตของธุรกิจสาขาต่างๆ ตัวเลขการขยายตัวของสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน การกระจายตัวของสถานศึกษาไปสู่ทุกภูมิภาค ปัญหาเรื่องของเด็กและเยาวชนยังคงเป็นปัญหาที่แก้ไม่ได้และนับวันจะสะสมหมักหมมขึ้นทุกที และถ้าเด็กไทยวันนี้ยังคงประสบปัญหามากมาย แล้วอนาคตของชาติจะเป็นอย่างไร

สาเหตุที่ต้องเขียนบทความชิ้นนี้เพราะผู้เขียนเพิ่งมีโอกาสไปทำบุญที่วัดใหญ่แห่งหนึ่งใกล้กรุงเทพฯ เมื่อเดินกลับมาที่จอดรถ พบว่ามีเด็กขายของ เด็กขอทานกลุ่มใหญ่ ซึ่งเมื่อให้เงินใครเด็กที่เหล็อก็ตามมากลุ้มรุม ทั้งร้องไห้ ทั้งตั้งท่าจะขีดข่วนรถถ้าไม่ให้เงิน

ปัญหานี้เคยพบเฉพาะตามแนวชายแดนบางประเทศ แต่ปัจจุบันขอบกรุงเทพฯก็หนีไม่พ้น

และจากการสังเกตพบว่าเด็กในกลุ่มส่วนใหญ่ถูกทารุณ ถูกทำร้ายร่างกายเนื่องจากบาดแผลตามใบหน้า ตามตัวที่ปรากฏชัดเจน

และจากการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กพบว่า ปัญหาเด็กและเยาวชนในปัจจุบันมีมากมายหลายด้านกว่าที่เห็นจนน่าตกใจ

ปัญหาด้านแรกคือปัญหาทางการศึกษาซึ่งจะเรียกว่าเป็นวิกฤตการณ์ทางการศึกษาก็ไม่แปลกเพราะปัญหามากมายเหลือเกิน เช่น เด็กไทย 0-5 ปี จำนวนกว่า 4 แสนคน อยู่ในภาวะทุพโภชนาการ และอายุ 3-5 ปี จำนวน 1.2 ล้านคน ไม่ได้รับการเตรียมพร้อมที่จะเข้าเรียน เด็กด้อยโอกาส 6-11 ปีกว่า 4 แสนคนไม่ได้เข้าเรียนหนังสือหรือเรียนไม่จบการศึกษาภาคบังคับ

ปัญหาต่อมาคือปัญหาเด็กถูกละเมิดสิทธิ ในแต่ละปีคาดว่าจะมีจำนวนไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคนทั้งเด็กถูกทารุณ ถูกทำร้ายทางร่างกายและจิตใจ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักเกิดจากบุคคลใกล้ชิด คือ บิดา มารดา ผู้ปกครอง นายจ้าง หรือครู ซึ่งมักเป็นเด็กเล็กอายุต่ำกว่า 6 ปี เด็กถูกละเมิดทางเพศ ซึ่งพบว่าเด็กที่ถูกกระทำจะมีอายุน้อยลง การละเมิดบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น

ปัญหาแรงงานเด็กพบว่าปัจจุบันมีเด็กถูกใช้แรงงาน ประมาณ 1.3 แสนคน ปัญหาโสเภณีเด็ก จากการสำรวจข้อมูลผู้ให้บริการทางเพศทั่วประเทศพบว่าเป็นเด็กเกือบร้อยละ 20 และมีแนวโน้มว่าเด็กผู้ชายจะขายบริการทางเพศเพิ่มขึ้น

ปัญหาที่น่าวิตกไม่แพ้กันคือปัญหาเด็กถูกทอดทิ้ง เด็กเร่ร่อน เด็กกำพร้า ซึ่งพบว่ามีเด็กกำพร้าและเด็กถูกทอดทิ้งจำนวนสูงถึง 1.4 แสนคน หรือค่าเฉลี่ยของเด็กถูกทอดทิ้งต่อวันคือวันละ 5 คน

เด็กเร่ร่อนจำนวนมากซึ่งไม่สามารถระบุตัวเลขที่ชัดเจนได้เนื่องจากมีหลายกลุ่ม ทั้งกลุ่มที่ติดตามครอบครัวมาทำงาน กลุ่มอพยพย้ายถิ่น และกลุ่มเร่ร่อนที่หนีออกจากบ้าน เพื่อนชวนมาเที่ยวพลัดหลง ซึ่งเด็กเร่ร่อนกลุ่มนี้นอกจากไม่ได้รับการศึกษา ปัญหาสุขภาพร่างกายแล้ว ยังเสี่ยงต่อปัญหาทางสังคมอื่นๆ เช่น การฉกชิงวิ่งราว ปัญหายาเสพติด การขอทาน การทำงานอื่นๆ ที่เสี่ยง เช่น การขายพวงมาลัยตามสี่แยก เป็นต้น

อีกปัญหาที่ดูเหมือนว่าน่าจะลดลง แต่จำนวนไม่ได้น้อยลงเลยก็คือปัญหาเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโรคเอดส์ ในปี 2543 มีเด็กที่กำพร้าเนื่องจากพ่อแม่เสียชีวิตด้วยโรคเอดส์สูงถึงประมาณ 1.3 แสนคน เด็กที่ได้รับเชื้อเอชไอวีจากการตั้งครรภ์ของแม่ปัจจุบันมีถึงร้อยละ 10 หรือประมาณ 6 หมื่นถึง 1 แสนคน

นอกจากนั้นยังมีปัญหาอื่นๆ ของเด็กและเยาวชนอีกมากมาย เช่น ปัญหาเด็กในชุมชนแออัดที่ด้อยโอกาสทางการศึกษา ภาวะทุพโภชนาการ ถูกทารุณ หรือถูกใช้แรงงาน ปัญหาเด็กลูกกรรมกรก่อสร้างที่ขาดโอกาสในทุกด้าน

ถึงแม้ในปัจจุบันองค์กรของเอกชนหลายหน่วยงาน เอ็นจีโอ หรือกลุ่มคนที่มีจิตสำนึกในการช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสเหล่านี้หลายกลุ่ม ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเด็กในรูปแบบต่างๆ เช่น สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า การสอนหนังสือเด็กกำพร้า สอนหนังสือเด็กเร่ร่อน แต่ปัญหาก็ยังคงแก้ไขและเยียวยาไม่ทั่วถึง

และแทบไม่น่าเชื่อว่าขณะที่มีปัญหามากมายแต่ปัจจุบันเมืองไทยมีการทุ่มงบประมาณเพื่อเด็กและเยาวชนน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบงบประมาณต่อจำนวนเด็กพบว่าแค่ประมาณ 7 พันบาท/คน/ปี หรือแค่ 3.9% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาติเท่านั้น

ดังนั้นในช่วงที่ประเทศไทยเพิ่งมีรัฐบาลชุดใหม่ เป็นรัฐบาลแห่งความหวังและเป็นรัฐบาลที่ไม่มีผลประโยชน์ของพรรคการเมืองมาเกี่ยวข้อง รวมทั้งมีรัฐมนตรีที่เพียบพร้อมทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ และประสบการณ์ในการทำงาน การยอมรับจากสังคม หวังว่าคงจะฝากปัญหาเรื่องเด็กและเยาวชนเป็นปัญหาเร่งด่วนเป็นวิกฤตการณ์ที่รัฐบาลจะให้ความสำคัญไม่ด้อยไปกว่าปัญหาความมั่นคงและปัญหาทางเศรษฐกิจได้

หน้า 5

 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 
 
จรัญ ค้านฟ้องร้องนร.ทุนกู้ยืม
สวนสุนันฯเตือนระวังไข้เลือดออกระบาด
จี้อ.ก.ค.ศ.เลิกเล่นพวกยึดธรรมาภิบาลดูแลคน
แนะตั้งวงเสวนาทำความเข้าใจใช้O-NETมาถ่วงGPA
ย้ำเงินกู้ต้องถึงเด็กเต็มจำนวนรร.หมดสิทธิซอยย่อย
วอน 24 มหา''ลัยรัฐบรรจุ อุสตาซ เป็น ขรก.
นศ.ปทุมวันยอมรับผลสอบรองอธิการบดี
ศธ.เสนอปรับสถานะครูอิสลาม จว.ชายแดนใต้เป็น ขรก.
สพฐ.ได้4ทางเลือกใช้โอเน็ตตัดสินการจบช่วงชั้น
ผลวิจัยชี้นร.-ผู้ปกครองข้องใจระบบแอดมิชชั่น