ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > การศึกษา
 
ศาสนาเชน... กับการเข้าสู่ประเทศไทย
โดย มติชน วัน จันทร์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2549 08:24 น.
โดย วิชาญชัย บุญแสง

พระมหาวีระ

ชาวไทยหลายคนอาจยังไม่เข้าใจถึง *ศาสนาเชน* กันเท่าไรนัก บางคนก็คิดกันไปว่าเป็นศาสนาที่มาจากประเทศญี่ปุ่นหรือเปล่า เพราะฟังดูคล้าย *เซ็น (Zen)* ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในนิกายมหายานของพระพุทธศาสนา

ในความเป็นจริงแล้ว ศาสนาเชนมีความเจริญรุ่งเรื่องในอินเดียอย่างมาก เห็นได้จากวัดวาอารามที่ยังคงอยู่ในอินเดียจนถึงปัจจุบัน คำว่า เชน มาจากคำว่า *ชินะ* ซึ่งมีความหมายว่า ชัยชนะ หรือความสำเร็จ ซึ่งนำไปสู่จุดหมายสูงสุดนั่นคือ *โมกษะ* ซึ่งหมายถึงการหลุดพ้นจากความทรมาน หรือความทุกข์ของมนุษย์นี่เอง

ศาสนาเชนเป็นศาสนาที่เกิดขึ้นในอินเดีย โดยมี *พระมหาวีระ* เป็นศาสดา พระองค์ประสูติก่อนคริสต์ศักราช 599 ปี ซึ่งอยู่ในช่วงสมัยเดียวกับพระพุทธเจ้า จุดนี้เองทำให้หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดทำไมศาสนาเชนไม่ค่อยมีชื่อเสียงเท่ากับพระพุทธศาสนา ที่ถือได้ว่าเป็นศาสนาประจำชาติของประเทศไทย คำตอบคือในอดีตศาสนาเชนไม่มีการเผยแผ่ออกนอกประเทศอินเดีย ทำให้ศาสนาเชนอยู่ในขอบเขตที่จำกัดเฉพาะอินเดีย หลังจากกองทัพมุสลิมบุกอินเดีย ศาสนาเชนก็เจริญไปอย่างช้าๆ แม้ศาสนาเชนจะไม่มีการเคลื่อนไหวมากแต่ก็ยังคงอยู่

ปัจจุบันมีผู้นับถือศาสนาเชนในอินเดียประมาณ 4,000,000 คน ซึ่งนับได้ว่ามีจำนวนน้อยมาก ถ้าเปรียบเทียบกับประชากรของอินเดียทั้งหมด แม้มีจำนวนน้อยก็จริงอยู่ แต่เรื่องความเชื่อในหลักธรรมคำสอน พวกเขามีความยึดมั่นอย่างยิ่ง และคนที่นับถือศาสนาเชนนี้ โดยทั่วไปเป็นคนที่ไม่ยึดมั่นในความหรูหรา แม้จะมีฐานะร่ำรวยจนถึงมหาเศรษฐีก็ตาม พวกเขาก็จะรู้จักประหยัด และรู้จักใช้จ่าย และมุ่งทำบุญทำกุศลมาก เรื่องของการใช้ชีวิตของผู้ที่นับถือศาสนาเชน ยังคงยึดมั่นในหลักการ *อหิงสา (Non-violence)* นั่นคือ การไม่เบียดเบียนสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง ไร้การทารุณกรรม และสำคัญที่สุดที่เราควรที่จะปฏิบัติตามก็คือ พวกเขาจะไม่รับประทานเนื้อสัตว์ใดๆ เลยตลอดชีวิต

ห้องประกอบพิธี

ด้วยเหตุผลมากมายนี้ ทำให้ข้าพเจ้ามีความสนใจที่จะศึกษาศาสนาเชนเพิ่มขึ้นมา เพราะอย่างน้อยทำให้ข้าพเจ้าได้รู้จักศาสนาเชนมากขึ้น อีกทั้งหลักธรรมคำสอนก็มีความคล้ายคลึงกับพระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ์-ฮินดู มีการกลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมไทยมากมาย ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งราชอาณาจักรไทยในสมัยกรุงสุโขทัยเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

ดังนั้น ด้วยหลักธรรมของศาสนาเชนที่มีความคล้ายคลึงกับพระพุทธศาสนา ข้าพเจ้าเห็นว่าไม่มีผลเสียแต่อย่างใดที่จะรู้จักศาสนานี้มากขึ้น และหลักธรรมบางอย่างสามารถนำมาปฏิบัติในชีวิตประจำวันของพวกเราได้ โดยเฉพาะเรื่องของการประหยัด ลดความหรูหรา ความฟุ่มเฟือยกับโลกในยุคปัจจุบัน ดังนั้น เรื่องที่จะกล่าวในวันนี้ก็จะเป็นการแนะนำในเรื่องของการเข้ามาของศาสนาเชน และการเคลื่อนไหวของศาสนาเชนในกรุงเทพมหานคร ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชาวไทยทั้งสิ้น ที่จะได้เห็นประวัติศาสตร์ศาสนาเชนที่เข้าสู่ประเทศไทย นั่นคือการมีวัดเชนแห่งแรกของประเทศไทย

เป็นที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่งกับ *ศรีฑิฆัมพร สมาช ณ. กรุงเทพมหานคร* ที่ได้ก่อตั้งวัดเชนได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี เมื่อเดือนกันยายน 2549 ที่ผ่านมา วัดเชนแห่งนี้มีชื่อว่า *ศรี 1008 มหาวีระ มัณดรา* ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 143/3 ใกล้ตึก บิวล์ดิ้ง อพาร์ตเมนต์ ซอย 45 ถนนเจริญกรุงใหม่ เหตุการณ์การก่อตั้งวัดนี้ เป็นเรื่องที่ต้องจดจำกันเป็นประวัติศาสตร์ของการก่อตั้งวัดเชนแห่งแรกของเมืองไทย ซึ่งแต่เดิมวัดเชนยังไม่มีอยู่ในประเทศไทย เมื่อพวกเขาเข้ามาในประเทศไทย จึงทำให้ชาวเชนไม่มีสถานที่สักการะใดๆ และส่วนใหญ่มักจะกระทำอยู่ที่บ้านเป็นหลัก

ในเรื่องรายละเอียดเกี่ยวกับวัดแห่งนี้ โดยโครงสร้างเป็นตึก 3 ชั้น จุดสำคัญของวัดแห่งนี้ก็คือ บนชั้นสองจะมีห้องประกอบพิธี และเป็นห้องสวดมนต์ และมีพื้นที่สำหรับชาวเชนได้พบปะพูดคุยกัน และบนชั้นสามจะเป็นห้องสำหรับประชุม และปฏิบัติสมาธิ

เรื่องที่ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งก็คือ ศาสนาเชนมีนิกายหลักๆ อยู่ 2 นิกาย ก็คือ *ฑิฆัมพร* กับ *เศวตัมพร* ทั้งสองนิกายนี้มีความเชื่อเรื่องปรัชญาคล้ายกัน แต่ฑิฆัมพรจะเคร่งครัดเป็นอย่างมากในเรื่องการไม่นุ่งห่มสิ่งใดๆ เพราะเชื่อว่าการที่จะสิ้นกิเลส ก็ไม่สมควรจะยึดติดสิ่งใดๆ แต่เศวตัมพรจะนุ่งขาวห่มขาว เพราะถือว่าสีขาวเป็นสีแห่งความบริสุทธิ์ ซึ่งเชื่อว่าการที่ต้องปกปิดร่างกายก็เพราะป้องกันความอุจาดตาเท่านั้นเอง ไม่ได้ยึดติดแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อพวกเขาอยู่เมืองไทยก็ไม่ได้แบ่งแยกกันมากมาย ยังถือว่าเป็นสังคมเดียวกันอยู่

ในประเทศไทยมีเชนศาสนิกชนอยู่ประมาณ 450 ครอบครัว โดย 70-80 ครอบครัว นับถือนิกายเศวตัมพร และอาชีพของพวกเขาก็จะเป็นอาชีพเกี่ยวกับธุรกิจเครื่องประดับ เพชร พลอย และอัญมณีอื่นๆ อีกมาก เราไม่อาจบอกได้ว่าศาสนาเชนเริ่มเข้ามาประเทศไทยเมื่อไร แต่ที่สามารถรับรู้ได้ก็คือ ศาสนาเชนที่มาถึงเมืองไทยได้ก็เพราะนักธุรกิจ เมื่อเข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานครก็มีการก่อตั้งเป็นสมาคมเชนศาสนิกชนขึ้นมา และก็มีการพบกัน และร่วมกันก่อสร้างวัดแห่งนี้ขึ้นมา

เมื่อปี 2004 ประธานองค์การเชนฑิฆัมพรแห่งอินเดีย คือ *ศรี นีรมัล กุมาร จิ เศรษฐี (Sri nirmal kumar Ji Sethi)* ได้มากรุงเทพมหานคร และได้สร้างแรงบันดาลใจให้ก่อตั้งวัดแห่งนี้ขึ้นมา ซึ่งนำโดย *ปราโมทย์ เอ็ม. เชน (Pramod M. Jain)* และมีคณะกรรมการที่กรุงเทพมหานครเป็นผู้จัดการก่อสร้าง และช่วงวันที่ 5 และ 6 กันยายน 2006 ถือเป็นฤกษ์ยามดีในการเปิดวัดแห่งนี้

นับว่าเป็นเรื่องที่ให้น่าจดจำสำหรับวัดเชนแห่งแรกในประเทศไทยนี้ นับว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่ศาสนาเชนได้เข้ามามีบทบาทและเคลื่อนไหวในประเทศไทย และถ้ามีเวลาเราสามารถแวะเข้าไปเยี่ยมชมภายในวัดได้ทุกเมื่อ

หน้า 26

 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 
 
จรัญ ค้านฟ้องร้องนร.ทุนกู้ยืม
สวนสุนันฯเตือนระวังไข้เลือดออกระบาด
จี้อ.ก.ค.ศ.เลิกเล่นพวกยึดธรรมาภิบาลดูแลคน
แนะตั้งวงเสวนาทำความเข้าใจใช้O-NETมาถ่วงGPA
ย้ำเงินกู้ต้องถึงเด็กเต็มจำนวนรร.หมดสิทธิซอยย่อย
วอน 24 มหา''ลัยรัฐบรรจุ อุสตาซ เป็น ขรก.
นศ.ปทุมวันยอมรับผลสอบรองอธิการบดี
ศธ.เสนอปรับสถานะครูอิสลาม จว.ชายแดนใต้เป็น ขรก.
สพฐ.ได้4ทางเลือกใช้โอเน็ตตัดสินการจบช่วงชั้น
ผลวิจัยชี้นร.-ผู้ปกครองข้องใจระบบแอดมิชชั่น