ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > การศึกษา
 
แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ ให้อะไรแก่เด็กไทยบ้าง
โดย เดลินิวส์ วัน เสาร์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2549 02:49 น.
เทคโนโลยีสารสนเทศ ทำให้เกิดการไหลเวียนของข้อมูลข่าวสารอย่างรวดเร็ว แม้แต่การศึกษาหาข้อมูลและการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ก็ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ดังนั้นการเรียนรู้ในยุคเทคโนโลยีสารสนเทศจึงไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะในห้องเรียนและครู แต่การเรียนการสอนแบบดั้งเดิมจะลด น้อยลง ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนและผู้สอนจะเปลี่ยนไป เกิดเป็นกระบวนการเรียนรู้แบบใหม่

ดร.ครรชิต มาลัยวงศ์ นักวิชาการด้าน ICT มองว่า ไอซีทีเป็นเครื่องมือที่มีความสามารถในการบันทึกข้อมูลข่าวสาร มีความสามารถในการค้นข้อมูลข่าวสารรูปแบบต่าง ๆ ออกมาให้ใช้งาน รวมทั้งมีความสามารถในการคำนวณและการส่งข้อมูลข่าวสารไปยังผู้รับที่อยู่ห่างไกล แต่ลำพังเทคโนโลยียังไม่พอเพียงที่จะช่วยสร้างการเรียนรู้ให้เด็กไทย แต่ต้องอาศัยผู้ทรงความรู้นำความรู้นั้นมาเรียบเรียง จัดหมวดหมู่และหาวิธีนำเสนอให้เด็กได้เรียนรู้ ซึ่งถ้าหากเนื้อหาไม่น่าดึงดูดก็ต้องอาศัยศิลปะมัลติมีเดียที่จะนำเนื้อหานั้นมาถ่ายทอดออกมาเป็นบทเรียนที่น่าสนใจ แต่ขณะเดียวกันถึงแม้ว่าจะมีบทเรียนที่มีการถ่ายทอดอย่างดี น่าสนใจ และเยี่ยมยอดเพียงใด แต่ถ้าหากเด็กไม่สามารถเข้าถึง หรือเข้าถึงแต่ไม่สนใจจะเปิดดู บทเรียนนั้นก็คงเปล่าประโยชน์

รศ.ยืน ภู่วรวรรณ รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และที่ปรึกษาของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) กล่าวว่า ณ วันนี้สิ่งพิมพ์และองค์ความรู้ต่าง ๆ ที่อยู่ในรูปแบบของอิเล็กทรอนิกส์มีมากขึ้น อนาคตรูปแบบของการเรียนการสอนจึงเปลี่ยนไป เช่น เด็กคนหนึ่งที่มีอายุ 20 ปี เขาอาจจะดูทีวีหมดไปประมาณสองหมื่นชั่วโมง เข้าอินเทอร์เน็ตอีกประมาณหมื่นชั่วโมง ใช้โทรศัพท์มือถืออีกประมาณหมื่นชั่วโมง แต่ปรากฏว่าอ่านหนังสือน้อยกว่าห้าพันชั่วโมง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการที่อ่านหนังสือน้อยทำให้เขาเรียนรู้ได้น้อย เพราะการรับรู้และการเรียนรู้มาจากสิ่งอื่นด้วย นั่นก็คือ แหล่งเรียนรู้ออนไลน์

แหล่งเรียนรู้ออนไลน์ หมายถึง แหล่งข้อมูล ข่าวสาร ความรู้และประสบการณ์ทั้งหลายที่เข้าถึงได้ทางเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่สามารถทำให้ผู้เรียนเกิดความรู้ได้ด้วยตนเอง จากการได้คิดเอง ปฏิบัติเอง และสร้างความรู้ด้วยตนเอง ตามอัธยาศัยและต่อเนื่อง จนเกิดกระบวนการเรียนรู้ โดยมีความสำคัญตรงที่เป็นแหล่งการศึกษาตามอัธยาศัย สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต เป็นแหล่งปลูกฝังนิสัยรักการอ่านและการศึกษาค้นคว้าแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง

ตัวอย่างแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ที่ให้เยาวชนและผู้สนใจได้เก็บเกี่ยวไปใช้ได้ อาทิ เว็บไซต์วิชาการดอทคอม (vcharkarn.com) เว็บไซต์ไทยกู๊ดวิวดอท คอม (thaigoodview.com) เว็บไซต์การศึกษาดอทคอม (kanzuksa.com) เว็บไซต์เครือข่ายสารสนเทศดาราศาสตร์ และอื่น ๆ อีกมากมาย

“การศึกษาดอทคอม” (http://www.kanzuksa.com) เป็นเว็บไซต์รวบรวมหลักสูตรการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา และหลักสูตรวิชาชีพ ไว้ให้ได้เข้าไปอ่านตำรา ชมสื่อการสอน ทดลองทำข้อสอบ มีคลิป วิดีโอการสอนใหม่ ๆ รวมทั้งเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลสำคัญ ๆ ด้านการศึกษา

นายกัมปนาท ฐิติรัตนกรณ์ เว็บมาสเตอร์การศึกษาดอทคอม เล่าถึงแรงบันดาลใจในการก่อกำเนิดเว็บไซต์นี้ว่า “จุดเริ่มแรกเกิดจากตัวเองก่อน คือ มีความคิดว่าเราเรียนที่โรงเรียนแล้วก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าใดนัก ทำการบ้านไม่ค่อยได้ อยากให้มีคนช่วยสอน แต่บางครั้งคุณพ่อหรือคุณแม่ไม่ค่อยมีเวลา หรืออาจจะสอนไม่ได้ จึงเกิดแนวคิดที่จะสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง และไม่ต้องเสียเวลาไปข้างนอกหรือไปเรียนพิเศษเพิ่มเติม เพราะอาจจะไม่มีเวลาหลังเลิกเรียน บางครั้งเราก็อยากจะไปเที่ยวเล่นกับเพื่อนบ้าง เว็บไซต์การศึกษาดอทคอมจึงได้เกิดขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ ความเข้าใจในบทเรียนวิชา ต่าง ๆ และเป็นการศึกษาสื่อการสอน อย่างละเอียด ประหยัดเวลา และค่าใช้จ่าย โดยผู้พัฒนาเว็บไซต์มีหลายคน ทำหน้าที่แตกต่างกันไป

อีกตัวอย่างคือเว็บไซต์ เครือข่ายสารสนเทศดาราศาสตร์สำหรับโรง เรียน (http://www.astroschool.in.th) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่กับ สสวท. ซึ่งมีฐานข้อมูลเนื้อหาความรู้ทาง ดาราศาสตร์ที่เหมาะสมกับการนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้ครูสามารถนำหัวข้อและเนื้อหาไปจัดทำหลักสูตรหรือกระบวนวิชาตามมาตรฐานและสาระการเรียนรู้ในแต่ละช่วงชั้นได้อย่างดี

รศ.ดร.ธัชชัย สุมิตร ประธานกรรมการ สสวท. พูดถึงสาเหตุหลักที่ทำให้เยาวชนไทยขาดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ว่า เป็นเพราะขาดการเหนี่ยวนำหรือ ชักจูงให้สนใจ จึงรู้สึกว่ายาก ไกลตัว ไม่สนุก แต่ถ้ามีวิธีการที่ถูกต้อง มีวิธีการ โน้มน้าว ชักชวนที่ดี เด็กอาจเกิดความสนใจและเรียนรู้ได้เร็ว ซึ่งความสนใจวิทยาศาสตร์ของเยาวชนต่างจากความสนใจด้าน ไอที เพราะเด็กเรียนรู้ไอทีได้เร็วกว่า เพราะคนออกแบบคำนึงถึงศักยภาพทักษะของคนรุ่น ใหม่ ๆ

“ข้อควรระวังอย่างหนึ่ง คือ บรรดาข้อมูลที่ เด็ก ๆ เข้าถึง จะมีทั้งข้อมูลที่กลั่นกรองแล้ว และข้อมูลที่ยังเป็นข้อมูลดิบจึงต้องปลูกฝังให้เยาวชนสามารถวิเคราะห์ แยกแยะใช้ได้ แล้วใช้ข้อมูลให้เป็นประโยชน์” รศ.ดร.ธัชชัย กล่าว

ถึงแม้ข้อมูลข่าวสารในอินเทอร์เน็ตจะเอื้อต่อการเรียนรู้ แต่ในส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครองก็ต้องพึงระวังการเข้าไปใช้ข้อมูลในโลกไซเบอร์ของลูก ๆ ด้วย โดย นายพันธ์ศักดิ์ โรจน์วาธรรม ผู้จัดการบริษัทรับเหมาก่อสร้าง รองประธานเครือข่ายผู้ปกครองโรงเรียนสตรีศรีสุริโยทัย มองว่า ในฐานะผู้ปกครองมองว่า ICT เป็นสิ่งที่ดี พวกเราทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต้องปรับตัวให้ได้ และเราต้องมีทัศนคติในแง่บวก เช่น เด็กเล่นเกม บางเกมก็มีประโยชน์ แต่ผู้ปกครองก็ต้องคอยสอดส่อง แบ่งเวลาดูแลลูกว่าลูกใช้คอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสมไหม เกมที่ลูกเล่น รุนแรงหรือไม่ สร้างสรรค์ไหม ผู้ปกครองต้องผ่อนบ้าง ควบคุมบ้าง แม้แต่การ แชตซึ่งเป็นการติดต่อสื่อสารที่เร็วและประหยัด แต่ต้องระวังไม่ให้คุยกับคนแปลกหน้า หรือคุยมากไป

นายพันธ์ศักดิ์ ยังฝากถึงผู้ปกครองว่าควรระมัดระวังไม่ให้คอมพิวเตอร์อยู่ในพื้นที่ส่วนตัวหรือในห้องนอนลูก แต่ควรให้อยู่ในพื้นที่สาธารณะในบ้าน เวลาสมาชิกในบ้านเดินผ่านมาจะได้ดูแลได้ และข้อควรระวังอีกอย่างคือสุขภาพ เพราะการใช้คอมพิวเตอร์ติดต่อกันนาน ๆ มีผลกระทบต่อสายตา สมอง นิ้วมือ ส่วนการเล่มเกมนาน ๆ จะทำให้เด็กขาดปฏิสัมพันธ์กับเด็กทั่วไป เพราะไม่ได้ไปเล่นกับเพื่อน จึงควรบริหารเวลาให้มีความสมดุลระหว่างการเล่มเกม การทำงานบ้าน และการทำการบ้าน

“พ่อแม่ต้องคอยติดตามข่าวสารโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับอันตราย เช่น การแอบถ่ายในห้องน้ำสาธารณะ หรือการตัดต่อภาพ เพื่อตักเตือนลูกให้รู้จักระวัง รวมทั้งควรปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม กฎ กติกา มารยาทในการใช้ ICT แต่ที่สำคัญพ่อแม่ต้องพยายามเข้าใจพัฒนาการของลูกที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นด้วย จะพูดคุยกันได้เข้าใจมากขึ้น ความรักความเอาใจใส่ที่ลูกได้รับจะช่วยให้ลูกไม่ติดเกม ไม่ติดเน็ต ไม่ติดเพื่อน แต่จะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่ เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันที่ดี”

แหล่งเรียนรู้ออนไลน์คงต่างจากหนังสือตรงที่จับต้องไม่ได้ แต่มีอยู่จริง และรอให้เยาวชนและผู้สนใจใฝ่รู้เข้ามาค้นหา เก็บเกี่ยวและใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แต่ก็อยู่ที่ว่าเราจะรู้จักเลือกรับได้มากน้อยเพียงใด .

สินีนาฏ ทาบึงกาฬ

 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ เดลินิวส์ ได้ที่นี่
 
 
จรัญ ค้านฟ้องร้องนร.ทุนกู้ยืม
สวนสุนันฯเตือนระวังไข้เลือดออกระบาด
จี้อ.ก.ค.ศ.เลิกเล่นพวกยึดธรรมาภิบาลดูแลคน
แนะตั้งวงเสวนาทำความเข้าใจใช้O-NETมาถ่วงGPA
ย้ำเงินกู้ต้องถึงเด็กเต็มจำนวนรร.หมดสิทธิซอยย่อย
วอน 24 มหา''ลัยรัฐบรรจุ อุสตาซ เป็น ขรก.
นศ.ปทุมวันยอมรับผลสอบรองอธิการบดี
ศธ.เสนอปรับสถานะครูอิสลาม จว.ชายแดนใต้เป็น ขรก.
สพฐ.ได้4ทางเลือกใช้โอเน็ตตัดสินการจบช่วงชั้น
ผลวิจัยชี้นร.-ผู้ปกครองข้องใจระบบแอดมิชชั่น