|
|
| |
|
 |
| โดย มติชน วัน อาทิตย์ ที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2550 09:01 น. |
|
มีให้เห็นและได้ฟังไม่บ่อยนัก ที่เด็กและเยาวชนคนรุ่นใหม่ใส่ใจเรื่องของศาสนา โดยเฉพาะการเข้าถึงหลักคำสอนของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง อาจมีบ้างที่นักเรียนนิสิตนักศึกษาเข้าวัดฟังธรรมตามกิจกรรมหลักสูตรการเรียนที่สถานศึกษาต่างๆ กำหนดขึ้น เพื่อให้ได้คะแนนหรือสอบผ่าน จึงเป็นการเข้าวัดเพื่อคะแนนเสียมากกว่าจะเสาะแสวงหาให้เข้าถึงแก่นธรรมะที่แท้จริง
ในทางตรงกันข้ามมีแหล่งอบรมบ่มนิสัยเด็กและเยาวชนแห่งหนึ่งที่จะพาท่านไปสัมผัส ซึ่งได้ฟูมฟักผู้ด้อยโอกาสทางสังคมด้วยหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์อย่างต่อเนื่องถึง 23 ปี จนสามารถผลิตศาสนทายาทรุ่นแล้วรุ่นเล่าให้เติบโตขึ้นมาเป็นหน่ออ่อนของพระพุทธศาสนาอย่างน่าชื่นชม
ท่ามกลางป่าคอนกรีตของสังคมเมืองที่มีผู้คนพลุกพล่านแออัดยัดเยียดกันทำงาน ประกอบอาชีพ ดำรงชีวิตประจำวัน กรุงเทพฯ ถือเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญของเมืองหลวง ในย่านฝั่งธนบุรี ห่างจากสี่แยกบ้านแขกเพียงสองป้ายรถเมล์ไปทางสะพานเจริญพาศน์บนถนนอิสรภาพ ซอย 15 เข้าไปในซอยมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ก็จะพบวัดเล็กๆ ชื่อ *วัดบางไส้ไก่* หรือ *วัดลาว*
*พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก* กรรมการและเลขานุการมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ ผู้บุกเบิกก่อตั้งมูลนิธิกลุ่มแสงเทียนตั้งแต่เริ่มแรก เล่าว่า บรรยากาศที่นี่มีแนวคิดที่จะนำเด็กและเยาวชนเข้าสู่ร่มเงาของพระพุทธศาสนา ช่วยเหลือการศึกษาเด็กด้อยโอกาส ชุบเลี้ยงเด็กกำพร้า เด็กยากจน เด็กขาดที่พึ่ง เด็กที่มีปัญหาด้านพฤติกรรม เด็กที่ถูกสังคมทำร้าย โดยใช้ชื่อกิจกรรมของหน่วยงานว่า *กลุ่มแสงเทียน* ต่อมาตั้งชื่อเป็น *มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน* ภายใต้โครงการ *พระสงฆ์ คนหนุ่มสาว เพื่อการพัฒนาเด็ก* โดยตระหนักว่าเด็กคือทรัพยากรที่สำคัญของประเทศชาติ ถ้าเด็กได้รับการศึกษาที่ดี ได้รับการเลี้ยงดูที่ดี ได้รับการฝึกอบรมบ่มนิสัยที่ดีแล้ว พวกเขาจะเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศชาติ ในทางตรงกันข้าม ถ้าขาดการศึกษา ขาดการเลี้ยงดูที่ดี ขาดการฝึกอบรมบ่มนิสัยที่ดีแล้ว วันข้างหน้าสังคมย่อมได้รับผลกระทบจากการกระทำของเด็กและเยาวชนเหล่านี้ ดังนั้น การเริ่มต้นที่ดีตั้งแต่เด็กจึงมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่ง
โครงการอบรมธรรมะวันหยุดถือเป็นโครงการหลักที่ทำต่อเนื่องตลอด 23 ปีๆ ละ 2 รุ่นๆ ละ 120-200 คน สามารถปลูกฝังหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ให้ครองจิตใจเด็กและเยาวชนได้อย่างดี พวกเขาได้เรียนรู้หลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ได้ปฏิบัติตัวถูกต้องกับความเป็นพุทธศาสนิกชน ทำให้ชุมชนสงบสุข มีคนดีเพิ่มมากขึ้น คุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนดีขึ้น ทุกคนมีศีลมีธรรม มีศีลห้าเป็นพื้นฐานแห่งการดำเนินชีวิต เด็ก และเยาวชนคนรุ่นใหม่ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มสุรา ไม่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด สาระเหย สิ่งมอมเมา ไม่เที่ยวเตร็ดเตร่ มีศีลห้าของตนเองเป็นที่ตั้ง
บรรยากาศที่มาสัมผัสในวันนี้คือเด็กและเยาวชนจากชุมชนแออัดต่างๆ 12 ชุมชน ที่อยู่รอบๆ วัดบางไส้ไก่มาเรียนธรรมะในวันเสาร์และอาทิตย์ที่มูลนิธิวันละ 200 คน ทั้งชายและหญิง อายุ 5-18 ปี มีพระสงฆ์วัดบางไส้ไก่ร่วมกับคนหนุ่มสาวในชุมชนมาเป็นครูและอาสาช่วยสอนธรรมะและเลี้ยงเด็กๆ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายใดๆ ซึ่งเด็กๆ ได้เรียนธรรมศึกษาชั้นตรี โท เอก ตามลำดับ
ส่วนวันจันทร์ถึงศุกร์ มูลนิธิได้จัดเลี้ยงดูแลเด็กยากจน เด็กกำพร้า เด็กด้อยโอกาส พร้อมสอนธรรมะ สอนหนังสือเด็กอายุ 2-5 ปี อีกวันละ 130 คน เสียงเด็กเล่นตามวัย เสียงเด็กไหว้พระสวดมนต์ เสียงแผ่เมตตา เสียงท่องธรรมะ เป็นบรรยากาศของความไร้เดียงสาที่เกิดขึ้นภายใต้ร่มเงาของพระพุทธศาสนา ดังนั้น ตลอดทั้งสัปดาห์พื้นที่ส่วนหนึ่งของวัดบางไส้ไก่ได้กลายเป็นพื้นที่ให้ธรรมะ ให้การศึกษา ให้อนาคตแก่เด็กยากจน เด็กด้อยโอกาสมาอย่างต่อเนื่อง
*ด.ญ.วันทนา ภูจำปา* เยาวชนอาสาพัฒนาที่เติบโตขึ้นในชุมชนแออัด เธอมาเรียนธรรมะทุกวัน ช่วงเป็นเด็กเล็กเรียนจันทร์ถึงศุกร์ พอโตขึ้นมาก็เรียนธรรมะในวันเสาร์และอาทิตย์ ล่าสุดสอบจบธรรมศึกษาชั้นเอกแล้ว โดยปีนี้เธอกลายเป็น *ครูอาสาสอนธรรมะ* น้องๆ รุ่นต่อไปพร้อมเป็นอาสาสมัครช่วยเหลืองานมูลนิธิ
ส่วน *ด.ช.เทพพร หอมกรุ่น* เป็นเด็กกำพร้าที่มูลนิธิอุปการะไว้ตั้งแต่เล็ก ปัจจุบันเรียนอยู่ ม.1 และสอบได้ธรรมศึกษาชั้นเอกเช่นกัน ขณะนี้เป็น ครูอาสาสอนธรรมะ แก่น้องๆ เช่นกัน
สนใจติดต่อได้ที่มูลนิธิกลุ่มแสงเทียน วัดบางไส้ไก่ โทร.0-2465-6165, 0-2472-4212, 0-2466-8354 ได้ทุกวัน
หน้า 7
|
|
| |
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 |
 |
|