|
|
| |
กางกฎเหล็กมท. คุมอปท.เฟ้นหนังสือดีแจกร.ร. |
|
|
 |
| โดย มติชน วัน เสาร์ ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2551 11:51 น. |
|
หมายเหตุ - หลังจาก มติชน ได้ตีแผ่ขบวนการจัดซื้อหนังสือแจกโรงเรียนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หลายแห่ง ว่าไม่โปร่งใสนั้น ล่าสุด นายสุรพล กาญจนะจิตรา รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฏิบัติหน้าที่ราชการแทนปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้ทำหนังสือด่วนมากที่ มท 0893.2/ว 801 ลงวันที่ 11 มีนาคม 2551 เรื่องการจัดซื้อจัดหาสื่อการเรียนรู้และอุปกรณ์การเรียนการสอนของสถานศึกษา ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด มติชน เห็นน่าสนใจ จึงนำเสนอ
หนังสือดังกล่าวระบุถึงการจัดตั้งงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในโครงการเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการจัดซื้อจัดหาสื่อการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาในสังกัด และนอกสังกัด ตามศักยภาพการเงินการคลังของแต่ อปท.ซึ่งการจัดซื้อจัดหาสื่ออุปกรณ์การเรียนการสอนดังกล่าว อปท.และหรือสถานศึกษาบางแห่งไม่ได้ดำเนินการจัดซื้อจัดหาสื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพมาตรฐานเหมาะสมสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2544 และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2546 ทำให้มีผลกระทบต่อคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ส่งผลให้นักเรียนขาดโอกาสในการเรียนรู้ได้เต็มศักยภาพ
กระทรวงมหาดไทยพิจารณาแล้วเห็นว่าเพื่อให้ อปท.และสถานศึกษาในสังกัดสามารถดำเนินการในเรื่องการจัดซื้อจัดหาสื่อการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม มีคุณภาพ และมาตรฐานที่สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย จึงขอซักซ้อมแนวทางการปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดซื้อจัดหาสื่อการเรียนรู้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของ อปท.และโรงเรียนในสังกัด หรือการสนับสนุนสถานศึกษาสังกัดหน่วยงานอื่น รวมถึงศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานศึกษาระดับปฐมวัย ดังนี้
1.การจัดซื้อจัดหาสื่อการเรียนรู้สำหรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ให้ดำเนินการดังนี้
1.1 ให้สถานศึกษาเลือกใช้สื่อการเรียนรู้ตามหลักสูตร (หนังสือเรียน แบบฝึกหัด ชุดการเรียนการสอน และคู่มือครู) ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ตามบัญชีรายชื่อสื่อการเรียนรู้ที่ได้รับอนุญาตจาก ศธ.ซึ่งดาวน์โหลดได้จากเว็บไซต์ของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา http://academic.obec.go.th และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน http://www.obec.go.th ศธ.
สำหรับสื่อการเรียนรู้ที่สำนักพิมพ์เอกชนจัดทำมี 2 ลักษณะ คือ
1) สื่อการเรียนรู้ ที่ผ่านการตรวจประเมินคุณภาพทางวิชาการจาก ศธ.แล้ว โดยปกหลังจะมีใบอนุญาตให้ใช้สื่อการเรียนรู้ในสถานศึกษา ซึ่งระบุเวลาไว้ 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาต
2) สื่อการเรียนรู้ ที่จัดพิมพ์จำหน่ายก่อนการตรวจประเมิน ได้แก่ สื่อการเรียนรู้สำหรับกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่นำเข้าจากต่างประเทศ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา และกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี โดยปกหลังจะมีใบรับประกันคุณภาพสื่อการเรียนรู้ของสำนักพิมพ์ ระบุชื่อ ผู้เรียบเรียง ผู้ตรวจ และบรรณาธิการ สื่อดังกล่าวนี้ เมื่อผ่านการตรวจสอบประเมินคุณภาพจาก ศธ.แล้ว จึงจะได้รับใบอนุญาตให้ใช้สื่อการเรียนรู้ในสถานศึกษาจาก ศธ.
1.2 สถานศึกษาสามารถเลือกใช้สื่อการเรียนรู้เสริมหลักสูตรอื่นๆ เช่น หนักสืออ่านเพิ่มเติม/ หนังสืออ่านประกอบ/ หนังสือค้นคว้าอ้างอิง/ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ CAI วีดิทัศน์ ฯลฯ ได้ตามความต้องการ/ ความจำเป็น ทั้งนี้ อยู่ในดุลพินิจของสถานศึกษา
1.3 สถานศึกษาสามารถกำหนดให้นักเรียนมีหนังสือเรียนไว้ใช้ประจำตัวได้ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ คือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ส่วนแบบฝึกหัดให้มีประจำตัวนักเรียนได้เฉพาะกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย คณิตศาสตร และภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ระดับประถมศึกษาเท่านั้น
สำหรับสื่อการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ ให้สถานศึกษาจัดหาไว้ให้หลากหลาย เพื่อการศึกษาค้นคว้าของผู้สอน และผู้เรียน
1.4 ให้คณะกรรมการบริการหลักสูตร และงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นผู้ดำเนินการพิจารณาคัดเลือกสื่อการเรียนรู้ที่จะใช้ในสถานศึกษา
1.5 ให้สถานศึกษาประเมินการใช้สื่อการเรียนรู้อย่างสม่ำเสมอ โดยอาจให้ครูผู้สอนประเมิน หรือประเมินในรูปคณะกรรมการ
2.การจัดซื้อจัดหาสื่อการเรียนการสอน วัสดุการศึกษา และเครื่องเล่นพัฒนาการเด็ก สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานศึกษาระดับปฐมวัย ให้ดำเนินการดังนี้
2.1 ให้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานศึกษาระดับปฐมวัยพิจารณาเลือกใช้สื่อการเรียนการสอน วัสดุการศึกษา และเครื่องเล่นพัฒนาการเด็กปฐมวัยตามมาตรฐานของศูนย์เด็กเล็ก
2.2 ให้ อปท.แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการพิจารณาคัดเลือกสื่อการเรียนการสอน วัสดุการศึกษา และเครื่องเล่นพัฒนาการเด็กปฐมวัยที่จะใช้สำหรับศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และสถานศึกษาระดับปฐมวัยแต่ละแห่ง โดยให้คณะกรรมการดังกล่าว ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสำนัก/ กองการศึกษาหรือผู้แทน/ นักวิชาการศึกษา เป็นประธาน โดยมีผู้บริหารสถานศึกษา หรือรองผู้อำนวยการสถานศึกษาฝ่ายวิชาการ (กรณีสถานศึกษาระดับปฐมวัย) หัวหน้าศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก (กรณีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก) ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิด้านสาธารณสุข และผู้แทนผู้ปกครองนักเรียนจำนวนที่เหมาะสม
หน้า 22
|
|
| |
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 |
 |
|
|
กางกฎเหล็กมท. คุมอปท.เฟ้นหนังสือดีแจกร.ร.
|
|
|