|
|
| |
|
 |
| โดย ข่าวสด วัน พฤหัสบดี ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2551 00:05 น. |
|
คอลัมน์ รู้ไปโม้ด
น้าชาติ ประชาชื่น nachart@yahoo.com
อยากทราบการปลูกว่านดอกทองและสรรพคุณ การบำรุงรักษาและออกดอกเดือนไหน พันธุ์ในร่มหรือกลางแจ้ง ถ้าเป็นพันธุ์ในร่มเอาไว้ในห้องได้หรือไม่-ศ.สุขศรี
ตอบ ศ.สุขศรี
ว่านดอกทอง จัดเป็นประเภทของว่านมหาเสน่ห์พันธุ์หนึ่งที่ใกล้สูญพันธุ์ มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Curcuma spp. อยู่ในวงศ์ ZINGIBERACEAE ตระกูลเดียวกับขิง
ณรงค์ศักดิ์ ค้านอธรรม เจ้าของหนังสือว่านสมุนไพร ไม้มงคล นักอนุรักษ์ว่านไทยโบราณ อธิบายลักษณะว่า เป็นพืชล้มลุก มีลักษณะลำต้นใต้ดินเป็นเหง้ากลม แตกแง่งเป็นไหลเล็ก ยาว 5-10 นิ้ว รากเป็นเส้นใหญ่ ไม่แตกรากฝอย ลำต้นและใบเหมือนขมิ้น ลำต้นประกอบด้วยกาบของก้านใบหลายกาบซ้อนกัน ใบรูปใบพาย ปลายใบแหลม โคนใบมนสอบติดก้านใบ พื้นใบสีเขียว เส้นกลางใบสีแดงเข้มหรือแดงเลือดหมู ส่วนที่เห็นเป็นลำต้นเหนือดินสีแดงเข้มเช่นกัน ลำต้นส่วนที่ฝังอยู่ในดินและหัวเป็นสีขาวหรือขาวอมเขียว รากเป็นสีน้ำตาล ช่อดอกเป็นกาบเรียงซ้อนสับขวางกันหลายๆ กาบ ความสูงของต้นประมาณ 1 ฟุต
ถ้าเป็นตัวเมียจะเรียกอีกอย่างว่า ดินสอฤาษี ลักษณะต้นและใบจะไม่มีสีแดงเจือปน เมื่อหักหัวออกจะมีกลิ่นคาวจัดคล้ายอสุจิของคน กลิ่นจะรุนแรงมาก เนื้อในหัวมีสีขาว ดอกมีสีขาว เกสรสีเหลือง นอกจากนี้ ยังมีดอกทองกระเจา ที่มีดอกเป็นรูปกรวย และมีกลิ่นคาวเช่นกัน แต่ไม่เท่าดินสอฤาษี
ดอกจะออกในช่วงฤดูร้อนต่อเนื่องจนถึงฤดูฝน คล้ายดอกกระเจียว แต่ไม่มีก้านดอก อยู่ติดกับพื้นดิน โดยแทงดอกขึ้นจากเหง้าหลักที่อยู่ใต้ดินก่อนการงอกของใบ
พบมากทางภาคตะวันตกและภาคเหนือ แถบจังหวัดกาญจนบุรี ตาก ลำปาง
วิธีปลูก ในดินร่วนปนทราย ไม่ชอบน้ำท่วมขัง ควรวางให้ได้รับแสงแดดรำไรบ้างพอสมควร ขยายพันธุ์ โดยการแยกหน่อ
ตามตำราโบราณระบุว่าว่านดอกทองมีอำนาจทางเพศรุนแรง โดยเฉพาะสตรีจะเกิดรุนแรงมาก ถ้าเอาหัว หรือใบ หรือต้นใส่โอ่งน้ำหรือบ่อน้ำ หากใครกินเข้าไปจะมีความรู้สึกทางเพศรุนแรง โดยเฉพาะดอกถ้าส่งกลิ่น คนที่ได้กลิ่นจะพากันมัวเมาในโลกียรส จึงมีความเชื่อว่าต้องเด็ดดอกทิ้ง
นอกจากนี้ ยังมีความเชื่อว่าหากปลูกไว้ที่หน้าบ้าน ร้านค้าหรือสถานบริการ จะมีสรรพคุณทางเมตตามหานิยม ทำให้มีลูกค้าอุดหนุนเนืองแน่น อย่างไรก็ตาม บางตำราระบุว่าห้ามนำไปปลูกภายในบ้าน เพราะมีความเชื่อว่าอาจจะเป็นเหตุให้มีการผิดลูกเมียของสมาชิกในครอบครัวได้ (เนื่องจากคนไทยสมัยโบราณมักจะอยู่กันเป็นครอบครัวใหญ่)
คนหนุ่มสมัยโบราณยังมักเสาะแสวงหาดอกของว่านดอกทองเก็บสะสมไว้หุงกับน้ำมันจันทน์ หรือบดรวมกับสีผึ้งทาปาก ใช้น้ำมันทาตัว หรือใช้สีผึ้งสีปากเมื่อถึงคราวจะต้องไปพบหญิงสาว ด้วยมีความเชื่อว่าหากสตรีใดต่อคารมด้วย พอได้กลิ่นว่านในน้ำมันหรือสีผึ้งมักใจอ่อนคล้อยตามได้ง่าย
สนใจติดต่อหาต้นว่านดอกทองมาปลูกได้ที่บุญชิต โทร.0-2749-2658 ซ.ลาซาล 24 บางนา กรุงเทพฯ สอบถามวิธีการปลูก ดูแลรักษาได้โดยตรง หน้านี้กำลังออกงามเชียวครับ
ขอบคุณภาพต้นและดอก จาก คุณดอกปีบ เว็บพันทิพดอทคอม
หน้า 24
|
|
| |
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ ข่าวสด ได้ที่นี่
 |
 |
|