|
|
| |
'สนธิ'ยันไม่ออก บอกไม่ได้ทำอะไรผิด สั่งกกต.ชี้แจง'ครส.'ไม่เคยแทรกแซง |
|
|
 |
| โดย กรุงเทพธุรกิจ วัน จันทร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2550 16:03 น. |
|
พล.อ.สนธิลั่นไม่ออก ไม่ได้ทำอะไรผิด ยันทำตามหน้าที่ สั่ง"กกต."ชี้แจงให้ชัดเจน"ครส."ไม่เคยก้าวก่ายแทรกแซง ขณะที่"โฆษกสำนักนายกฯ"เผยพอใจผลงานกระตุ้นคนไทยมาใช้สิทธิกว่า 2 ล้านคน พบตำรวจครองแชมป์ร่วมโกงซื้อเสียงเลือกตั้งมากที่สุด
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และประธานคณะกรรมการดำเนการตามวาระแห่งชาติว่าด้วยการ รณรงค์ และการแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง (ครส.) ตอบข้อซักถามถึงผลการสอบสวนขอคณะกรรมการสอบสวนเอกสารลับ คมช. ที่ระบุว่ากองทัพวางตัวไม่เป็นกลาง และพล.อ.สนธิควรแสดงสปิริตลาออกจากประธาน ครส.หรือไม่ โดยพล.อ.สนธิ สวนกลับมาทันที โห ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนี่นา ไม่จริง ไม่มีอะไร ผมไม่ได้ทำอะไร ผมทำตามหน้าที่
เมื่อถามว่า รัฐบาลและครส. จะดำเนินการอย่างไรเพื่อสนองตอบพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงอยากให้เกิดความสามัคคีกัน พล.อ.สนธิ กล่าวว่า นโยบายของรัฐบาลกำหนดเอาไว้ชัดเจน ในเรื่องของการสร้างความสมานฉันท์ เราทุกคนก็พยายามทำเรื่องนี้กันอย่างเต็มที่อยู่แล้ว งานหรือกิจกรรมทุกอย่างเราต้องการสร้างความสมานฉันท์ ดังนั้นความเป็นกลางอะไรต่างๆ เหล่านี้เราทำประกอบกันมาตลอด
ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่ขณะนี้ยังมีความขัดแย้งกันจะทำอย่างไร พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ทุกคนต้องร่วมใจกันทั้งหมด คิดให้เหมือนกัน เพราะเป็นพระบรมราโชวาทที่พวกเราทุกคนต้องนำมาใช้ประโยชน์
ต่อข้อถามว่า จะทำอย่างไรให้ลดอคติต่อกัน เพื่อลดความขัดแย้ง และพรรคการเมืองจะต้องรับใส่เกล้าด้วยใช่หรือไม่ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ถูกต้อง เมื่อถามย้ำว่า แสดงว่ายังมีโอกาสที่จะลดอคติต่อกันลงได้ พล.อ.สนธิ กล่าวว่า ก็เป็นไปได้ ถ้านักการเมืองน้อมนำกระแสพระราชดำรัส เข้าไปใส่เกล้าด้วย คิดว่าบรรยากาศการเมืองก็คงจะดีขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังให้สัมภาษณ์ พล.อ.สนธิ ได้ขึ้นไปรับประทานอาหารกลางวันและหารือร่วมกับพล.อ.สรุยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นจึงเดินทางกลับออกจากทำเนียบรัฐบาลไป
ด้านนายไชยา ยิ้มวิไล โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครส. ที่มีพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เป็นประธานว่าได้รายงานต่อที่ประชุมว่า มีจำนวนผู้ที่มาลงทะเบียนเลือกตั้งนอกเขต ในวันที่ 15-16 ธ.ค. ทั้งสิ้น 2,091,704 คน ขณะที่ปีที่แล้วมีประมาณ 474,590 คน ผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 79,186 คน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความตื่นตัว และมีความรับผิดชอบมากขึ้น
นายไชยา กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการสำรวจของสถาบันอิสระ ที่ประธาน ครส.นำมาแจ้งให้ทราบ ซึ่งพบว่ามีข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ มีส่วนในการซื้อสิทธิขายเสียงร้อยละ 13.7 แบ่ง เป็นข้าราชการท้องถิ่น ร้อยละ 8.6 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร้อยละ 6.8 ข้าราชการฝ่ายปกครองร้อยละ 2.8 และตำรวจร้อยละ 20 ทหาร ร้อยละ 1.5 และจากการสอบถามประชาชนกลุ่มตัวอย่าง ถึงการติดต่อซื้อเสียง หรือของคนใกล้ชิด พบว่ามีร้อยละ10.7 ได้รับการติดต่อซื้อเสียงแล้ว และที่ประชุมยังมีความห่วงใยว่า ประชาชนอาจจะยังมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขต และระบบสัดส่วน และวิธีการลงคะแนนยังไม่เพียงพอ และกระทรวงมหาดไทยยังได้ประเมินพบว่า ในจำนวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 40 กว่าล้านคน มีผู้ที่รับทราบว่าวันเลือกตั้งคือ วันที่ 23 ธ.ค.สูงถึงร้อยละ 86.03 และคาดว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งร้อยละ 71 ซึ่งประธานและคณะกรรมการ ครส.ก็พึงพอใจ ทั้งนี้ภายหลังวันที่ 11 ธ.ค.ทางอนุกรรมการฯจะย้ายศูนย์การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้ง จากเดิมที่ตึกบัญชาการ ไปตั้งอยู่ที่โถงกลางตึกสันติไมตรี และจะได้เชิญนักวิชาการ ผู้สังเกตการณ์ และองค์กรเอกชนต่างๆ มาร่วมแสดงความคิดเห็น แต่คงจะไม่เชิญตัวแทนพรรคการเมืองมา
"ประธาน ครส.และปลัดกระทรวงมหาดไทย ยังได้แสดงความห่วงใยถึงปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงที่ยังมีอยู่"นายไชยา กล่าว
โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ส่วนที่มีหลายฝ่ายมองว่า บทบาทของ ครส.เข้าไปแทรกแซงการทำงานของ กกต. และตนได้ชี้แจงไปหลายครั้งแล้ว ที่ประชุมเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน ที่จะมาตอบคำถามนี้ แต่เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ ต้องออกมาแถลงให้ชัดเจน ว่า ครส.ไม่เคยก้าวก่าย ไม่เคยแทรกแซง ซึ่งกกต.ก็รับที่จะไปดำเนินการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยได้สรุปประเมินผลการรณรงค์ผลการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้ง ณ วันที่ 23 พ.ย.2550 พบว่ามีประชาชนในเขตเลือกตั้ง ที่รับทราบว่าวัน ที่ 23 ธ.ค.เป็นวันเลือกตั้ง ร้อยละ 86.03 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง โดยจังหวัดที่มีผลการประเมินสูงสุดร้อยละ 100 คือ จ.ตาก ส่วนจ.ที่ผลประเมินต่ำสุด เพียงร้อยละ 55.03 คือ จ.ร้อยเอ็ด และพบว่าจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ ร้อยละ 71.74 โดย จ.ลำพูน คาดว่าจะมีคนออกมาใช้สิทธิสูงสุด ร้อยละ 85 จ.น่าน ต่ำสุดร้อยละ 63.93 และพบว่ามี 12 จังหวัด ที่ประเมินว่าจะมีประชาชนมาใช้สิทธิร้อยละ 70 คือ จ.นครนายก เพชรบูรณ์ บุรีรัมย์ หนงอคาย เชียวราย นครราชสีมา พิจิตร สมุทรปราการ อำนาจเจริญ สุรินทร์ ขอนแก่น และจ.น่าน
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ กรุงเทพธุรกิจ ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|