แหล่งรวม ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > เลือกตั้ง '50 > ข่าวฮอตวันนี้
 

โพลล์ชี้ ตร.แชมป์ซื้อเสียง! คมช.เลื่อนแจงเอกสารลับ

โดย คม ชัด ลึก วัน อังคาร ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2550 07:45 น.
คมช.แจ้งกกต.ขอเลื่อนแจงเอกสารลับ11 ธ.ค."บิ๊กบัง" ปูด 'โพลล์อิสระ พบ ขรก.มีเอี่ยวซื้อสิทธิ-ขายเสียง ตำรวจครองแชมป์ตัวการ ด้านคตส.แฉแบงก์เมินคำสั่งอายัดทรัพย์ แอบโอนเงินให้"ชินวัตร-ดามาพงศ์"ช่วงเลือกตั้ง ขู่ฟันอาญาฐานฝ่าฝืน

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวว่า จากกรณีที่คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) ทำหนังสือถึง คมช.ให้ไปชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอกสารลับในวันที่ 4 ธันวาคม ว่า คมช.จะทำหนังสือขอเลื่อนการชี้แจงกับ กกต.เป็นวันที่ 11 ธันวาคมนี้ แทน เนื่องจากตอนนี้ติดภารกิจต่างๆ ทุกวัน ทั้งนี้ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ และรักษาการประธาน คมช. ยังไม่ได้ไปชี้แจงเอง คงจะเป็นคนอื่น ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนดตัวบุคคลว่าจะเป็นใคร ทางกกต.ได้ส่งหนังสือมาถึง คมช.ในวันนี้ โดยหนังสือของ กกต. ระบุว่าต้องการขอเอกสารฉบับจริงจาก คมช. และส่งตัวแทนให้ไปชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม ก่อนหน้านี้ คมช.ได้ส่งสำเนาเอกสาร ไม่ได้ส่งตัวจริงไปให้ เนื่องจากเป็นเอกสารลับ ทั้งนี้ คมช.สามารถชี้แจงรายละเอียดได้ทุกอย่างไม่มีปัญหา เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเป็นไปตามเอกสารทั้งหมดไม่ได้มีการดัดแปลงอะไรพล.อ.สมเจตน์กล่าว

พล.อ.สมเจตน์ ยืนยันว่า ที่ผ่านมา คมช.ทำงานสืบเนื่องและต่อเนื่องมาตั้งแต่เหตุการณ์ 19 กันยายน 2549 จนกระทั่งถึงช่วงก่อนที่จะมีพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง และหนังสือฉบับนี้ก็ออกช่วงปลายเดือนกันยายน 2550 จึงได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ เพื่อความมั่นคงของประเทศ เรายืนยันไม่ได้หวั่นไหว สามารถชี้แจงได้อยู่แล้ว

พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า หนังสือที่ให้ กกต.ไปทบทวนเป็นไปตามหลักการ ซึ่งสังคมควรสนใจเรื่องเอกสารลับว่าเป็นเอกสารจริงหรือปลอม แต่กลับกลายมาเป็นเรื่องสนใจว่าทหารวางตัวไม่เป็นกลาง อย่างไรก็ตาม คมช.สามารถอธิบายให้สังคมได้เข้าใจ เพราะการดำเนินการไปตามขั้นตอน คมช. ไม่ต้องการล้างแค้นหรือแก้แค้นใครทั้งสิ้น

ทางด้านพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และสมาชิก คมช. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นเอกสารที่ กกต.ส่งมาให้ คมช. จึงไม่สามารถบอกในรายละเอียดได้ ส่วน คมช.จะส่งใครไปชี้แจงกับ กกต. ซึ่งวันที่ 4 ธันวาคม อาจจะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือก่อน

เมื่อถามว่าหลายฝ่ายเรียกร้องให้พล.อ.สนธิลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชน (ครส.) เนื่องจากวางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้ง พล.อ.บุญสร้าง กล่าวว่า พล.อ.สนธิ ไม่ใช่เป็นเด็กๆ ท่านพิจารณาของท่านเองได้ ส่วนทหารคนไหนวางตัวไม่เป็นกลางก็ขอให้บอกมา อย่าเหมารวมกันทั้งหมดมันไม่ดี

เชิญประธานคมช.แจงธ.ค.

ขณะที่นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ในวันเดียวกัน ภายหลังการประชุมลับของ กกต.ทั้ง 5 คนเท่านั้น เกี่ยวกับการพิจารณาเอกสารลับ คมช. หลังจากที่คณะกรรมการสอบเอกสารลับซึ่ง กกต.ตั้งขึ้น โดยนายสุพล นิติธาดา เป็นประธาน มีมติ 4 ต่อ 3 ว่ากองทัพไม่เป็นกลางนั้น ที่ประชุม กกต.มีมติให้เชิญพล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ประธาน คมช.คนปัจจุบัน หรือผู้แทนมาชี้แจงข้อเท็จจริงในวันที่ 4 ธันวาคม พร้อมกับนำเอกสารลับฉบับจริงมาเปรียบเทียบ ทั้งนี้กกต.ไม่สามารถเปิดเผยได้ว่า กกต.ติดใจในประเด็นใด เนื่องจากมีบางประเด็นต้องสอบถามและเป็นธรรมดาตามหลักการของศาลที่จะต้องขอดูเอกสารจริงมาเปรียบเทียบด้วย จากนั้น กกต.จึงจะวินิจฉัย ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปไม่เกินวันที่ 11 ธันวาคมนี้

กกต.ยันไม่ตัดประเด็นความมั่นคง

นายอภิชาต กล่าวอีกว่า เรื่องนี้อยากให้จบโดยเร็วที่สุด แต่หากการประชุมในวันที่ 4 ธันวาคม กกต.เห็นว่าจำเป็นต้องสอบสวนเพิ่มเติมก็ต้องเรียกบุคคลมาสอบเพิ่มเติม ทั้งนี้ การพิจารณาเราจำเป็นจะต้องนำเรื่องความมั่นคงมาพิจารณาด้วย เพราะจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องความมั่นคงของชาติ ซึ่ง กกต.ต้องสังวรว่าบ้านเมืองอยู่ในความวุ่นวาย เราต้องมีความสามัคคี สมัครสมานกันในชาติ และสื่อมวลชนต้องช่วยกันให้ประเทศชาติเกิดความสงบ และให้ผ่านพ้นปัญหาต่างๆ ไป จนกระทั่งมีการเลือกตั้งผ่านไปด้วยดี

"หาก กกต.มีมติและวินิจฉัยเรื่องเอกสารลับของ คมช.แล้ว เราคงไม่สามารถเปิดเผยผลสอบของคณะกรรมการได้ทั้งหมด แต่จะสรุปแจกจ่ายให้แก่สื่อมวลชนได้รับทราบ ส่วนแนวทางการวินิจฉัยของ กกต.ที่เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า คมช.และพรรคพลังประชาชนจะไม่มีความผิดในชั้นของ กกต.นั้น ต้องขอเรียนว่าขณะนี้ยังไม่มีแนวทางอะไรเลย เพราะที่ประชุมได้ให้ กกต.แต่ละคนไปศึกษาข้อกฎหมาย เพื่อนำมาประกอบกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยต้องดูพร้อมไปกับมาตรา 57 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. โดยต้องนำมาประกอบกับรัฐธรรมนูญด้วย" ประธาน กกต.กล่าวผู้สื่อข่าวถามว่าหากผลสรุปของคณะกรรมการสอบเอกสารลับมีการอ้างข้อกฎหมายที่ผิด เนื่องจากสับสนช่วงเวลา คมช.มีหนังสือกับช่วงออกกฎหมายจะทำให้ผลสรุปของคณะกรรมการขาดความน่าเชื่อถือหรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า ก็มีข้อถกเถียงและมีปัญหากัน ว่าสิ่งไหนเกิดก่อนเกิดหลัง กฎหมายออกมาตอนไหน ซึ่งท้ายที่สุด กกต.ก็ต้องดูให้ละเอียดรอบคอบ และขณะนี้ไม่สามารถชี้แจงได้

ทั้งนี้ยืนยันว่ากรอบการสอบสวนหากเราเห็นว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมายก็สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ โดยต้องดูว่ามีเหตุอะไรที่เกี่ยวกับความไม่เป็นกลางของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และจะขัดกับกฎหมายใดหรือไม่ ทั้งกฎหมายลูกและรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ คมช.อ้างว่าการกระทำทั้งหมดมีรัฐธรรมนูญในบทเฉพาะกาล ในมาตรา 309 คุ้มครองไว้ จะทำให้ กกต.ยุติการสอบสวนหรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า จะมีการพูดคุยหารือกันอย่างละเอียดต่อไป ส่วนจะสั่งให้ยุติหรือไม่นั้น ไม่สามารถตัดสินได้คนเดียว ต้องลงมติกันโดยใช้เสียงข้างมาก รวมทั้งจะต้องหารือกันด้วยว่าท้ายสุดเราจะส่งให้ศาลวินิจฉัย หรือ กกต.จะวินิจฉัยเองให้จบสิ้น

ส่วนข้อครหาว่าคณะกรรมการชุดนายสุพลมีความใกล้ชิดกับอดีตกกต.รายหนึ่ง จะส่งผลต่อการพิจารณาของ กกต.หรือไม่ นายอภิชาต กล่าวว่า นายสุพลก็มาจากอัยการที่ไม่เคยเกี่ยวข้องกับ กกต. ดังนั้น ความสนิทสนมกับอดีต กกต.คนหนึ่งนั้น เราก็ต้องพิจารณาด้วยว่ามีผลจนเกิดความเบี่ยงเบนต่อการวินิจฉัยหรือไม่ ซึ่งเราไม่จำเป็นต้องฟังผลการวินิจฉัยจนกระทั่งผูกมัด กกต. เพราะเราก็มีอิสระที่จะวินิจฉัยด้วยตัวเอง โดยดูจากข้อเท็จจริงที่ได้สรุปมา ด้านพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และประธาน ครส.กล่าวถึงกรณีที่มีการกดดันให้ลาออกจากประธาน ครส. เนื่องจากมติคณะกรรมการสอบเอกสารลับ คมช.ที่ กกต.ตั้งขึ้น ระบุว่ากองทัพวางตัวไม่เป็นกลางว่า โหไม่ได้ทำอะไรผิดเลยนี่นา ไม่จริง ไม่มีอะไร ผมไม่ได้ทำอะไร ผมทำตามหน้าที่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังให้สัมภาษณ์เสร็จ พล.อ.สนธิ ได้รับประทานอาหารกลางวันและหารือร่วมกับ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เป็นเวลา 1 ชั่วโมง จากนั้นจึงเดินทางกลับออกจากทำเนียบรัฐบาลไป

20 เตือนพปช.อย่าเหิมขู่พปช.ฟ้องอาญา

พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ไม่ควรคิดแต่จะฟื้นฝอยหาตะเข็บรังเพราะจะก่อให้เกิดความแตกแยก ควรคิดว่าเขาทำหน้าที่ก็จบ เมื่อลาออกจาก คมช.ก็จบ มาสวมอีกบทบาทหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกันยายน คงมาว่ากันไม่ได้ ตอนนี้ก็เป็นกลางดูแลการเลือกตั้งให้ยุติธรรมก็พอแล้ว ปัญหาควรจะยุติด้วยการชนะทั้งสองฝ่ายเพราะนอกจากเรื่องนี้แล้ว ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่เขามีปัญหา แต่ คมช.ไม่รุกไม่อะไร ทั้งนี้ เอกสารลับจริง หรือไม่ต้องให้ กกต.ใหญ่ดูอีกที ทหารจะไม่เข้าไปรุกอะไร ซึ่งดูแล้วเอกสารทั้งสองฉบับมีความคลาดเคลื่อนกัน ส่วนตัวไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด เมื่อแต่ละฝ่ายไม่เสียหายแล้วทำหน้าที่ของตนเองไป เพราะขณะนี้กำลังเข้าไปสู่การเลือกตั้ง พล.อ.บุญรอด กล่าว

เมื่อถามว่ากรณีเอกสารลับถือว่า คมช.เพลี่ยงพล้ำต่อพรรคพลังประชาชน จะเป็นผลให้ชนะการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.บุญรอด ระบุว่า "นี่แค่ยกแรกเท่านั้น คมช.ไม่ได้มีปฏิกิริยาโต้ตอบอะไร แค่โต้เฉยๆ ทั้งนี้ ความจริงเอกสารปลอมสามารถฟ้องอาญาได้ แต่ คมช.ไม่ฟ้อง เพราะ คมช.ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด"

แฉตร.แชมป์ร่วมกระบวนซื้อเสียง

นายไชยา ยิ้มวิไล โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการดำเนินการตามวาระแห่งชาติ ว่าด้วยการรณรงค์และแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง (ครส.) ว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน ครส. แสดงความพอใจผลการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ของ ครส.ที่ทำให้ประชาชนตื่นตัวและมีความรู้มากขึ้น จิตสำนึกของประชาชนดีขึ้น และรายงานว่ามีจำนวนผู้ที่มาลงทะเบียนขอเลือกตั้งนอกเขตในวันที่ 15-16 ธันวาคม ทั้งสิ้น 2,091,704 คน

ขณะที่ปีที่แล้วมีประมาณ474,590 คน ผู้ขอใช้สิทธิเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร 79,186 คน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประชาชนมีความตื่นตัวและมีความรับผิดชอบมากขึ้น ประเมินพบว่าในจำนวนประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 40 กว่าล้านคน และทราบว่าเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม สูงถึงร้อยละ 86.03 ทั้งนี้ ประเมินว่าจะมีผู้ออกมาใช้สิทธิร้อยละ 71

นายไชยากล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการสำรวจของสถาบันอิสระ ที่ประธาน ครส.นำมาแจ้งให้ทราบ ซึ่งพบว่ามีข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ มีส่วนในการซื้อสิทธิขายเสียงร้อยละ 13.7 แบ่ง เป็นข้าราชการท้องถิ่น ร้อยละ 8.6 กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ร้อยละ 6.8 ข้าราชการฝ่ายปกครองร้อยละ 2.8 และตำรวจร้อยละ 20 ส่วนทหารร้อยละ 1.5 และจากการสอบถามประชาชนกลุ่มตัวอย่าง ถึงการติดต่อซื้อเสียง หรือของคนใกล้ชิด พบว่ามีร้อยละ 10.7 ได้รับการติดต่อซื้อเสียงแล้ว

ทั้งนี้ภายหลังวันที่ 11 ธันวาคม คณะอนุกรรมการจะย้ายศูนย์การสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งจากเดิมที่ตึกบัญชาการไปตั้งอยู่ที่โถงกลางตึกสันติไมตรี และจะได้เชิญนักวิชาการ ผู้สังเกตการณ์ และองค์กรเอกชนต่างๆ มาร่วมแสดงความคิดเห็น แต่คงจะไม่เชิญตัวแทนพรรคการเมืองมาแต่อย่างใด

จี้กกต.แจงครส.แทรกแซง

ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายมองว่าบทบาทของครส.เข้าไปแทรกแซงการทำงานของ กกต.นั้น โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นว่าไม่ใช่หน้าที่ของตนที่จะมาตอบคำถามนี้ แต่เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่ต้องออกมาแถลงให้ชัดเจนว่า ครส.ไม่เคยก้าวก่าย ไม่เคยแทรกแซงเลย ซึ่ง กกต.ก็รับที่จะไปดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงมหาดไทยได้สรุปประเมินผลการรณรงค์ผลการประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จังหวัดที่ทราบเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม ที่มีผลการประเมินสูงสุดร้อยละร้อย คือ จ.ตาก ส่วนจังหวัดที่ผลประเมินต่ำสุดเพียงร้อยละ 55.03 คือ จ.ร้อยเอ็ด และพบว่าจะมีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งครั้งนี้ร้อยละ 71.74 โดย จ.ลำพูน คาดว่าจะมีคนออกมาใช้สิทธิสูงสุดร้อยละ 85 ส่วน จ.น่าน ต่ำสุดร้อยละ 63.93

ทั้งนี้มี 12 จังหวัด ที่ประเมินว่าจะมีประชาชนมาใช้สิทธิร้อยละ 70 คือ จ.นครนายก เพชรบูรณ์ บุรีรัมย์ หนองคาย เชียงราย นครราชสีมา พิจิตร สมุทรปราการ อำนาจเจริญ สุรินทร์ ขอนแก่น และน่าน

กกต.ลำพูนหวังรักษาแชมป์ใช้สิทธิสูงสุด

นายประยูร วงษ์พานิช ประธาน กกต.จว.ลำพูน กล่าวว่า การเลือกตั้ง ส.ส.ในวันที่ 23 ธันวาคม จ.ลำพูน ได้ตั้งเป้าให้ประชาชนในพื้นที่ออกไปใช้สิทธิไม่ต่ำกว่าร้อยละ 85 จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 318,336 คน และ กกต.เชื่อมั่นว่าจะมีประชาชนออกไปใช้สิทธิมากกว่าจำนวนดังกล่าว ทั้งนี้จากสถิติของการเลือกตั้งในหลายครั้งที่ผ่านมา เช่น การเลือกตั้งในปี 2549 ที่มีประชาชนออกไปใช้สิทธิมากถึงร้อยละ 85 ซึ่งสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ หรือการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน มีผู้ออกไปใช้สิทธิจำนวนมากเช่นกัน และล่าสุดจากการออกเสียงลงประชามติเมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา แม้จะมีประชาชนออกเสียงร้อยละ 75 แต่ถือว่ายังเป็นตัวเลขเฉลี่ยสูงสุดของประเทศ

นอกจากนี้พบว่าประชาชนลำพูนส่วนใหญ่มีความตื่นตัวทางการเมืองสูงและประกอบอาชีพอยู่ในพื้นที่ ทำให้ง่ายต่อการเดินทางไปใช้สิทธิ ขณะเดียวกันพบว่าในส่วนของผู้สมัคร ส.ส.ก็ได้มีการรณรงค์ให้ประชาชนออกไปใช้สิทธิอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน จึงคาดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีผู้ไปใช้สิทธิไม่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้

"น่าน"เร่งตีปี๊บรณรงค์ใช้สิทธิเลือกตั้ง

นายกนก กนกประดิษฐ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพน่าน กล่าวว่า จ.น่าน มีประชากรผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปทำงานยังจังหวัดอื่นๆ เป็นจำนวนมาก จึงอาจทำให้ผู้มีสิทธิภายในจังหวัดเหลือน้อยจนดูเหมือนไปใช้สิทธิน้อย แต่หากเป็นไปตามโพลล์ก็น่าจะมาจากการประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานรับผิดชอบ รวมถึงพื้นฐานความรู้สึกมีส่วนร่วมด้านการเมือง

ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าพื้นฐานสำคัญคือการศึกษา ขณะที่ประชากรใน จ.น่าน โดยเฉพาะในต่างอำเภอ แม้จะเป็นคนไทยและมีชื่อในทะเบียนราษฎร แต่ส่วนใหญ่เป็นชาวเขาที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ห่างไกลและสนใจแต่ในวิถีของตนเองโดยเฉพาะการเพาะปลูกและเกษตรกรรมด้านอื่นๆ ซึ่งจากความแตกต่างด้านพื้นฐานดังกล่าวทำให้บางคนไม่รู้ กระทั่งว่าจะมีการเลือกตั้งหรือไม่รู้ว่าใครเป็นผู้สมัคร ส่วนแนวทางในการดึงประชาชนให้ไปใช้สิทธิมากขึ้น จะต้องมีการประชาสัมพันธ์ที่ดี ในกรณีที่มีเวลาน้อย ผู้นำชุมชนจะมีความสำคัญมากที่สุด

ประธานกกต.โวยถูกปลอมลายเซ็น

วันเดียวกันนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กล่าวว่า ได้รับหนังสือจากนายณรงค์ชัย ทิพย์กนก นายอำเภอยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ โดยในหนังสือลงนามโดยตน เนื้อความระบุว่า นายณรงค์ชัยมีพฤติกรรมที่วางตัวไม่เป็นกลาง ใช้ตำแหน่งหน้าที่ช่วยเหลือผู้สมัครบางคน ซึ่งจากการตรวจสอบเบื้องต้นเห็นว่า หนังสือดังกล่าวไม่ใช่หนังสือที่ออกจากสำนักงาน กกต. และตนไม่มีนโยบายที่จะส่งหนังสือในลักษณะนี้ให้แก่หน่วยงาน หรือบุคคลใด

นอกจากนี้เห็นได้ชัดว่ามีการปลอมแปลงลายเซ็น และจัดทำหนังสือขึ้นเพื่อหวังผลทางการเมือง และมีรายงานว่า หนังสือดังกล่าวส่งไปถึงผู้สมัครบางคนด้วย

จากการสอบถามนายณรงค์ชัยได้รับการยืนยันว่า ในพื้นที่มีการแข่งขันทางการเมืองที่รุนแรง ดังนั้น กกต.จึงเห็นสมควรพิจารณาดำเนินคดีอาญาต่อผู้ที่จัดทำหนังสือดังกล่าว เนื่องจากทำให้สำนักงาน กกต. และประธาน กกต.เสียหาย โดยให้สำนักกฎหมายเป็นผู้พิจารณาดำเนินการ และควรให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กกต. นำหนังสือดังกล่าวใช้เป็นข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.ต่อไป นายอภิชาต กล่าว

"สมัคร"โอ่พระคุ้มครองพรรคพ้นถูกยุบ

นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เป็นประธานเปิดศูนย์ประสานงานพรรคในเขตสายไหม กทม. โดยกล่าวปราศรัยย่อยตอนหนึ่งว่า สื่อมวลชนไปเขียนกันใหญ่โตว่าถ้าเป็นเอกสารปลอม พรรคพลังประชาชนจะต้องถูกยุบ แต่เคราะห์ดีพระคุ้ม ผลสอบของคณะกรรมการออกมาเป็น 7 ต่อ 0 ว่า คมช.วางตัวไม่กลาง แต่ที่มีมติออกมา 4 ต่อ 3 เพราะมี 3 คนเขาเห็นว่ามีมาตรา 309 ของรัฐธรรมนูญคุ้มครองอยู่

ดังนั้นการกระทำของ คมช.ที่ดำเนินการไปไม่ถือว่าผิดกฎหมาย แค่นี้ก็ต้องขอบคุณคณะกรรมการ จะให้ตนไปฟ้องร้องไม่เอาแล้ว พรรคพลังประชาชนไม่ถูกยุบก็บุญแล้ว แค่นี้ก็พอสมควรแก่เหตุ ส่วนใครจะไปทำอะไรก็ว่าของคุณไป แต่ตนพอแล้ว และขอขีดเส้นใต้ว่าจะไม่พูดเรื่องนี้อีก ส่วนใครจะต่อสู้ให้ตัวเองเป็นวัวพันหลักก็ทำไป

"หมัก"วอน"บรรหาร"หนุนนั่งนายกฯ

ก่อนหน้านี้มีผู้ใหญ่คนหนึ่งสมัยอยู่คมช.ยิ่งใหญ่ปลดนายกรัฐมนตรีได้ แต่พอหลัง 30 กันยายน เท้าลอยหมดอำนาจ ขอเป็นรองนายกฯ เอาเสร็จแล้วก็เขียนเอกสารลับไว้ ฉบับที่เป็นเรื่องเป็นราวกันอยู่ในขณะนี้คือ ฉบับวันที่ 12 กันยายน แต่ฉบับที่ 2 ลงวันที่ 26 กันยายน เล่นแรงไปบอกว่าพรรคที่มีนโยบายประชานิยมจะล้มล้างสถาบัน แล้วยังบอกว่าขวากับซ้ายมารวมกันอันตราย แต่อันตรายที่แท้จริงคือพวกคณะปฏิวัติ นายสมัคร กล่าว

นอกจากนี้นายสมัคร ยังกล่าวถึงหนังสือพิมพ์ว่า เขียนเชียร์นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ว่าราศีจับจะได้เป็นนายกฯ นั้น ตนขอฝากถามนายบรรหารว่ากฎหมายกำหนดว่าเสียงข้างมากต้องได้เกินครึ่ง คือ 240 เสียง ถ้าตนได้ 230 แล้วเป็นฝ่ายค้านนั้น นายบรรหารมาอยู่กับตนคงสบายใจกว่า อย่างไรก็ตาม ขอให้ประชาชนเลือกพรรคพลังประชาชนให้ได้คะแนนเสียงเด็ดขาด เพื่อจะรอดูว่าไอ้หน้าไหนไม่ให้ตนเองเป็นนายกฯ

"จาตุรนต์"ป่วน ขู่เข้าชื่อถอดถอน กกต.

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี แสดงความเห็นกรณี กกต.เลื่อนการพิจารณาเอกสารลับออกไปว่าเป็นเจตนาที่จะช่วย พล.อ.สนธิแน่นอน ซึ่งหากกล้าวินิจฉัยตามมติของคณะอนุกรรมการที่ตรวจสอบสวนเอกสารดังกล่าว ตนก็จะไปกราบแทบตักทันที แต่หาก กกต.ไม่ดำเนินการ จะเรียกร้องให้ประชาชน หรือองค์กรที่มีสิทธิเข้าชื่อยื่นถอดถอน กกต. แม้ว่าพวกเราจะไม่มีสิทธิเข้าชื่อ แต่มีสิทธิเสนอแนวคิด

นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า มีความพยายามปล่อยข่าวว่าเอกสารที่นำมาเปิดเผยกับตัวจริงไม่เหมือนกัน โดยต่างกันระหว่างคำว่า พปช.กับกลุ่มอำนาจเก่านั้น เนื้อหาจดหมายที่มีการสารภาพชัดว่า คมช.สกัดพรรคการเมืองบางพรรค รวมทั้งการคิดบัญชีกับนักการเมือง ซึ่งเห็นได้ชัดว่า การกระทำของ คมช.มีความไม่เป็นกลาง ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 74 และกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. มาตรา 57

นายจาตุรนต์ กล่าวด้วยว่า ส่วนที่อ้างว่าคำสั่งมีมาก่อนพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งมีผลบังคับใช้นั้น ตรงนี้ไม่ใช่ประเด็นเพราะกฎหมายห้ามตลอดเวลา ไม่ห้ามเฉพาะช่วงที่จะมีการเลือกตั้ง ดังนั้น จะอ้างว่ามาตรา 309 ของรัฐธรรมนูญให้ความคุ้มครองเพื่อความมั่นคง ก็คงจะเป็นความมั่นคงของตัวเองมากกว่าความมั่นคงของประเทศชาติ ซึ่งการกระทำของ คมช.ขัดต่อรัฐธรรมนูญชัดเจน ดังนั้น กกต.ต้องระงับยับยั้งการดำเนินการของ คมช.ทุกอย่าง

นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า ครส.ทั้งคณะยุติบทบาทจนกว่า กกต.ออกมารับรองว่าการทำงานขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือถ้าจะดำเนินการต่อก็ไม่ควรให้ พล.อ.สนธิ เป็นประธาน

วันเดียวกัน นายชนาพัทธ์ณ นคร ประธานเครือข่ายเตมูจิน มายื่นหนังสือต่อประธาน กกต. เรียกร้องให้นายอภิชาต ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ดำเนินการเอาผิดนายสมัครกับพวก ฐานโจรกรรมข้อมูลลับทางการทหาร นำมาแก้ไขและเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งฝ่าฝืน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง มาตรา 94 (4) ไม่เช่นนั้นถือว่านายอภิชาต เป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

ซื้อเสียง"โคราช"ส่อวืดสาวไม่ถึงตัวการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่ กกต.สั่งให้ทีมสืบสวนสอบสวนลงไปสอบเพิ่มเติมกรณีการเตรียมจ่ายเงินค่าขนคนไปฟังปราศรัยที่เขตเลือกตั้งที่ 3 อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมา และให้มีการสรุปเสนอต่อ กกต.ในวันที่ 3 ธันวาคม เพื่อนำเข้าสู่การประชุม กกต.ในวันที่ 4 ธันวาคม มีรายงานว่า เบื้องต้นจากการลงพื้นที่สอบสวนเพิ่มเติม ส่อว่าเรื่องนี้ไม่น่าจะเอาผิดได้เพราะไม่มีมูล เนื่องจากเจ้าหน้าที่สอบปากคำชาวบ้าน ยืนยันว่า ไปบ้านนายตี๋จริงแต่ไม่ได้มีการแจกเงินแต่อย่างใด


ส่วนปฏิทินแนะนำตัวผู้สมัครส.ส.นั้น อ้างว่าเป็นปฏิทินวันเวลาจริงแต่เป็นขนาดเล็กพกพา ส่วนที่มีการระบุว่าเงินที่พบจำนวน 10,700 บาท มีเลขที่ฉบับเรียงกันนั้น เจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจพิสูจน์ได้ เพราะตำรวจได้คืนของกลางไปหมดแล้ว พร้อมทั้งการทำสำนวนการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ปิดทางการสอบหาประเด็นเพิ่มเติมของ กกต. จึงทำให้ กกต.สอบเฉพาะในประเด็นที่ตำรวจกำหนดมาเท่านั้น ไม่สามารถขยายผลได้

แฉแบงก์โอนเงินให้ชินวัตร-ดามาพงศ์

รายงานข่าวจากที่ประชุมใหญ่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) เปิดเผยว่า ในการประชุมซึ่งมีการรายงานการทำงานความคืบหน้าของคดีต่างๆ ปรากฏว่าในช่วงที่มีการรายงานความคืบหน้าในการตรวจสอบการซื้อขายหุ้นชินคอร์ป ที่มีนายวิโรจน์ เลาหะพันธุ์ คตส.เป็นประธาน ที่ประชุมได้รับรายงานผลการตรวจสอบการเคลื่อนไหวการถอนเงินสดออกจากบัญชีเงินฝากของบุคคลในครอบครัวชินวัตร และครอบครัวดามาพงศ์ ที่ถูก คตส.อายัดไว้

ที่ประชุมได้รับรายงานว่าในส่วนของบัญชีเงินฝากประจำ เมื่อครบกำหนดได้รับดอกเบี้ยเงินฝาก ปรากฏว่ามีการโยกดอกเบี้ยดังกล่าวจำนวนหลายล้านไปเข้าบัญชีออมทรัพย์ และธนาคารดังกล่าวปล่อยให้มีการถอนเงินสดออกไป โดยไม่แจ้งให้ คตส.ทราบล่วงหน้า แต่ คตส.เพิ่งมาตรวจสอบเจอความเคลื่อนไหว โดยในที่ประชุม คตส.บางคนเห็นว่าการกระทำของผู้บริหารธนาคารดังกล่าวถือว่าเป็นการฝ่าฝืนคำสั่ง คตส.ที่มีการออกหนังสืออย่างชัดเจน และ คตส.ก็ใช้อำนาจตามคำสั่ง คปค. จึงถือว่าผู้บริหารธนาคารดังกล่าวมีความผิดอาญา

"หวยบนดิน" สะดุดเลื่อนส่ง อสส.ฟัน

นายสัก กอแสงเรือง โฆษก คตส. แถลงว่า นายอุดม เฟื่องฟุ้ง คตส.ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว (หวยบนดิน) ได้รายงานผลการสรุปของคณะอนุกรรมการไต่สวนจำนวน 20 ประเด็น ให้ที่ประชุม คตส.พิจารณาเพื่อส่งให้อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง แต่ที่ประชุมสามารถพิจารณาได้เพียง 13 ประเด็น โดยที่ประชุมมีความเห็นพ้องและไม่ติดใจในประเด็นที่นายอุดมเสนอ แต่ยังไม่มีมติในเรื่องนี้แต่อย่างใด เพราะเมื่อถึงประเด็นที่ 13 นายอุดมได้แจ้งว่า เหนื่อยและที่เหลืออีก 7 ประเด็นจะนำมาพิจารณาในการประชุม คตส.สัปดาห์หน้าต่อไป

ด้านนายอุดม กล่าวว่า 7 ประเด็นที่เหลือจะมีการพิจารณาในที่ประชุม คตส.ในวันที่ 11 ธันวาคม คือการพิจารณาในเรื่องความผิดทางอาญาและทางแพ่ง รวมไปถึงการคำนวณค่าเสียหายทางสังคมด้วย ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะสามารถสรุปได้หรือไม่ เพราะเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการทำความผิด ซึ่งซับซ้อนจึงอาจจะช้าหน่อย แต่คาดว่าอย่างน้อยน่าจะสรุปคดีภายในเดือนธันวาคมได้ จากนั้นจะต้องส่งให้อัยการสูงสุดภายใน 14 วัน หลังจากที่ประชุม คตส.มีมติ

"ณฐนนท" ส่งหนังสือขอความเป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่ประชุมได้มีมติแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมคุณหญิงณฐนนท ทวีสิน อดีตปลัด กทม. ในคดีการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของ กทม.หรือไม่ โฆษก คตส. กล่าวว่า ที่ประชุมยังไม่มีมติในเรื่องนี้ แต่คณะอนุกรรมการไต่สวนได้รายงานว่าอยู่ระหว่างการพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมทั้ง 3 คน ได้แก่ คุณหญิงณฐนนท ทวีสิน อดีตปลัด กทม. นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. และนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พาณิชย์

รายงานข่าวเปิดเผยสาเหตุที่ที่ประชุมยังไม่มีมติแจ้งข้อกล่าวหาคุณหญิงณฐนนทเพิ่มเติมเนื่องจากคุณหญิงณฐนนทได้ส่งหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อคณะอนุกรรมการไต่สวน ก่อนที่จะถึงเวลาการประชุมใหญ่ คณะอนุกรรมการไต่สวนจึงจำเป็นต้องพิจารณาหนังสือดังกล่าวอีกครั้ง ก่อนที่จะสรุปเสนอเข้าสู่ที่ประชุมใหญ่อีกครั้งในสัปดาห์หน้า

เมื่อถามต่อว่าที่ประชุมได้มีการพิจารณากรณีที่อธิบดีกรมสรรพากรยังไม่ได้ดำเนินการยึดทรัพย์จำนวน 1,035 ล้านบาท จากนายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร ทั้งที่ คตส.ได้ออกเป็นหนังสือด่วนตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน นายสัก กล่าวว่า คตส.มีการส่งเอกสารไปถึงสถาบันการเงินทุกแห่งให้รายงานการเคลื่อนไหวทรัพย์สินดังกล่าว เพื่อไม่ให้เกิดการยักย้ายถ่ายโอนและรายงานให้ คตส.ทราบตลอดเวลาแล้ว

 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news อนงค์วรรณไม่เร่งเร้าประชัย ให้เวลาหลังโดนคดีปั่นหุ้น
news 'โฆษกฯมัชฌิมา'แถลงข่าววันนี้11.00น. ชี้ประชัยถูกอำนาจเก่ากลั่นแกล้ง
news รถหาเสียง 'ชาติไทย' ตกเหวที่เชียงรายดับ 2
news ปรับปั่นหุ้นทีพีไอ 6,900ล้าน! 'ประชัย-เชียรช่วง' โดนคุก3ปี
news 'สนธิ'ยันไม่ออก บอกไม่ได้ทำอะไรผิด สั่งกกต.ชี้แจง'ครส.'ไม่เคยแทรกแซง
news ศาลสั่งจำคุก'ประชัย-เชียรช่วง'3ปีไม่รอลงอาญา ปั่นหุ้น'ทีพีไอ'
news 'อภิสิทธิ์' ชี้กกต.ต้องชัดเจนต่อข่าวเอกสารลับ
news "ร.ต.อ.เฉลิม" ขึ้นเวทีปราศรัย ชู "สมัคร" นั่งนายกฯ
news “อภิสิทธิ์” ขอลุยกทม.หาเสียง แม้ผลสำรวจจะแพ้พปช.
news 'เพื่อแผ่นดิน'เอาใจลูกจ้าง ชูตั้งธนาคารผู้ใช้แรงงาน
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvInteractive TV
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง