|
|
| |
ประชัยเจออีกคดี คุก1เดือน ละเมิดอํานาจศาล |
|
|
 |
| โดย ไทยรัฐ วัน เสาร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2550 09:57 น. |
|
จากการที่นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ได้ถูกศาลชั้นต้นตัดสินลงโทษคดีปั่นหุ้นทีพีไอ และนายประชัยได้ให้สัมภาษณ์พาดพิงถึงศาลนั้น ทำให้ศาลต้องออกหมายเรียกเพื่อนัดไต่สวนว่าเป็นคำพูดที่ล่วงละเมิดอำนาจศาลและดูหมิ่นศาลหรือไม่
ไต่สวนคดี ประชัย หมิ่นศาล
เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. เวลา 10.30 น. ที่ศาลอาญา ศาลนัดไต่สวนคดีละเมิดอำนาจศาลและดูหมิ่นศาล กรณีนายธันว์ บุณยตุลานนท์ เลขานุการศาลอาญา กล่าวหาว่านายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทำนองว่ามีอำนาจอยู่เบื้องหลังการตัดสินของศาล โดยก่อนหน้านี้ศาลได้ออกหมายเรียกนายประชัยมาศาล ซึ่งนายประชัยได้เดินทางมาพร้อมนายสุทัศน์ เงินหมื่น ทนายความ จากนั้นศาลใช้ห้อง
พิจารณา 704 ทำการไต่สวนทันที
นายธันว์ บุณยตุลานนท์ เบิกความว่า เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. 50 ศาลอาญามีคำพิพากษาให้จำคุกนายประชัย 3 ปี ปรับ 6,900 ล้านบาท ในคดีปั่นหุ้นพีทีไอ หลังจากที่ได้ประกันตัวในวงเงิน 3 แสนบาท นายประชัยให้สัมภาษณ์ สื่อมวลชนทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุ ทีวี ว่าการถูกดำเนินคดีครั้งนี้ มีกลุ่มอำนาจเก่าครอบคลุมอยู่ และจะขอความยุติธรรมจากศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาต่อไป ข้อความดังกล่าวทำให้เข้าใจได้ว่า การพิจารณาพิพากษาของศาลอาญามีการครอบงำจากกลุ่มอำนาจเก่า ทำให้ศาลเสียหาย จึงเป็นการพูดดูหมิ่นศาล และเป็นการให้สัมภาษณ์ในบริเวณศาล จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในบริเวณศาลอีกด้วย จากนั้นนายธันว์ได้ส่งสำเนาเอกสารเป็นข่าวจากสื่อต่างๆ และฉายภาพจากวีดิโอประกอบคำให้การ
ประชัย ไม่คิดดูหมิ่นแค่รู้สึกถูกบีบคั้น
ด้านนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ให้การต่อศาลว่า ไม่ได้มีเจตนาดูหมิ่นศาล หรือแสดงความไม่เคารพคำพิพากษา และตนประสงค์ที่จะอุทธรณ์ฎีกาต่อไป ส่วนที่ให้สัมภาษณ์ในวันดังกล่าว เพราะรู้สึกว่าถูกบีบคั้นจากกลุ่มอำนาจเก่า หมายถึงรัฐบาลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาตลอด และอำนาจนี้ได้ครอบคลุมดีเอสไอ อัยการสูงสุดและ กลต. ไม่ใช่ศาล จึงไม่ได้ดูหมิ่นศาล พร้อมกันนั้น นายประชัยได้เสนอเอกสารเป็นหนังสือขออภัยศาล และให้การตอบคำถามค้านด้วยว่า ตนมีกิจการปูนพีทีไอ มูลค่า 2 แสนล้านบาท ที่ผ่านมามีอุปสรรคถูกศาลล้มละลายให้ฟื้นฟูกิจการ ก็ไม่เคยประวิงคดีในศาล และหวังว่าจะได้รับความยุติธรรมในชั้นศาลอุทธรณ์ ฎีกาต่อไป คำพูดในขณะให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกลุ่มอำนาจเก่า กับการขอความยุติธรรมในศาลสูง เป็นการพูดคนละตอน ไม่เกี่ยวข้องกัน จากนั้นศาลได้ยุติการไต่สวน และให้คู่ความมาฟังคำสั่งในเวลา 14.30 น.
สั่งจำคุกทันที 1 เดือนไม่รอการลงโทษ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่าย นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ พร้อมด้วยนายสุทัศน์ เงินหมื่น ทนายความ เดินเข้าห้องพิจารณาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด โดยมีนางอรพิน เลี่ยวไพรัตน์ ภรรยาเข้าไปนั่งให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด
ต่อมาศาลออกนั่งบัลลังก์ในเวลา 15.30 น. อ่านคำสั่งว่า พิเคราะห์แผ่นบันทึกภาพและเสียงบันทึกคำให้สัมภาษณ์แล้ว เห็นว่านายประชัยผู้ถูกกล่าวหา ให้ สัมภาษณ์สื่อมวลชนด้วยถ้อยคำว่า แล้วหวังว่าเราจะได้รับความยุติธรรมในชั้นอุทธรณ์และฎีกาต่อไป แต่คราวนี้แสดงถึงว่าอิทธิพลของคุณทักษิณยังครอบคลุมอยู่ทั้งประเทศไทย และให้สัมภาษณ์อีกว่า การตัดสินในวันนี้ก็แสดงถึงอิทธิพลเขายังล้นฟ้ามาก ถ้อยคำดังกล่าวแสดงให้เห็นว่านายประชัยไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการตัดสินของศาล โดยศาลถูกครอบงำจากอิทธิพลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่มีอำนาจอิสระในการตัดสินคดี อันเป็นการดูหมิ่นศาล เมื่อนายประชัยได้กระทำในบริเวณศาล จึงเป็นการประพฤติตนไม่เรียบร้อย ในบริเวณศาล เป็นความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลตาม ป.วิแพ่ง มาตรา 31 (1) เมื่อพิจารณาถึงสภาพความผิด ที่ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทำแล้ว ให้จำคุก 1 เดือน นายประชัยเป็นผู้มีการศึกษาสูง มีตำแหน่งสำคัญในพรรค การเมือง ย่อมเป็นผู้มีวุฒิภาวะ แต่กลับมากระทำผิดเช่นนี้ จึงไม่มีเหตุรอการลงโทษ จากนั้นศาลได้ออกหมาย ขังนายประชัยทันที
สุดท้ายศาลยอมให้ประกันตน
หลังการพิจารณา นายสุทัศน์ เงินหมื่น ทนายความ รีบวางหลักทรัพย์ขอประกันตัวนายประชัยทันที ศาลพิจารณาคำร้องขอปล่อยตัวพร้อมหลักทรัพย์แล้วมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว ในวงเงิน 2 หมื่นบาท จากนั้นนายประชัยจึงเดินทางกลับ โดยเอานิ้วชี้ทั้ง 2 ข้างมาไขว้กันไว้ที่บริเวณริมฝีปาก ไม่ยอมให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในส่วนของคดีดูหมิ่นศาล ตามประมวลกฎหมายอาญานั้น คาดว่านายธันว์ บุณยตุลานนท์ จะไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ภายในสัปดาห์หน้า แต่ทั้งนี้ต้องรอความเห็นจากผู้บริหารศาลอาญาเสียก่อน
ธนพร แจ้งจับ ประชัย ขู่ยิงทิ้ง
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองปราบปราม นายธนพร ศรียากูล รองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตยและนายทะเบียนพรรค ได้เข้าพบ พ.ต.ท.ธราดล เหมพัฒน์ พนักงานสอบสวน (สบ 3) กลุ่มงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ อดีต หัวหน้าพรรคที่ข่มขู่เอาชีวิต นายธนพรกล่าวว่า เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายประชัยพูดในที่ประชุมบริหารพรรคสั่งห้ามตนเข้าไปที่ตึกทีพีไอ ไม่เช่นนั้นจะยิงทิ้ง ดังนั้น จึงต้องเข้าพึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้ดำเนิน คดีกับนายประชัยต่อไป
สำหรับสาเหตุที่ผมถูกข่มขู่นั้น ก็เชื่อว่าน่าจะมาจากการที่เสนอให้คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติให้ นายประชัยแสดงสปิริตในการลาออก หลังถูกศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 3 ปี ในคดีปั่นหุ้นทีพีไอ แต่นายประชัยไม่ยอมรับมติดังกล่าว นอกจากนี้จะเข้าพบ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ประจำ ตร.รักษาการ รอง ผบ.ตร. เพื่อร้องขอความคุ้มครองด้วย นายธนพรกล่าว
เตรียมถอนชื่อพ้นทะเบียนพรรค
นายธนพรกล่าวต่อว่า ขณะนี้สถานะของนายประชัยไม่ได้เกี่ยวข้องกับพรรคมัชฌิมาธิปไตยอีกแล้ว หลังยื่นหนังสือลาออกต่อตนเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. โดยตนได้ เซ็นรับทราบแล้ว ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ.พรรคการเมือง ฉบับปี 2550 มาตรา 20 วรรค 2 เมื่อนายทะเบียนได้รับหนังสือลาออกแล้วก็ถือว่านายประชัยได้พ้นจากการเป็นสมาชิกพรรคแล้ว ขณะนี้ใบลาออกอยู่ที่ ผอ.สำนัก งานใหญ่ของพรรค นอกจากนี้ ตนจะทำหนังสือรายงาน กกต.ให้รับทราบเรื่องที่นายประชัยได้ลาออกแล้ว พร้อมกับจะถอนชื่อนายประชัยออกจากการเป็นสมาชิกพรรค และพ้นจากการเป็นผู้สมัครโดยปริยาย ไม่สามารถลงเลือกตั้งได้
ไล่บี้ ประชัย ขอโทษ กกต.
วันเดียวกัน ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นางสดศรี สัตยธรรม กกต. ด้านกิจการพรรค การเมือง กล่าวถึงกรณีที่ระบุจะฟ้องร้องนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตยว่า มีหนังสือไปถึงนายประชัยเมื่อ 2 วันที่แล้ว ให้นายประชัยชี้แจงว่าใครเรียกเงิน แต่นายประชัยยังไม่ตอบกลับ ตอนนี้อาจจะกำลังยุ่งๆอยู่ แต่เราก็อยากรู้ข้อเท็จจริงว่าใครไปเรียกเงินเพราะถ้ามีเนื้อร้ายเราก็ต้องตัดออก แต่ถ้าท่านกล่าวร้าย ทำให้ กกต.เสียหายขอให้ดำเนินการ ถ้าไม่อยากให้ฟ้อง ก็ต้องขอโทษ กกต. นางสดศรีกล่าวและว่าให้ตอบมาทันที ถ้าไม่ตอบจะเตือนอีกครั้ง ทางที่ดีควรจะชี้ว่าใครไปเรียกเงินจากท่าน เราจะไม่เอาไว้เลยแม้แต่คนเดียว นอกจากนั้น ในวันที่นายประชัยพูดก็ระบุว่า กกต.คนใดคนหนึ่ง ด้วย ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเจ้าหน้าที่ เราก็อยากรู้ว่าใครไปเรียก ที่ผ่านมานายประชัยก็ไม่ได้มาด้วยตัวเอง จะมีปัญหาว่าคนสื่อสารให้ฟังผิดหรือไม่ ส่วนตนห้ามเด็ดขาด แม้เงินเดือนจะน้อยแต่มีศักดิ์ศรี หากมีการเรียกรับเงิน ผลมีอย่างเดียว คือไล่ออก
กกต.ย้ำเอกสารลับ คมช.ไม่น่ากลัว
ส่วนความคืบในการสอบสวนเอกสารลับ คมช.นั้น วันเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายสุเมธ อุปนิสากร กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวว่า ไม่ทราบว่า กกต.จะพิจารณาได้เสร็จสิ้นภายใน 11 ธ.ค.หรือไม่ ส่วนกรณีที่นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง เห็นว่าอาจจะมีปัญหาด้านอำนาจหน้าที่ระหว่าง กกต.กับคมช.และควรส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนนั้น ยังไม่ได้ดูกฎหมายว่ามีช่องทางไหนที่ กกต.จะดำเนินการได้บ้าง และที่ประชุม กกต.ก็ยังไม่ได้หารือกันในเรื่องนี้ เมื่อถามอีกว่า เรื่องนี้จะถือเป็นความผิดทางอาญาหรือไม่นั้น นายสุเมธกล่าวว่า กกต.มีหน้าที่เสนอความเห็นเท่านั้น จะมีการฟ้องร้องหรือไม่เป็นหน้าที่ของตำรวจ เอกสารลับของ คมช.ตามจริงแล้วไม่น่ากลัว เพราะเป็นเพียงเอกสารซึ่งเป็นแผนการเพื่อให้ คมช.และทหารช่วยกันรณรงค์ ให้การเลือกตั้งยุติธรรม ไม่น่ากลัว คิดว่าเกิดจากความหวังดีต่อบ้านเมือง แต่บังเอิญเอกสารดังกล่าวได้พาดพิงถึงพรรคการเมืองบางพรรค อาจทำให้การเลือกตั้งเกิดความไม่เป็นธรรมและพรรคบางพรรคอาจเสียเปรียบ กกต.จะพิจารณาจุดนี้เป็นสำคัญ
เชื่อเอกสารจริงไม่มีผลเปลี่ยนมติ
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวว่า วันที่ 11 ธ.ค. ทาง คมช.จะส่งผู้แทนและนำเอกสารมา และทาง กกต.ก็ต้องหารือกันถึงประเด็นข้อกฎหมาย เมื่อถามว่า เหตุใด กกต.ต้องเชิญ คมช. มาชี้แจงทั้งๆที่ข้อเท็จจริงก็ทราบกันแล้วว่ามีคำสั่งดังกล่าวจริง ดังนั้น เอกสารจริงหรือเท็จจึงไม่น่ามีความสำคัญ นายประพันธ์ กล่าวว่า การที่เราจะพิจารณาตัดสินก็ต้องพิจารณาให้รอบคอบ เหมือนกับศาลที่หากจะตัดสินโดยที่ไม่ได้เห็นเอกสารจริงคงจะไม่ได้ แต่เชื่อว่าแม้นำเอกสารมาให้ กกต.ก็จะไม่ส่งผลเปลี่ยนแปลงต่อการตัดสิน
สดศรี ตามเล่นงานคดีอาญา พปช.
สำหรับกรณีที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาคืนสิทธิให้ นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ ผู้สมัครพรรคเพื่อแผ่นดิน หลังจากพ้นจากข้อกล่าวหา การเป็นผู้สมัครซ้ำซ้อนกับพรรคพลังประชาชน เนื่องจากลายมือชื่อในส่วนพรรคพลังประชาชนมีการปลอมแปลงนั้น นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า แม้นายสิทธิชัยจะไม่เอาเรื่อง แต่ก็ถือเป็นความผิดทางอาญา ไม่ใช่เป็นเรื่องส่วนตัว ทาง กกต.คงต้องดำเนินคดีตามมาตรา 106 ของกฎหมายพรรค การเมือง พ.ศ.2550 ที่ว่าด้วยการแอบอ้างชื่อผู้ใดสมัครเป็นสมาชิกพรรค หรือจัดทำทะเบียนสมาชิกอันเป็นเท็จ ต้องโทษทั้งจำคุกและปรับ แต่ต้องตรวจสอบรายชื่อสมาชิก พรรคในส่วนของพรรคการเมืองอื่นๆด้วย เพราะอาจเกิดคดีในลักษณะซ้ำกันอีก โดยได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพรรค การเมืองสุ่มตรวจสอบรายชื่อสมาชิกพรรคซ้ำซ้อนกันแล้ว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ทำงานด้วยความเป็นกลาง เพราะหากพบมีส่วนช่วยพรรคการเมืองแก้ไขฐานข้อมูลเหมือนคดีในอดีต จะมีการสั่งย้ายและดำเนินคดีอาญาทันที
สมัคร ส่อแววต้องร่วมรับผิดชอบ
เมื่อถามว่า จะเอาผิดกับนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนได้หรือไม่ นางสดศรีกล่าวว่า ต้องดูว่า หัวหน้าพรรคในที่นี้ ในกฎหมายไม่ได้เขียนว่าคนเก่าหรือคนปัจจุบัน กฎหมายบอกเพียงว่า หัวหน้าพรรคและนายทะเบียนพรรคต้องรับผิดชอบ ดังนั้น เมื่อกฎหมายไม่ได้เขียนว่าต้องเก่าหรือปัจจุบัน จึงหมายถึงหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน เมื่อถามว่า หมายถึงนายสมัครใช่หรือไม่ นางสดศรีกล่าวว่า ก็คงเป็นอย่างนั้น เพราะเป็นการรับรองผู้สมัครและส่งมาให้ กกต.ในช่วงเดือน พ.ย.
ออกระเบียบคุมเลือกตั้งล่วงหน้า
ทางด้านการเตรียมพร้อมรับมือการเลือกตั้งล่วงหน้านั้น นายประพันธ์ นัยโกวิท กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ออกระเบียบ กกต. เพื่อใช้ในการบริหารการเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 15-16 ธ.ค. 50 เนื่องจาก พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2550 ไม่ได้มีการบัญญัติระเบียบปฏิบัติครอบคลุมการเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ โดยเป็นการออกตามมาตรา 59 วรรคท้ายของ พ.ร.บ. ซึ่งจะมีสภาพบังคับใช้กฎหมายเหมือนกับวันที่ 23 ธ.ค. 50 ที่เป็นวันเลือกตั้งทุกประการ หากผู้ใดฝ่าฝืนระเบียบของ กกต.ก็จะเป็นเหตุที่ กกต.จะให้ใบเหลืองและใบแดงได้เช่นกัน ประธาน กกต.ได้ลงนามและประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ในระเบียบกำหนดให้ห้ามมีการจำหน่ายสุราตั้งแต่เวลา 18.00 น. ของวันที่ 14 ธ.ค. 50 ถึงเวลา 24.00 น. ของวันที่ 16 ธ.ค. 50 และห้ามทุกพรรคการเมืองหาเสียง กระจายเสียง ใกล้กับบริเวณหน่วยเลือกตั้งตั้งแต่เวลา 08.00 ของวันที่ 15 ธ.ค.ถึงเวลา 18.00 น. ของวันที่ 16 ธ.ค. 50 รวมถึงห้ามมีการแจกจ่ายแผ่นพับหรือใบแนะนำตัวของผู้สมัครในบริเวณดังกล่าวด้วย จะให้กรรมการประจำหน่วยใช้ดุลยพินิจในการดูแล หากพบว่าผู้สมัครคนใดเข้าไปหาเสียงบริเวณดังกล่าว กก.ประจำหน่วยจะเชิญออกนอกพื้นที่ดังกล่าว การฝ่าฝืนคำสั่งของ กก.ประจำหน่วยที่เป็นเจ้าพนักงานก็จะมีความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง
สำรองบัตรเลือกตั้งรับคนแห่ใช้สิทธิ
นายประพันธ์กล่าวด้วยว่า กกต.ได้เตรียมการรองรับการเลือกตั้งล่วงหน้าไว้พร้อมแล้ว สำหรับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ได้แจ้งความจำนงไว้ล่วงหน้าจำนวน 2.09 ล้านคน โดยเฉพาะในหน่วยที่มีผู้แจ้งความจำนงเกิน 1 หมื่นคนให้เตรียมความพร้อม ทั้งนี้ สิ่งที่ กกต.กังวล คือจำนวนผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตพื้นที่ที่ไม่ได้มีการแจ้งการเลือกตั้งล่วงหน้าไว้ ในการเลือกตั้งเมื่อครั้งที่ผ่านมามีจำนวน 5 แสนคน ทำให้ไม่ทราบว่าจะมีผู้มาใช้สิทธิจำนวนเท่าใด เนื่องจากเป็นวันหยุดติดต่อกันถึง 3 วัน จึงได้สั่งการสำรองบัตรเลือกตั้งไว้รองรับแล้ว
รธน.ไม่ได้ห้ามพรรคอันดับ 2 ตั้ง รบ.
อีกเรื่อง วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สถาบันพยากรณ์ศาสตร์ โดยเฉพาะนายพัฒนา พัฒนสิริ ผอ.สถาบันฯ ระบุว่า หลังเลือกตั้งจะเกิดความวุ่นวายไม่สิ้นสุดและอาจถึงขั้นนองเลือดว่า ไม่ได้เชื่อเรื่องโหราศาสตร์มากนัก คิดในแง่ ของพุทธศาสนา คือมองในแง่ที่ว่าเราเอาเมื่อวานมาเป็นบทเรียนที่จะแก้ไขในวันนี้ให้ดีขึ้น วันรุ่งขึ้นก็ควรทำให้ดีกว่าวันปัจจุบัน เมื่อถามว่า ที่มีความเป็นห่วงคือการจัดตั้งรัฐบาลหลังการเลือกตั้งเพราะมีพรรคการเมืองประกาศว่า ถ้าได้คะแนนมาเป็นอันดับ 2 จะชิงจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า เป็นเรื่องที่ต้องคอยดู ถ้าเราได้ยึดถือกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องการที่จะช่วยกันดูแลบ้านเมือง มีความรักความสามัคคี คิดถึงบ้านเมืองก่อนที่จะคิดถึงตัวเองจะทำให้เรื่องการจัดตั้งรัฐบาลไม่น่าจะมีปัญหามากนัก เมื่อถามอีกว่า คิดว่าพรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งมากที่สุดควรจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ ตอบว่า ในวิธีการปฏิบัติของไทยก็ทำกันมาในลักษณะอย่างนั้น แต่ว่ามันก็มีบางโอกาสที่พรรคที่ไม่ได้เป็นเสียงส่วนใหญ่ก็จัดตั้งรัฐบาลได้ รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้กำหนดไว้ นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้มีคนตีความ และพิจารณาในส่วนนี้พอสมควร
อยากให้รัฐบาลใหม่อยู่ครบวาระ
เมื่อถามต่อว่า นายกฯคิดว่าหลังการเลือกตั้งทุกฝ่ายควรจะยุติความเคลื่อนไหวและยอมรับผลการเลือกตั้งที่ออกมาหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ขึ้นอยู่กับนักการเมือง และพรรคการเมืองต่างๆ ผู้สื่อข่าวถามว่า หลังเลือกตั้งนายกฯอยากให้บ้านเมืองเป็นไปในลักษณะใด พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า คงคิดเหมือนคนไทยทุกคนที่อยากให้บ้านเมืองเรามีความสงบ อยากให้มีความสามัคคี หากการเมืองของเรามีความมั่นคง ประเทศชาติก็จะก้าวไปข้างหน้าได้ดีมากกว่านี้ จะเห็นได้ชัดเจนเวลาที่ผู้นำของประเทศที่อยู่ในตำแหน่งตามวาระเขาสามารถจะคุยหารือแก้ไขปัญหากันได้ด้วยความสนิทสนมคุ้นเคย ถ้าเราเปลี่ยนผู้นำบ่อยๆ โอกาสนั้นจะน้อยลง คนที่จะรู้จักและจะเชื่อมั่นจะต้องสร้างกันขึ้นมาใหม่ นั่นก็เป็นปัญหา แต่ถ้าอยู่ในวาระ 4 ปี ที่ทุกประเทศเป็น การเมืองของเราจะเกิดความมั่นคงขึ้นมาได้ ส่วนความเคลื่อนไหวของเว็บไซต์ไฮทักษิณดอทเน็ต ตนเชื่อในวิจารณญาณของพี่น้องประชาชนคนไทยมาโดยตลอด และมีหน่วยงานที่ดูแลอยู่แล้ว ทาง กกต.ก็มีส่วนต้องชี้แนะให้คำแนะนำว่าเรื่องนี้มีผลกระทบต่อการหาเสียงต่อการเลือกตั้งหรือไม่ ถ้ามีผลกระทบ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการได้
มีชัย ชี้ไม่แปลกพรรคอันดับ 2 ชิงตั้ง รบ.
ที่รัฐสภา นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.ว่า ไม่เป็นห่วงอะไร ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็มี กกต.ดูแลอยู่แล้ว แต่บรรยากาศค่อนข้างเงียบ อาจเป็นเพราะกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้งค่อนข้างเข้มงวด จึงไม่ค่อยมีสีสัน ที่เป็นห่วงคือผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงจำนวนมากยังไม่ทราบข้อมูลในการใช้สิทธิเลือกตั้ง ขณะที่ความจริงการเลือกตั้งควรทำให้ง่าย หรือข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัคร อาจทำให้ประชาชนไม่เข้าใจและเกิดความคลาดเคลื่อนในการจำหมายเลขผู้สมัคร เมื่อถามว่า พรรคที่ได้คะแนนอันดับ 2 อาจแย่งชิงจัดตั้งรัฐบาล นายมีชัยตอบว่า ไม่ใช่เรื่องแปลก ที่ผ่านมาก็เป็นอย่างนี้ เมื่ออันดับ 1 ตั้งรัฐบาลไม่ได้ พรรคที่ได้คะแนนอันดับ 2 ก็เป็นผู้ตั้ง
สนธิ จี้ สมช.จัดการเว็บไฮ-ทักษิณ
วันเดียวกัน พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินการตามวาระแห่งชาติ ว่าด้วยการรณรงค์และแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง (ครส.) กล่าวถึงเว็บไซต์ ไฮทักษิณว่า ยังไม่ได้อ่าน ช่วงนี้พักผ่อน เมื่อถามย้ำว่าในเว็บไซต์ดังกล่าวระบุว่า ถ้าเลือกนายสมัคร สุนทรเวชหัวหน้าพรรคพลังประชาชนแล้ว จะได้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับมานั้น ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินใจเอง ตนยังไม่อ่าน แต่จะลองคุยกับสภาความมั่นคงแห่งชาติเพื่อให้ดูแลเรื่องนี้ ส่วนที่นายสมัครขึ้นปราศรัยที่จังหวัดในภาคอีสานโจมตีว่า คมช.จ่ายเงินสนับสนุนพรรคเพื่อแผ่นดินนั้นไม่ทราบ ต้องไปถามทาง คมช.
ห่วงทุ่มเงินแข่งเดือดไม่เป็น ปชต.
ต่อมาเมื่อเวลา 13.45 น. ที่สภาสังคมสงเคราะห์ แห่งชาติ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถนนราชวิถี พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ได้กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง ซื้อสิทธิขายเสียง ทำลายชาติจริงหรือ ในตอนหนึ่งว่า ในช่วง 1 ปีที่ตนได้มีโอกาสใกล้ชิดกับนักการเมืองและผู้บริหารประเทศทำให้ทราบปัญหาต่างๆของบ้านเมืองมาก การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะเวลามันสั้นทำให้การเตรียมตัวของนักการเมืองจำกัด นักการเมืองที่หาเสียงกันอยู่เวลานี้ส่วนใหญ่คือคนหน้าเก่า ด้วยเวลาที่จำกัดคงไปสร้างนักการเมืองหน้าใหม่ ลำบาก พรรคการเมืองก็เลยต้องไปเอานักการเมืองหน้าเก่าๆมา ซึ่งการแข่งขันมันสูงมาก เป็นการแข่งกันระหว่างสองซีกที่ต่างต้องหาหนทางที่ได้มาซึ่งชัยชนะ จึงมีการซื้อสิทธิขายเสียงกันสูงมากๆ ถ้ายังมีการซื้อสิทธิขายเสียง เหมือนอย่างที่เป็นข่าวว่าพรรคการเมืองต้องจ่ายเงินให้นักการเมืองมาเข้าพรรคถึงคนละ 15, 20, 25 หรือบางคนถึง 30 ล้าน เมื่อเขาไปแล้วก็หนีไม่พ้นวัฏจักรเอาทุนคืน สิ่งที่กำลังเกิดเวลานี้มันหมิ่นเหม่ต่อการไม่ใช่ ประชาธิปไตยที่แท้จริง การซื้อสิทธิขายเสียงจะทำลายชาติจริงหรือไม่ ก็ให้ประชาชนไปทบทวนดู แต่ถ้าเราเลือกคนไม่ดีเข้ามาบริหารประเทศชาติ บ้านเมืองก็จะลำบาก
ยันหลังเลือกตั้งไม่มีปฏิวัติซ้ำ
ด้านสำนักข่าวเอพีรายงานอ้างคำกล่าวของ พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน อดีตประธาน คมช. และรองนายกรัฐมนตรีที่ให้สัมภาษณ์ ณ ที่พำนักในกรุงเทพฯ เมื่อ 7 ธ.ค. ที่เตือนว่าการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 23 ธ.ค. จะเป็นการท้าทายต่อระบอบประชาธิปไตยอย่างมาก หากมีการซื้อเสียงอย่างแพร่หลาย พวกเราก็จะไม่ได้คนดีได้รับเลือกเข้ามา ซึ่งจะเป็นปัญหาในอนาคต และไม่ว่าผลเลือกตั้งจะออกมาเช่นไร ทหารก็จะยอมรับและจะไม่ทำรัฐประหารซ้ำอีก นอกจากนี้ อดีตประธาน คมช.ยังกล่าวอีกว่า ระดับการศึกษาของผู้คนในชนบทยังถือว่าต่ำอยู่ มาก อีกทั้งยังมีความยากจนกันอยู่มากด้วย เป็นเหตุให้ ประชาชนเชื่อใจคนไม่ดีได้ง่าย พลเอกสนธิยังได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ว่าส่งทหารไปข่มขู่ผู้สมัครในพื้นที่แถบชนบทด้วย ระบุเป็นข้อกล่าวหาที่ไร้มูลความจริง เพราะเป็นการส่งลงพื้นที่เพื่อรณรงค์ต่อต้านการซื้อสิทธิขายเสียงเหมือนกับหน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ
สตช.สั่งระงับแล้วเว็บไฮ-ทักษิณ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเว็บไซต์ hi thaksin (www.hi-thaksin.net) ถูกระงับแล้วโดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีข้อความบนเว็บไซต์ว่า ขออภัย ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอระงับการเชื่อมต่อมาที่เว็บไซต์นี้ เนื่องจากมีรูปภาพหรือข้อความที่ไม่เหมาะสม เช่น ลามกอนาจาร การพนันหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ข้อมูลข้อสนเทศ อาคาร 19 ชั้น 2 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถนนพระราม 1 ปทุมวัน กทม. 10330 โทร. 0-2251-0164 หรือ webmaster@police.go.th
รช.เปิดนโยบาย ค่ำไหนนอนนั่น
ทางด้านความเคลื่อนไหวการหาเสียงของพรรคการเมืองต่างๆนั้น วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.00 น.ที่พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ได้เปิดยุทธศาสตร์หาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายของผู้สมัคร ส.ส.กทม. พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา โดยใช้นโยบาย ค่ำไหน นอนนั่น เพื่อให้ผู้สมัครไปนอนค้างตามพื้นที่ชุมชนต่างๆรับฟังปัญหาจากชาวบ้านในพื้นที่ โดย พล.อ.เชษฐาได้แจกหมอน เสื่อ และถุงนอน แก่ผู้สมัคร กทม.ของพรรคคนละ 1 ชุด
พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ รองเลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัฒนากล่าวว่า นโยบาย ค่ำไหนนอนนั่น แสดงให้เห็นถึงความจริงใจ ความตั้งใจของคนรุ่นใหม่ที่จะทำงานด้วยความเสียสละจริง ๆ ไปกางเต็นท์นอนค้างกลางดิน กินกลางทราย ข้างๆบ้านของประชาชนตามชุมชน ไปจนถึงวันเลือกตั้ง เพื่อให้ผู้สมัครใกล้ชิดชาวบ้านให้มากที่สุด และพรรคขอน้อมรับกระแสพระราชดำรัสทุกเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความสามัคคีของคนในชาติ และอดีตสมาชิกกลุ่มกรุงเทพฯ 50 มีแนวทางป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ ไม่ว่าผลการเลือกตั้งจะออกมาเป็นอย่างไร ทุกคนก็กลับไปทำเรื่องนี้ตามกระแสพระราชดำรัส
เชษฐา แย้มมีเซอร์ไพรส์โค้งสุดท้าย
พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ให้สัมภาษณ์ถึงผลสำรวจความนิยมประชาชนของโพลต่างๆที่พรรคมีคะแนนนิยมดีขึ้นว่า เป็นผลจากที่ผู้สมัครทุกคนทำงานอย่างหนัก และตั้งใจอย่างเต็มที่ ผลที่ออกมาจึงน่าพอใจ คิดว่าถึงวันนี้พรรคน่าจะมีโอกาสดีขึ้น ซึ่งเดิมตั้งความหวังไว้ว่า จะได้ ส.ส.ประมาณ 40-50 คน แต่วันนี้ก็ยอมรับว่า จำนวนอาจจะลดลงมาบ้าง ส่วนกรณีที่เว็บไซต์ไฮทักษิณโจมตีพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาว่า หากเลือกพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา จะถือเป็นตัวแทนของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) นั้น ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้พิจารณา พรรคไม่มีปัญหาอะไร เป็นเรื่องธรรมดา เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่โค้งสุดท้ายขอให้จับตาดูให้ดี จะมีเซอร์ไพรส์โดยพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา
อภิสิทธิ์ ตระเวนหาเสียงทั่ว กทม.
ด้านพรรคประชาธิปัตย์ วันเดียวกัน เมื่อเวลา 06.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ลงพื้นที่หาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.กทม.ในหลายเขตเลือกตั้งทั้งย่านบางขุนเทียน และตลาดบางบอน ถนนสีลม โดยมี ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย บิดาของ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ มาร่วมเดินหาเสียงด้วย
ทั้งนี้ได้มีพนักงานธนาคารคนหนึ่ง บอกกับนายอภิสิทธิ์ว่า ทำไมปล่อยให้หมอลักษณ์ เรขานิเทศ มาทักว่าไม่ได้ เป็นนายกฯ ไม่ดีเลย อย่าไปเชื่อเขานะเขายังบอกว่านายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน มีดวงเป็นนายกฯ นายอภิสิทธิ์ยิ้มพร้อมกับกล่าวว่า หมอดูต่างคนก็ดูต่างกันไป ไม่เป็นไร นายสมัครจะได้มีกำลังใจ จนกระทั้งเวลา 15.30 น. นายอภิสิทธิ์ได้ขึ้นรถขบวนแห่ที่พรรคไปยังเดอะมอลล์บางกะปิ และบริเวณพื้นที่ในย่าน นั้นเพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขต 7
บี้ กกต.ฟันพวกปั่นกระแส
นายอภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กกต.ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) จัดการเว็บไซต์ไฮทักษิณดอทคอมว่า กกต.ต้องดูแลการดำเนินการทุกอย่างที่มีผลกับการเลือกตั้ง หากเป็นไปในทางที่ไม่สุจริต มีการนำข้อมูลหรือข้อความที่เป็นเท็จมาเผยแพร่ กกต.ต้องมีหน้าที่ดำเนินการ แต่อาจจะต้องอาศัยหน่วยงานอื่น กกต.ก็มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ดังนั้นหากมีปัญหาข้อมูลเว็บไซต์บิดเบือนขณะนี้ทราบว่ามีทีมงานของพรรคการเมืองบางพรรคจงใจสร้างกระแสเทียมให้ข้อมูลที่ไม่เป็นจริงก็ต้องช่วยกัน จะปล่อยให้ความไม่ถูกต้องมาครอบงำการเลือกตั้งและครอบงำการเมืองไม่ได้ขอเรียกร้องให้หยุดเถอะ วิธีการทำงานการเมืองแบบเก่าๆยิ่งทำเท่าไหร่ประชาชนจะยิ่งต้องการนำการเมืองแบบใหม่ อย่างไรก็ตาม ในส่วนการทำผิดกฎหมายที่ชัดเจน กกต.ต้องทำ ถ้าจะรอให้คนร้องกันไปร้องกันมา ไม่ใช่เรื่องที่ประชาชนต้องการเห็นและจะเกิดความรู้สึกขัดแย้งกัน
ไม่สนโหรทำนาย สมัคร นั่งนายกฯ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เอแบคโพลระบุว่าพรรคพลังประชาชนจะชนะการเลือกตั้งครั้งนี้โดยเฉพาะจะได้ ส.ส. สัดส่วน 39 คน แต่พรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส.สัดส่วน 33 คน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะเป็นตัวเลขที่ใกล้เคียงกันแล้วขณะนี้เหลือเวลาอีกสองสัปดาห์ก่อนการเลือกตั้งยังมั่นใจว่าจะสามารถทำความเข้าใจกับประชาชน และดึงคะแนนจนชนะเลือกตั้งได้ เพราะโพลที่ออกมาเป็นไปตามแนวทางที่วางเอาไว้ แม้หมอดูจะทำนายว่านายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่เป็นไรแล้วแต่จะวิเคราะห์ แต่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ประมาทเพราะทราบดีว่าเสียเปรียบอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายวิเคราะห์กันว่าหลังเลือกตั้งจะมีเหตุรุนแรงเกิดขึ้นนั้นไม่มีแน่นอนหากเลือกพรรคประชาธิปัตย์ จะดูแลให้ทุกอย่างเรียบร้อยเพราะทุกอย่างจะเป็นไปตามระบบ และพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีวาระอื่นแอบแฝง
สมัคร ซัดพรรคคู่แข่งหน้าด้าน
ทางด้านพรรคพลังประชาชน เมื่อเวลา 06.00 น. ที่ตลาดสด อ.เมืองยโสธร นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้ออกพบปะเยี่ยมเยียนพ่อค้าแม่ค้าช่วยผู้สมัคร ส.ส.ยโสธรเขต 1 หาเสียง ท่ามกลางความสนใจจากประชาชนที่มาขอลายเซ็นและถ่ายรูปอย่างคึกคัก นายสมัครให้สัมภาษณ์ว่า การเดินทางมาอีสานครั้งนี้ประชาชนให้การต้อนรับพรรคพลังประชาชนดีมาก เราก็พยายามบอกชาวบ้านว่าจะนำสิ่งที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำไว้ดีในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามาดำเนินการต่อ มั่นใจว่าที่ จ.ยโสธรเราจะได้ ส.ส.หมดทั้ง 2 เขต วันนี้มีบางพรรคการเมืองที่ชื่อแผ่นๆ มาหาเสียงหลอกลวงชาวบ้าน เล่นตลกการเมือง พอมีการปฏิวัติแล้วไปอยู่กับพวกเขา แต่กลับมาอ้างชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณหาเสียง ไม่รู้ ทำได้อย่างไร ไม่อาย ไปใช้สตางค์ของพวกปฏิวัติมาล่อหลอกพี่น้องประชาชนว่าจะเอาทักษิณกลับมา เพราะรู้ว่าชาวอีสานผูกพันกับ พ.ต.ท.ทักษิณอย่างไร มันเป็นพรรคการเมืองหน้าด้าน อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าใครจะชนะการเลือกตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณก็จะต้องกลับประเทศไทยมาต่อสู้คดีอยู่ดี เพียงแต่บรรยากาศมันจะต่างกัน ถ้าเลือกพลังประชาชนบรรยากาศมันย่อมดีกว่าเลือกพรรคทหาร นายสมัครกล่าว
ไม่ตื่นเต้นหมอดูฟันธงนั่งนายกฯ
เมื่อถามถึงกรณีที่นายลักษณ์ เรขานิเทศ โหรฟันธงชื่อดังทำนายว่า พรรคพลังประชาชนจะชนะเลือกตั้งและนายสมัครจะได้เป็นนายกฯ แต่รัฐบาลจะอยู่ได้ไม่นาน และอาจจะต้องเกิดเหตุการณ์นองเลือด ว่า ไม่เข้าใจว่าทำไมสมัยนี้จึงไม่ปล่อยให้การเลือกตั้งเป็นไปตามสถานการณ์ ทำไมต้องมีหมอดูมาชี้นำ เรื่องที่บอกว่าตนจะได้เป็นนายกฯ นั้น ไม่ได้ไปตื่นเต้นดีใจอะไรด้วย แต่สนใจประเด็นที่ทายว่ารัฐบาลจะอายุสั้นอยู่ไม่นาน ทำไมหมอดูถึงรู้หรือว่าไปรู้ล่วงหน้าว่าจะมีใครหรือคณะไหนคอยจ้องฟาดฟันทำลายตนอยู่ เมื่อถามถึงกรณีที่นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธาน สนช. และ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ระบุว่าไม่ผิดธรรมเนียม หากพรรคที่ไม่ได้เสียงอันดับ 1 จะรวบรวมเสียงจะตั้งรัฐบาล เพราะไม่มีรัฐธรรมนูญกำหนดให้พรรคที่ได้เสียงมากที่สุดได้สิทธิตั้งรัฐบาล นายสมัคร กล่าวว่า ถ้าคิดอย่างนั้นก็ไม่ว่าอะไร เพราะเรื่องให้พรรคที่ชนะเลือกตั้งได้เสียงข้างมากเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาลเป็นเรื่องประเพณีปฏิบัติ เป็นเรื่องมารยาททางการเมือง แต่ตนก็กำลังหาอยู่เหมือนกันว่าในรัฐธรรมนูญมีมาตราไหน ตรงไหนที่บอกว่าถ้า พปช.ชนะเลือกตั้งแล้วนายสมัครจะเป็นนายกฯไม่ได้
เย้ยทุกพรรคมีปัญหา-พปช.ดีที่สุด
ต่อมาเวลา 09.45 น. ที่ อ.กุดชุม จ.ยโสธร นายสมัคร พร้อมด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ได้ขึ้นเวทีปราศรัยช่วยผู้สมัคร ส.ส.ยโสธร เขต 2 หาเสียง ต่อหน้าประชาชนที่มารอรับฟังตั้งแต่เช้าท่ามกลางแดดจ้ากว่า 5 พันคน โดย ร.ต.อ.เฉลิมปราศรัยตอนหนึ่งว่า ขณะนี้จะเห็นว่าทุกพรรคการเมืองมีปัญหาหมด มีเพียงพรรคพลังประชาชนที่ยังแข็งแรง ฉะนั้น เลือกเราดีที่สุด เมื่อวิเคราะห์แล้วใน กทม.ชนะแน่ และถ้าชาวอีสานช่วยให้เราชนะทั่วประเทศก็ย้ำอีกครั้งว่า นายสมัครเป็นนายกฯ ร.ต.อ.เฉลิมเป็น รมว.มหาดไทย และเอา พ.ต.ท.ทักษิณกลับบ้าน วันนี้หมอดูเยอะแยะดูกันไปดูกันมา แต่หมอลักษณ์ฟันธงแล้วนายสมัครนายกฯแน่ ขอให้พี่น้องช่วยเลือกให้พรรคพลังประชาชนได้ 241 เสียงขึ้นไป จัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว ช่วงนี้ตนกับนายสมัครต้องเดินทางไปปราศรัยอีสาน เหนือ กลาง แต่หลังวันที่ 23 ธ.ค. จะไปทำเนียบรัฐบาล ส่งนายสมัครเป็นนายกฯ โดยวันที่ 21 ธ.ค. จะพูดให้ชัดๆว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะได้กลับประเทศไทยเมื่อไหร่ วันนี้รู้สึกหมั่นไส้นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ที่เพิ่งเดินไปตกสะพานหัก ดูอาการแล้วนายบรรหารอยากจะตกอีกสักครั้ง เพราะจะได้เอาทิชชูไปเช็ดหน้าลูกพรรคสาวสวย วันนี้ไม่มีแน่ นายกฯคนกลาง พรรคที่ได้เสียงข้างมาก หัวหน้าพรรคจะต้อง ได้เป็นนายกฯ
ยัน ทักษิณ กลับไทย ก.พ. 51
วันเดียวกัน ที่พรรคพลังประชาชน ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 7 พรรคพลัง ประชาชน แถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายก รัฐมนตรี ได้ฝากคำพูดมาถึงตนหลังจากที่ได้โทรศัพท์พูดคุยกันเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า ให้ฝากบอกประชาชนถึงสาเหตุที่ยังไม่เดินทางกลับมาประเทศไทย เพราะต้องการให้มีการจัดตั้งรัฐบาลเกิดขึ้นก่อน ไม่เกิดความยุ่งยากกับสังคมไทย ยืนยันว่าจะกลับมาต่อสู้คดีในทุกข้อกล่าวหาอย่างแน่นอน เนื่องจากไม่ได้กระทำผิด และขอให้วางใจว่าจะไม่มีการแก้แค้นบุคคลที่ทำให้ต้องจากบ้านเมืองไปอย่างเด็ดขาด คาดว่าจะกลับมาช่วงเดือน ก.พ.ของปีหน้า หลังจากที่มีการตั้งรัฐบาลแล้ว โดยสิ่งที่อยากทำหลังกลับมาประเทศคือการสอนหนังสือ และให้คำปรึกษากับพรรคการเมือง โดยไม่จำกัดว่าต้องเป็นพรรคพลังประชาชน พ.ต.ท.ทักษิณระบุด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้มองตัวเองได้ 2 อย่างว่าในชาติปางก่อนทำสิ่งไม่ดีกับใครไว้ จึงต้องประสบกับเหตุการณ์เช่นนี้ แต่ในขณะเดียวกันก็มองว่าโชคดีที่เกิดเหตุการณ์นี้ ทำให้มีเวลาคิดว่าช่วงชีวิตที่ผ่านมา ทำสิ่งอะไรที่ไม่ถูกไม่ควร ส่วนสิ่งดีจะนำมาใช้เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในวันข้างหน้า แต่ยืนยันว่าไม่เกี่ยวกับการบริหารบ้านเมืองแน่นอน
สุรเกียรติ์ โต้ไม่เคยหักหลัง ทรท.
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 11.15 น. ที่สำนักงานกฎหมายสยามพรีเมียร์ ชั้น 26 อาคารเซ็นทรัลเวิลด์ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตประธานกรรมการสภานโยบายและยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อแผ่นดิน แถลงตอบโต้กรณีเว็บไซต์ไฮทักษิณ พาดพิงว่า ถ้าเลือกนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคจะได้นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ผู้หักหลังพรรคไทยรักไทยและรับใช้ คมช. ว่า ตนไม่เคยหักหลังใคร โดยเฉพาะพรรคไทยรักไทย แต่สิ่งที่เกิดหลายอย่างต่อบ้านเมืองประมาณปีเศษที่ผ่านมานั้น ได้ตอกย้ำถึงสิ่งที่ได้ยินมาจากบางคนในพรรคไทยรักไทยที่ตนได้ยินมาจากหูตัวเองบ้าง ได้ยินมาจากแหล่งอื่นบ้าง โดยเฉพาะ ตั้งแต่วันที่เกิดการปฏิวัติรัฐประหาร สิ่งที่ตนได้ยินนั้นเป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่ตนไม่เห็นด้วยอย่างมากและรับไม่ได้ เพราะเป็นอุดมการณ์ทางการเมืองที่ไปคนละทางกับสิ่งที่ยึดถือมาตลอดชีวิต เมื่ออุดมการณ์ไม่ตรงกันจึงได้สำนึกว่าตนควรทำหน้าที่ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง และที่ทำอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ถือว่าเป็นการหักหลังและอกตัญญูต่อแผ่นดิน แต่ถ้าตนไม่ทำอะไรเลยก็จะถือว่าเป็นคนที่อกตัญญูต่อแผ่นดิน
เสนาะ อัดนโยบายทักษิณก่อหนี้อื้อ
ส่วนบรรยากาศการหาเสียงของพรรคประชาราชนั้น วันเดียวกัน นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เดินทางมายังที่ว่าการอำเภอตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี เพื่อช่วยนายวิทยา จันทวีศิริรัตน์ ผู้สมัคร ส.ส.อุบลราชธานี เขต 2 โดยนายเสนาะกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า หลังจากที่เข้าร่วมงานกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการทำกิจกรรมกับพรรคไทยรักไทย ตนมีส่วนในการคิดนโยบายของพรรค รวมถึงนำ พ.ต.ท.ทักษิณมาแนะนำให้กับคนอีสานได้รู้จัก และสามารถชนะเลือกตั้ง มาวันนี้คนอีสานไม่ได้สัมผัสกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ยังหลงใหลกับนโยบายประชานิยมซึ่งเป็นนโยบายที่ดี แต่ไม่ยั่งยืน เกิดหนี้สินสารพัด ในการกู้
เงินจากกองทุนหมู่บ้านไปใช้
หลังจากที่ พ.ต.ท.ทักษิณได้เป็นนายกรัฐมนตรี ผมไปบอกไปเตือนอะไรก็ไม่ฟัง เพราะพวกขันทีเยอะ มีกระสืออยู่รอบตัวน้องทักษิณ จนเกิดปัญหาตามมาอย่างที่ผมเคยเตือนไว้ ซึ่งตรงนี้ถือเป็นลิขิตของใครของมัน จนวันนี้ต้องพเนจรไปอยู่ต่างประเทศ มีคนมาถามว่าป๋าสะใจและดีใจหรือไม่ ผมก็ตอบกลับไปว่า ผมอโหสิให้ ป๋าไม่ได้ดีใจเลย สวดมนต์ไหว้พระทุกวัน ว่าถ้าน้องทักษิณมีจิตใจที่บริสุทธิ์ ไม่ได้คิดชั่วเหมือนที่สังคมว่า ก็ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้น้องทักษิณได้กลับบ้านเกิด กลับตัวกลับใจเป็นคนดี แล้วนำสรรพกำลังที่มีอยู่มาช่วยประเทศ ซึ่งผมก็อธิษฐานให้น้องได้กลับมา แต่ในทางปฏิบัติมันทำได้ยาก นายเสนาะกล่าว
ยันประชาราชให้พรรคที่ 1 ตั้งรัฐบาล
จากนั้นนายเสนาะให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีโหรการเมืองออกมาฟันธงว่าหลังเลือกตั้งจะมีเหตุนองเลือดครั้งใหญ่ว่า มองเพียงแต่ว่าความวุ่นวายมีอยู่แน่นอน หลังเลือกตั้ง แต่จะวุ่นวายมากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับเงื่อนไขในการหาตัวผู้นำประเทศ เพราะจนถึงวันนี้ยังมองไม่เห็นว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะพรรคการ เมืองที่คาดว่าจะได้เป็นลำดับ 1 และลำดับ 2 ทั้ง 2 พรรคจะไม่เผาผีกัน และต้องมีการแก่งแย่งกัน หากพรรคที่ได้ที่ 1 ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ พรรคที่ 2 ต้องจัดตั้งแทน และหากทั้ง 2 พรรคจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ จะเกิดอะไรขึ้น สำหรับพรรคประชาราชนั้นก็ขอยึดในหลักการ ให้พรรคที่ได้คะแนนจากประชาชนสูงสุดเป็นพรรคจัดตั้งรัฐบาลก่อน
ทักษิณ หนุนตั้งรัฐบาลแห่งชาติ
วันเดียวกัน สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานอ้างคำกล่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ที่ฮ่องกงระหว่างมาพบปะกับเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องกับวงการกีฬากอล์ฟของไทยเมื่อ 7 ธ.ค.ว่า ประเทศไทยควรจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติขึ้นมาบริหารประเทศเป็นเวลา 2 ปี หลังการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค. จากนั้นจึงจัดการเลือกตั้งอีกครั้งภายใต้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้ ประชาชนตัดสินใจอีกครั้ง และว่า คมช.ที่โค่นตนลงจากอำนาจเมื่อปีที่แล้วจะทำลายประเทศ หากพยายามโกงการเลือกตั้ง พร้อมกับระบุว่า คนใน คมช.บางคนพยายาม จะรักษาหน้าตัวเองด้วยการให้การช่วยเหลือฝ่ายตรงข้ามกับตัวเอง อย่ามัวแต่กังวลว่าจะเสียหน้า ให้นึกถึงประเทศชาติ ถ้าคุณพยายามโกงเลือกตั้ง มันมีแต่จะเลวร้ายกว่าเดิม
ถ้าไม่ยอมเลิกการเมืองเมียขอหย่า
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวต่อไปว่า ตนเคยคิดที่จะกลับบ้าน แต่จะต้องรอจนกระทั่งมั่นใจว่าจะปลอดภัยและได้รับความยุติธรรม และระบุด้วยว่า มีความพยายามลอบสังหารตนหลายครั้งขณะเป็นนายกรัฐมนตรี นอกจากนี้ อดีตนายกฯทักษิณยังบอกว่า ต้องการอุทิศตนเพื่อการกุศล ด้วยการก่อตั้งมูลนิธิระหว่างประเทศเพื่อช่วยคนยากจนในเอเชียผ่านทางการกีฬาและการศึกษา ผมไม่อยากกลับไปเป็นนายกรัฐมนตรีอีก มันมากเกินพอแล้ว ภรรยาของผมจะหย่าขาดหากกลับไปเล่นการเมืองอีก พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
วอนชาติสูญเสียมากเลิกห้ำหั่นกันเอง
ข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์ ต่อไปว่า พวกเราสูญเสียโอกาสด้านการลงทุนและการท่องเที่ยวให้กับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ดังนั้นแทนที่จะห้ำหั่นกันและกัน ตนขอแนะนำให้เริ่มทำงานร่วมกัน และว่าตนยังมีทรรศนะในด้านดีต่อประเทศไทยทั้งต่อ ประชาชนและต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมเสริมว่าตนไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวของนักวิเคราะห์บางคนที่ระบุว่าความรุนแรงอาจปะทุขึ้นหลังการเลือกตั้ง
แจกหนังสือประจานทักษิณโกง
ด้านคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ทาง คตส.กำลังจัดพิมพ์ผลการทำงานของ คตส.ในรอบ 1 ปีกว่าที่ผ่านมา จะจัดพิมพ์ ประมาณ 5 หมื่นเล่ม เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชนที่สนใจในช่วงสิ้นปีนี้ โดยเนื้อหาจะเป็นการรวบรวมผลการไต่สวนในคดีต่างๆ ซึ่งได้มีการแถลงเป็นระยะๆ อยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือสรุปผลงานของ คตส.ในรอบหนึ่งปีนั้น จะเป็นหนังสือในรูปแบบ สมุดปกเหลือง ที่รายงานความคืบหน้าคดีต่างๆ ที่ คตส. ตรวจสอบและมีการตั้งอนุกรรมการสอบสวน และอนุกรรมการ ไต่สวนประมาณ 14 คดี โดยจะมีการสรุปพฤติการณ์ความผิดในคดีต่างๆ ว่ารูปแบบความผิดที่ คตส.ตรวจสอบพบเป็นการทุจริตคอรัปชันแบบไหน มีฝ่ายใดที่เกี่ยวข้องบ้าง เป็นการทำผิดกฎหมายฉบับใด เช่น ประมวลกฎหมายอาญา กฎหมาย ป.ป.ช. หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชน แต่จะไม่ระบุชื่อของคนที่ คตส.ชี้มูลความผิด และจะมีการสรุปจำนวนคดีที่ คตส.ถูกฟ้องทั้งคดีอาญาและคดีแพ่งไว้ด้วย โดยเฉพาะในคดีแพ่งจะมีการระบุชื่อผู้ฟ้อง คตส.แต่ละคดีว่ามีใครบ้าง และผลการพิจารณาของศาลเป็นอย่างไร รวมทั้งจะมีการรวมจำนวนเงินที่มีการฟ้อง คตส.ทุกคดีด้วยว่ารวมเป็นเงินเท่าใด ที่สำคัญจะมีการระบุมูลค่าความเสียหายที่รัฐได้รับทุกคดี ซึ่งรวมมูลค่าเบื้องต้นจนถึงขณะนี้ ที่ยังไม่มีการยื่นฟ้องต่อศาลทุกคดี เช่น คดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ ซึ่งเพิ่งแถลงข่าวไปเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าสร้างความเสียหาย 1 แสน 2 หมื่นล้าน แต่หากรวมทุกคดีจะพบว่าจะมีมูลค่ารวมเกือบสองแสนล้านบาท
แก้วสรร รับคดีฟ้อง ทักษิณ ส่อหลุด
วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมวรรณไวทยากร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้จัดให้มีการเสวนาหัวข้อการเมืองไทยกับการทุจริตคอรัปชัน โดยตอนหนึ่งของการเสวนา นายแก้วสรร อติโพธิ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวยอมรับว่าไม่รู้สึกเสียใจ ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะหลุดคดีที่ คตส.ยื่นฟ้องในชั้นศาล ยอมรับว่าหาหลักฐานค่อนข้างยาก และไม่ได้รับความร่วมมือจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันมีคดีที่กล่าวหา พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อพิจารณาแล้วว่าไม่มีมูล คตส.ก็ตัดทิ้ง แต่คดีลดค่าสัมปทานให้กับบริษัทเอไอเอส ตนมั่นใจว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่รอดแน่ และอยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณเอาหลักฐานกลับมาสู้คดีที่เมืองไทย อย่างน้อยก็ทำให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมจะเป็นผู้บ่งชี้ว่าใครทำผิด
อภิสิทธิ์ หนุนถ้าทำให้ชาติปรองดอง
ค่ำวันเดียวกัน ที่เขตบางกะปิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์เรื่องที่ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอให้ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ว่า โดยหลักแล้ว อะไรที่ทำให้เกิดความปรองดองก็พร้อมที่จะสนับสนุน แต่ไม่รู้รูปแบบที่ พ.ต.ท.ทักษิณเสนอว่าจะเป็นอย่างไร ขอกลับไปศึกษาก่อน
มึนคนกรุงนิยม ทักษิณ พุ่งปรี๊ด
ด้านนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ คณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่เข้าใจที่ ผลสำรวจความเห็นของประชาชนของพรรคล่าสุดที่ออกมา พบว่าคะแนนนิยมของ พ.ต.ท.ทักษิณดีมาก กลับมาเท่าก่อนที่จะถูกปฏิวัติ โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯที่หันกลับมาเทคะแนนให้ เข้าใจว่าอาจจะเป็นเพราะประชาชนมองว่านักการเมืองเลวเหมือนกันหมด จึงเลือกคนที่ทำอะไรให้เขาบ้าง
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ ไทยรัฐ ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|