|
|
| |
มติปปช.ชี้มูลความผิด'อดีตกกต.-ผู้ตรวจการฯ-ตุลาการรธน.'ขึ้นเงินตัวเอง |
|
|
 |
| โดย กรุงเทพธุรกิจ วัน อังคาร ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2550 00:00 น. |
|
ป.ป.ช.ลงมติ 8 ต่อ1 ชี้มูลความผิดกราวรูด 3 องค์การอิสระ"อดีตผู้ตรวจการแผ่นดินฯ -กกต.-ตุลาการรธน." ขึ้นเงินให้ตัวเอง ซ้ำส่งเอาผิดวินัยร้ายแรง "อภัย" รอดรับตำแหน่งตุลาการหลังออกระเบียบ
นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกป.ป.ช. แถลงผลที่ประชุมได้พิจารณากรณีการกล่าวหาร้องเรียนองค์กรอิสระ 3 องค์กร ได้แก่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา กรณีการออกระเบียบค่าตอบแทนโดยมิชอบ
นายกล้านรงค์ กล่าวว่า กรณีการกล่าวหาร้องเรียนผู้ตรวจการแผ่นดินฯ คือนายพูนทรัพย์ ปิยอนันต์ พล.อ.ธีรเดช มีเพียร และนายปราโมทย์ โชติมงคล อดีตเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ว่าได้ออกระเบียบเกี่ยวกับการขึ้นค่าตอบแทนตัวเองโดยมิชอบ
ซึ่งอนุกรรมการป.ป.ช.พิจารณาในแล้ว เช่น พบว่าทั้งหมดไม่มีอำนาจออกระเบียบ เพื่อให้ตัวเองได้รับประโยชน์ได้ พบดำเนินการเร่งรีบไม่เป็นตามขั้นตอนเพื่อประโยชน์ของตนเอง และสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินฯได้รับความเสียหาย
สำหรับการกระทำของนายปราโมทย์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินฯ เป็นผู้ดำเนินการเรื่องนี้ ดังนั้น จึงเห็นว่า การกระทำของผู้ตรวจการแผ่นดินฯ ของทั้งสองคน มีมูลความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 คือปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ประกอบมาตรา 83 ซึ่งถือว่าเป็นตัวการร่วมกัน
ส่วนนายปราโมทย์ มีความผิดตามมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 ซึ่งเป็นผู้สนับสนุน เพราะในขณะที่กระทำความผิดนั้น นายปราโมทย์ยังไม่ได้เป็นผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา นอกจากนี้ นายปราโมทย์ยังมีความผิดทางวินัย คณะกรรมการ ป.ป.ช.จึงมีมติให้ส่งเรื่องของผู้ตรวจการแผ่นดินฯ ทั้ง 2คน และนายปราโมทย์ ในข้อหาทางคดีอาญา ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไป สำหรับนายปราโมทย์ กรณีความผิดทางวินัยร้ายแรงนั้น ก็ได้ส่งเรื่องให้กับสำนักผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา เพื่อพิจารณาโทษทางวินัย
ที่ประชุมยังได้พิจารณากรณีกล่าวหา พล.ต.อ.วาสนา เพิ่มลาภ อดีตประธานกกต. นายจรัล บูรณพันธุ์ศรี นายปริญญา นาคฉัตรีย์ นายวีระชัย แนวบุญเนียร และพล.อ.จารุภัทร เรืองสุวรรณ กรณีออกระเบียบค่าตอบแทนโดยมิชอบ
รวมทั้ง กรณีกล่าวหาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 14 คน กรณีการออกระเบียบค่าตอบแทนโดยมิชอบ ประกอบด้วย นายกระมล ทองธรรมชาติ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ นายจิระ บุญพจนสุนทร นายจุมพล ณ สงขลา นายปรีชา เฉลิมวณิชย์ นายผัน จันทรปาน นายมงคล สระฏัน นายมานิต วิทยาเต็ม นายศักดิ์ เตชาชาญ นายสุจิต บุญบงการ นายสุธี สุทธิสมบูรณ์ พล.ต.อ.สุวรรณ สุวรรณเวโช นายสุวิทย์ ธีรพงษ์ นางเสาวนีย์ อัศวโรจน์ และนายอุระ หวังอ้อมกลาง อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
โฆษกป.ป.ช. กล่าวว่า คณะกรรมการป.ป.ช.ตั้งประเด็นพิจารณา 7 ประเด็น เช่น 1.ป.ป.ช.เห็นว่ากกต.เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา ตามมาตรา 22 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ.2541 และคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ และเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา 2.เป็นผู้ริเริ่ม ผู้พิจารณา และให้ความเห็นชอบในการออกระเบียบดังกล่าว 3. เห็นว่าคณะกกต. ไม่มีอำนาจในการออกระเบียบ เพื่อให้ตนเองได้รับประโยชน์ตามมาตรา 27 (5) แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. 2541 และตุลาการรัฐธรรมนูญ ไม่มีอำนาจตามมาตรา 6 แห่ง พ.ร.บ.สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2542
4. กกต.และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีการทักท้วง ในการออกระเบียบดังกล่าว 5.ถ้อยคำในระเบียบของทั้งสองหน่วยงาน เขียนไว้ชัดเจนว่า เป็นค่าตอบแทนการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ได้ระบุว่าเป็นเบี้ยประชุมแต่อย่างใดทั้งสิ้น 6. ป.ป.ช.ฟังว่าทั้งสองหน่วยงาน มีเจตนาออกระเบียบดังกล่าว โดยรู้ว่าตัวเองไม่มีอำนาจ เพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง โดยพิเคราะห์จากประสบการณ์การทำงาน คุณวุฒิ วัยวุฒิ 7. การออกระเบียบดังกล่าว ทำให้ทั้งสององค์กรได้รับความเสียหาย
ดังนั้น ป.ป.ช.จึงมีมติชี้มูล กกต. 4 คน ยกเว้นนายจรัล ซึ่งถึงแก่กรรม ตามมาตรา 157 ของประมวลกฎหมายอาญา ประกอบมาตรา 83 และ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จำนวน 13 คน ยกเว้นนายปรีชา เฉลิมวณิชย์ ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้ว ในความผิดตามประมวลกฎหมายมูลความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 83 และมีมติส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาส่งฟ้องศาลที่มีอำนาจต่อไป
ผู้สื่อข่าวถามว่า การชิ้มูลความผิดครั้งนี้ จะมีผลกระทบต่อการทำหน้าที่ของ นางเสาวนีย์ อัศวโรจน์ ที่ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) หรือไม่ นายกล้านรงค์ กล่าวว่า คงตอบแทนไม่ได้ เป็นเรื่องที่ ป.ป.ช.มีหน้าที่ชี้มูล และส่งเรื่องไปให้อัยการสูงสุด ส่วนจะไปกระทบอะไรหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ของ ป.ป.ช.
ส่วนกรณีนายอภัย จันทนะจุลกะ อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ที่ป.ป.ช.ไม่ได้ชี้มูลความผิดนั้น เนื่องมาจากนายอภัยได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเข้ามาเป็น ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หลังจากที่มีการออกระเบียบขึ้นค่าตอบแทนแล้ว ดังนั้น ป.ป.ช.จึงถือว่าไม่มีส่วนรู้เห็นกับการออกระเบียบดังกล่าว แม้ว่าการเข้ามาดำรงตำแหน่งภายหลัง จะได้รับประโยชน์จากระเบียบดังกล่าวก็ตาม
นายกล้านรงค์กล่าวว่า ที่ประชุม ป.ป.ช.ได้มอบหมายให้ นางสาวสมลักษณ์ จัดกระบวนพล กรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะประธานอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริงคดีดังกล่าว ไปพิจารณาว่า อดีตเลขาธิการ กกต.และอดีตเลขาธิการสำนักงานตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีส่วนรู้เห็นในการออกระเบียบ เช่นเดียวกับนายปราโมทย์หรือไม่
ทั้งนี้ มติของที่ประชุมในการชี้มูลความผิดทั้ง 3 องค์กรครั้งนี้ ออกมา 8 ต่อ 1 เสียง
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ กรุงเทพธุรกิจ ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|