|
|
| |
แฉขบวนการขนเงินฮ่องกงร่วมเอี่ยว 5 ราย |
|
|
 |
| โดย มติชน วัน พุธ ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2550 00:00 น. |
|
ปปง.สอบชาวฮ่องกงพบเงินสดที่ขนมายังไม่ได้ถูกจ่ายออกไป เผยมีร่วมขบวนการรวม 5 ราย อ้างเป็นนักธุรกิจสนใจลงทุนในไทย กกต.เตรียมขอข้อมูล'ปปง.-ป.ป.ช'สอบเอี่ยวเลือกตั้งหรือไม่ ยอมรับวงเงินสูงผิดปกติ กรมศุลฯหวั่นเปลี่ยนรูปแบบ เลิกสำแดงหันมาลักลอบเข้ามาแทน
กกต.ชี้ผิดสังเกตมาก-รอสอบเอี่ยวเลือกตั้งหรือไม่
นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม ว่า ที่ประชุม กกต.ได้มีการหารือถึงกรณีที่มีนำเงินจากฮ่องกงจำนวน 60 ล้านบาท เข้ามาในประเทศไทยผ่านสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นเรื่องที่ ปปง.จะต้องดำเนินการ โดยตนได้รับทราบข้อมูลนี้จาก กรรมการคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.)แล้วก่อนหน้านี้ และมีผู้ใหญ่ยืนยันข้อเท็จจริงเรื่องนี้ด้วยว่า มีการนำเงินเข้ามาจำนวนมากจากฮ่องกงจนผิดสังเกต แต่จะนำมาใช้เพื่อการเลือกตั้งหรือไม่ต้องตรวจสอบต่อไป
'การนำเงินเข้ามานี้ถือว่าผิดสังเกตอย่างยิ่ง เพราะปกติการนำเงินออกนอกประเทศของบางประเทศนั้น เขาจะต้องการป้องกันเงินไหลออก เรื่องนี้จึงผิดสังเกต' นายอภิชาตกล่าว
ลั่นพร้อมลุยตรวจสอบเอง-คุ้ยลึกเกี่ยวข้องพรรคใด
นายอภิชาตกล่าวว่า หากได้ข้อเท็จจริงที่เพียงพอ กกต.ก็สามารถดำเนินการตรวจสอบเองได้ โดยไม่จำเป็นต้องตั้งอนุกรรมการตรวจสอบ โดย กกต.กำลังรอหนังสือจาก ป.ป.ช. รวมทั้งได้ประสาน ปปง.เพื่อขอข้อมูลด้วย และหากพบว่าเป็นเงินที่นำมาใช้กับการเลือกตั้ง ก็ต้องสอบลึกลงไปว่าเกี่ยวข้องกับพรรคไหน
แฉมีฮ่องกงอีก2รายร่วมเอี่ยว-ไม่แสดงเงินต่อสตม.
รายงานข่าวจาก ปปง.แจ้งว่า ได้รับแจ้งจาก สตม.ว่า จากการสำรวจพบว่าที่ผ่านมามีชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยพร้อมสำแดงการนำเงินสดสกุลดอลลาร์ฮ่องกงเข้าประเทศต่อกรมศุลกากร มี 3 คน โดยทุกคนเดินทางเข้าประเทศเมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประกอบด้วย นางเอ็นจี ทวิสต้า ถือหนังสือเดินทางหมายเลข k00135526 เดินทางมาเวลา 20.47 น. เที่ยวบิน cz0363 พร้อมสำแดงเงินสดต่อเจ้าหน้าที่ศุลกากรรวม 4.3 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง, นายอิป ชิวายอารอน ถือหนังสือเดินทาง HK0716905 พร้อมสำแดงเงินสด 2.5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง รวมเป็นเงิน 6.8 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง คิดเป็นเงินไทย 40.8 ล้านบาท ทั้งสองคนยังอยู่ในประเทศไทย แต่ไม่ทราบว่าพักอยู่ที่ไหน อีกรายคือนาย จุง ไว บุน ถือหนังสือเดินทาง HK หมายเลข HA1286911 เดินทางเข้าไทยเวลา 20.31 น. เที่ยวบิน CX0703 พร้อมสำแดงเงินสด 6.35 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เดินทางออกจากไทย ไปตั้งแต่วันที่ 7 ธันวาคม เที่ยวบิน PR 0733 รวมเงินที่นำเข้าประเทศทั้งหมด 69.2 ล้านบาท
นอกจากนี้ ยังมีชาวฮ่องกงอีก 2 ราย ที่เดินทางเข้าประเทศวันที่ 20 พฤศจิกายน แต่ไม่ได้สำแดงเงินสดต่อกรมศุลกากร ประกอบด้วย นายฮุย หลุง ชง ถือหนังสือเดินทางหมายเลข HA2044510 และเดินทางออกนอกราชอาณาจักรวันที่ 7 ธันวาคม เที่ยวบิน PR0733 และนายตัง ลุง บุย ถือหนังสือเดินทาง หมายเลข HA2044510 เดินทางออกนอกราชอาณาจักรแล้วเมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน
อ้างเป็นนักธุรกิจลงทุนในไทย-ยังไม่พบนำเงินไปใช้
แหล่งข่าวกล่าวว่า สตม.ได้มีการสอบสวนพบว่าชาวฮ่องกงทั้ง 5 รายอยู่ในกลุ่มเดียวกัน โดยแต่ละรายอ้างว่าเป็นนักธุรกิจที่สนใจจะมาลงทุนในประเทศไทย แต่จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง 5 รายไม่มีธุรกิจในไทย และไม่เคยมาทำธุรกิจใดๆ ร่วมกับนักลงทุนไทย นอกจากนี้จากการสืบสวนพบว่าขณะนี้เงินสดที่ขนเข้ามาในไทยยังไม่ได้ถูกนำไปใช้
'ทั้ง 5 รายมีกำหนดกลับฮ่องกงในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ แต่มี 2 รายได้เดินทางกลับไปแล้ว แต่จะมีการขนเงินสดที่นำเข้ามากลับไปด้วยหรือไม่ ไม่แน่ใจ'
'สนธิ'ชี้ให้สตม.-ปปง.สอบแหล่งที่มาเงินฮ่องกง
ที่ทำเนียบรัฐบาล ขณะที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมดำเนินการตามวาระแห่งชาติ ว่าด้วยการรณรงค์และแก้ไขปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียง (ครส.) กล่าวว่า ได้รับรายงานแล้วว่ามีชาวฮ่องกงถือเงินเข้ามาแต่ไม่แน่ใจในตัวเลข อย่างไรก็ตาม ต้องให้ สตม.และ ปปง.ตรวจสอบที่มาที่ไปของเงินว่าเป็นมาอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นความผิดปกติในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่า สตม.ต้องตรวจสอบอีกทีว่าเป็นอย่างไร แต่เท่าที่ตรวจพบ มีการกระทำในลักษณะนี้ 5-6 ราย แต่ไม่ทราบว่าเป็นการแอบแฝงทางการเมืองหรือไม่ เพราะต้องรอผลการตรวจสอบเสียก่อน เพราะเงินที่เข้ามาต้องมีการสำแดงความเป็นไปของเงิน แต่คิดว่าไม่น่าจะเป็นการลักลอบฟอกเงิน เพราะการนำเข้าต้องมีที่มาที่ไป
'ธีรภัทร์'ยอมรับเป็นเรื่องไม่ปกติ-ตอบไม่ได้เอี่ยวทักษิณหรือไม่
นายธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธาน ครส. กล่าวว่า ได้ยินข่าวการนำเงินเข้าประเทศกว่า 60 ล้านบาทมากว่าสัปดาห์แล้ว จึงให้ผู้เกี่ยวข้องไปตรวจสอบ ซึ่งได้ข้อมูลหลักฐานที่ชัดเจน โดยพบว่ามีชาวจีนประมาณ 6-7 รายนำเงินดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งเป็นการนำเงินเข้าโดยถูกกฎหมาย มีการแจ้งข้อมูลถูกต้อง แต่ต้องยอมรับว่าการย้ายเงินสดที่ละมากๆ เป็นเรื่องไม่ปกติ จึงต้องตั้งข้อสังเกตว่าจะนำมาลงทุนทำอะไร ส่วนจะเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหรือไม่ ยังไม่ทราบ ต้องรอการตรวจสอบจาก สตม.ก่อน
นายธีรภัทร์กล่าวว่า ไม่ทราบว่าชาวจีนที่ขนเงินมาเป็นนักธุรกิจหรือนักท่องเที่ยว แต่คิดว่าน่าจะใช้ความเป็นนักท่องเที่ยวนำเงินเข้ามามากกว่า และตอบไม่ได้ว่าเชื่อมโยงกับกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีย้ายมาพำนักที่ฮ่องกงหรือไม่ ข้อมูลยังไม่ชัดเจน จึงไม่ไปพาดพิงบุคคลมาพำนักที่ฮ่องกงหรือไม่ ข้อมูลยังไม่ชัดเจน จึงไม่ไปพาดพิงบุคคล 60ล้าน
ตร.ปัดอำนวยความสะดวกเงินฮ่องกง
พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กล่าวว่า ได้ตรวจสอบกับ สตม.แล้ว พบว่ามีชาวฮ่องกงเดินทางเข้ามาจริง และได้สำแดงการนำเงินเข้ากับกรมศุลกากรแล้ว และ กกต.กำลังตรวจสอบอยู่ ส่วนที่มีข่าวว่าตำรวจและทหารเข้าไปอำนวยความสะดวกนั้น เท่าที่ตรวจสอบไม่พบว่ามีใครเข้าไปดูแล
คลังชี้นำเงินสดเข้าต้องแจ้งธปท.
นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรมศุลกากรยังไม่ได้แจ้งรายละเอียดกรณีที่ชาวต่างประเทศนำเงินสดเข้ามาประเทศให้ทราบ แต่จะสั่งการให้รายการสถานการณ์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม การนำเงินตราต่างประเทศเข้าไทยสามารถทำได้โดยไม่จำกัดวงเงิน แต่ผู้นำเข้าต้องแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ทราบว่าจะนำไปดำเนินธุรกรรมอะไร
รายงานข่าวจากกรมศุลกากร แจ้งว่า ตามข้อกำหนดการนำเงินตราเข้า-ออกประเทศนั้น ในส่วนของเงินตราต่างประเทศ สามารถนำเข้าและออกราชอาณาจักรได้โดยไม่จำกัดจำนวน ส่วนเงินบาทสามารถนำเข้าไม่จำกัดจำนวน ส่วนการนำเงินบาทออก หากนำออกไปยังประเทศเวียดนามและประเทศที่มีพรมแดนติดกับไทย จะได้ครั้งละไม่เกิน 5 แสนบาท ส่วนประเทศอื่นนำออกได้ครั้งละไม่เกิน 5 หมื่นบาท
'กรมศุลฯ'ระบุตรวจสอบย้อนหลัง1ปี-เที่ยวนี้มากที่สุด
นายประวัติ เอนกพูนสินสุข ผู้อำนวยการส่วนบริการผู้โดยสาร สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า กรมศุลกากรมีการประสานงานใกล้ชิดกับ ปปง. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และ สตม.อย่างใกล้ชิด โดยเมื่อบุคคลทั้ง 3 เดินทางเข้ามายังประเทศไทย และสำแดงเงินเข้าประเทศ กรมศุลฯได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที แต่การสอบสวนเพิ่มเติมคงต้องเป็นหน้าที่ของหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
นายประวัติกล่าวว่า สิ่งที่ต้องจับตา คือบุคคลทั้ง 3 ที่นำเงินสดเข้ามาได้เดินทางออกนอกประเทศไปแล้วหรือไม่ โดยเบื้องต้นพบว่ามีรายชื่อของบุคคล 1 ใน 3 นั้นได้จองตั๋วเครื่องบินกลับไปยังฮ่องกงแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่ไม่ทราบว่ามีการเดินทางไปจริงหรือไม่ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบ
'ขณะนี้กรมศุลฯกำลังรวบรวมรายการการขนเงินเข้าย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2549 ที่เป็นวันเปิดสนามบินสุวรรณภูมิ จนถึงปัจจุบันว่ามีการขนเงินที่ผิดปกติเข้ามาหรือไม่ และจะรายงานให้อธิบดีกรมศุลกากรรับทราบ แต่ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะบางคนไม่มีการสำแดง ต้องใช้วิธีสุ่มตรวจควบคู่ด้วย ซึ่งเท่าที่มีการรวบรวมข้อมูลย้อนหลังจนถึงขณะนี้ ปรากฏว่าครั้งนี้เป็นการขนเงินเข้ามาในจำนวนมากที่สุด และมีความผิดปกติมากที่สุด' นายประวัติกล่าว
หวั่นแห่ลักลอบขนเงินเข้าอีก-ไม่แสดงเงินให้ตรวจ
แหล่งข่าวจากกรมศุลกากรกล่าวว่า หลังจากที่ปรากฏเป็นข่าว สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือหากมีกระบวนการลักลอบขนเงินเข้ามาเพื่อใช้ในกิจกรรมทางการเมือง หรือกิจกรรมอื่นที่ไม่ถูกกฎหมายจริง ต่อไปอาจจะมีการพัฒนาไปสู่การลักลอบโดยไม่มาสำแดงกับเจ้าหน้าที่ เพราะไม่ต้องการให้ถูกจับตา โดยใช้วิธีการที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ซึ่งสนามบินสุวรรณภูมิมีความกว้างใหญ่ และมีช่องทางเข้าออกจำนวนมาก โดยพื้นที่ควบคุมของกรมศุลกากรมีเพียงบริเวณช่องทางขาเข้าเท่านั้น แต่ส่วนอื่นนั้นอยู่ในความควบคุมของการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.
'เชาวริน'ยันไม่เกี่ยวพปช.-ชี้แค่60ล้านซื้อเสียงน้อยไป
ด้าน ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธิศักดิ์ศิริ ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 7 พรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่มีความพยายามเชื่อมโยงการนำเงินเข้า 60 ล้านบาท ว่าอาจเกี่ยวกับพรรคพลังประชาชนว่า เป็นไปไม่ได้ ถ้าจะใช้แค่เขตเดียวก็หมดแล้ว เวลานี้มีความพยายามโยงว่ามีการต่อท่อน้ำเลี้ยง และจะโยงมาถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ก่อนหน้านี้ น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ บอกว่านักการเมืองถูกซื้อตัว 30 ล้านบาท นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ก็ออกมาสำทับว่าเดี๋ยวนี้ค่าตัวสูงถึง 40 ล้านบาทแล้ว จึงอยากฝากบอกทั้ง 2 คนว่า อายุมากแล้วที่ผ่านมาเคยทำอะไรให้ชาติบ้านเมืองบ้าง นายมีชัยกว่าครึ่งชีวิตก็รับใช้เผด็จการ อยากให้บั้นปลายในชีวิตทั้งสองคนหยุด
'ที่ไปฮ่องกงผมก็ได้คุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังบอกผมเลย พี่เลือกตั้งครั้งนี้สู้แบบไม่ต้องซื้อเสียงได้หรือไม่ เพราะถ้าซื้อก็ต้องซื้อไปตลอดชีวิต' ร.ต.ท.เชาวรินกล่าว
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|