|
|
| |
|
 |
| โดย วัน พุธ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2550 16:13 น. |
|
หมายเลข 28 พรรคเอกราช
ประเทศชาติของเราได้พยายามที่จะสถาปนาระบอบประชาธิปไตย เป็นเวลาเกินกว่าครึ่งศตวรรษแล้วก็ยังไม่เป็นผลสำเร็จ และเนื่องจากไม่ประสบผลสำเร็จนี้เองได้ทำให้ประเทศชาติต้องประสบความทรุดโทรมเรื่อยมาจนกลายเป็นปัญหาเรื้อรังและยังเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งสามารถประมวลให้เด่นชัดเป็น ๓ ปัญหา คือ
ปัญหาที่หนึ่ง ประเทศชาติได้ทรุดโทรมลงสู่ฐานะที่ต้องตกเป็นลูกหนี้แก่ต่างชาติเรื่อยมานับว่าเป็นภาระและความวิตกกังวลแก่ปวงชนในชาติเป็นอย่างยิ่ง
ปัญหาที่สอง ประชาชนชาวไทยต้องประสบความทุกข์ยากเดือนร้อน ทั้งในด้านการดำรงชีวิตและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ปัญหาที่สาม ระบอบการปกครองของเมืองไทย ยังเป็นระบอบประชาธิปไตยที่ไม่สมบูรณ์ และยังไม่มีพรรคการเมืองที่เป็นของประชาชนอย่างแท้จริง จึงทำให้การเมืองการปกครองของประเทศมีการรวนเรไม่แน่นอน หรือเรียกได้ว่าไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองจนทำให้รัฐบาลต้องเผชิญกับปัญหาเสถียรภาพของรัฐบาลเอง และก่อให้เกิดความไม่มั่นใจ อันไม่เป็นผลดีแก่ประเทศชาติและประชาชน
เมื่อได้วิเคราะห์ปัญหาทั้งสามนี้แล้ว เห็นว่าแต่ละปัญหาล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาที่บีบบังคับให้ชาติบ้านเมืองก้าวไปสู่วิกฤติการณ์เข้าไปทุกขณะ หากไม่ร่วมมือร่วมใจกันแสวงหาแนวทางที่แก้ไขปัญหาให้ถูกต้องอย่างจริงจัง และเข้าปฏิบัติการด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้วประเทศชาติก็จะต้องประสบวิกฤตการณ์ร้ายแรง ทำให้ไม่อาจรักษาสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ไว้ต่อไป
พรรคเอกราชมีความเห็นว่า การที่จะแก้ไขปัญหาของชาติให้ลุล่วงไปด้วยดีนั้นมีแต่จะต้องดำเนินการตามวิถีทางประชาธิปไตยด้วยระบบพรรคการเมืองที่มีอุดมการณ์ และมีนโยบายที่สอดคล้อง ตรงกับความต้องการของชาติและประชาชน ดังนั้น พรรคเอกราชจึงขอเสนออุดมคติของพรรคและนโยบายแก้ไขปัญหาของชาติดังกล่าวมาให้พี่น้องปวงชนชาวไทยทุกท่านได้พิจารณาดังต่อไปนี้
นโยบาย
พรรคเอกราช ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าปัญหาของชาติที่ปรากฎเป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงของชาติอยู่ในขณะนี้นั้น เป็นปัญหาที่สลับซับซ้อนและหมักหมมกันมานาน ฉะนั้นการแก้ไขปัญหาก็ควรจะเริ่มด้วยการบรรเทาความรุนแรง และเยียวยาอาการในขั้นต้นก่อน ซึ่งพรรคเอกราช ได้วิเคราะห์แล้วเห็นว่าควรจะรีบดำเนินการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้ลุล่วงไปก่อน อันจะเป็นบันใดขั้นต้นในการก้าวไปสู่การแก้ปัญหาอื่น ๆ และพัฒนาชาติตามนโยบายหลักต่อไป
นอกจากนั้นเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่าการที่ชาติไทยจะดำรงไว้ซึ่งความสถาพรของสถาบันความเป็นชาติไทย สถาบันศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์นั้น ก็ด้วยการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยให้มีเสถียรภาพแต่เสถียรภาพของระบอบประชาธิปไตยจะมีได้นั้น ก็อยู่ที่การมีระบบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ซึ่งจะทำให้เกิดระบบประชาธิปไตยโดยครบถ้วนทั้งด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม วัฒนธรรม และด้านการป้องกันประเทศอันสอดคล้องและเหมาะสมกับลักษณะพิเศษของชาติไทย ซึ่งถือว่าเป็นนโยบายหลักหรือนโยบายระยะยาวของชาตินั่นเอง
พรรคเอกราชได้ยึดแนวทางของประชาธิปไตยโดยสากลที่ประกอบด้วยทฤษฎีรัฐศาสตร์ ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ และทฤษฎีปรัชญา โดยนำหลักการปกครองของระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติ อาทิเช่น หลักอธิปไตยเป็นของปวงชนทุกชนชั้น หลักเสรีภาพ หลักความเสมอภาค หลักกฎหมาย หลักการปกครองโดยการเลือกตั้งที่บริสุทธิ์ยุติธรรม ฯลฯ
รวมทั้งศึกษาวิเคราะห์ปัญหาของชาติอย่างถ่องแท้แล้วประยุกต์ทฤษฎีต่างๆรวมทั้งความรู้ ประสบการณ์ และบทเรียน ตลอดจนสภาพความเป็นจริงของสังคมไทยและสังคมโลกเพื่อแก้ปัญหาต่าง ๆ ของชาติให้สำเร็จลุล่วงไปให้จงได้ 1. นโยบายด้านการเศรษฐกิจ
พรรคเลื่อมใสในระบบเศรษฐกิจทุนนิยมเสรีและการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างมีแผน พรรคปฏิเสธระบบเศรษฐกิจทุนนิยมผูกขาด ซึ่งพรรคมุ่งมั่นจะสร้างความไพบูลย์ทางเศรษฐกิจ และความยุติธรรมทางสังคมให้เกิดขึ้นให้ได้ เพราะเป็นรากฐานที่สำคัญของการพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมที่สมบูรณ์ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งชาติต่อไป เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว พรรคจึงได้กำหนดวิธีดำเนินการในด้านเศรษฐกิจไว้ดังต่อไปนี้ 1.1 ปรับปรุงและกระชับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติให้สอดคล้องและส่งเสริมซึ่งกันและกัน เพื่อให้เป็นหลักในการสร้างระบบเศรษฐกิจประชาธิปไตย ทั้งนี้จะกระทำได้โดยไม่ให้เกิดการเสียดุลทางเศรษฐกิจทั้งภายในและภายนอกประเทศ 1.2 ปรับระบบการถือทุนลักษณะผูกขาดเพื่อให้มีการกระจายทุนอันจะทำให้ระบบเศรษฐกิจของชาติไทยได้มีเสถียรภาพ คือ
(ก) ส่งเสริมการกระจายทุนด้วยระบบการถือกรรมสิทธิ์ให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม เพื่อเกื้อกูลต่อความมั่งคั่งไพบูลย์ของชาติ (ข) ลดระดับการรวมศูนย์ทุนในลักษณะจำกัดบุคคล ให้เป็นบริษัทมหาชนด้วยมาตรการประชาธิปไตยและด้วยความรับผิดชอบของรัฐบาล (ค) ส่งเสริมการสหกรณ์ให้มีประสิทธิภาพ และบังเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง และใช้เป็นเครื่องมือในการกระจายทุนด้วย (ง) วิสาหกิจเอกชนที่มีลักษณะรวมศูนย์ทุน และก่อให้เกิดอิทธิพลอันจะทำให้เกิดการผูกขาดในลักษณะเช่นนี้ รัฐอาจเข้ามีส่วนในการบริหารเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวมของประเทศชาติโดยไม่ล่วงล้ำในกรรมสิทธิ์ผลกำไรของผู้ถือทุนของวิสาหกิจนั้น ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดเป็นอุปสรรคต่อการกระจายทุน
1.3 ปรับปรุงและส่งเสริมรัฐวิสาหกิจกับวิสาหกิจเอกชน ให้มีบทบาทต่อการสร้างระบบเศรษฐกิจเสรีนิยมของประเทศไทย และทำให้วิสาหกิจทั้งสองช่วยกันรักษาเสถียรภาพของตลาด รวมทั้งให้สามารถส่งเสริมการขยายตัวของกันและกันได้ 1.4 ปรับปรุงและพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม โดยถือว่าประเทศไทยมีการเกษตรกรรมเป็นหลัก แต่อนาคตของประเทศไทยก็จำต้องก้าวไปสู่ความเป็นอุตสาหกรรมดังนั้น ในสถานการณ์ทั้งสองด้านนี้จะต้องพัฒนาอุตสาหกรรมก็จะต้องเน้นหนักไปในรูปอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตรกรรม เช่น อุตสาหกรรมแปรรูปวัตถุดิบเกษตรกรรม 1.5 สร้างความสัมพันธ์ระหว่างความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจกับการขยายตัวของประชากรให้ได้สมดุลกัน โดย
(ก) เพิ่มการผลิตทางการเกษตรกรรม โดยมุ่งผลผลิตต่อพื้นที่เดิมเป็นหลักด้วยการปฏิรูปเกษตรกรรมให้เต็มระบบ (ข) เพิ่มการผลิตทางอุตสาหกรรมภายในประเทศเพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากต่างประเทศ และเพื่อรักษาดุลภาพระหว่างทุนกับแรงงาน (ค) พัฒนาพาณิชยกรรมเพื่อเพิ่มปริมาณและคุณภาพของจำนวนสินค้าออก รวมทั้งการแสวงหาตลาดประจำในต่างประเทศ ซึ่งจะกระทำทั้งในรูปการซื้อขายและแลกเปลี่ยนสินค้าโดยตรงและหรือในรูปแบบสินเชื่อ (ง) ขยายการขนส่งทั้งภายในและระหว่างประเทศ รวมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกในการขนส่งตามระบบสากล (จ) ขยายทุนซึ่งจะได้มาจากการระดมทุน ทั้งภายในประเทศและจากต่างประเทศโดยเน้นหนักการระดมทุนภายในประเทศ (ฉ) ขยายเทคโนโลยีและพัฒนาบุคคลเพื่อให้ทันกับความก้าวหน้า และให้เป็นกำลังสนับสนุนต่อกิจการในทุก ๆ ด้านที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ (ช) ควบคุมพัฒนาการของระบบทุนเสรีนิยมให้อยู่ในระบบประชาธิปไตย เช่น ป้องกันการผูกขาด รักษาขอบเขตการกระจายทุน เฉลี่ยงบประมาณระหว่างส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นเพื่อให้เกิดการเฉลี่ยรายได้อันจะเป็นหนทางให้ลดช่องว่างระหว่างคนจนกับคนรวยให้แคบลง (ซ) ปรับปรุงระบบการคลังและการเงิน ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ในขณะนี้ อันได้แก่การเก็บภาษี การกู้เงิน การธนาคาร และการรักษาเสถียรภาพค่าเงินบาท รวมทั้งจะต้องสร้างเสริมมูลค่าทรัพยากรของชาติ (ฌ) พัฒนาพลังงานและนำทรัพยากรธรรมชาติของชาติ มาใช้ให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติอย่างถูกต้อง รวมทั้งจะต้องกำหนดมาตรการพิทักษ์ทรัพยากรของชาติเพื่อประโยชน์ของชาติในอนาคตต่อๆ ไป ตลอดจนจะส่งเสริมด้านเทคโนโลยีเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติอย่างกว้างขวาง (ญ) ร่วมมือทางเศรษฐกิจกับนานาประเทศ ทั้งนี้ โดยไม่ให้เกิดข้อผูกพันทางการเมือง ดำรงความเป็นอิสระบนพื้นฐานของความเป็นมิตรที่ดีต่อกันโดยไม่เลือกระบบสังคม (ฎ) ปฏิรูปที่ดินเพื่อให้เกษตรกรชาวนาชาวไร่มีกรรมสิทธิ์เป็นของตนเอง กำหนดพื้นที่ทางการเกษตร อุตสาหกรรม และที่อยู่อาศัยให้แน่นอนทั่วประเทศ
2. นโยบายด้านวัฒนธรรม
วัฒนธรรมเป็นองค์ประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของการดำรงอยู่ของชาติ ดังนั้น วัฒนธรรมจึงมีความสำคัญต่อปัญหาสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของชาติด้วย ถ้าปล่อยปละละเลยต่อวัฒนธรรม จนเกิดเป็นปัญหาขึ้นมาแล้วก็จะทำให้การแก้ปัญหาอื่นๆ ของชาติมีความยุ่งยาก ในปัจจุบันวัฒนธรรมของไทยถูกละเลย จนกล่าวได้ว่าประชาชนส่วนหนึ่งได้ดำรงอยู่อย่างไม่คำนึงถึงวัฒนธรรม หากรัฐบาลใดไม่จริงจังต่อการรักษาและประพฤติปฏิบัติตามวัฒนธรรมแล้ว ย่อมจะทำให้สังคมของชาติต้องประสบ ความเสื่อมโทรมเป็นปัญหาที่จะต้องแก้ไขกันด้วยความยากลำบาก อย่างไรก็ดี พรรคเอกราชกำหนดวิธีดำเนินการในด้านวัฒนธรรมร่วมกับพี่น้องปวงชนชาวไทยไว้ดังต่อไปนี้
2.1 ฟื้นฟู ส่งเสริม และเชิดชูวัฒนธรรมไทยที่สูงส่งสืบทอดมาแต่บรรพบุรุษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประพฤติปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีและความสัมพันธ์กับต่างชาติ 2.2 ป้องกันวัฒนธรรมต่ำทรามทั้งที่เกิดขึ้นภายในประเทศ และแพร่มาจากต่างประเทศโดยอาศัยมาตรการทางกฎหมายและการศึกษาอบรมควบคู่กัน 2.3 ส่งเสริมเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ต่างเชื้อชาติในประเทศไทยในการพัฒนาวัฒนธรรมของตนที่ดีงามต่อสังคมชาติไทย 2.4 พัฒนาวัฒนธรรมทางการเมืองและกำหนดมาตรการและปลูกฝังชาตินิยมให้แก่ประชาชนทุกหมู่เหล่าให้ตระหนักในความเป็นจริงตามทัศนคติที่ว่าการเมือง คือ คุณธรรม และการเสียสละเป็นสิ่งมีเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขของไทยจำเป็นที่จะต้องมีวัฒนธรรมทางการเมืองตามหลักลัทธิประชาธิปไตย หาไม่เช่นนั้นการสถาปนาระบอบประชาธิปไตยดังกล่าวก็จะประสบความล้มเหลว 2.5 ส่งเสริมและรักษาความบริสุทธิ์ผุดผ่อง ของพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาประจำชาติไทย รวมทั้งศาสนาอื่นๆในประเทศ และจะเน้นหนักในการส่งเสริมให้ได้มีการปฏิบัติธรรมที่ถูกต้องเพื่อสันติสุขแห่งสังคมไทยสืบไป
3. นโยบายด้านการศึกษา พรรคเอกราช มีนโยบายที่จะสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาให้มีคุณภาพและพัฒนาสอดคล้องกับความต้องการของประเทศชาติ แก้ไขปัญหาขาดแคลนที่เรียน เปิดโอกาสให้เยาวชนของชาติได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง พร้อมปรับปรุงคุณภาพทางด้านการบริหารการศึกษาให้มีประสิทธิภาพจัดสรรงบประมาณให้เพียงพอแก่การศึกษาของชาติ สนับสนุนภาคเอกชนให้มีส่วนร่วมและจัดตั้งสถาบันการศึกษาทุกระดับ พร้อมกับส่งเสริมบุตรของผู้มีรายได้น้อยให้ได้รับการศึกษาอย่างกว้างขวาง ส่งเสริมการศึกษาด้านจริยธรรม และหลักธรรมศาสนา เพื่อพัฒนาด้านจิตใจ ดังนั้น พรรคเอกราช จึงกำหนดวิธีดำเนินการในด้านการศึกษาไว้ดังต่อไปนี้
3.1 ให้องค์กรปกครองท้องถิ่นมีส่วนร่วม ในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของสังคม ส่งเสริมการศึกษานอกโรงเรียนให้ทันสมัยยิ่งขึ้น ตลอดจนขยายการศึกษาให้เข้าถึงชนบทที่ห่างไกลอย่างทั่วถึง 3.2 ขยายการศึกษาภาคบังคับให้สูงขึ้น โดยสอดคล้องกับสภาพความเจริญพัฒนาของสังคม และเศรษฐกิจของชาติ 3.3 สนับสนุนให้มีการผลิตบุคลากร ในสาขาวิชาชีพที่ขาดแคลนและสำคัญต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต เช่น ด้านวิทยาศาสตร์ การแพทย์ วิศวกรรม เป็นต้น ให้เพียงพอทั้งปริมาณและคุณภาพ 3.4 ปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตร และกระบวนการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของโลกทั้งในปัจจุบันและอนาคต 3.5 สนับสนุนให้ผู้ที่ด้อยโอกาสและผู้พิการ มีโอกาสเข้าศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพมากขึ้นโดยพึ่งตนเองได้ 3.6 เสริมสร้างสวัสดิการ ขวัญกำลังใจ และสิทธิประโยชน์ต่างๆให้แก่ครู อาจารย์ และบุคลากรทางด้านการศึกษาทุกระดับ เพื่อให้มีความมั่นคงและภาคภูมิใจในวิชาชีพ 3.7 ปรับปรุงการบริหารและการดำเนินการทั้งปวง ของสถาบันการศึกษาให้ก้าวหน้าและคล่องตัว ตลอดจนมีอิสระในการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ
พรรคเอกราช ได้มีปณิธานที่แน่วแน่ตามอุดมคติและอุดมการณ์ของพรรคที่จะเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทยเข้ารับผิดชอบในการแก้ปัญหาของชาติ ให้ลุล่วงไปเพื่อความสถาพรของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และเพื่อส่วนรวมของชาติได้ก้าวหน้าทัดเทียมกับนานาชาติต่อไปให้ได้ แต่การที่พรรคเอกราชจะก้าวไปสู่การปฏิบัตินโยบายที่เสนอมานี้ ก็ต้องได้รับการยินยอมและการสนับสนุนจากพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่าน
ตรวจสอบรายชื่อผู้สมัคร - หมายเลข ส.ส. แบบสัดส่วน - รายชื่อผู้สมัคร ส.ส. แบบสัดส่วน ทั้ง 8 กลุ่มจังหวัด - รายชื่อผู้สมัคร ส.ส.เขต ทุกเขตจังหวัด
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ ได้ที่นี่
|
| |
 |
|