|
|
| |
ม็อบสมัชชาอีสานบุกกกต.จี้ยุบพปช. |
|
|
 |
| โดย มติชน วัน จันทร์ ที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2550 18:38 น. |
|
เลขาธิการสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัดยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต.ให้ดำเนินการยุบพรรคพลังประชาชน เนื่องจากทำผิดกฎหมายการเลือกตั้ง กกต.แจงไม่ได้ใส่เกียร์ว่างแม้มีทุจริตเกิดขึ้น ไม่ใช่ตำรวจจะไปจับกุมไม่ได้ เตรียมประสานสตช.ดูแลความปลอดภัย
 เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 17 ธันวาคม นพ.ศุภผล เอี่ยมเมธาวี เลขาธิการสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัดเครือข่ายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วยกลุ่มสมัชชาฯ จำนวน 50 คน ได้เดินทางมายังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ อาคารศรีจุลทรัพย์ เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ กกต. ให้ดำเนินการยุบพรรคพลังประชาชน เนื่องจากทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งในหลายพื้นที่ พร้อมให้กำลังใจและกระตุ้นการทำงานของกกต. พร้อมทั้งเร่งให้กกต.สรุปเรื่องการทุจริตที่ อ.พระทองคำ จ.นครราชสีมาโดยเร็ว โดยมีนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการกกต. เป็นผู้รับมอบหนังสือดังกล่าว
นายสุทธิพล ได้กล่าวกับ นพ.ศุภผล และผู้ชุมนุม ว่า เอกสารทุกชิ้นที่กกต.ได้รับมาจะนำไปมอบให้กกต. และจะดำเนินการต่อไปหากมีพยานหลักฐาน รวมทั้งขอยืนยันว่า กกต.ไม่ได้ใส่เกียร์ว่าง อย่างไรก็ตาม กกต.ไม่ใช่ตำรวจ ดังนั้น แม้มีการทุจริตเกิดขึ้น กกต.ไม่สามารถจับกุมได้ แต่กกต.กำลังสืบสวนสอบสวนเพื่อมอบพยานหลักฐานให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินการต่อไป
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ระหว่างที่นายสุทธิพลกำลังพูด ว่า 'กกต.พูดแก้ตัว จะไปโยนภาระให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อย่างไร' ผู้ชุมนุมบางคนได้ตะโกนขึ้นมา และมีผู้ชุมนุมอีกคนถามขึ้นมาว่า 'กว่าจะดำเนินการเสร็จต้องรอนานเท่าไร ต้องรออีก 3 ปีหรือต้องรอจนกว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่'
อย่างไรก็ตาม นายสุทธิพล ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับหนังสือร้องเรียนดังกล่าวแล้วว่า จะมอบหมายให้สำนักสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กกต. ให้นำเอกสารหลักฐานดังกล่าวไปสอบสวนว่า เกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียนที่กกต.กำลังสืบสวนสอบอยู่หรือไม่ เพื่อนำไปพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ ขอเรียนว่า ประเทศไทยมีกลุ่มที่มีความคิดแตกต่างหลายกลุ่ม แต่กกต.เป็นองค์กรที่อยู่ตรงกลาง ดังนั้นการทำงานของกกต.จึงต้องยึดกับพยานหลักฐานและกฎหมายเป็นสำคัญ และขอให้อย่ากดดันและรบกวนการทำงานของกกต. เพราะกกต.ต้องทำงานโดยใช้ดุลยพินิจตามกฎหมายอยู่แล้ว อาจไม่ถูกใจทุกกลุ่ม แต่ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ดังนั้น การเรียนร้องต่างๆ ก็ให้ทำภายใต้กรอบและกติกา
ส่วนการที่มีผู้ชุมนุมจำนวนมากเดินทางหน้าร้องเรียนที่สำนักงานกกต. จะถือว่า เป็นหนึ่งในแผนการล้มการเลือกตั้งหรือไม่นั้น นายสุทธิพล กล่าวว่า ต้องรับฟังไว้ แต่ยังไม่สรุปชี้ชัดลงไป เพราะหากทำเช่นนั้น จะเหมือนกับเป็นการต่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่มาด้วยความบริสุทธิ์ใจ
นายสุทธิพล ยังกล่าวอีกว่า เป็นเรื่องจำเป็นที่ต้องมีการประสานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ช่วยดูแลความปลอดภัย เพราะมีหลายกลุ่มเข้ามาเรียกร้องที่สำนักงานกกต. เช่น ม็อบที่เดินทางมาให้กำลังใจกกต. และม็อบที่มามอบพวงหรีด ส่วนการขอความคุ้มครองเฉพาะบุคคลนั้น ได้ประสานขอรถตำรวจและเจ้าหน้าที่ตำรวจรักษาความปลอดภัยจากสตช.แล้ว โดยมีทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบและในเครื่องแบบประจำการที่กกต. และมีการตรวจวัตถุระเบิดรถทุกคันที่เดินทางมาติดต่อสำนักงานกกต.ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศรักษาความปลอดภัยในช่วงเช้า ได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจปทุมวันจำนวน 30 นาย และ สถานีตำรวจสำราญราษฎร์จำนวน 12 นาย และหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากกองปราบปรามมาคอยรักษาความเรียบร้อยที่อาคารศรีจุลทรัพย์ โดยได้นำรั้วล็กสีเหลืองมากั้นบริเวณทางเข้า-ออก ทั่วอาคาร นอกจากนี้ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติและผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยของตำรวจ ได้เดินทางมาตรวจความเรียบร้อยด้วยตัวเอง
ทั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลา 9.45. น.กลุ่มผู้ชุมนุมดังกล่าวได้นำรถกระบะติดเครื่องขยายเสียงมาจอดไว้บริเวณหน้าอาคาร และได้มีการปราศรัยโดยมีเนื้อหาให้กำลังใจกกต.พร้อมทั้งโจมตีพรรคพลังประชาชนและพ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งนี้ การนำรถมาจอดเพื่อใช้ปราศรัยทำให้การจราจรหน้าอาคารศรีจุลทรัพย์ค่อนข้างติดขัด
จากนั้น เมื่อเวลา 10.05 น. รถยกของสถานีตำรวจปทุมวันได้นำรถยกมา เพื่อทำการยกรถออกจากบริเวณหน้าอาคาร แต่ผู้ชุมนุมกลับไม่ยอมจนทำให้มีปากเสียงกันขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้คลี่คลายลงเมื่อทางกลุ่มผู้ชุมนุมรับปากว่า ภายหลังจากยื่นหนังสือให้กับกกต. เสร็จแล้วจะเดินทางกลับ
อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่มีการเจรจาเพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.ปทุมวันยกรถปราศรัยไปนั้น อีกด้านหนึ่งใกล้ทางเข้าของอาคารได้มีผู้ชุมนุมและเจ้าน้าที่ตำรวจปะทะคารมกันอย่างรุนแรงจนเกือบมีการวางมวยกันเกิดขึ้น
จากนั้นเมื่อเวลา 10.45 น. นพ.ศุภผล ได้เข้ายื่นหนังสือพร้อมทั้งหลักฐานประกอบด้วย วีซีดีที่สกรีนรูป พ.ต.ท.ทักษิณ ลงบนตัวแผ่น ที่ทางกลุ่มผู้ชุมอ้างว่าเป็นวีซีดีที่ผู้สมัครพรรคพลังประชาชนใช้แจกจ่ายตอนหาเสียง นอกจากนี้ ยังมีการ์ดแนะนำตัวผู้สมัคร ซึ่งมีขนาดเท่ากับบัตรเครดิตจำนวน 4 ใบ โดยมีชื่อนายบุญจา วงศ์ไตรรัตน์ ปรากฏอยู่และมีข้อความว่า 'พ.ต.ท.ด.ร.ทักษิณ ชินวัตร คือขวัญใจประชาชน' อย่างไรก็ตาม บัตรดังกล่าวยังใช้สัญลักษณ์ของพรรคไทยรักไทยอยู่ โดยต่อมานายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. ซึ่งเป็นผู้รับมอบหนังสือดังกล่าว ทั้งนี้ ภายหลังจากที่นพ.ศุภผล ได้ยื่นหนังสือต่อพร้อมทั้งหลักฐานให้นายสุทธิพลแล้ว ไม่นานกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้ทยอยกลับไป
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|