|
|
| |
ศาลปกครองยกฟ้องล้มเลือกตั้ง ชี้เป็นอำนาจศาลฎีกา |
|
|
 |
| โดย กรุงเทพธุรกิจ วัน พฤหัสบดี ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2550 00:00 น. |
|
ศาลปกครองสูงสุด ยกฟ้องคดีที่ผู้สมัครส.ส.สัดส่วน"ความหวังใหม่-ประชาราช" ฟ้องกกต.จัดเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตไม่ชอบ ระบุเป็นอำนาจศาลฎีกาชี้ "สราวุธ"ขอหารือก่อนตัดสินใจยื่นฟ้องศาลฎีกา
ศาลปกครองสูงสุด ถนนสาทรใต้ นายวรพจน์ วิศรุตพิชญ์ ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เจ้าของสำนวน พร้อมองค์คณะมีคำสั่งไม่รับฟ้องคดีที่นายสราวุธ ทองเพ็ญ เลขาธิการพรรคความหวังใหม่ และผู้สมัครส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่ม 3 นายสุรสีห์ ผาธรรม ผู้สมัครส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่ม 4 พรรคความหวังใหม่ และนายถนอมศักดิ์ นวลเศรษฐ ผู้สมัคร ส.ส.แบบสัดส่วน กลุ่ม 6 พรรคประชาราช
ร่วมกันยื่นฟ้อง คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ทั้งคณะ เรื่องจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 15-16 ธันวาคม 2550 โดยมิชอบด้วยกฎหมาย จึงขอให้มีคำสั่งการเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม เป็นโมฆะ
โดยศาลปกครองสูงสุดพิเคราะห์แล้ว เห็นว่าศาลเห็นว่า ตามมาตรา 219 วรรค 3 แห่งรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 บัญญัติให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิ เลือกตั้งในการเลือกตั้ง ส.ส.และ การได้มาซึ่ง ส.ว. และให้ศาลอุทธรณ์มีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น
ดังนั้น คดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ในการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.ก็ดี และคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นก็ดี จึงไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลปกครอง ไม่ว่าจะเป็นศาลปกครองสูงสุดหรือสาลปกครองชั้นต้นก็ตาม แต่อยู่ในอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยของศาลฎีกาหรือศาลอุทธรณ์
เมื่อผู้ฟ้องขอให้ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาหรือมีคำสั่งเพิกถอนประกาศกกต.เรื่องการกำหนดวันเวลาลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้า ณ ที่เลือกตั้งกลางลงวันที่ 26 ต.ค.50 ห้ามไม่ให้ผู้ถูกฟ้องนับคะแนนหรือนำคะแนนในการเลือกตั้งดังกล่าว ไปรวมกับการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไปและให้ผู้ถูกฟ้องจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 นั้น จึงเป็นคดีพิพาทเกี่ยวกับการเลือกตั้งส.ส.ซึ่งอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาลฎีกา ตาม ม.219 วรรค 3 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550
ดังนั้น ศาลปกครองสูงสุดจึงไม่อาจรับคำฟ้องคดีนี้ไว้พิจารณาได้ จึงมีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ และเมื่อมีคำสั่งไม่รับฟ้องแล้วจึงไม่จำเป็นต้องพิจารณาและมีคำสั่งเกี่ยวกับคำขอฉุกเฉินเพื่อขอให้ศาลมีคำสั่งกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราว
ภายหลังนายสราวุท กล่าวว่า เมื่อศาลปกครองมีคำพิพากษาออกมาเช่นนี้ ตนก็พร้อมน้อมรับ การฟ้องคดีก็เปรียบเสมือนการหารือข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง เมื่อมีเหตุสงสัยและไม่เข้าใจในอำนาจของ กกต.ที่จัดการเลือกตั้งและเป็นผู้รักษากติกา จึงต้องยื่นฟ้องให้ศาลมีคำชี้ขาด แต่เมื่อศาลไม่รับฟ้องเพราะเห็นว่าคดีอยู่ในอำนาจศาลฎีกา ก็ต้องหารือกับฝ่ายกฎหมายอีกครั้งเพราะเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่ที่จะต้องสร้างความชัดเจนเรื่องข้อกฎหมาย
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ กรุงเทพธุรกิจ ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|