|
|
| |
'เจิมศักดิ์'พันธง สมัครจะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ได้อำนาจ ก็ปกครองประเทศไม่ได้ ! |
|
|
 |
| โดย กรุงเทพธุรกิจ วัน อาทิตย์ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2550 14:52 น. |
|
ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง อดีตส.ว. ออกบทวิเคราะห์ ฟันธง 'สมัคร'จะไม่ได้เป็นนายกฯ ถึงได้อำนาจก็ปกครองไม่ได้
ก่อนการเลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 ผมเชื่อว่านายสมัคร สุนทรเวช จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี จนคล้อยหลังวันเลือกตั้ง ผมก็ยังเชื่อว่า นายสมัครจะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี มิหนำซ้ำ ยิ่งปักใจเชื่ออีกว่า ชาตินี้ นายสมัครก็คงจะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และถึงได้อำนาจ ก็ปกครองประเทศไม่ได้
นายสมัครคงไม่พอใจความเชื่ออย่างนี้ของผม แต่ผมก็เชื่อของผมอย่างนี้ เชื่อโดยสุจริตใจ โดยเหตุผลที่ควรเชื่อหลายประการ
1. ขณะนี้ ยังไม่ทราบผลคะแนนเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ พรรคพลังประชาชนที่นายสมัครสวมหัวโขนเป็นหัวหน้าพรรคอยู่นั้น อาจจะได้รับเลือกตั้งเข้ามาไม่ถึงครึ่ง
2. หลังการเลือกตั้ง คณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องพิจารณาสอบสวนการกระทำของผู้สมัครรับเลือกตั้งจำนวนมาก หลายพรรค ซึ่งน่าจะเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง เชื่อว่าจะมีการให้ใบแดงแก่ผู้สมัครหลายคน ดูจากพฤติกรรมแล้ว พรรคพลังประชาชนอาจจะมีมากกว่า 20 คน ด้วยซ้ำไป
3. คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังจะต้องสอบสวนกรณีร้องเรียนการกระทำผิดของพรรคพลังประชาชน ที่มีประชาชนไปยื่นคำร้องพร้อมบรรยายข้อกล่าวหาอย่างแหลมคม โดยเฉพาะในข้อหาฉกรรจ์ที่บอกว่าเป็นนอมินีให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หรือกลุ่มการเมืองไทยรักไทยเดิม ซึ่งหากมีความผิดก็มีจะโทษสูงสุดถึงขั้นยุบพรรค
4. แม้พรรคพลังประชาชนชนะเลือกตั้ง มี ส.ส.ในสภามากเป็นอันดับหนึ่ง ก็ไม่แน่ว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะพรรคการเมืองอื่นๆ คงไม่อยากจะไปร่วมสังฆกรรมกับพรรคการเมืองที่มีชนักติดหลัง ทั้งยังประกาศว่าจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และจะยุติการทำงานของ คตส.ซึ่งจะถูกสังคมประนามอย่างรุนแรงว่าจะเป็นการนำประเทศหวนกลับไปสู่ความขัดแย้งแตกแยกอีกครั้ง เพียงเพื่อผลประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพรรคพวก แทนที่จะให้กระบวนการยุติธรรมทำงานต่อไป โดยให้ผู้ถูกกล่าวหาไปต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่ไปดึงเรื่องออกมา หรือฟอกตัวให้กันเองเยี่ยงนั้น
หากเป็นเช่นนี้ นายสมัครก็คงจะได้เป็นผู้นำฝ่ายค้าน
5. หากพรรคพลังประชาชนสามารถดึงพรรคพวกเครือข่ายไทยรักไทยเดิมจัดตั้งรัฐบาลได้ แม้นายสมัครจะมีตำแหน่งเป็นหัวหน้าพรรค แต่พรรคร่วมรัฐบาลอื่นก็จะมีอำนาจต่อรองสูงมาก สูงจนอาจจะปฏิเสธมิให้นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้
6. ต่อให้พรรคพลังประชาชนได้ตั้งรัฐบาลพรรคเดียว คนในพรรคพลังประชาชนเอง โดยเฉพาะอดีตคนเดือนตุลา ซึ่งเพื่อนพ้องน้องพี่ถูกล้อมฆ่าอย่างอำมหิตที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 ก็น่าจะสำนึกเห็นว่านายสมัครเป็นหัวหอก ผู้มีบทบาทในการปลุกระดม โหมกระแสขวาพิฆาตซ้าย ใส่ร้ายกล่าวหาขบวนการนักศึกษาประชาชนในธรรมศาสตร์ว่าเป็นพวกไม่จงรักภักดีและคิดร้ายต่อบ้านเมือง นำไปสู่ความแตกแยกและความรุนแรงในบ้านเมือง อาจจะยังคงหลงเหลือความละอายแก่ใจ ไม่สนับสนุนให้นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรี
7. ก่อนการเลือกตั้ง ทักษิณ อาจเห็นว่า นายสมัครผู้ชอบบทบู๊ล้างผลาญ มีประโยชน์ที่จะเป็นหัวหน้าพรรค เพราะมีพฤติกรรมขวาตกขอบ จะได้ช่วยสร้างภาพให้สมดุลกับพวกซ้ายตกขอบที่ร่วมงานอยู่กับเขา แต่หลังเลือกตั้ง เขาอาจจะสนับสนุน นายสมชาย วงสวัสดิ์ หรือ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
8. นายสมัครเป็นผู้ที่ถูกศาลอาญาพิพากษาจำคุก 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา ที่ยังไม่ต้องไปนอนอยู่ในคุกในขณะนี้ ก็เพียงเพราะว่านายสมัครได้ยื่นอุทธรณ์
ผมไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ยินว่า ประเทศไหนมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ต้องคำพิพากษาให้จำคุก
ยิ่งกว่านั้น นายสมัครยังเป็นผู้ถูกอนุกรรมการของ คตส. ตรวจสอบชี้มูลความผิดในคดีทุจริตรถดับเพลิง
หากนายสมัครเป็นผู้นำรัฐบาล และใช้อำนาจออกกฎหมายเพื่อยุติการทำงานของ คตส. ก็เท่ากับว่า นายสมัครใช้อำนาจเพื่ออุ้มตัวเอง หรือฟอกตัวเอง เพื่อให้ไม่ต้องถูกสอบสวนและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม อีกทั้งยังจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมคนบ้านเลขที่ 111 อันจะเป็นการทำลายคำพิพากษาของคณะตุลาการรรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่คนพวกนั้น บางส่วนยังไม่ได้สำนึกในการกระทำผิดของตนตามคำพิพากษาเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำ ยังคงมีพฤติกรรมแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
หากนายสมัครหรือใคร กระทำเช่นนี้ แม้จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ก็จะไม่สามารถปกครองประเทศได้
การออกกฎหมายเช่นนี้ จะกระทำได้จริงหรือ ?
กฎหมายทุกฉบับ จะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯ
9. นายสมัครคงไม่สามารถใช้อำนาจขัดขวางการทำงานของกระบวนการยุติธรรมได้สำเร็จ
ดังนั้น แทนที่นายสมัครจะไปจองห้องทำงานหรือที่จอดรถในทำเนียบรัฐบาล นายสมัครอาจจะต้องรีบโทรศัพท์ไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ เพื่อจองตำแหน่งงานในอังกฤษ
ประชาชนคงจะได้รู้ว่า ทักษิณ จะกล้าให้คนอย่างนายสมัครเป็นผู้บริหารบริษัทของตนเองหรือไม่
10. ในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจะต้องโปรดเกล้าฯ
ในประเทศอังกฤษ เคยมีกรณีที่พระราชินีไม่ทรงโปรดเกล้าฯ ชื่อที่ถูกนำเสนอโดยพรรคการเมืองเพื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีถึง 2 ครั้ง แต่ทรงเลือกผู้อื่นที่มีความเหมาะสมยิ่งกว่าขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อประโยชน์แห่งมหาชนของรัฐ
ทั้งหมดนี้ เป็นเหตุให้ผมเชื่อว่า นายสมัคร สุนทรเวช จะไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ขืนเป็นก็ปกครองประเทศไม่ได้
แม้ว่ากลุ่มคนขับรถแท็กซี่ จะเคยได้ตั้งแถวรอต้อนรับนายสมัคร พร้อมกับปรบมือ และตะโกนเชียร์นายสมัครว่า นายกฯ ของเรามาแล้ว แต่ผมก็ยังไม่เชื่อว่านายสมัครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ส่วนจะได้เป็นนายกฯ ของสมาคมคนขับแท็กซี่ หรือไม่นั้น ผมไม่ขอออกความเห็น
สุดท้าย ขอจบเรื่องที่นายสมัครอยากจะเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยคำพูดจากชื่อหนังสือของนายสมัครเอง ที่ว่า การเมืองเรื่องตัณหา
ผมอยากบอกว่า ความอยากได้ใคร่เป็น ก็คือเรื่องของตัณหา แต่การตัดสินใจเรื่องชาติบ้านเมือง เรื่องเกี่ยวกับผลประโยชน์ของมหาชนชาวสยาม จะปล่อยให้เป็นเรื่องตัณหาของนายสมัครคนเดียว หรือของ พ.ต.ท.ทักษิณคนเดียว ไม่ได้เป็นอันขาด
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ กรุงเทพธุรกิจ ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|