|
|
| |
"เติ้ง"พลิ้วไม่ตอบทำงานร่วม"หมัก"ยันตัดสินใจยึดบ้านเมืองเป็นหลัก |
 |
|
 |
| โดย คม ชัด ลึก วัน จันทร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2550 14:29 น. |
|
"บรรหาร พลิ้วไม่ตอบทำงานร่วม หมักได้หรือไม่ บอกใบ้ให้ไปย้อนอดีตสมัยสัตยาบันก่อนเลือกตั้ง 2 เม.ย.
(24ธค.) นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เดินทางไปปฎิบัติภารกิจที่บริษัท สยามเยนเนอรัลเอนจิเนียริ่งคอนซัลแตนท์ จำกัด ย่านบางขุนพรหม โดยใช้เวลาที่บริษัทประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นได้เดินทางมายังที่ทำการพรรคชาติไทย ในเวลา 12.00 น.
นายบรรหาร ให้สัมภาษณ์ว่า ขอให้เห็นใจตนบ้าง เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลอะไร เพราะเมื่อคืนนอนตี 2 ตี 3 พึ่งตื่นเมื่อ 10.00 น.ข้อมูลจึงยังไม่มีและไม่มีอะไรคืบหน้าไปกว่านั้น เพราะการประสานงานไม่ใช่ง่ายๆไม่ใช่ว่าใครต่อใครจะตอบตกลงได้ มันต้องมีการพิจารณาให้รอบคอบ ดังนั้นการจัดตั้งรัฐบาลมันจึงไม่ง่าย บางทีเกือบ 15 วันจึงจะเสร็จในการรวบรวมพรรค
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ติดต่อมาบ้างหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่ทราบครับ เมื่อถามว่า พรรคพลังประชาชนเชิญพรรคชาติไทยมาอย่างเป็นทางการเมืองหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ไม่มีครับ
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า อะไรเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ต้องคิดหนักในขณะนี้ นายบรรหาร กล่าวว่า น้องๆ คงต้องมาลงการเมืองกับตนแล้วไปด้วยกัน จะได้รู้ว่าอะไรหนักหรือไม่หนัก มันตอบยาก ไม่ง่าย
ต่อข้อถามว่า เมื่อประกาศจับมือกับพรรคเพื่อแผ่นดินแล้ว จะจับมือกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา และมัชฌิมาธิปไตยอีกหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตรงนี้แหละที่ตนบอกว่ายังไม่มีข้อมูล แต่อย่างไรก็ตามเมื่อคืนวันที่ 23 ธ.ค.ตนได้แถลงข่าวไปแล้ว
เมื่อถามว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประสานสายสัมพันธ์กับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนาได้ดีหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า พล.ต.สนั่นกำลังทำงานอยู่ และตนก็ยังไม่ได้เจอกับพล.ต.สนั่น จึงยังไม่ทราบอะไร
เมื่อถามถึงกระแสข่าวว่า ขณะนี้พรรคพลังประชาชน จะไม่เอาพรรคชาติไทยกับพรรคเพื่อแผ่นดิน นายบรรหาร กล่าวว่า ก็ไม่เป็นไร ก็ไปชวนใครซิ นี่เป็นการตั้งคำถามของสื่อมวลชนเองนะ ซึ่งอย่างนี้มีการตั้งคำถามให้ชนกัน ซึ่งตนไม่มีความเห็น
ถามว่า แนวทางการทำงานของพรรคชาติไทย สามารถทำงานร่วมกับนายสมัครได้หรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า เอะ ไม่ทราบนะ คืออยากให้ย้อนนึกไปถึงตอนที่เราจะทำสัญญาสัตยาบันรวมกัน 4 พรรค และเชิญทางโน้นมา โดยเชิญให้เราไปที่รัฐสภา เราก็ไม่ลงนาม ซึ่งคราวนี้ก็มาในรูปแบบเดียวกัน เอาแค่นี้พอ การตัดสินใจอะไรต้องคำนึ่งถึงบ้านเมืองเป็นหลัก และความถูกต้อง ก็ถือเป็นสำคัญ นายบรรหาร กล่าว
นายบรรหาร กล่าวว่า ต้องขอบคุณประชาชนทั่วประเทศ ที่กรุณาลงคะแนนให้พรรคชาติไทย ซึ่งเดิมตนประเมินไว้ว่าได้ไม่ต่ำกว่า 30 เสียง แต่นี่ได้เกินมาก็ดีใจนิดหน่อย ได้เฉียด 40 คนก็ค่อยยังชั่ว เพราะถ้าต่ำกว่า 30 คนก็แย่ แต่เท่าที่ประเมินก็หายไปเกือบ 20 คน และเท่าที่ดูเช้านี้แม้แต่นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ผู้สมัครร้อยเอ็ด ก็ยังหายไปอีกคน ส่วนจังหวัดชลบุรีตอบได้ยาก เป็นไปตามกระแสมากกว่า และตนก็ไม่ได้ไปปราศรัยที่นั่นด้วย ซึ่งแต่เดิมตั้งใจไว้ว่าจะไปชี้แจงให้ชาวชลบุรีได้ทราบว่าอะไรเป็นอะไร แต่ไม่มีโอกาส อย่างไรก็ตามเราอาจจะประมาทไปบ้างพอสมควร
เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.จณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ ผู้สมัครส.ส.ดอนเมือง สอบตกทั้งที่โพลบรรหารบอกตลอดว่าได้ นายบรรหาร กล่าวว่า ผลโพลทุกแห่งที่ออกมาก็มีชื่อ น.ส.จณิสตาติดมาด้วยกันทั้งนั้น แต่เมื่อเจอ 2 วันสุดท้าย ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร พลิกไปแบบนี้มันก็ช่วยอะไรไม่ได้ ที่กะไว้จะได้ก็ไม่ได้ ส่วนที่คนที่กะว่าไม่ได้ก็ได้ขึ้นมา ทุกสมัยเป็นอย่างนี้เหมือนกันหมด
ผู้สื่อข่าวถามว่า เกี่ยวกับการซื้อเสียงหรือไม่ นายบรรหาร กล่าวว่า ตนไม่ทราบ
เมื่อถามว่า ถึงขณะนี้ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ที่นับถือมานานกว่า 30 ปีแล้วหรือไม่ นายบรรหาร ปฎิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว แล้วเดินขึ้นห้องทำงานที่พรรคทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการทำสัญญาสัตยาบันรวมกัน 4 พรรค (ประชาธิปัตย์ ชาติไทย มหาชน ไทยรักไทย) ที่นายบรรหารกล่าวถึงนั้น หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้ง 2 เม.ย.2549 โดยเมื่อวันที่ 26 ก.พ.2549 อดีตพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้เสนอให้พรรคไทยรักไทยร่วมลงสัตยาบันแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยให้ไปร่วมลงสัตยาบันกันที่รัฐสภา ในวันที่ 27 ก.พ. แต่ปรากฎว่า พรรคไทยรักไทยไม่รับข้อเสนอดังกล่าว โดยมีเงื่อนไขว่าการลงสัตยาบันต้องทำร่วมกันทั้งหมด 20 พรรค ไม่ใช่ทำแค่เพียง 4 พรรคเท่านั้น ดังนั้นพรรคร่วมฝ่ายค้านจึงปฎิเสธ และบอยคอตการเลือกตั้งดังกล่าว
คลิกชม : ภาพบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|