|
|
| |
"บรรหาร-สุวิทย์-สนั่น"แถลงรอดูผลกกต.ประกาศรับรองส.ส.ก่อน |
 |
|
 |
| โดย คม ชัด ลึก วัน จันทร์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2550 00:00 น. |
|
"บรรหาร-สุวิทย์-สนั่น" แถลงผลการหารือระหว่างพรรคชาติไทยกับเพื่อแผ่นดิน ตกลงรอดูผลการประกาศรับรองผลการเลือกตังของกกต.ก่อน มัชฌิมาฯตั้ง 3 กุนซือ อนงค์วรรณนำทีมเจรจาหากมีประสานร่วมตั้งรัฐบาล แกนนำเพื่อแผ่นดินเสียงแตก สุเทพไม่เชื่อพลังประชาชนฟอร์มทีมได้
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 24 ธันวาคม นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้เดินทางออกจากบ้านพักย่านจรัญสนิทวงศ์ เพื่อไปยังบ้านของนายวัฒนา อัศวเหม ซอยสวนหลวง เขตประเวศ เพื่อหารือร่วมกันระหว่างพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน อาทิ นายบรรหาร ศิปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ปรึกษาพรรคชาติไทย นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน นายวัฒนา อัศวเหม ที่ปรึกษาพรรคเพื่อแผ่นดิน นายสุรเกียรติ เสถียรไทย นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ พล.ตงอ.ประชา พรหมนอก และนายปรีชา เลาหพงษ์ชนะ มารับประทานอาหารร่วมกัน พร้อมทั้งมีการหารือสถานการณ์การเมือง
จากนั้น เมื่อเวลา 20.30 น. นายบรรหาร พร้อมด้วยนายสุวิทย์ พล.ต.สนั่น แถลงข่าวร่วมกัน โดยนายบรรหาร กล่าวว่าทั้งพรรคเพื่อแผ่นดิน และพรรคชาติไทยจะยังจับมือเดินไปด้วยกันและจะนำเรื่องการตัดสินให้ใบเหลืองใบแดงในการตัดสิน โดยยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะเลือกอยู่ฝ่ายพลังประชาชน หรือ พรรคประชาธิปัตย์
ด้านนายสุวิทย์ กล่าวว่า นายสุรเกียติ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการต่อรองจัดตั้งรัฐบาล และขอยืนยันว่า ตนไม่ได้ป่วยหนักเป็นโรคความดันโลหิตสูงถึง 220 มิลลิเมตรปรอท จนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่ขณะนี้กำลังใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวที่ กทม. ก่อนที่จะเข้าประชุมกับคณะกรรมการบริหารพรรคในวันพรุ่งนี้ (25 ธ.ค.) เวลา 10.00 น. และจะแถลงข่าวด้วยตนเองถึงจุดยืนที่ชัดเจนของพรรค ในเวลา 11.00 น. ว่าจะเข้าร่วมจับมือกับพรรคการเมืองใด และจะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล
และมีรายงานล่าสุดว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนเดินทางออกจากบ้านพักซอยนวมินคร์ 81 ย่านบึงกุ่มแล้ว แต่ยังไม่ทราบว่าจะเดินทางไปที่ใด
ทั้งนี้เมื่อเวลา 16.00 น.นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค อาทิ นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรค นายอัมรินทร์ คอมันตร์ รองหัวหน้าพรรค นายสุนทร วิลาวัลย์ รองหัวหน้าพรรค ร.อ.รชฏ พิสิษฐบรรณกร รองเลขาธิการพรรค พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รองหัวหน้าพรรค นางรัตนาภรณ์ ธรรมโกศล กรรมการบริหารพรรค นางมาลีรัตน์ แก้วก่า กรรมการบริหารพรรค นายศิลปิน บูรณศิลปิน เหรัญญิกพรรค รวมทั้งนายสมศักดิ์ ซึ่งเข้าไปร่วมสังเกตการณ์ในห้องประชุมด้วย
จากนั้นเวลา 16.40 น. นางอนงค์วรรณ ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงสถานการณ์ภายหลังการเลือกตั้งและกำหนดท่าทีของพรรคว่าจะดำเนินการทางการเมืองอย่างไร หากได้รับการทาบทามร่วมรัฐบาล ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติแต่งตั้งนายสุนทร วิลาวัลย์ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รองหัวหน้าพรรค และตนเป็นทีมเจรจาและประสานกับพรรคการเมืองที่ประสานมา
อย่างไรก็ตามจนถึงขณะนี้ยังไม่ได้ตอบรับที่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน เพราะยังไม่มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการ แต่ยอมรับว่ามีการโทรศัพท์พูดคุยให้กำลังใจกันบ้างระหว่างผู้สมัครต่างพรรคตามประสาเพื่อนฝูงปลอบใจกับคนสอบตกและยินดีกับคนที่สอบได้
อย่างไรก็ตามในที่ประชุมนายประชัยไม่ได้ชี้นำเรื่องการเจรจาร่วมรัฐบาล แต่ตนเชื่อว่าการเจรจาคงไม่จบลงในครั้งเดียว โดยภายหลังการเจรจาทั้ง 3คนจะต้องรายงานให้หัวหน้าพรรคทราบ
ส่วนกระแสข่าวที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่งนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย เจรจากับนายสมศักดิ์ เทพสุทิน เพื่อให้ว่าที่ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนนั้น นางอนงค์วรรณ กล่าวว่า ไม่อยากให้เชื่อมโยงกัน เพราะนายสมศักดิ์และนายสุริยะเป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานหลายปี และได้มีการโทรศัพท์ติดต่อกันอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เรื่องใหม่ ตนจะลอง ไปสอบถามนายสมศักดิ์ให้
ผู้สื่อข่าวถามว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ระบุว่าพรรคมัชฌิมาฯตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลแล้ว นางอนงค์วรรณ กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบนายสมัครได้ประกาศเชิญทุกพรรคเข้าร่วมผ่านสื่อส่วนของพรรคทั้ง 3 คนต้องหารือร่วมกันก่อนว่าจะทำอย่างไร
เมื่อถามว่าหากร่วมรัฐบาลจะขอโควต้ารัฐมนตรีกระทรวงใดบ้าง นางอนงค์วรรณ กล่าวว่า ตนไม่อยากก้าวล่วง และเห็นว่าทุกพรรคก็ต้องการร่วมรัฐบาลเพราะจะสามารถทำตามแนวนโยบายของพรรคได้ ยังไม่อยากพูดเรื่องโควต้า เพราะจะถูกมองภาพไม่ดีว่าต้องการเป็นรัฐมนตรีเราเป็นพรรคเล็กต้องประมาณตน
ถามว่า ได้มีการพูดคุยเรื่องการสอบตกของหัวหน้าพรรคหรือไม่ นางอนงค์วรรณ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดถึง เรายินดีกับคนที่สอบได้มากกว่า ส่วนได้มีการประเมินผลการเลือกตั้งร่วมกันหรือไม่ว่าเหตุใดพรรคจึงได้ที่นั่ง ส.ส. น้อย นางอนงค์วรรณ กล่าวว่า ขอเก็บเรื่องนี้ไว้ในใจ ไม่อยากโทษกันไปมา และต้องยอมรับความจริง และต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องดังกล่าวเป็นการภายใน
อย่างไรก็ตามยืนยันว่า ว่าที่ส.ส. ทั้ง 7 คน ของพรรคจะไม่ย้ายไปจากพรรคแน่นอน
ด้านพ.ต.ท.บรรยิน กล่าวว่า หากประสานกับพรรคพลังประชาชนคงติดต่อผ่านทางนพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค และคงต้องหารือเรื่องนโยบายที่นายสมัคร ประกาศไว้ว่าจะออกกฎหมายนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และแก้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ซึ่งส่วนตัวเห็นด้วยกับการแก้กฎหมายนิรโทษกรรม
ทั้งนี้นายประชัยให้แนวทางในการเจรจาว่า ต้องให้พรรคที่ไปเจรจายอมรับนโยบายเศรษฐกิจของพรรคเพื่อนำไปผลักดัน อย่างไรก็ดีเชื่อว่าจะทราบผลการเจรจาร่วมรัฐบาลประมาณกลางสัปดาห์นี้ นายประชัยยังยืนยันที่จะเป็นหัวหน้าพรรคต่อไปโดยยังไม่เปิดทางให้ใครขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคแทน ส่วนว่าที่ ส.ส. ของพรรค ยืนยันที่จะไม่ย้ายพรรค เพราะหากย้ายจะหมดสมาชิกภาพการเป็น ส.ส. ตามกฎหมาย แต่ก็มีเอกสิทธิ์ที่จะออกความเห็น และกำหนดทิศทางทางการเมืองว่าจะร่วมงานกับพรรคการเมืองใดก็ได้อย่างเสรี
นายประชัย กล่าวภายหลังการประชุมด้วยสีหน้าเคร่งเครียดว่า ตนให้สิทธิ์ว่าที่ส.ส. ทั้ง 7 คน ที่จะตัดสินใจร่วมงานกับพรรคการเมืองใด และขณะนี้ยังไม่ได้ตอบรับร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนเพราะยังไม่ได้มีการประสานเข้ามา
นายสุนทร กล่าวว่า การเจรจาเพื่อร่วมรัฐบาลครั้งนี้ยืนยันว่าว่าที่ส.ส.ทั้ง 7 คน จะไม่ยอมรับเงินเพื่อขายตัวให้กับพรรคพลังประชาชน ถ้าจะร่วมรัฐบาลกันก็เพราะเห็นว่าจะสามารถทำงานกันได้ ระหว่างนี้การเจรจาติดต่อเพื่อร่วมรัฐบาลของเราทั้ง 3 คน สามารถแยกกันไปเจรจา แต่ต้องมาแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อให้ได้ผลสรุปไปในแนวทางเดียวกัน เพื่อเสนอให้นายประชัยตัดสินใจ ซึ่งนายประชัยได้ให้อำนาจตนตัดสินใจอย่างเต็มที่เพราะไว้ใจ
ส่วนเงื่อนไขที่จะเข้าร่วมรัฐบาลเชื่อว่าก็ต้องมีการเสนอตำแหน่งรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยให้บ้าง ซึ่งนายประชัยแม้ไม่ได้เป็นส.ส.ก็ไม่ได้มีกฎหมายห้ามเป็นรมต.หรือรมช. หากว่าที่ส.ส. 7 คนได้เข้าสภาก็จะรวมกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น เพราะกว่าจะได้เป็นส.ส.ต้องดิ้นกันมามาก
แกนนำเพื่อแผ่นดินเสียงแตกเลือกจับขั้วรัฐบาล
ความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อแผ่นดิน ผู้สื่อข่าวรายงานตลอดทั้งวันนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคยังคงเก็บตัวไม่เดินทางเข้ามายังที่ทำการพรรค แต่ได้นัดหารือกับแกนนำคนอื่น ๆ ถึงแนวทางของพรรค โดยขณะนี้แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดินได้มีความเห็นแตกออกเป็น2 ฝ่าย ฝ่ายหนึ่งที่นำโดยนายสุวิทย์ คุณกิตติ นายพินิจ จารุสมบัติ และนายปรีชา เลาหพงษ์ชนะ เห็นว่าพรรคควรตัดสินใจทางการเมืองเพื่อไปรวมกับพรรคพลังประชาชนในทิศทางที่คนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการ และเห็นควรให้เร่งแสดงท่าทีตอบรับการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน เพราะไม่ไว้วางใจในท่าทีของพรรคชาติไทยโดยเฉพาะนายบรรหาร ศิลปอาชา ที่เดินเกมต่อรองชั้นเชิงเหนือกว่าพรรคเพื่อแผ่นดินโดยอ้างว่าพรรคเพื่อแผ่นดินเปรียบเสมือนพรรคนอมินีของพรรคชาติไทย
ขณะที่อีกฝ่ายนำโดยนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย และนายวัฒนา อัศวเหม คัดค้านว่ายังไม่ควรตัดสินใจเข้าร่วมกับพลังประชาชนจนกว่าจะทราบผลใบแดงใบเหลืองที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตัวเลขส.ส.หลายสิบที่นั่ง และเห็นว่าพรรคควรจับมือกับพรรคชาติไทยเพื่อเพิ่มอำนาจต่อรองทางการเมือง เพราะมองถึงความเป็นไปได้ที่จะจับขั้วกับพรรคประชาธิปัตย์ในการจัดตั้งรัฐบาลได้เช่นกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้ ในช่วงเที่ยงของวันที่ 24 ธ.ค.ได้มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มหนึ่งที่เป็นกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ร้านอาหารอิตาเลียน หลังสวน ถ.เพลินจิต โดยนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย ได้นัดรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับ น.พ. พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ นายวชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ และนายภัทรศักดิ์ โอสถานุเคราะห์ รวมทั้งปรึกษาหารือ ในเรื่องดังกล่าวด้วย
เบื้องต้นเห็นว่า กลุ่มไม่สามารถเข้าร่วมทำงานกับพรรคพลังประชาชนได้ เนื่องจากแนวทางการทำงานของพรรคพลังประชาชนไม่สอดคล้องกับนโยบายพรรคคือความสมานฉันท์ การที่ทั้งสองกลุ่มมีความคิดที่แตกต่างกันเช่นนี้ ทางแกนนำบริหารภายในพรรคทั้งสองกลุ่ม จะหารือร่วมกันในช่วงค่ำ ที่บ้านของแกนนำพรรคคนหนึ่ง เพื่อหารือเพื่อหาข้อสรุปในเรื่องอีกที เนื่องจากนายสุวิทย์ ได้ตัดสินนัดประชุมกรรมการบริหารพรรคและว่าที่ส.ส.ของพรรคเพื่อแผ่นดินเพื่อหารือถึงท่าทีทางการเมืองในวันอังคารที่ 25 ธ.ค.เวลา 10.00 น.โดยนายสุวิทย์จะเป็นผู้แถลงข่าวถึงความชัดเจนของพรรคด้วยตัวเองในเวลา 11.00 น.วันเดียวกันด้วย
คนใกล้ชิดของนายสุวิทย์ คุณกิตติ ว่า หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินเปิดเผยว่า ช่วงบ่ายนายสุวิทย์เดินทางกลับไปขอบคุณประชาชนที่ลงคะแนนให้แม้จะไม่ได้รับชัยชนะ ซึ่งนายสุวิทย์ยังหวังว่าในเขต3จ.ขอนแก่นจะมีการแจกใบแดงเป็นจำนวนมากและหากมีการเลือกตั้งใหม่ก็จะได้รับเลือกตั้งกลับมา ทั้งนี้นายสุวิทย์ยืนยันว่าศึกครั้งนี้ยังไม่จบอย่างแน่นอน และพรรคเพื่อแผนดินก็ตอบรับจะเข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชนไว้แล้วเช่นกัน
ช่วงเย็นวันเดียวกัน นายวัชระ พรรณเชษฐ์ เลขาธิการพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวว่า เวลานี้ยังไม่มีข้อยุติใดๆ คาดว่าในวันพรุ่งนี้ (25ธ.ค.)ซึ่งเป็นวันนัดประชุมกรรมการบริหารพรรคและว่าที่ส.ส.เพื่อหารือถึงทิศทางการเมืองและหาข้อสรุปร่วมกันน่าจะมีความคืบหน้าอีกระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตามยอมรับว่าขณะนี้สมการการเมืองเป็นไปได้ทั้งนั้น พรรคเองก็ตอบรับอย่างไม่เป็นทางการกับทุกพรรคเพราะทุกคนก็เพื่อนกันทั้งนั้น แต่ท้ายสุดตัวเลขส.ส.จะเป็นอย่างไรจะมีใบแดงใบเหลืองเท่าไหร่จะเป็นดัชนีชี้วัดการตัดสินใจขั้นสุดท้าย
นายวัชระ ยังกล่าวกรณีที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่า ขณะนี้หัวหน้าพรรคมีกำลังใจที่เข้มแข็งขึ้นและดีขึ้นมาก และพร้อมที่จะเป็นผู้นำพรรคต่อไป ส่วนที่ผลการนับคะแนนที่ตกลงไปอย่างน่าตกใจนั้น ถือเป็นเรื่องธรรมดาของการทำงานที่มีขึ้นมีลง ประกอบกับท่านหัวหน้าพรรคเองมีเวลาลงพื้นที่หาเสียงในพื้นที่ตนเองน้อยมาก เพราะจะต้องไปช่วยลูกพรรคหาเสียงในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ เลยทำให้การลงพื้นที่ขอนแก่นไม่ทั่วถึง อีกทั้งความใหม่ของพรรค และกระแสความนิยมของพลังประชาชนที่มาแรง จึงทำให้คะแนนของหัวหน้าพรรคคะแนนตกลงไป
ต่อข้อถามถึงความเห็นที่แตกอกเป็นสองฝ่าย นายวัชระ ตอบว่า ทุกที่ย่อมมีหลายความเห็น หลายพื้นเพ ต้องมาจูนเข้าหากันด้วยเหตุด้วยผล เชื่อว่าสุดท้ายจะตกลงกันได้และจะมีทิศทางเดียวกัน เมื่อถามต่อถึงกรณีนพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ว่าที่ส.ส.นราธิวาส พรรคเพื่อแผ่นดินประกาศไม่เข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชน นายวัชระ กล่าวว่า ยังมีเวลาคุยกัน ต้องคุยกันด้วยเหตุผล ต้องเอาเหตุผลของนพ.แวมาฮาดีไปแจ้งให้พรรคแกนนำได้รับทราบว่ารับได้หรือไม่ เราขออย่างนี้ ห่วงเรื่องนี้ทำได้หรือไม่
เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะควบคุมส.ส.ของพรรคให้เป็นไปในทิศทางเดียวกันได้หรือไม่ นายวัชระ กล่าวว่า มั่นใจว่าคุยกันได้ ในวันพรุ่งนี้ก็จะเปิดอกคุยกันเพื่อวิเคราะห์ถึงปัญหาในแต่ละพื้นที่ สุดท้ายกรรมการบริหารพรรคจะตัดสินอย่างไรสมาชิกต้องยอมรับ
ผู้สื่อข่าวถามว่าเลขาธิการพรรคพลังประชาชนออกมาแถลงว่ามีพรรคการเมืองตอบรับเข้าร่วมรัฐบาลแล้ว นายวัชระ ตอบว่า เราก็พูดคุยกับทุกพรรค ซึ่งเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ที่พรรคใหญ่จะเปิดเกมช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมืองอย่างนี้ แต่สุดท้ายผลสรุปจะออกมาอย่างไรในขณะนี้พรรคเรายังไม่สามารถตอบได้ เพราะทุกแนวที่เกิดขึ้นในเวลานี้มีความเป็นไปได้ทั้งหมด การพลิกผันว่าเราจะไปอยู่กับใครนั้นสามารถพลิกไปพลิกได้ทั้งหมด เพราะอย่าลืมว่าในเวลานี้มีตัวแปรเกิดขึ้นจำนวนมาก
ช่วงเย็นวันเดียวกันได้เกิดข่าวแพร่สะพัดว่านายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เกิดอาการป่วยกระหันจากความเครียดหลังจากที่ทราบผลว่าตัวเองสอบตกในพื้นที่เลือกตั้งที่ลงสมัคร จากข่าวที่ออกมาทำให้คนที่รู้จักและคุ้นเคยกับนายสุวิทย์ ได้โทรศัพท์สอบถามด้วยความเป็นห่วง
นายสุวิทย์ กล่าวว่า ข่าวดังกล่าวได้สร้างความแปลกใจให้กับตนอย่างมาก เพราะขณะนี้สุขภาพของตนยังดีอยู่ไม่ได้มีอาการป่วยแต่อย่างใด และเรื่องการสอบตกก็ไม่ได้รู้สึกหนักใจยอมรับว่าห่างหายจากพื้นที่ไปนานประกอบมีกระแสสงสารพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตนเยอะ โดยในวันที่ 25ธ.ค.ที่จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคเพื่อประเมินตัวเลจส.ส.และสรุปภาพรวมปัญหาการเลือกตั้งในพื้นที่ ส่วนการเข้าร่วมรัฐบาลตอนนี้ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคใดหรือใครทั้งสิ้น
สุเทพไม่เชื่อพลังประชาชนฟอร์มทีมรัฐบาลได้
เมื่อเวลา 17.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากที่พรรคพลังประชาชนแถลงข่าวว่า สามารถรวมเสียงได้เกินครึ่งว่า ขณะนี้ไม่เชื่อ เพราะเชื่อว่าแต่ละพรรควันนี้ถ้าจะตัดสินใจอะไรก็ต้องอยู่ที่คะแนนสุดท้ายคือ วันที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรับรองหรือไม่รับรองส.ส. ซึ่งคิดว่าคงอีกหลายวันกว่ากกต.จะตรวจสอบเสร็จ และรับรองหรือไม่รับรอง
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|