|
|
| |
พผ.ตั้งผู้ประสานจัดตั้งรัฐบาล "วัฒนา"บอกไม่รู้จัก"สมัคร" |
 |
|
 |
| โดย คม ชัด ลึก วัน อังคาร ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2550 16:45 น. |
|
เพื่อแผ่นดิน ตั้ง"สุวิทย์-วัฒนา-ประชา"ตัวแทนประสานจับขั้วการเมือง ย้ำไม่รีบตัดสินใจเลือกข้างฟอร์มรัฐบาล ระบุตัวเลข 280 ที่พปช.ประกาศไม่รู้เรื่องด้วย ด้านเจ้าพ่อปากน้ำยันแกนนำพผ.ไม่มีแตก แถมลอยหน้าบอกไม่รู้จักคนชื่อสมัคร สุนทรเวช
(25ธค.) นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อแผ่นดิน เพื่อกำหนดจุดยืนทางการเมืองของพรรค ว่า ในขณะนี้สถานะการณ์ทางการเมืองของประเทศ มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค จึงมีความเห็นว่า จำเป็นต้องกำหนดตัวบุคลากรของพรรคขึ้นมาทำหน้าที่ตัดสินใจ ในการกำหนดทิศทางทางการเมืองของพรรค ให้ทันต่อสถานการณ์ ดังนั้นพรรคจึงได้มอบหมายให้ ตน ในฐานะหัวหน้าพรรรค พร้อมด้วยนายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน และพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ประธานคณะที่ปรึกษาพรรคฯ เป็นผู้ตัดสินใจ และกำหนดทิศทางจุดยืนของพรรค ในการที่จะเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาล โดยการตัดสินใจของตัวแทนพรรคที่จะไปทำหน้าที่นี้ จะต้องยึดถือผลประโยชน์ของชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ในการพัฒนาระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่จำเป็นจะต้องยึดถือเป็นสำคัญ คือความมีเสถียรภาพทางการเมืองที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งการพัฒนาเศรษฐกิจที่ประชาชนทั้งประเทศกำลังรอคอยอยู่ โดยเฉพาะในเรื่องปากท้องของประชาชน
นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า การตัดสินใจของพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่จะเข้าร่วมกับพรรคการเมืองใดนั้น คงจะต้องรอให้ตัวเลขจำนวน ส.ส. ที่จะออกมานิ่งเสียก่อน หลังจากนั้นค่อยมาตัดสินใจ โดยพรรคจะยึดถือตามแนวทางที่ได้กำหนดเอาไว้ การตัดสินใจทั้งหมด เราจำเป็นที่จะต้องมีการพูดคุยกัน ระหว่างพรรคการเมืองทุกๆ พรรค ว่าแต่ละพรรคจะมีการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองอย่างไร สิ่งที่เราต้องการเห็นมากที่สุดในเวลานี้ ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองจะต้องยุติ ปัญหาการเผชิญหน้าก็จะต้องยุติ และความสมานฉันท์เกิดขึ้นในประเทศชาติได้ การเมืองจำเป็นจะต้องมีเสถียรภาพ ในการบริหารประเทศชาติ เรื่องเหล่านี้ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญ
ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวทางของการตัดสินใจของตัวแทนของพรรคทั้ง 3 คน จำเป็นจะต้องสอดคล้องกับพรรคชาติไทยหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า การปรึกษาหารือกับพรรคการเมืองต่างๆ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ถือว่าเป็นเรื่องผิดปกติอะไร แต่กระบวนการตัดสินใจเมื่อมีการพูดคุยกัน ก็มีการแลกเปลี่ยนความเห็นกัน ถือว่าเป็นเรื่องปกติธรรมเช่นกัน แต่การตัดสินขั้นสุดท้าย ขอให้เป็นการตัดสินใจของแต่ละพรรค
วันนี้เราคงจะเห็นท่าทีของแต่ละพรรคการเมืองไปแล้ว ว่ามีท่าทีอย่างไรบ้าง ส่วนความชัดเจนผมคาดว่าน่าจะมีความชัดเจนมากยิ่งในเร็ววันนี้ นายสุวิทย์ กล่าว
ต่อข้อถามว่า ท่าทีในการแถลงครั้งนี้ ดูเหมือนจะสอดคล้องกับการแถลงของ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ที่ออกมาระบุว่า ปิดประตูเป็นฝ่ายค้าน นายสุวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้คงจะขึ้นอยู่กับจำนวน ส.ส.ที่แต่ละพรรคจะได้รับไป ส่วนที่พรรคพลังประชาชน ออกมาแถลงว่ามีตัวเลข ส.ส.ในการจัดตั้งรัฐบาล 280 ที่นั่ง ตนไม่ทราบว่าพรรคพลังประชาชน เอาตัวเลขมาจากไหน ดังนั้นในขณะนี้ตนจึงไม่อยากให้มีการคาดเดากัน เพราะขณะนี้สถานการณ์ทางการเมือง สามารถเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว จึงอยากให้ทุกคนคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติ ส่วนตัวเลขของแต่ละพรรคก็ยังไม่นิ่ง ถ้าตัวเลข ส.ส.นิ่งเมื่อไร เราก็คงเห็นความชัดเจน
ผู้สื่อข่าวถามว่า การกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นปัจจัยในการเข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชนด้วยหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ยังไม่ได้นำมาพูดคุยกัน วันนี้ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค เพียงแต่มอบหมายให้ตน มาทำหน้าที่เป็นตัวแทนพรรคเท่านั้น ส่วนการพูดคุยกับพรรคการเมืองอื่นๆ ในขณะนี้ ก็ยอมรับว่ามีการพูดคุยกัน แต่ทั้งหมดนี้ยังไม่ได้มีการตัดสินใจ
เมื่อถามว่า การเข้าร่วมรัฐบาลระหว่างพรรคพลังประชาชน กับพรรคประชาธิปัตย์ คิดว่าร่วมงานกับพรรคใดจึงจะมีเสถียรภาพมากกว่ากัน นายสุวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องฟังเสียงจากหลายๆด้าน มาประกอบการพิจารณา
ต่อข้อถามว่า การที่หัวหน้าพรรคไม่ได้เป็น ส.ส. จะทำให้มีปัญหาการควบคุมเสียงของ ส.ส.พรรคหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า เชื่อว่าขณะนี้ ส.ส.มีความรับผิดชอบค่อนข้างสูง จึงไม่ค่อยเป็นห่วงในเรื่องนี้ ส่วนกรณีการแสดงจุดยืนไม่ร่วมงานกับพรรคพลังประชาชน ของนพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ นายสุวิทย์ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน แต่ในการประชุมกรรมการบริหารพรรค ได้มีการคุยกันว่า หากสมาชิกมีความเห็นอย่างไร ก็ขอให้นำความเห็นต่างๆเข้าสู่ที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค เพื่อให้ความเห็นเป็นไปในแนวทางเดียวกัน อีกทั้งจะนำความเห็นเหล่านั้นมาประกอบการตัดสินใจว่า ท้ายสุดพรรคจะดำเนินกิจกรรมร่วมกับพรรคใด ส่วนตัวยอมรับว่า ความคิดเห็นของสมาชิกพรรคทุกคน มีความสำคัญที่ต้องรับฟัง แต่สิ่งสำคัญสุดคือ ประเทศชาติที่จำเป็นนำมาประกอบการตัดสินใจขั้นสุดท้าย ความเห็นหลากหลายถือเป็นเรื่องปกติ ไม่ควรนำความเห็นที่แตกต่างมากลายเป็นความขัดแย้งและแตกแยก จนนำไปสู่ความเสียหายดั่งเช่นอดีตที่ผ่านมา
เมื่อถามว่า จะปิดรับฟังความเห็นจากสมาชิกช่วงไหน นายสุวิทย์ กล่าวว่า จะรับฟังความเห็นไปเรื่อยๆ ไม่ปิดกั้น โดยในวันพฤหัสที่ 27 ธ.ค.นี้เวลา 10.00 น.จะเรียกประชุมกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกพรรค รวมทั้ง ส.ส.ที่ได้รับการคัดเลือก และไม่ได้คัดเลือกมาประชุม ขอย้ำว่าพรรคยึดแนวทางจะยุติปัญหาความขัดแย้ง สร้างความสมานฉันท์เป็นหลักอยู่เหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง วันนี้ต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไรให้บ้านเมืองมีเสถียรภาพ ยุติความขัดแย้งเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาของสังคม
ถามว่า จนถึงขณะนี้คิดว่าพรรคการเมืองขนาดใหญ่ แสดงท่าทีตอบรับความสมานฉันท์แล้วหรือยัง นายสุวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้จำเป็นต้องพูดคุยกันในรายละเอียด และจำเป็นต้องนำมาเป็นประเด็นในการจะตัดสินใจด้วย ส่วนความเห็นของพล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม ที่ระบุว่าคนกรุงเทพเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลนั้น ตนเห็นว่า การตั้งรัฐบาลไม่ได้ฟังเสียงจากคนพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งเท่านั้น แต่ต้องฟังเสียงของคนทั้งประเทศ
ต่อข้อถามว่า จนถึงขณะนี้พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ตอบรับการเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนแล้วหรือยัง นายสุวิทย์ กล่าวว่า การจะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคการเมืองใด จะต้องนำความเห็นเข้าสู่คณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อรับรอง แต่ขณะนี้ยังไม่มีการนำความเห็นเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ยังไม่มีบุคคลของพรรคไปเจรจา หรือตกลงกับพรรคการเมืองใดอย่างเป็นทางการ เพราะการพิจารณาทั้งหมดจะต้องมีขั้นตอน
ถามว่าหากพรรคพลังประชาชนจับมือกับพรรคขนาดเล็กที่เหลือได้จริง พรรคเพื่อแผ่นดินพร้อมทำงานในฐานะฝ่ายค้านหรือไม่ นายสุวิทย์ กล่าวว่า การทำกิจกรรมทางการเมือง ต้องพร้อมทำหน้าที่ในฐานะตัวแทนประชาชนอยู่แล้วไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาล พรรคพร้อมจะเป็นได้ทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลอยู่แล้ว ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าเข้ามาแล้วต้องเป็นรัฐบาลเพียงอย่างเดียว
ด้านนายวัฒนา กล่าวถึงกระแสข่าวความแยกของแกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่า ในฐานะที่ตนเป็นประธานพรรคฯ ขอยืนยันว่าไม่มีความแตกแยกเกิดขึ้นในพรรคเพื่อแผ่นดิน เพราะพรรคเราเดินตามแนวทางพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ คือแนวทางสมานฉันท์ และถ้าตนยังอยู่ในพรรคนี้ ขอรับรองอีกครั้งว่าไม่มีแน่นอน อย่างไรก็ตามจากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นกลุ่มแกนนำคงไม่ต้องปรับความเข้าใจอะไรกัน เพราะในพรรคไม่มีความแตกแยก นอกจากนี้ในการประชุม จะมีการเพิ่มตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค ให้กับสมาชิกพรรคที่ได้รับการเลือกตั้ง ส.ส. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่า การตัดสินใจไปจับขั้วกับพรรคประชาธิปัตย์ หรือพรรคพลังประชาชน จะมีข้อสรุปเมื่อใด นายวัฒนา กล่าวว่า เวลานี้คงยังไม่ถึงตรงขั้นนั้นแน่ เนื่องจากในส่วนของพรรคเรายังไม่มีข้อสรุป โดยเฉพาะในเรื่องการรับรอง ส.ส.จาก กกต.ยังไม่เกิด ให้ กกต.รับรองก่อนตรงนั้นจึงจะรู้ ยืนยันว่าการตัดสินใจของพรรค ไม่เกี่ยวกับพรรคอื่น แม้กระทั่งพรรคชาติไทย ก็ไม่มีส่วนในการตัดสินใจของพรรค
ขอเรียนยืนยันว่า ขณะนี้การประสานก็มีมาทุกพรรค แต่เรายังไม่ตัดสินใจ เพราะการเมืองในขณะนี้ยังไม่เสร็จสิ้น ซึ่งตรงนี้คือข้อเท็จจริง ต้องรอให้สถานการณ์การเมืองนิ่งไปตามกฎหมาย และ กกต.รับรองเสียก่อน ว่าผู้แทนของพรรคใดมีจำนวนเท่าใด เพราะขณะนี้มีการเคลื่อนขึ้นๆ ลงกันอยู่ตลอด ต้องรอให้ถึงจุดนิ่งเสียก่อน นายวัฒนา กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ระบุว่าหนูหลายตัวจะล้มราชสีห์ อาจหมายถึงพรรคพลังประชาชนหรือไม่ นายวัฒนา กล่าวว่า ต้องไปถามนายบรรหาร ตนไม่รู้เรื่องนี้
เมื่อถามว่า นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ระบุว่าพรรคฯ ปิดประตูเป็นฝ่ายค้านไปแล้วนั้น นายวัฒนา กล่าวว่า ตนไม่ทราบ ให้ไปถามคนที่พูดเอง เพราะที่ผ่านมาไม่ได้มีการติดต่อกัน
ผู้สื่อข่าวถาม ถึงกระแสข่าวพรรคพลังประชาชน เสนอจำนวนเงิน 1,000 ล้านบาท และโควตารัฐมนตรี 6 กระทรวง นายวัฒนา กล่าวว่า ในเรื่องนี้ตนยังไม่ทราบ แต่ยืนยันว่าไม่มีเรื่องนี้แน่
นายวัฒนา ยังตอบข้อถามถึงการนัดพบกับ พล.ต. สนั่น ขจรประศาสตร์ ที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ที่บ้านสนามบินน้ำในช่วงค่ำว่า การหารือไม่มีอะไรเป็นพิเศษ แต่เป็นการพบปะกันธรรมดา เพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสาร ซึ่งกันและกัน ต่อข้อถามถึงพลังประชาชนมีความพยายามสลายขั้ว ระหว่างพรรคเพื่อแผ่นดินกับพรรคชาติไทย นายวัฒนากล่าวว่า พรรคอื่นตนไม่ทราบ รู้แต่เรื่องของพรรคเพื่อแผ่นดินของเรา ที่มีความเป็นเอกภาพ และขณะนี้เรายังคุยกับพรรคชาติไทยอยู่ ไม่มีปัญหาอะไร เพราะต้องยึดถือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และความปรองดองเป็นเรื่องสำคัญ
เมื่อถามถึงการประกาศจุดยืนของ น.พ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ที่ไม่สามารถทำงานร่วมกับพรรคพลังประชาชนได้ นายวัฒนากล่าวว่า ขณะนี้ตนยังไม่เจอหมอแว แต่ถ้าได้เจอก็คงได้พูดคุยกัน ทั้งนี้ตนขอชื่นชมหมอแว ว่าเป็นคนที่มีอุดมการณ์ใช้ได้ การพูดคุยคงไม่มีปัญหา
ถามว่า ในฐานะที่เคยร่วมงานกับนายสมัคร สุนทรเวช สมัยพรรคประชากรไทย ได้มีการคุยกันเป็นการส่วนตัว ถึงทิศทางการเมืองร่วมกันหรือไม่ นายวัฒนาย้อนถามว่า คุณถามถึงคนชื่ออะไรนะ ผู้สื่อข่าวย้ำว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายวัฒนาจึงตอบว่า ผมไม่รู้จักคนคนนี้
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|