|
|
| |
ศาลฎีกานัดไต่สวนคดี 'สมัคร' นอมินี 'แม้ว'15 ม.ค. |
|
|
 |
| โดย มติชน วัน ศุกร์ ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2551 08:14 น. |
|
ศาลฎีกานัดไต่สวน วันที่ 15 ม.ค.หลังรับคดี ปชป.ฟ้องเลือกตั้งโมฆะ-'สมัคร-พลังประชาชน' เป็น 'นอมินี' อดีตหัวหน้า ทรท. ไม่มีสิทธิส่งผู้สมัคร ส.ส. แจกวีซีดี'แม้ว'ผิดกฎหมาย เผยก่อนหน้านี้รับฟ้องอีก 2 คดี ฝ่ายกฎหมาย พปช.อ้างไม่หวั่นไหว -ตีกันเจ้าหน้าที่ศาลปิดหมายไม่ชอบ
ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งโดย นายชาลี ทัพภวิมล ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา มีคำสั่งเมื่อวันที่ 3 มกราคม มีคำสั่งรับฟ้องคดีที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ทั้ง5 คน(จำเลยที่ 1-5 ), พรรคพลังประชาชน(พปช.) (จำเลยที่ 6) , นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพปช. (จำเลยที่ 7) และผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 พปช.(จำเลยที่ 8-10) เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัย 4 ข้อ
1.พรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย ซึ่งไม่มีสิทธิ์ส่งผู้สมัคร ส.ส.ในนาม พปช.ทั้งระบบสัดส่วนและระบบเขต โดยให้ศาลมีคำสั่งว่าการส่งผู้สมัครในนามพปช.ทั้งระบบสัดส่วนและระบบเขต เป็นโมฆะหรือไม่เป็นผลทางกฎหมาย
2.นายสมัครที่เป็นตัวแทนของอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย(พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ไม่มีสิทธิลงนามส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง และการลงนามส่งผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่
3.ขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15-16 ธันวาคมที่ผ่านมาไม่ชอบด้วยกฎหมาย และให้เพิกถอนการเลือกตั้งล่วงหน้า ตลอดจนการเอาบัตรเลือกตั้งล่วงหน้าไปรวมนับคะแนนเสียงโดยให้เพิกถอนการนับคะแนนเมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมาทั้งหมดแล้วจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่
และ 4.ขอให้ศาลมีคำพิพากษาว่าการแจกซีดี(พ.ต.ท.ทักษิณ)ให้กับประชาชนเป็นการผิดกฎหมาย ทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นไปโดยสุจริตเที่ยงธรรม และห้ามไม่ให้ กกต.ประกาศรับรองผลทั่วประเทศ หรือเพิกถอนการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งของผู้สมัคร พปช.
ทั้งนี้ ศาลมีคำสั่งให้รับคำฟ้องไว้พิจารณาเป็นคดีดำหมายเลขที่ ลต.1/2551 โดยนัดพิจารณาคดีใน 15 มกราคม เวลา 10.00 น. และให้ส่งหมายแจ้งวันนัดพิจารณาคดีพร้อมสำเนาคำร้องให้ กกต. พปช. นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรค นายสนอง เทพอักษรณรงค์ และนายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พปช.ทราบ หากผู้คัดค้านจะยื่นคำคัดค้าน ให้ดำเนินการภายใน 7 วัน นับแต่วันที่รับสำเนาคำฟ้อง มิฉะนั้นให้ถือว่าไม่ติดใจคัดค้าน ทั้งนี้การส่งหมายแจ้งวันนัดพิจารณาพร้อมสำเนาคำร้องหากไม่มีผู้รับโดยชอบ ให้ปิดหมายไว้ในที่ๆแลเห็นได้ง่าย ณ สำนักงาน กกต. และบุคคล
ส่วนที่ผู้ร้อง(นายไชยวัฒน์)ยื่นคำขอคุ้มครองชั่วคราวโเพื่อมีคำสั่งระงับการจัดการเลือกตั้ง ระงับการรับรองผลการเลือกตั้งและระงับการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ของ กกต.นั้น
ศาลเห็นว่า รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ม.235 วรรค 1 บัญญัติให้ กกต.เป็นผู้ควบคุมและดำเนินการจัดการเลือกตั้ง ส.ส.ให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม โดยเมื่อมีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2550 กกต.ก็ดำเนินการจัดการเลือกตั้งเรื่อยมา การที่ผู้ร้องขอให้ศาลฎีกามีคำสั่งระงับการจัดการเลือกตั้ง ระงับการรับรองผลเลือกตั้ง และระงับการจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ไว้ชั่วคราว ซึ่งเป็นการระงับกระบวนการเพื่อให้ได้บุคคลเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองในการใช้อำนาจปกครองประเทศ ทั้งอำนาจนิติบัญญัติ และอำนาจบริหาร ย่อมจะกระทบกระเทือนต่อประโยชน์ของสาธารณะชนเป็นอย่างยิ่ง กรณีจึงไม่มีเหตุเพียงพอที่ศาลจะไต่สวนและคุ้มครองชั่วคราวตามคำร้อง จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องดังกล่าว
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย ปชป.กล่าวว่า การยื่นฟ้องคดีดังกล่าวอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญมาตรา 219 วรรคสองและสามที่บัญญัติว่า ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายบัญญัติให้เสนอต่อศาลฎีกาได้โดยตรง และให้ศาลฎีกามีอำนาจพิจารณาและวินิจฉัยคดีที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งและการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราฎรและการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา
ทั้งนี้การไต่สวนของศาลฎีกาในวันที่ 15 มกราคม ปชป.จะนำพยานซึ่งรับทราบข้อมูลและรู้เห็นที่จะพิสูจน์ความผิดได้ว่า พปช.เป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย โดยจะนำพยานเบิกความประมาณ 10 ปาก อาทิ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(สสร.) สมาชิกสภานิติบัญญัติ(สนช.) สื่อมวลชนที่มีความเป็นกลาง รวมทั้งราษฎรที่ได้รับซีดี โดยพยานทุกปากเป็นที่น่าเชื่อถือและรู้เห็นว่า นายสมัคร เคยพูดว่า เป็นนอมินีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยพูดว่าให้เลือก พปช. เพราะ พปช.คือไทยรักไทย ส่วน สสร.และ สนช.ที่จะให้มาเป็นพยานนั้นจะมีประธาน สสร.และประธาน สนช.หรือไม่ เป็นรายละเอียดที่กำลังหารือกันโดยขอให้รอดูวันที่ 15 มกราคม ซึ่งในการนำสืบเรื่องนอมินี และการแจกจ่ายซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ จะนำสืบไปพร้อมกันโดยใช้พยานชุดเดียวกัน
'ในการพิสูจน์ว่านายสมัคร และ พปช.เป็นนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ และพรรคไทยรักไทยหรือไม่ ไม่ใช่เรื่องยากเพราะที่ผ่านมามีข่าวแพร่สะพัดไปทั่วโลก โดยก่อนหน้านี้นายสมัคร และ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ออกมาพูด รวมทั้ง เมื่อพิจารณาจากการกระทำทั้งหลายที่เกิดขึ้น เช่น ที่ทำการ พปช.ก็ใช้สำนักงานเดียวกันกับที่ทำการเดียวกับพรรคไทยรักไทย ส่วนบุคคลกรก็ยังเป็นชุดเดียวกัน ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่จะสามารถพิสูจน์ และถ้าเราไม่มั่นใจในพยานหลักฐานก็คงจะไม่ยื่นฟ้อง ซึ่งนอกจากจะมีพยานบุคคลแล้วยังมีพยานวัตถุ เช่น ซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่แจกจ่าย เข้าประกอบการนำสืบด้วย'นายวิรัตน์กล่าว
นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า เรื่องนี้เชื่อโดยสุจริตว่า พปช.เป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทยดังนั้นจึงไม่มีสิทธิที่จะส่งผู้สมัคร ส.ส.ทั้งระบบสัดส่วนและระบบเขตทั่วประเทศ
ต่อมา เวลา 16.30 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ศาลฎีกาได้นำหมายนัดจำนวน 4 ชุด มาติดภายในที่ทำการพรรคพลังประชาชน ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อแจ้งให้จำเลยในคดีที่นายไชยวัฒน์ยื่นคำร้องยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาทราบเพื่อทำคำคัดค้านภายใน 7 วัน
ด้านนายยืนหยัด ใจสมุทร คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย พปช. กล่าวว่า พปช.เกรงว่าการส่งหมายดังกล่าวจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากในส่วนของนายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล และนายสนอง เทพอักษรณรงค์ ว่าที่ส.ส.บุรีรัมย์ มิได้มีภูมิลำเนาอยู่ที่ทำการพปช.น ซึ่งฝ่ายกฎหมายจะรับผิดชอบจำเลยเฉพาะส่วนของนายสมัครและ พปช.เท่านั้น และจะไม่แจ้งต่อผู้สมัคร 2 คนดังกล่าว เพราะเป็นหน้าที่ของศาลที่ต้องดำเนินการ ทั้งนี้หลังจากนี้พรรคจะตั้งคณะทำงานขึ้นมารับผิดชอบเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตามพรรคไม่รู้สึกกังวลต่อกรณีที่ศาลรับฟ้อง เพราะคำว่านอมินีเป็นคำจำกัดความที่มีความหมายกว้างมาก และการกล่าวอ้างนั้นไม่เกี่ยวข้องกับข้อกฎหมายแต่อย่างใด
เมื่อถามว่า เกรงว่ากกต.จะระงับการประกาศรับรองผลเลือกตั้งหรือไม่ นายยืนหยัดกล่าวว่า ไม่มีผล กระบวนการต่างๆก็ไม่น่าจะหยุดชะงัก แต่ก็ต้องรอฟังมติจาก กกต.ก่อน
วันเดียวกันนี้ ศาลฎีกายังมีคำสั่งรับฟ้องคดีที่นายเทพพนม ศิริวิทยารักษ์ ประเครือข่ายประชาชนภาคอีสานพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ที่ยื่นฟ้อง กกต. เรื่องขอให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15-16 ธันวาคม เป็นโมฆะ ไว้เป็นคดีดำหมายเลขที่ ลต.2/2551 และนัดพิจารณา วันที่ 16 มกราคม เวลา 10.00 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2550 ศาลฎีกามีคำสั่งรับฟ้องคดีที่นายสราวุท ทองเพ็ญ โฆษกพรรคความหวังใหม่ และอดีตผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 3 ลำดับ 3 ยื่นฟ้อง กกต. เรื่องขอให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้ง ส.ส.ล่วงหน้าเมื่อวันที่ 15 16 ธันวาคม เป็นโมฆะเนื่องจากไม่มีอำนาจในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้าในเลือกตั้ง เป็นคดีดำหมายเลขที่ ลต. 44/2550 และนัดพิจารณาคดีวันที่ 11 มกราคม เวลา 10.00 น.
ด้านนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประกกต.กล่าวกรณีที่ศาลฎีการับคำฟ้องคดีเลือกตั้งโมฆะไว้พิจารณาว่า คงไม่กระทบต่อการประกาศรับรองของกกต. เพราะทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเอง โดยต้องดูว่า อะไรที่เข้าหลักเกณฑ์อะไรที่อยู่ในอำนาจของ กกต. ก็ประกาศรับรองไป และที่ กกต. เพิ่งจะแถลงก็ไม่ใช่เพราะรอผลการพิจารณาของศาลแต่เรื่องเข้ามาให้พิจารณาช่วงบ่าย
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|