|
|
| |
'บุรีรัมย์'ชุมนุมเดือด ฮือกดดัน กกต. |
|
|
 |
| โดย ไทยรัฐ วัน เสาร์ ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2551 00:00 น. |
|
ลงชื่อยื่นถอดถอน ปธ.กกต.บุรีรัมย์ วางตัวไม่เป็นกลาง กลั่นแกล้งผู้สมัคร ส.ส.พปช. จนโดนใบแดง ขณะที่ กกต. แจกใบเหลือง พปช.เพิ่มอีก1ใบเป็นผู้สมัคร ส.ส.ลำปาง
หลังจากที่ กกต.มีมติรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. 397 คน แต่ยังไม่รับรองว่าที่ ส.ส.อีก 83 คน ในจำนวนนี้ เป็นว่าที่ ส.ส.จากพรรคพลังประชาชนถึง 65 คน ซึ่งหลายฝ่ายเกิดความไม่แน่ใจว่าจะส่งผลกระทบถึงการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่นั้น ล่าสุดแกนนำพรรคพลังประชาชนออกมายืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบ ขณะเดียวกัน กกต. มีมติแจกใบเหลืองให้แก่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชนเพิ่มอีก 1 ราย
ส.ส.ใหม่แห่ขอใบรับรอง
ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงาน กกต.ว่า เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ตั้งแต่เวลา 08.00 น. บรรดา ส.ส.ที่ได้รับการประกาศรับรองจาก กกต.เริ่มทยอยเข้าขอรับใบรับรองการเป็นส.ส. แต่เจ้าหน้าที่ กกต.ยังไม่ได้จัดสถานที่ไว้รองรับ ประกอบ กับนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ยังไม่ได้ลงนามในใบรับรอง ทำให้ ส.ส.หลายคนต้องรอคอยเกือบ 2 ชั่วโมงกว่าเจ้าหน้าที่จะนำใบรับรองที่ลงนามโดยประธาน กกต. มามอบให้ ทั้งนี้ระหว่างที่คณะ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นำโดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นั่งรออยู่ภายในห้องรับรอง ปรากฏว่านายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ก็เดินเข้าไปที่ห้องรับรองเช่นกัน เพื่อสมทบกับคณะ ส.ส.พรรคพลังประชาชน ซึ่งนายอภิสิทธิ์ได้ยกมือ ไหว้นายสมัคร ขณะที่นายสมัครรับไหว้แต่ไม่ได้ทักทายคุยกันและภายหลังจากที่นายสมัครและนายอภิสิทธิ์ได้รับใบรับรองแล้วก็เดินทางกลับในเวลาไล่เลี่ยกัน แต่ทั้งสองคนยืนรอลิฟต์กันคนละตัว
ยกพลรายงานตัวสุดคึกคัก
จากนั้นบรรดา ส.ส.ที่ได้รับใบรับรองจาก กกต.แล้วก็นำเอกสารไปยื่นรายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎร โดย ส.ส.คนแรกที่เข้ารายงานตัวคือนายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ ส.ส.ระบบสัดส่วนพรรคพลังประชาชน ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. คณะ ส.ส.และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์นำโดยนายอภิสิทธิ์ รวมทั้งคณะ ส.ส.และแกนนำพรรคพลังประชาชนนำโดยนายสมัครก็ตามเข้าไปรายงานตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จัดให้คณะ ส.ส.ทั้งสองพรรคแยกรายงานตัวอยู่คนละมุม ส่วน ส.ส. พรรคอื่นมีมารายงานตัวกันประปราย ไม่คึกคักเท่าที่ควร ต่อมาในช่วงบ่ายนายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคพลังประชาชน เดินทางเข้ารายงานตัวโดยหาบพวงลำไยและกระเทียมเข้ามาในบริเวณห้องโถงรัฐสภาด้วย หวังสร้างสีสันให้เป็นข่าวฮือฮา อ้างว่าของสองสิ่งนี้เปรียบเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองลำพูน สำหรับยอด ส.ส.ที่เข้ารายงานตัวในวันเดียวกันนี้มีทั้งสิ้น 185 คน
วิจารณ์แซดฝูงอีกาโผล่รัฐสภา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่บรรดา ส.ส.ทยอยเข้ารายงานตัวอยู่ภายในห้องโถงรัฐสภานั้น ปรากฏว่ามีอีกาฝูงใหญ่บินมาเกาะที่เสาอากาศของสถานีวิทยุรัฐสภา ทำให้ เกิดวิพากษ์วิจารณ์ในหมู่สื่อมวลชนและเจ้าหน้าที่รัฐสภา เนื่องจากในอดีตหลายครั้งที่เกิดเหตุการณ์ทางการเมืองมักจะมีอีกาออกมาปรากฏให้เห็น หรือบางครั้งก็มีผึ้งหลวงมาทำรังในละแวกใกล้เคียง
พปช.ประหลาดใจ 65 ว่าที่ ส.ส.ถูกดอง
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ กกต.ยังไม่ประกาศรับรองว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน จำนวน 65 คน ว่าคงจะไม่มีปัญหา ทั้ง 65 คนไม่ได้หมายความว่าจะถูกใบเหลืองหรือใบแดง แต่เพราะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามา เชื่อว่า กกต.คงจะเรียกผู้สมัครของพรรคไปให้ข้อมูล ก่อนที่จะประกาศอย่างเป็นทางการว่ามีใบเหลืองใบแดงอีกเท่าไหร่ เรื่องนี้เราไม่มีข้อติดใจ เชื่อว่าผู้สมัครของพรรคสามารถชี้แจงได้ ผู้สื่อข่าวถามว่า จำนวนว่าที่ ส.ส.ของพรรคที่ยังไม่ได้รับการรับรองใกล้เคียงกับกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พรรคพลังประชาชนจะถูกใบแดงถึง 60 ใบ นพ.สุรพงษ์ตอบว่า รู้สึกประหลาดใจว่าทำไมตัวเลขถึงใกล้เคียงกัน แต่ไม่กังวล อาจเป็นไปได้ ที่จะมีการคาดเดาจากจำนวนเรื่องที่ร้องเรียนต่อ กกต.
ยันไม่กระทบจับขั้วตั้งรัฐบาล
เมื่อถามว่า การจับขั้วตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองอื่นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ นพ.สุรพงษ์ตอบว่า พรรคที่จะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนได้ ประกาศอย่างชัดเจนแล้ว หากมีใบเหลืองใบแดงและต้องมีการเลือกตั้งใหม่ พรรคเชื่อว่าจะได้รับเลือกกลับเข้ามาอีกครั้ง เท่าที่มีการประสานกันภายในกับพรรคต่างๆ ทุกพรรคยืนยันจะร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลเหมือนเดิม ส่วนพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน ขณะนี้อยู่ระหว่างงดเว้นการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองชั่วคราว เมื่อพ้นช่วงนี้ก็คงจะเดินหน้าพูดคุยกันต่อไป
แย้มแผนเทคะแนนให้พรรคพันธมิตร
นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ไม่กังวลใจที่ว่าที่ ส.ส.ของพรรคอีก 65 คน ยังไม่ได้รับการรับรองจาก กกต. เพราะถึงอย่างไรหากต้องมีการเลือกตั้งใหม่ เชื่อว่าประชาชนในพื้นที่ก็คงให้ความไว้วางใจผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน แต่หาก กกต.แจกใบแดง พรรคพลังประชาชนก็หวังจะได้ที่นั่งจากพรรคพันธมิตร
มีรายงานข่าวว่า แกนนำพรรคพลังประชาชนติดต่อไปยังแกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน เพื่อเจรจาให้มาร่วมรัฐบาล โดยยื่นเงื่อนไขว่า หาก กกต.ให้ใบแดงแก่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชนในพื้นที่ใด ในการเลือกตั้งใหม่ทางพรรคพลังประชาชนจะยอมหลีกทางให้พรรคเพื่อแผ่นดิน แต่ถ้าเป็นการให้ใบเหลือง ผู้สมัครของแต่ละพรรคก็ลงแข่งขันกันอีกครั้ง โดยไม่มีการซูเอี๋ยกัน ทั้งนี้ แกนนำพรรคพลังประชาชนไม่ได้ยื่นเงื่อนไขดังกล่าวไปยังพรรคชาติไทย เพราะยังมีแกนนำพรรคชาติไทยบางส่วนไม่เห็นด้วยที่จะมาร่วมงานกับพรรคพลังประชาชน แต่ต้องการร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า
สมัคร ฟุ้งเตรียมทีมเศรษฐกิจแล้ว
นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์วิทยุรัฐสภาว่า กว่าจะรวบรวมบุคคลมาตั้งพรรคพลังประชาชนได้ต้องฝ่าขวากหนามมากมาย จนถึงขณะนี้ขวากหนามยังไม่หมด มีคนมาตามขู่ว่าจะไปไม่รอด หาว่าตนยังมีคดีติดตัว เล่นกันแม้กระทั่งคดีหมิ่นประมาท คดีรถดับเพลิง แต่ไม่มีปัญหา อยากบอกว่ามาได้เลย ส่วนที่มีการต่อว่าตนที่ออกมาพูดเรื่องมือสกปรกแทรกแซง กกต.นั้น ขอยืนยันว่ามีมือสกปรกส่งพยานในแต่ละจังหวัดเข้ามาสอบใน กทม. ผู้ดำเนินรายการถามว่า เตรียมตัวในการเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างไร นายสมัครตอบว่า ได้หาคนเก่งด้านเศรษฐกิจจัดเป็นทีมไว้แล้ว หากประกาศชื่อเมื่อใดคนเหล่านั้นสามารถทำงานได้ทันที เพราะเรายึดเรื่องเศรษฐกิจต้องมาก่อน ปากท้องความเป็นอยู่ของชาวบ้านเป็นเรื่องสำคัญ และที่สำคัญเชื่อว่าต่างประเทศจะกลับมายอมรับประเทศไทยเหมือนเดิม
ตอกย้ำพิรุธยอดว่าที่ ส.ส.ถูกแขวน
นายสมัครกล่าวว่า รอให้ตั้งรัฐบาลได้ก่อนจึงจะบอกว่ามีนโยบายอย่างไรบ้าง เพราะยังมีบัญชีที่จะต้องคิดอีกคือการเลือกตั้งใน กทม. ขนาดเอ็กซิทโพลต่างๆล้วนตอบตรงกัน แต่ผลคะแนนใน กทม.กลับไม่ตรง เห็นชัดว่ามีข้อบกพร่องในเรื่องการเก็บหีบบัตร เมื่อถามว่าว่าที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน 65 คน ที่ กกต.ยังไม่รับรอง จะมีผลกระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายสมัครตอบว่า ตัวเลขดังกล่าวตรงกับที่บ่นไว้ แต่ทั้งหมดยังสอบไม่เสร็จ ยังไม่ได้ให้ปากคำ อย่างไรก็ตาม ปฏิกิริยาที่ออกมาก่อนหน้านี้คือข้อพิรุธว่ารู้ได้อย่างไรว่าจะเป็นอย่างนี้ มีคนให้เงินตำรวจไปทำงานนี้ ต้องกลับมาดูที่ กทม. แน่นอนว่าเขตไหนที่เอาคะแนนล่วงหน้าไปเก็บไว้ที่ชั้น 5 ของสำนักงานเขต เพราะคะแนนล่วงหน้าเกือบ 3 ล้านคน ทำให้มีการเปลี่ยนแปลง รวมถึงการออกโพยพนันให้พรรคพลังประชาชนเป็นรองในช่วงหนึ่งสัปดาห์ ก่อนวันเลือกตั้งด้วย สำหรับเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลขอให้รออีก 2-3 วันจึงจะพูดได้
แฉ ตร.ติดตาม ยงยุทธ ขู่ฆ่ากำนัน
นายชัยวุฒิ บรรณาวัฒน์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้รับมอบหมายจากพรรคให้ไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ ผบ.ตร. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้เร่งรัดสอบสวนกรณี ด.ต.เทพรัตน์ เขื่อนคุนา สภ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งมีความสนิทสนมใกล้ชิดและติดตามนายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้ประพฤติมิชอบอย่างร้ายแรง โดยเมื่อวันที่ 1 ธ.ค. 2550 ด.ต.เทพรัตน์โทรศัพท์ไปข่มขู่กำนันในเขต อ.แม่จันว่า ถ้าไม่ให้ความช่วยเหลือผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 3 และผู้สมัคร ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคพลังประชาชน ก็จะถูกเช็กบิลและจะฆ่าให้ตาย ไม่ให้อยู่ในพื้นที่ จ.เชียงรายอีกต่อไป ถือเป็นการกระทำที่มิชอบด้วยหน้าที่ เพื่อเป็นคุณหรือเป็นโทษแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง และหลังการเลือกตั้งผลอย่างไม่เป็นทางการปรากฏว่าผู้สมัคร ส.ส.ในเขตดังกล่าวรวมทั้งนายยงยุทธชนะเลือกตั้ง อันเป็นผลมาจากการที่ ด.ต.เทพรัตน์ข่มขู่กำนันในหลายตำบลให้ไปช่วยรณรงค์ลงคะแนนเลือกตั้งให้ พฤติการณ์ดังกล่าวท้าทายต่อกฎหมาย ทั้งนี้ หลังจากที่ตำรวจรับหนังสือร้องเรียนไป ทราบว่าได้มีการส่งตำรวจสันติบาลลงพื้นที่ จ.เชียงรายแล้ว
ร้องค้านสระบุรีเขต 1 นับคะแนนผิด
ที่สำนักงาน กกต. เมื่อเวลา 11.30 น. นายเสน่ห์ เลาหะพาณิช และนายตระกูล จันทร์แจ่มใส ผู้สมัคร ส.ส.สระบุรี เขต 1 พรรคเพื่อแผ่นดิน พร้อมด้วยประธานและกรรมการประจำหน่วย (กปน.) เลือกตั้งที่ 3 นำหลักฐานเป็นสำเนาแบบขีดผลการนับคะแนน และใบรายงานผลคะแนนของหน่วยเลือกตั้ง มายื่นร้องคัดค้านการประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง เนื่องจากพบว่ามีการปลอมแปลงคะแนนของผู้สมัครแต่ละราย โดยมีนายสุเมธ อุปนิสากร กกต.เป็นผู้รับเรื่องไว้ ทั้งนี้ นายเสน่ห์กล่าวว่า ในแบบขีดผลคะแนนของหน่วยเลือกตั้งที่ 3 ระบุว่าตนได้คะแนน 359 คะแนน ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร พรรคพลังประชาชน ได้คะแนน 217 คะแนน และนายบรรฑูรย์ เกริกพิทยา พรรคพลังประชาชน ได้ 88 คะแนน แต่เมื่อไปตรวจสอบที่ อ.แก่งคอย ผลคะแนนที่ปรากฏกลับกลายเป็นว่าตนได้คะแนนเพียง 3 คะแนน ร.ต.ปรพลได้ 359 คะแนน นายบรรฑูรย์ได้ 6 คะแนน โดยคะแนนจริงที่ตนได้รับกลับไปเป็นของ ร.ต.ปรพล ส่วนคะแนนจริงของ ร.ต.ปรพลก็ไปใส่เป็นคะแนนของ น.ส.กัลยา รุ่งวิจิตชัย พรรคประชาธิปัตย์ และคะแนนของนายบรรฑูรย์ไปใส่ให้กับ พล.ต.ต.สมาน สุวัฑฒนะ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งประธานและกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งที่ 3 เห็นว่าไม่ถูกต้อง จึงมาเป็นพยานให้ การร้องคัดค้านครั้งนี้ต้องการให้มีการสั่งเลือกตั้งใหม่
เด็ก พปช.โวยสำนวนถูกหมกเม็ด
ขณะเดียวกัน นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ผู้สมัครส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 พรรคพลังประชาชน นำเอกสารหลักฐานพร้อมสำเนาภาพถ่ายนายพินิจ จารุสมบัติ และนายเอกภาพ พลซื่อ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ช่วยหาเสียงให้นายนพดล พลซื่อ ผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด เขต 3 พรรคเพื่อแผ่นดิน อีกทั้งมีการแจกเงิน 150 บาท ให้ประชาชนด้วย โดยนายนิรันดร์กล่าวว่า ได้ร้องเรียนไปยัง กกต.ร้อยเอ็ดตั้งแต่วันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา แต่ กกต. จังหวัดหมกเม็ด ไม่ส่งเรื่องมาที่ กกต.กลาง จนทำให้ กกต. กลางให้การรับรองนายนพดลเป็น ส.ส. โดยไม่ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนของตน จึงต้องมาขอความเป็นธรรม
กกต.ขอคัดสำนวนคดีฟ้องล้มเลือกตั้ง
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต. กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีการับวินิจฉัยคำร้องของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคประชาธิปัตย์ ที่ขอให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะว่า ได้ให้สำนักกฎหมายและคดีเป็นผู้รับผิดชอบ โดยขอสำนวนคำร้องและคำฟ้องจากศาลเพื่อนำมาพิจารณาในประเด็นที่เกี่ยวข้อง หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนที่ กกต.จะทำคำชี้แจงเสนอต่อศาล แต่ยืนยันว่าที่ผ่านมา กกต.ได้จัดการเลือกตั้งไปตาม พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง และตามขั้นตอนของกฎหมาย
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ กกต.ยังไม่รับรอง ส.ส.พรรคพลังประชาชนอีกจำนวนมาก ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเป็นไปตามแผนบันได 4 ขั้นของ คมช. นายประพันธ์กล่าวว่า ไม่จริง กกต.พิจารณารับรองว่าที่ ส.ส.ไปตามข้อเท็จจริง หากใครไม่มีเรื่องคัดค้านก็ประกาศ หรือที่มีเรื่องคัดค้านแล้วพิจารณาว่าไม่มีมูลก็ยกคำร้อง แต่หากเขตใดมีสำนวนร้องคัดค้าน ก็ต้องสืบหาข้อเท็จจริงมาพิจารณา
เช็กบิลพีเน็ตมั่วค่าใช้จ่าย
นายภุชงค์ นุตราวงศ์ รองเลขาธิการ กกต. เปิดเผยว่า ตามที่มูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย (พีเน็ต) เรียกร้องให้ กกต.แถลงว่าองค์กรเอกชนร่วมตรวจสอบการเลือกตั้งใดบ้างที่มีปัญหาทางการเงินนั้น กกต.ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบการใช้เงินขององค์กรเอกชนที่ร่วมตรวจสอบการเลือกตั้งทุกระดับเป็นเงิน 381 ล้านบาทเศษ พบว่ามี 14 องค์กรที่รับเงินจาก กกต.และยังไม่จัดส่งรายงานการใช้เงินพร้อมเงินเหลือจ่าย โดยพีเน็ตได้งบจาก กกต.กว่า 33 ล้านบาท ในการตรวจสอบการเลือกตั้ง ส.ว. ปี 2543 แต่ไม่มีหลักฐานให้ตรวจสอบ 6,499,943.14 บาท นอกจากนี้ในการตรวจสอบการเลือกตั้ง ส.ส. ปี 2544 มีการใช้เงินไม่ถูกต้อง 229,157.25 บาท
แจกใบเหลืองว่าที่ ส.ส.พปช.ลำปาง
ต่อมาในช่วงเย็น นางสดศรี สัตยธรรม กกต. เปิดเผยภายหลังการประชุม กกต.ว่า ที่ประชุมได้มีมติ 4 ต่อ 1 ให้ใบเหลืองกับนายธนาธร โล่ห์สุนทร ว่าที่ ส.ส. ลำปาง เขต 1 พรรคพลังประชาชน โดยนายสุเมธ อุปนิสากร กกต.เห็นว่า กรณีดังกล่าวหลักฐานน่าจะถึงตัวบุคคล ควรให้ใบแดง แต่ กกต.อีก 4 คนเห็นว่า ควรให้ใบเหลืองเท่านั้น เพราะหลักฐานโยงไปไม่ถึงผู้สมัคร ทั้งนี้จะมีการจัดเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 13 ม.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีของนายธนาธรถูกร้องเรียนว่า หัวคะแนนแจกเงินให้ประชาชนที่ฟังการปราศรัย แต่ กกต.ไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่านายธนาธรมีส่วนรู้เห็นหรือสั่งการให้แจกเงิน อย่างไรก็ตาม นายธนาธรได้รับประโยชน์จากกรณีนี้ กกต.จึงให้ใบเหลือง
ยกคำร้องคัดค้านผัว อัญชลี
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณาสำนวนร้องเรียน 5 เรื่อง โดยมีมติยกคำร้องคัดค้าน 3 เรื่อง คือ กรณีร้องนายวิเชียร อุดมศักดิ์ ว่าที่ ส.ส.อำนาจเจริญ และกรณีร้องนายธีระ ไตรสรณกุล และนายวิวัฒชัย โหตระไวศยะ ว่าที่ ส.ส. ศรีสะเกษ เขต 3 พรรคพลังประชาชน นอกจากนี้ ได้ยกคำร้องว่าที่ ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ 2 คน คือ นายทศพร เทพบุตร และนายเรวัต อารีรอบ ว่าที่ ส.ส.ภูเก็ต กรณีที่มีผู้ร้องว่านางอัญชลี วานิช เทพบุตร ภรรยาของนายทศพรจัดเลี้ยงหัวคะแนน กรณีดังกล่าวหลักฐานไม่ชัด ที่ประชุมจึงมีมติ 2 ต่อ 3 ยกคำร้อง พร้อมกันนี้ ที่ประชุมมีมติให้สอบสวนกรณีร้องคัดค้านนายวิเชียร อุดมศักดิ์ ว่าที่ ส.ส.อำนาจเจริญ พรรคพลังประชาชน ที่ยังมีข้อร้องคัดค้านอีก 1 เรื่อง
หาทางออกลดแรงกดดันให้ ชัยยะ
เลขาธิการ กกต.กล่าวด้วยว่า กรณีที่พรรคพลังประชาชนร้องว่า พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รอง ผบช.ส. ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก กกต.ให้ปฏิบัติหน้าที่สืบสวนสอบสวนสำนวนการร้องเรียน และร้องคัดค้านการทุจริตการเลือกตั้ง ไม่มีความเป็นกลางทางการเมืองนั้น ที่ประชุม กกต.ได้เชิญ พล.ต.ต.ชัยยะมาชี้แจง ซึ่ง พล.ต.ต.ชัยยะยืนยันความสุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ ดังนั้นที่ประชุมจึงมีมติว่าให้ พล.ต.ต.ชัยยะมอบสำนวนเรื่องคัดค้านที่ดำเนินการไปให้กับ ผบช.ส.ต่อไป
นายสุทธิพลยังกล่าวถึงสำนวนใบแดง 3 ว่าที่ ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 พรรคพลังประชาชน ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาส่งหนังสือขอให้ กกต.ไปชี้แจงสำนวนดังกล่าวในวันที่ 8 ม.ค.นี้
สุรยุทธ์ การันตี กกต.โปร่งใส
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีที่ กกต.ยังไม่ประกาศรับรองว่าที่ ส.ส.จำนวน 83 คน ซึ่งอาจจะทำให้ไม่สามารถเปิดประชุมรัฐสภาได้ตามกำหนดว่า เมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา มีโอกาสได้พบกับนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. ได้รับการยืนยันว่า กกต.ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการต่างๆโดยมีหลักฐาน และมีความโปร่งใส อย่างไรก็ตาม คิดว่าทุกฝ่ายต่างก็มีความตั้งใจตรงกันคืออยากให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งให้เร็วที่สุด
ลั่นไม่ใช้กฎอัยการศึกรับมือผู้ชุมนุม
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ กกต.ให้ใบแดงว่าที่ ส.ส. บุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน โดยมีข่าวว่าจะมีประชาชนออกมาเคลื่อนไหว และ คมช.เตรียมประกาศกฎอัยการศึก พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ก็มีข่าวในด้านของกระทรวงมหาดไทยที่รายงานเข้ามา เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องดูแล กกต. ส่วนเรื่องกฎอัยการศึกคงไม่มีความจำเป็น เพราะเรื่องการเลือกตั้งไม่ได้ไปเกี่ยวข้องกับกฎอัยการศึก ถ้าเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ก็มี พ.ร.ก.การ บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามสถานการณ์ที่ จ.บุรีรัมย์ เชื่อว่าคงไม่ถึงกับน่าเป็นห่วง มีประชาชนบางส่วนไปที่หน้าสำนักงาน กกต.จังหวัด แต่เมื่อได้ชี้แจงทำความเข้าใจแล้วก็สลายตัวไป เมื่อถามว่า คิดว่ามีพรรคการเมืองอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของประชาชนหรือไม่ พล.อ.สุรยุทธ์ตอบว่า ถ้าหากว่าเป็นเรื่องทางการเมืองก็ไม่แน่ใจว่ามันเป็นอะไรกันบ้าง แต่แน่นอนว่าถ้าเป็นหัวคะแนนฐานเสียงอะไร ต่างๆก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง แต่หากจะไปบอกว่าเป็นนักการเมืองก็คงจะไม่ถูก ขอยืนยันว่า กกต.ทำทุกอย่างตามหลักฐานที่มี และทำโดยโปร่งใส และอยู่ในจุดของเหตุผล
ปลัด มท.สั่ง ผวจ.เตรียมรับมือผู้ชุมนุม
วันเดียวกัน นายพงศ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มีคำสั่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผ่าน วิทยุสื่อสารมหาดไทยมีข้อความว่าด้วย กกต.มีมติรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.และให้ใบเหลืองใบแดงในบางเขตเลือกตั้งแล้ว ส่งผลให้กลุ่มผู้ชุมนุมสนับสนุนของพรรค การเมืองต่างๆ เกิดความไม่พอใจ และรวมตัวชุมนุมคัดค้านเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรม จึงขอให้ทางจังหวัดดำเนินการดังนี้ 1. ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนและกลุ่มมวลชนในพื้นที่ให้ยอมรับการดำเนินการของ กกต. ซึ่งเป็นไปตามกรอบของกฎหมายที่มีการตรวจสอบอย่างเข้มงวดและเป็นธรรม 2. กรณีที่มีการชุมนุมคัดค้านในพื้นที่ ให้เจรจาทำความเข้าใจต่อกลุ่มพลังมวลชนให้ ยุติการชุมนุม และให้ระมัดระวังการแอบอ้างการนำมวลชนเข้าร่วมพิธีแล้วเปลี่ยนวัตถุประสงค์เพื่อการชุมนุมคัดค้านดังกล่าว 3. ให้เตรียมความพร้อมด้านการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ และการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ โดยให้ประสานกับฝ่ายตำรวจและทหารอย่างใกล้ชิด ซึ่งขอให้จังหวัดถือว่าการรักษาความสงบเรียบร้อยดังกล่าวเป็นเรื่องสำคัญเพื่อคลี่คลายไม่ให้สถานการณ์ลุกลามขยายตัวจนเกิดเหตุบานปลาย
ชลิต ย้ำทหารอยากกลับกรมกอง
พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผบ.ทอ. ในฐานะรักษาการประธาน คมช. ให้สัมภาษณ์ว่า เชื่อมั่นในกระบวนการทำงานของ กกต.ในการรับรองผลการเลือกตั้งหรือพิจารณาให้ใบเหลืองใบแดง ไม่น่าจะมีการกลั่นแกล้งหรือกระทำการที่ไม่ถูกต้อง ส่วนคนที่ถูกสงสัยคงต้องไปแก้ข้อกล่าวหา เมื่อถามว่า เรื่องการเมืองควรปล่อยนักการเมืองแก้ปัญหากันเอง ทหารไม่ควรเข้าไปยุ่งใช่หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิตตอบว่า การเมืองเป็นเรื่องของทุกคน ไม่ใช่ของนักการเมืองอย่างเดียว อยากเรียกร้องให้นักการเมืองตระหนักว่าอาสาเข้ามารับใช้ชาติ ไม่ใช่มาประกอบอาชีพนักการเมือง ขอให้ทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง ทหารไม่เกี่ยวข้องกับการเมืองและพร้อมที่จะกลับเข้ากรมกอง อยากให้นักการเมือง วางใจว่าหลังจากนี้ทหารจะไม่ทำอะไรอีก เพราะถือว่าไม่ใช่หน้าที่ของทหาร
พปช.แจ้งจับประธาน กกต.บุรีรัมย์
อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 07.00 น. ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน 5 คน ประกอบด้วยนายประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล นายสนอง เทพอักษรณรงค์ นายโสภณ ซารัมย์ นายรังสิกร ทิมาตฤก นายมนไชย ชาติวัฒนศิริ และนายทรงศักดิ์ ทองศรี ว่าที่ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน พร้อมด้วยนายพรชัย ศรีสุริยโยธิน นายรุ่งโรจน์ ทองศรี นายประกิจ พลเดช อดีตผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 พรรคพลังประชาชน ทั้ง 3 คนที่ถูก กกต.ให้ใบแดง เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.ปิยชาติ ศรีพรไพรัช ร้อยเวร สภ. เมืองบุรีรัมย์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายเกษม วัฒนธรรม ประธาน กกต.บุรีรัมย์ และ พ.ต.อ.สังวรณ์ ภู่ไพจิตรกุล กกต.บุรีรัมย์ ข้อหาวางตัวไม่เป็นกลางในการเลือกตั้ง โดยให้เหตุผลว่า มีพฤติกรรมหลายอย่างส่อไปในทางไม่โปร่งใส เช่น การเข้าตรวจค้นบ้านหัวคะแนนของพรรคพลังประชาชนเพียงพรรคเดียว การตั้งจุดตรวจหน้าสำนักงานสาขาพรรคพลังประชาชน นอกจากนี้ ยังมีการสร้างพยานเท็จ เพื่อเอาผิดผู้สมัครพรรคพลังประชาชน
แฉสร้างพยานเท็จ
นายรังสิกร ทิมาตฤก ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 2 พรรคพลังประชาชน กล่าวว่า เวลานี้ผู้สมัครพรรคพลังประชาชนยังเคารพกติกาและความเป็นกลางของ กกต.กลางอยู่ แต่ การปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.บุรีรัมย์ เป็นการเลือกปฏิบัติ จงใจจ้องเอาผิดพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว โดยเฉพาะพยานเท็จที่สร้างขึ้นที่ อ.พลับพลาชัย ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 2 กกต.บุรีรัมย์เอานายเปียง โสมวิเศษ อายุ 38 ปี มาเป็นพยาน ทั้งที่นายเปียงถูกศาลจังหวัดร้อยเอ็ดออกหมายจับตามหมายจับที่ จ-411/2548 ออกเมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2548 ในคดีลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน ตนจึงเข้าแจ้งความกับ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ให้เอาผิดกับนายเกษม วัฒนธรรม และ พ.ต.อ.สังวรณ์ ภู่ไพจิตรกุล ในข้อหาสร้างพยานเท็จ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
ผู้ชุมนุม 3 หมื่นคนชุมนุมประท้วง
ต่อมาเวลา 10.30 น. ที่บริเวณหน้าสำนักงาน กกต. บุรีรัมย์ มีประชาชนร่วม 30,000 คน รวมตัวชุมนุมประท้วงการทำงานของ กกต.บุรีรัมย์ โดยเฉพาะนายเกษม วัฒนธรรม ประธาน กกต.บุรีรัมย์ และ พ.ต.อ.สังวรณ์ ภู่ไพจิตรกุล กกต. บุรีรัมย์ โดยผู้ชุมนุมได้เปิดปราศรัยโจมตีนายเกษมและ พ.ต.อ.สังวรณ์ว่าวางตัวไม่เป็นกลาง กลั่นแกล้ง 3 ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 1 พรรคพลังประชาชน พร้อมขอพบนายเกษมและ พ.ต.อ.สังวรณ์ แต่ได้รับการปฏิเสธ เหตุการณ์เริ่มทวีความรุนแรง เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเตรียมที่จะบุกเข้าไปภายในสำนักงาน กกต.บุรีรัมย์ จนต้องมีการขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารกว่า 600 นาย มารักษาความปลอดภัย
ล่ารายชื่อยื่นถอดถอน
ต่อมา พล.ต.ต.สมหมาย กองวิสัยสุข ผบก.ภ.จ. บุรีรัมย์ เข้าไปเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมโดยขอให้ส่งตัวแทนไปเจรจากับนายเกษม อย่างไรก็ตาม นายเกษมปฏิเสธที่จะพบกับตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุม อ้างว่าการทำงานทุกอย่างทำไปตามขั้นตอน หากผู้ชุมนุมจะล่ารายชื่อถอดถอนออกจากตำแหน่งก็เชิญ ซึ่งเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมทราบเรื่องก็ตะโกนโห่ร้องด้วยความไม่พอใจ พร้อมกับร่วมลงชื่อถอดถอนนายเกษม และ พ.ต.อ.สังวรณ์ออกจากการเป็น กกต.บุรีรัมย์ หลังจากนั้น นายประวัติ รัฐิรมย์ รอง ผวจ.บุรีรัมย์ เข้าร่วมประชุมกับกลุ่มผู้ชุมนุม โดยตัวแทนกลุ่มผู้ชุมนุมยื่นข้อเสนอให้ส่ง กกต.กลางคนใหม่มาทำหน้าที่แทนนายเกษมและ พ.ต.อ.สังวรณ์ และให้ กกต.กลางส่งชุดสืบสวนมาสอบข้อเท็จจริงกรณีใบแดง ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมพอใจและแยกย้ายกลับ โดยจะมาสอบถามความคืบหน้าในอีก 3 วัน
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ ไทยรัฐ ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|