แหล่งรวม ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > เลือกตั้ง '50 > ข่าวฮอตวันนี้
 

พปช.ปลื้ม 'เติ้ง' ไม่ยอมกลับลำ ชู'เจ๊เป้า'คุมมัชฌิมา

โดย ข่าวสด วัน จันทร์ ที่ 7 มกราคม พ.ศ. 2551 08:18 น.
ส.ส.ใหม่รายงานตัวแล้ว 239 คน โฆษกเพื่อแผ่นดินแจงเคลียร์"สุรเดช ยะสวัสดิ์"แล้ว ย้ำต่อไปใครมีความเห็นให้เสนอที่ประชุมพรรคก่อน บรรยินเชื่อใบแดงไม่มีผลพปช.แกนนำตั้งรัฐบาล ลั่นชู"เจ๊เป้า"หัวหน้ามัชฌิมาฯ แทนประชัย เด็กพปช.ยาหอมเติ้งนักการเมืองตัวจริง ยงยุทธลั่นไม่ผิดมีหลักฐานพร้อมแจงกกต. เลี้ยบตอกคมช."230 เสียงใช้เงิน"หมิ่นการตัดสินใจของประชาชน โต้ชวนไม่ได้โวยเพราะคุมกกต.ไม่ได้ กรีดกลับหรือใบแดงน้อยเพราะแทรกแซงได้ ชวนอ้าง"คดี 30 ล.ศาลรัฐธรรมนูญ"ห่วงกกต.หวั่นไหว โฆษกปชป.ลั่นไม่มีฮั้วกกต.แจกแดง คมช.เตรียมลุยบุรีรัมย์ ลั่น ไม่ให้ใครรังแกกกต. สุเมธปัดไม่รู้พยานใบแดงมีหมายศาล จะรับรองเพิ่มอีก 6 ส.ส.

วันที่ 6 ธ.ค. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการเข้ารับหนังสือรับรองส.ส. ทั้งแบบสัดส่วน และแบ่งเขตตามที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ประกาศรับรองส.ส.อย่างเป็นทางการจำนวน 397 คน ในวันที่ 3 ว่า ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ทยอยเดินทางมารับอย่างต่อเนื่อง โดยวันนี้มีผู้มารับหนังสือรับรองเพิ่มอีก 13 คน ประกอบด้วย ส.ส. แบ่งเขต 10 คน ระบบสัดส่วน 3 คนคือ นายดนัย นพสุวรรณวงศ์ ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 4 พรรคประชาธิปัตย์, นายปัญญาวัฒน์ บุญมี ส.ส.กลุ่ม 7 พรรคประชาธิปัตย์ และ พล.ต.มนูญกฤต รูปขจร ส.ส. กลุ่ม 7 พรรคประชาธิปัตย์

สำหรับยอดรวมล่าสุดของการรับหนังสือรับรองส.ส.เป็นวันที่ 3 ปรากฏว่ามี ส.ส.มารับหนังสือไปแล้วทั้งสิ้น 277 คน แบ่งเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต 223 คน แบบสัดส่วน 54 คน ทำให้ขณะนี้เหลือส.ส. ที่ยังไม่ได้มารับหนังสือรับรองอีกจำนวน 120 คน จากยอดส.ส.ที่กกต. ประกาศรับรองอย่างเป็นทางการไปแล้วจำนวน 397 คน

18ส.ส.ใหม่รายงานตัวสภา

วันที่ 6 ม.ค. ที่รัฐสภา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการเดินทางมารายงานตัวของส.ส.ใหม่ต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นวันที่ 3 เป็นไปอย่างเงียบเหงา เนื่องจากเป็นช่วงวันหยุดทำให้มีส.ส.มารายงานตัวน้อยกว่า 2 วันแรก โดยในช่วงเช้ามีเพียงส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ทยอยเดินทางมารายงานตัว อาทิ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ส.ส.กทม. เดินทางมารายงานตัวเป็นคนแรก ในเวลา 09.00 น. นายอาคม เอ่งฉ้วน ส.ส.กระบี่ นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา จากนั้นนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ นำทีม ส.ส.กทม. เขต 12 ของพรรค ประกอบด้วย นายชนินทร์ รุ่งแสง และน.ส.รัชดา ธนาดิเรก เดินทางมารายงานตัว ส่วนพรรคพลังประชาชนมีส.ส.ใหม่มารายงานตัว อาทิ นายวัลลภ สุปริยศิลป์ ส.ส.น่าน นายสฤษฏ์ อึ้ง อภินันท์ ส.ส.เชียงราย นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส.กำแพงเพชร และในช่วงบ่ายมี ส.ส.จากพรรคเพื่อแผ่นดิน คือ ม.ร.ว.กิติวัฒนา ไชยันต์ ส.ส.สัดส่วนกทม. ซึ่งเป็นส.ส.หญิงที่อายุมากที่สุดถึง 74 ปี มารายงานตัวเพิ่ม

สำหรับยอดสรุป ส.ส.ที่มารายงานตัวในวันนี้ตั้งแต่เวลา 08.30 น. ถึง 17.00 น. มีส.ส.มาแสดงตัวทั้งสิ้น 18 คน แบ่งเป็นพรรคประชาธิปัตย์ 11 คน พรรคพลังประชาชน 6 คน พรรคเพื่อแผ่นดิน 1 คน โดยไม่มี ส.ส.ของพรรคชาติไทย พรรคมัชฌิมาธิปไตย และรวมใจไทยชาติพัฒนา มารายงานตัวแต่อย่างใด ซึ่งรวมกับยอดส.ส.สองวันที่ผ่านมาเป็น 239 คน จาก ส.ส.ทั้งหมด 397 คน

"ม.ร.ว.กิตติวัฒนา"หวังบ้านเมืองสงบ

ม.ร.ว.กิติวัฒนา ไชยันต์ ส.ส.ระบบสัดส่วน พรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวภายหลังเข้ารายงานตัว ว่า จะพยายามทำหน้าที่ให้ดีที่สุดตามที่ประชาชนให้โอกาส ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาลก็พร้อมที่จะสนับสนุนการทำงาน ส่วนอะไรที่ไม่ดีก็จะไม่เห็นด้วย ส่วนความคืบหน้าการตอบรับเข้าร่วมรัฐบาล ขึ้นอยู่กับนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรค และพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะที่ปรึกษาพรรค ส่วนแนวทางของพรรคจะเป็นอย่างไรยังไม่มีการหารือกันเป็นทางการ แต่หากนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ดำเนินการตามที่ได้หารือกันไว้ก็ถือเป็นการทำตามสัญญาสุภาพบุรุษ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าการประชุมพรรคในสัปดาห์หน้าคงจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้

ม.ร.ว.กิติวัฒนากล่าวด้วยว่า ส่วนความคาดหวังของตนในทางการเมือง ก็หวังว่าบ้านเมืองจะสงบเรียบร้อย ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐ บาลก็ไม่สำคัญ นอกจากนี้ไม่อยากให้มีชุมนุมประท้วงนอกสภา สำหรับตนนั้นสนใจที่จะทำงานด้านการลงทุน เพราะจะช่วยแก้ปัญหาความเชื่อมั่นกับต่างประเทศ รวมถึงการแก้ปัญหาปากท้องของประชาชนด้วย โดยจะยึดจุดยืนของตนว่าเข้ามาโดยการเลือกตั้งของประชาชน จึงต้องสนองน้ำใจ

โฆษกพผ.อู้อี้ร่วมรัฐบาล

ที่พรรคเพื่อแผ่นดิน นายวชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์ โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดิน กล่าวถึงการหารือร่วมกับพรรคชาติไทย กรณีที่พรรคพลังประชาชนเชิญเข้าร่วมรัฐบาลว่า ขณะนี้ยังไม่นัดหารือกันแต่อย่างใด พรรคเพื่อแผ่นดินยังอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ร่วมกับประชาชนทั่วไป และแกนนำพรรคทั้ง 3 คน ได้แก่ นายสุวิทย์ พล.ต.อ.ประชา และนายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน ยังไม่ได้แจ้งว่าจะดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคเมื่อใด ส่วนกรณีที่นายบรรหารให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของพรรคชาติไทยถือเป็นสิทธิของพรรคชาติไทยที่จะพูดอะไรก็ได้

นายวชิระมณฑ์กล่าวอีกว่า สำหรับพรรคเพื่อแผ่นดินแล้วขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจที่จะเข้าหรือไม่เข้าร่วมรัฐบาล จุดยืนของพรรคยังเหมือนเดิมคือต้องการให้ตัวเลขของส.ส.นิ่งเสียก่อน อีกทั้ง ยังต้องเลือกตั้งซ่อมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งพรรคเพื่อแผ่นดินกำลังรอดูอยู่ว่า กกต.จะประกาศยืนยันให้ใบแดงตามประกาศเดิมหรือไม่ ถ้ายืนยันพรรคก็ต้องเตรียมการรณรงค์เลือกตั้งในพื้นที่นั้นเพิ่มด้วย เพราะผู้สมัครของพรรคมีคะแนนอยู่อันดับที่ 4, 6 และ 7 และยังมีอีกหลายเขตที่พรรคเพื่อแผ่นดินยังอาจจะมีอย่างนี้อีก

"พรรคชาติไทยจะตัดสินใจก็เป็นสิทธิของเขา แต่พรรคเพื่อแผ่นดินยังยืนอยู่จุดยืนเดิม คือ เราอยากรอดูกระบวนการทางกฎหมาย ให้ กกต.รับรองว่าที่ส.ส.ให้นิ่งก่อน พรรคเพื่อแผ่นดินก็ได้รับผลกระทบเหมือนพรรคอื่นๆ ถ้าคิดเป็นเปอร์ เซ็นต์พรรคเพื่อแผ่นดินมีมากถึง 25 เปอร์เซ็นต์ ทั้งส.ส.เขตและสัดส่วน ดังนั้นต้องรณรงค์หาเสียงตรงนั้น พรรคเราเป็นพรรคเล็กการทำอะไรจำเป็นต้องจัดเตรียม หากมีเลือกตั้งสัก 10 เขตก็ต้องทำเต็มที่ เพราะถ้าได้มาอีกประมาณ 10 ที่นั่งก็จะสามารถเพิ่มกำลังได้อีกเยอะ จึงต้องดูแลตรงนี้ให้เรียบร้อยก่อน" นายวชิระมณฑ์กล่าว

แจงเคลียร์สุรเดชแล้วไม่มีปัญหา

นายวชิระมณฑ์กล่าวว่า ส่วนกรณีว่าที่ส.ส. ของพรรคหลายคนที่ออกมาเคลื่อนไหว เรียกร้องให้พรรคแสดงจุดยืนในการเข้าร่วมรัฐบาล ถือว่าเป็นสิทธิของแต่ละคนที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ ส่วนกรณีของนายสุรเดช ยะสวัสดิ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ได้พูดคุยกับนายสุรเดชเป็นที่เข้าใจแล้ว หลังจากนี้ทางพรรคอยากให้ว่าที่ส.ส.ทุกคนที่ต้องการแสดงความเห็นอะไร ขอให้พูดกันในพรรคและแกนนำพรรคทั้ง 3 คนที่เป็นตัวแทนในการเจรจาตัดสินใจทั้งหมด ทุกคนเป็นคนที่เปิดกว้างพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็น แต่ละคนล้วนแล้วแต่มีประสบการณ์ทางการเมืองอยู่แล้ว เชื่อว่าทุกคนพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของสมาชิกพรรคอยู่แล้ว ส่วนสาเหตุที่ยังไม่ตัดสินใจอะไรในช่วงเวลานี้ คิดว่าแกนนำทั้ง 3 อาจจะพิจารณาแล้วเห็นว่ายังไม่ถึงช่วงเวลาที่เหมาะสม

"การตัดสินใจคราวนี้พรรคเรามีจุดยืนที่เป็น กลาง ซึ่งคำว่าเป็นกลางไม่ได้หมายความว่าอะไรเราก็ยอมไปหมด ต้องมาดูกันจริงๆ ว่าจะทำงานตรงไหนที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ต่อพรรค และอยากทำให้พรรคนี้เป็นสถาบันการเมือง เราเป็นนักการเมืองต้องพร้อมทำงานได้ทั้งรัฐบาล และฝ่ายค้าน บางครั้งการทำงานในสภาฝ่ายค้านขยันกว่ารัฐบาลเสียอีก" โฆษกพรรคเพื่อแผ่นดินกล่าว และว่า สภาคงจะเปิดได้ตามกำหนดอย่างแน่นอน เมื่อสภาเปิดค่อยมาเลือกนายกฯ ช่วงเวลานี้คงไม่มีอะไรเสียหายยังมีเวลาอยู่ ไม่อยากเร่งรัดตัวเอง เพราะการตัดสินใจครั้งนี้เป็นความสำคัญต่อประเทศ และมีความสำคัญต่อพรรคเพื่อแผ่นดินด้วย

บรรยินมั่นใจพปช.แกนนำตั้งรัฐบาล

พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย และทีมเจรจาจัดตั้งรัฐบาล กล่าวถึงการร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคพลังประชาชนว่า แม้ขณะนี้ว่าที่ส.ส.พรรคพลังประชา ชนถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แขวนชื่อยังไม่ประกาศรับรองผล 65 คน ซึ่งยังไม่ทราบว่า กกต.จะประกาศแจกใบเหลือง หรือใบแดงหรือไม่ แต่พรรคมัชฌิมาธิปไตยยังยืนยันว่าจะร่วมสนับสนุนพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลต่อไป ตามที่เคยแถลงข่าวประกาศจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับนายสมัคร เวลานี้ท่าทีของพรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ค่อนข้างชัดเจนว่าจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลผสมกับพรรคพลังประชาชน

"เชื่อว่าพรรคพลังประชาชนยังจะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้ และแม้ว่า กกต.จะแจกใบแดงให้กับว่าที่ส.ส.พรรคพลังประชาชนจนต้องเลือกตั้งใหม่ แต่เชื่อว่าคะแนนเสียงจากการเลือกตั้งจะไม่ได้เทให้กับพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวจนถึงขั้นได้เปลี่ยนมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งคะแนนเลือกตั้งน่าจะกระจายไปยังพรรคขนาดกลาง และพรรคขนาดเล็กที่ตกลงจะร่วมรัฐบาลพรรคพลังประชาชน ดังนั้นจึงคิดว่าเรื่องนี้จะไม่ มีปัญหาต่อการจัดตั้งรัฐบาลผสมของพลังประชาชน"

ชู"เจ๊เป้า"หัวหน้ามัชฌิมาฯ

พ.ต.ท.บรรยินยังกล่าวถึงปัญหาการตรวจสอบสถานภาพการเป็นหัวหน้าพรรคมัชฌิมาฯของนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ด้วยว่า เรื่องนี้ยังต้องรอผลการพิจารณาของ กกต. ซึ่งล่าสุดทราบว่า กกต. เรียกให้นายประชัยเข้าพบในวันที่ 8 ม.ค. เพื่อสอบสวนเกี่ยวกับการประกาศลาออกเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. 2550 โดย กกต.เรียกให้นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรค เข้าพบเพื่อสอบสวนด้วยในวันที่ 9 ม.ค. อย่างไรก็ดีหากการพิจารณาของ กกต.มีมติสรุปว่านายประชัยพ้นจากสถาน ภาพการเป็นสมาชิกพรรคและหัวหน้าพรรคจริง ในการบริหารพรรคในฐานะรองหัวหน้าพรรค จะเสนอชื่อนางอนงค์วรรณ เลขาธิการพรรค ต่อที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค ให้เลือกขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคแทน เพราะเป็นผู้บริหารพรรคคนหนึ่งที่สมาชิกพรรคให้การยอมรับ ตัวอย่างในการได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคให้เป็นทีมเจรจาจัดตั้งรัฐบาล โดยว่าที่ส.ส. 6 คนของพรรค ได้มอบอำนาจการเข้าร่วมรัฐบาลให้นางอนงค์วรรณเป็นผู้ตัดสินใจแทน

"การเลือกตั้งที่ผ่านมาผู้สมัครของพรรคอื่นได้รับเลือกทั้งระบบสัดส่วน และระบบเขต แต่มัชฌิมาธิปไตยผู้สมัครส.ส.ระบบสัดส่วนกลับไม่ได้รับเลือกเลย ซึ่งที่ได้รับเลือกมีเพียงส.ส.ระบบเขตจำนวน 7 คน หากผมเป็นหัวหน้าพรรคคงประกาศลาออกแล้วเพื่อแสดงความรับผิดชอบ เหมือนที่นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยประกาศลาออกแสดงความรับผิดชอบที่ไม่สามารถนำพาพรรคจัดตั้งรัฐบาลได้" พ.ต.ท.บรรยินกล่าว

พปช.ยาหอมเติ้งนักการเมืองตัวจริง

ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประ ชาชน กล่าวถึงกรณีที่นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ระบุว่า จำนวนใบแดงที่พรรคพลังประชาชนจะได้รับจะไม่กระทบต่อการจัดตั้งรัฐบาล รวมทั้งรับปากในการเข้าร่วมรัฐบาลกับพลังประชาชนแล้วว่า นายบรรหารเป็นนักการเมืองตัวจริงที่ตัดสินใจอย่างนี้ เพราะการเมืองที่ชอบธรรมคือต้องให้พรรคที่ได้เสียงมากเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งทุกคนก็ต้องการที่จะเห็นการเมืองที่นิ่งและให้เกียรติ พรรคที่ได้เสียงเป็นอันดับ 1 ดำเนินการ และเชื่อว่าเรื่องใบเหลือง ใบแดงจะไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนขั้วรัฐบาลเหมือนที่นายบรรหารระบุแน่นอน เพราะส่วนใหญ่ว่าที่ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนทั้ง 65 คนที่ถูกแขวนนั้นอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและอีสาน หากเลือกตั้งใหม่คะแนนก็ไม่ไหลไปทางประชาธิปัตย์แน่นอน

"เมื่อพรรคชาติไทยโดยนายบรรหารได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจน โดยจะจับขั้วกับพลังประชาชน เท่ากับส่งสัญญาณให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องยอมรับความจริง และหยุดการกระทำที่จะก่อให้เกิดความสับสนในการจัดตั้งรัฐบาล ส่วนกรณีพรรคเพื่อแผ่นดินนั้นผมคิดว่าไม่น่ามีปัญหาอะไรเพราะเมื่อพรรคชาติไทยประกาศชัดเจนอย่างนี้แล้ว การตัดสินใจร่วมรัฐบาลของพรรคเพื่อแผ่นดินก็ไม่น่ามีปัญหา" ร.ท.กุเทพกล่าว

ร.ท.กุเทพยังกล่าวถึงกรณีนางสดศรี สัตย ธรรม กกต.ระบุว่าหากพรรคพลังประชาชนเห็น กกต.ไม่เป็นธรรมก็ให้ฟ้องศาลว่า น่าจะเป็นความเข้าใจผิด เพราะพรรคพลังประชาชนไม่ได้มีปัญหากับกกต. เพียงแต่เรียกร้องให้การให้ใบเหลืองหรือใบแดงเป็นไปตามกติกาเท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการกระทำของ กกต.ในทุกเรื่อง ส่วน กรณีการชุมนุมของชาวบ้านที่ จ.บุรีรัมย์ ก็เป็นเรื่องปกติ และคิดว่าน้อยกว่าเมื่อครั้งปี 2544 ที่มีประชาชนไปชุมนุมที่หน้ากกต. อยากให้ กกต. เห็นใจชาวบ้าน และขอให้เข้าใจอารมณ์ความรู้สึกประชาชนหลังการเลือกตั้งที่เขาเห็นว่าไม่ถูกต้อง

ยงยุทธลั่นไม่ผิดพร้อมแจงกกต.

นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีที่ กกต.ให้ชี้แจงคำร้องในวันที่ 8 ม.ค.ว่า ยืนยันว่ามีพยานหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ได้ชัดเจน ว่าไม่ได้ทำอะไรที่ผิดแน่นอน รวมทั้งการที่บอกว่าข่มขู่พยานก็ไม่มีมูล เอกสารต่างๆ รวมทั้งพยานที่มาให้ข้อมูลล้วนแต่เป็นการสร้างพยานเท็จขึ้น ส่วนที่ถามว่ากังวลหรือไม่นั้น เชื่อว่าสิ่งใดที่ทำให้บ้านเมืองเกิดความสงบและเป็นธรรมกับทุกคน ผู้ที่ต้องทำหน้าที่รับผิดชอบต่อบ้านเมืองก็คงจะต้องเลือกทางนั้นมากกว่า

เมื่อถามถึงการยื่นคำร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะเนื่องจากพรรคพลังประชาชนเป็นนอมินีของพรรคไทยรักไทย นายยงยุทธกล่าวว่า เป็นหน้าที่ฝ่ายกฎหมายของพรรคที่จะดำเนินการประสานงาน ซึ่งมั่นใจว่าแต่ละฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะสามารถชี้แจงได้แน่นอน เมื่อถามว่าโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า อาจพิจารณาเรื่องการเมืองรวมทั้งการจัดตั้งรัฐบาลหลังการถวายความอาลัย นายยงยุทธกล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นการพยายามที่จะเป็นรัฐบาลด้วยวิธีใดก็ตามก็ถือเป็นการทำลายระบบ และหากฝืนมากเกินไปก็ทำลายประชาธิป ไตย

เลี้ยบตอกคมช.หมิ่นประชาชน

น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงความชัดเจนเกี่ยวกับกระแสข่าวว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ได้ตอบตกลงร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนแล้วว่า จากที่ได้ฟังจากการให้สัมภาษณ์ของนายบรรหาร คงจะประกาศอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับความชัดเจนในเรื่องนี้ในช่วงเวลาที่เหมาะสม พร้อมแสดงความมั่นใจที่จะเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

น.พ.สุรพงษ์ยังกล่าวถึงกรณีที่พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ตั้งข้อสังเกตว่า พรรคพลังประชาชนได้รับเลือกตั้งถึง 230 เสียง เพราะใช้เงินเพื่อดำเนินการในสิ่งที่ไม่ถูกต้องว่า เป็นความคิดที่ดูหมิ่นวิจารณญาณการตัดสินใจของประชาชน ทั้งนี้แม้พรรคจะได้รับแรงเสียดทานมากมาย แต่ประชาชนยังให้ความไว้วางใจ แสดงให้เห็นว่าประชาชนใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจเลือก โดยไม่หวั่นเกรงต่อแรงเสียดทานหรืออำนาจของใคร จึงอยากให้เคารพสิทธิการตัดสินใจของประชาชน

โต้ชวนไม่สมเหตุสมผล"คุมกกต."

น.พ.สุรพงษ์กล่าวด้วยว่า ส่วนที่ตั้งข้อสังเกตจำนวนใบแดงสอดคล้องกับที่ กกต.พิจารณา จนมีกระแสข่าวลือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดีต่อกระบวนการประชาธิปไตย จึงขอให้กำลังใจ กกต.อย่าหวั่นไหวต่อการแทรกแซงของอำนาจภายนอก

น.พ.สุรพงษ์กล่าวว่า การขอข้อมูลพิจารณาให้ใบเหลือง ใบแดง ของว่าที่ส.ส.พรรคพลังประชา ชน ที่ จ.บุรีรัมย์ เป็นการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อเห็นว่าข้อมูลของ กกต.จังหวัดและ กกต.กลางขัดแย้งกัน ส่วนการที่นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาแสดงความเห็นว่า พรรคที่ได้ใบเหลือง ใบแดงมาก เพราะไม่สามารถควบคุม กกต.ได้นั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะหากคิดในทางกลับกันอาจหมายความว่าพรรคการเมืองที่ได้ใบเหลือง ใบแดงน้อยแสดงว่าสามารถแทรกแซง กกต.ได้

ชวนท้าสมัครชี้ชัด"มือสกปรก"

ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสมัครระบุว่ามีมือสกปรกคอยสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลว่า คงไม่มีใครไปสกัดกั้นพรรคพลังประชาชนได้ และเห็นว่าหากกล้าจริงขอให้ระบุว่ามือสกปรกนั้นเป็นใครและทำอย่างไร ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่ามือสกปรกคงมีจริง แต่เป็นมือซื้อเสียง หรือมือที่โกงเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าคนในพรรคพลังประชาชนกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ใช้ศาลเป็นมือในการยุบพรรคไทยรักไทย นายชวนกล่าวว่า ความจริงช่วงนี้ไม่อยากพูดเรื่องการเมือง แต่ไม่อยากให้เรื่องนี้ผ่านพ้นไปโดยไม่มีมูลความจริง และทำให้ตุลาการรัฐธรรมนูญชุดนั้น ซึ่งถือเป็นชุดที่ดีที่สุดได้รับความเสียหาย เพราะเรื่องดังกล่าวไม่เป็นจริง พรรคไทยรักไทยต้องยอมรับว่าได้กระทำผิดจริง ตุลาการรัฐธรรมนูญในขณะนั้นเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญที่เที่ยงตรงที่สุด และไม่เป็นเครื่องมือพรรคการเมือง ถ้ายังไม่ยอมรับ อย่าไปคิดที่จะนิรโทษกรรมอะไรเลย เพราะคนต้องสำนึกว่าทำอะไรไปถูกหรือผิด ส่วนคนที่ไม่เกี่ยวข้องก็น่าเห็นใจ แต่ต้องยอมรับว่าถ้าประโยชน์จากการทำผิดในครั้งนั้นสำเร็จโดยไม่มีหลักฐานจับได้ ประโยชน์จะได้กับทุกคน

นายชวนยังกล่าวถึงกรณีที่กกต.ยังไม่รับรอง ส.ส.อีก 65 คน ซึ่งเป็นตัวเลขที่สอดคล้องกับที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ออกมาพูดก่อนหน้านี้ ว่า ไม่ทราบเรื่องตัวเลขดังกล่าว และคงต้องไปถามนายสุเทพดู แต่ส่วนตัวคิดว่าไม่ว่ากกต.ชุดนี้จะดำเนินการอย่างไรก็ตาม เชื่อว่าสามารถที่จะดำเนินการกับคนที่กระทำผิดได้น้อยมาก จากการที่ออกหาเสียงทั่วประเทศ พบว่ามีการซื้อเสียง และทุจริตเลือกตั้งอย่างกว้างขวาง แต่มีหลักฐานให้กกต.เพียงเล็กน้อย แต่ที่พรรคการเมืองออกมาโวยวาย เพราะในอดีตนั้นพรรคไทยรักไทยคุมกกต.ได้เป็นส่วนใหญ่ แต่วันนี้เชื่อว่าคุมไม่ได้ เมื่อถูกตรวจสอบก็โวยวาย เพราะฉะนั้นการโวยวายขณะนี้ไม่ใช่เรื่องที่กกต.ไปกลั่นแกล้ง

ห่วงกกต.หวั่นไหวถูกแทรกแซง

นายชวนกล่าวว่า อยากจะให้กำลังใจกับกกต. และขออย่าแตกแยกสามัคคีกัน เพราะทุกคนก็สมัครใจเข้ารับการสรรหา และย่อมรู้ว่าการที่เข้ามาสร้างความชอบธรรมถูกต้องในบ้านเมือง เป็นสิ่งที่ท้าทายและต้องเสี่ยงบ้างไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้นจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรักษาเกียรติยศชื่อเสียง อย่าให้ใครมาทำอะไรเราได้ ไม่ว่าด้วยผลประโยชน์หรือด้วยอะไรก็ตาม และเป็นความหวังให้กับประชาชนว่าจะสามารถคุมการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยสุจริตมากที่สุด

เมื่อถามว่ามองว่ามีความพยายามที่จะเข้าไปแทรกแซงกกต.หรือไม่ นายชวนกล่าวว่า เชื่อว่ากกต.ชุดนี้คงแทรกแซงยาก แต่ไม่กล้าบอกว่าได้ทั้งร้อย เพราะถ้ามีความพยายามก็อาจทำให้เกิดการหวั่นไหวได้ เพราะที่ผ่านมายังมีข่าวพยายามแทรกแซงตุลาการรัฐธรรมนูญด้วยเงิน 30 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ไม่ทราบว่ามีความพยายามในทำนองนี้หรือไม่ แต่เชื่อว่าด้วยเกียรติยศและศักดิ์ศรีของกกต.ส่วนใหญ่ในชุดนี้จะรักษาความถูกต้องเอาไว้ได้ เพียงแต่ว่าหลักฐานที่จะมีให้กกต.คงจะยาก

เมื่อถามว่าการที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรื่องใบเหลืองใบแดงจะส่งผลต่อการให้ใบเหลืองใบแดงหรือไม่ นายชวนกล่าวว่า ตอบไม่ได้ ต้องขึ้นอยู่กับกกต.ว่าแต่ละคนจะมีความมั่นคงหนักแน่นอย่างไร ส่วนที่จังหวัดบุรีรัมย์ที่มีประชาชนนับหมื่นออกมาประท้วงคัดค้านการให้ใบแดงนั้น ต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง เชื่อว่ากกต.ไม่ไปกลั่นแกล้งใคร แต่คงมีหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินการ

โฆษกปชป.ลั่นไม่มีฮั้วกกต.แจกแดง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ถึงท่าทีของพรรคชาติไทย ในการเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ว่า ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการถวายความอาลัยต่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงเชื่อว่าพรรคการเมืองจะยังไม่เคลื่อนไหว แต่การเมืองก็ยังคงต้องเดินหน้าต่อไป เพราะมีกรอบเวลากำหนดไว้ว่าหากมีส.ส.ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ก็ต้องเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภายใน 30 วัน เมื่อถามถึงการเคลื่อนไหวจัดตั้งรัฐบาลของประชาธิปัตย์ นายองอาจกล่าวว่า การพิจารณาต้องรอให้เลยช่วงเวลาของการแสดงความไว้อาลัยก่อน ช่วงนี้จะยังไม่พิจารณา และงดกิจกรรมทางการเมืองทั้งหมด ขณะนี้ก็ไม่ได้ประสานกับพรรคไหน ส่วนพรรคชาติไทยจะประสานไปร่วมกับพรรคพลังประชา ชนหรือพรรคใด ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละพรรคที่จะกระทำ

เมื่อถามว่าการที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พรรคพลังประชาชนจะได้ใบแดงถึง 60 ใบ นายองอาจกล่าวว่า ไม่มีใครรู้เป็นเพียงการประเมินทั่วไป ซึ่งนายสุเทพระบุว่าเป็นการสมมติเท่านั้น ซึ่งก็นับไปตั้งแต่ 20-50 ไปหยุดที่ 60 แต่สื่อตกคำว่าสมมติไป การที่จะได้ใบแดงมากหรือน้อย ก็เป็นไปตามข้อเท็จจริง ขึ้นอยู่กับเรื่องร้องเรียน คิดว่าจำนวนไม่ได้เป็นเครื่องบ่งบอก ว่าจะได้เท่าไหร่ ส่วนที่ถามว่าจะฮั้วกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์กับกกต.หรือไม่ อย่าไปคิดมากในเรื่องดังกล่าวกกต.ก็ทำไปตามหน้าที่

 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ ข่าวสด ได้ที่นี่
 
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news 'สมเจตน์'ยัวะ! ลงลุยบุรีรัมย์
news พปช.ดิ้นวิ่งหา'เส้นใหญ่'ช่วย'ยุทธ ตู้เย็น'พ้นคดี
news อดีตบิ๊กคลัง'นิพัทธ'ไม่พ้นวิบากกรรม แพ้คดีชดใช้เงิน ธ.ออมสิน375ล้าน
news กกต.เร่งสอบสำนวนว่าที่ส.ส. คาดพรุ่งนี้จ่อคิวอีก75สำนวน
news 'เลี๊ยบ' ตอก 'ชวน' ถามใบแดงน้อยเพราะแทรกแซงกกต.หรือ
news "เติ้ง" ลั่นสัจวาจาร่วมรัฐบาล พปช.
news สุเทพปัดตอบ 65 ใบแดงตรงกับ กกต.
news คตส.ปูดเส้นทางเงินทุจริตเซ็นทรัลแล็บพบ"นักการเมือง-ขรก.-พ่อค้า"เอี่ยว
news 'ปชป.' ชี้ 'พปช.' โวยใบแดง เพราะเคยสั่ง กกต.ได้
news ผ่าน 3 วัน เหลืออีก 119 ว่าที่ส.ส.ยังไม่รายงานตัว
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvInteractive TV
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง