|
|
| |
รองผู้ว่าฯอ้างม็อบไล่กกต.พันคดี'ชิดชอบ' |
|
|
 |
| โดย มติชน วัน อังคาร ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2551 00:00 น. |
|
พลังประชาชนดิ้นสู้หลังคณะกรรมการกฤษฎีกามีมติเอกฉันท์ยืนมติแจก3ใบแดงว่าที่ ส.ส.บุรีรัมย์ ยื่นคำร้องศาลฎีกาขอคุ้มครองชั่วคราว อ้างเบรกชาวบ้านหยุดเคลื่อนไหว ประธาน กกต.บุรีรัมย์แฉเบื้องหลังม็อบไล่พัวพัน 4 คดีใหญ่-นักการเมืองตระกูล'ชิดชอบ'
คณะกรรมการตรวจ ยืนให้ 3 ใบแดง พปช.บรีรัมย์ เขต 1
กรณีที่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีมติให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) ว่าที่ ส.ส. พรรคพลังประชาชน(พปช.)เขต 1 บุรีรัมย์ ได้แก่ นายประกิจ พลเดช นายรุ่งโรจน์ ทองศรี และนายพรชัย ศรีสุริยันโยธินซึ่ง คณะกรรมการตรวจสอบที่ประกอบด้วยประธานคณะกรรมการกฤษฎีกาทั้ง 12 คณะมีนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธาน ได้ประชุมร่วมเพื่อพิจารณาสำนวนคดีดังกล่าวเมื่อวันที่ 7 มกราคม ปรากฏว่า ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ว่า คำสั่งของ กกต.ที่ให้ใบแดงว่า ที่ส.ส.พปช.เขต 1 บุรีรัมย์ ทั้ง 3 ราย เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย
นายอัชพร จารุจินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการตรวจสอบ แถลงว่า การพิจารณาของคณะกรรมการตรวจสอบเป็นการตรวจสอบในขั้นตอน วิธีการพิจารณาของ กกต.ว่า มีการให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาเพียงพอหรือไม่ ส่วนดุลพินิจเป็นเรื่องของ กกต.ที่จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ใช่ความรับผิดชอบของคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งหากผู้เสียหายเห็นว่าไม่เป็นธรรมก็ต้องไปใช้สิทธิทางศาล
'ตามมาตรา 104 ของ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว.ได้ให้อำนาจ กกต.ในการแต่งตั้งบุคคลเป็นคณะกรรมการหนึ่งหรือหลายคณะตามความจำเป็นเพื่อให้มาช่วย กกต.ในการตรวจสำนวน สืบสวนสอบสวน รวมทั้งรับฟังคำชี้แจงหรือพยานหลักฐานแทน กกต. นอกจากนี้ การเลือกตั้งระดับอื่นๆ ที่ผ่านมา ที่ กกต.มีการสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก โดยที่ไม่ได้ให้ผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงโดยตรงกับ กกต. ประเด็นนี้ต้องถือว่า บทบัญญัติของกฎหมายได้เอื้อประโยชน์ให้ กกต.ได้วินิจฉัยชี้ขาดด้วยตนเอง' นายอัชพรกล่าว
พปช.ดิ้นยื่นศาลฎีกาคุ้มครองชั่วคราว-ให้ชาวบ้านงดเคลื่อนไหว
ต่อม ที่ทำการ พปช. นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกพรรคพลังประชาชน นำนายรุ่งโรจน์ ทองศรี และนายพรชัย ศรีสุริยันต์โยธิน ว่าที่ ส.ส.เขต 1 บุรีรัมย์ ที่ถูก กกต.ให้ใบแดง แถลงว่า จะยื่นคำร้องต่อศาลฎีกา ภายในวันที่ 8 มกราคม เพื่อขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับการประกาศให้มีการเลือกตั้งใหม่ และขอให้เพิกถอนคำสั่ง กกต.ที่ได้ตัดสิทธิสิทธิเลือกตั้งของว่าที่ ส.ส.บุรีรัมย์ พปช.ทั้ง 3 คน นอกจากนี้ ผู้สมัคร ส.ส.อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะดำเนินคดีทางอาญากับ กกต. ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่
นายรุ่งโรจน์กล่าวว่า ตนและผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์อีก 2 คนมีความมั่นใจในหลักฐาน และเชื่อว่าจะสามารถแก้ข้อกล่าวหาได้ โดยเชื่อว่าจะได้รับความเป็นธรรมในชั้นการพิจารณาของศาลฎีกา
นายประกิจ พลเดช กล่าวว่า หลังจากทราบคำวินิจฉัย ได้มีประชาชนในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์จำนวนมากโทรศัพท์มาสอบถามให้กำลังใจ พร้อมทั้งบอกว่า จะมีการนัดชุมนุมประท้วงใหญ่อีกครั้ง โดยชาวบ้านจะเดินทางมาชุมนุมจำนวนมาก จึงได้ขอร้องว่า อย่าเพิ่งเดินทางมาชุมนุม เพราะเกรงจะถูกมองว่าเป็นการกดดัน กกต.กลาง ขอให้ชาวบ้านอยู่ในความสงบ อย่าเคลื่อนไหวหรือก่อความวุ่นวาย เพราะขณะนี้ประเทศกำลังอยู่ในช่วงไว้อาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางฯอีกด้วย
'ประพันธ์'ป้องกกต.บุรีรัมย์เป็นกลาง
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวว่า กกต. จังหวัดไม่ได้มีอำนาจให้ใบเหลืองใบแดงตามที่หลายฝ่ายกล่าวอ้าง
'หากใครที่กำลังดำเนินการนอกกระบวนการของกฎหมายไม่ว่าจะเป็นการขนคนมาชุมนุมเพื่อกดดันการทำหน้าที่ กกต. ก็ขอให้ยุติ เพราะยืนยันว่าเราได้ทำทุกอย่างตามกระบวนการและขณะนี้ใกล้จะเปิดประชุมสภาและมีการจัดตั้งรัฐบาล หากใครที่ทำอะไรไม่ถูกต้อง ไม่อยู่กับร่องกับรอยก็ขอให้ยุติ บ้านเมืองจะได้เกิดความสงบ' นายประพันธ์กล่าว
นายประพันธ์กล่าวว่า ยืนยันว่าทั้งประธาน กกต.และ กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว และในวันที่ 8 มกราคม ประธาน กกต.จังหวัดบุรีรัมย์ จะเดินทางมาให้ข้อมูลพยานหลักฐานเกี่ยวกับการทุจริตในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ที่ค้างอีก 1 สำนวนเพิ่มเติม
นายประพันธ์กล่าวถึงกรณี พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม หัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นแห่งชาติ (คมช.) จะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า กกต.ไม่ได้ประสานและหารือกับ คมช. แต่ กกต.ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองให้เข้าไปดูแล เป็นไปตามขั้นตอน การที่ คมช.ลงพื้นที่คงเป็นเพราะ คมช.มีความเป็นห่วง เลยต้องการลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่เชื่อว่าคงไม่มีการใช้กำลังทหาร แต่เป็นเพียงเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้าย
ปธ.กกต.บุรีรัมย์ระบุม็อบมีเงื่อนงำ-คาดคดีแม่'เนวิน'เหตุถูกไล่
ด้านนายเกษม วัฒนธรรม ประธาน กกต.บุรีรัมย์และรองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ เผยกรณีการชุมนุมของประชาชนที่อ้างว่าเพื่อล่ารายชื่อยื่นถอดถอน กกต.จังหวัด 2 ราย คือตนและ พ.ต.อ.สังวรณ์ ภู่ไพจิตรกุล กกต.จังหวัดฝ่ายสืบสวน กรณีพิจารณาให้ใบแดงแก่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชาชน เขต 1 บุรีรัมย์ ว่า เห็นว่า อาจมีเงื่อนงำและมีข้อสงสัยหลายประการแอบแฝงอยู่ เพราะหากผู้ชุมนุมไม่พอใจคำตัดสินของ กกต. ที่แจกใบแดง ทำไมจึงไม่ร้องถอดถอน กกต.จังหวัดทั้ง 5 คน เพราะการพิจารณาเรื่องร้องเรียนเป็นมติของ กกต.จังหวัดทั้งคณะ เหตุใดจึงมุ่งเป้ามาที่ตนและ พ.ต.อ.สังวรณ์ เรื่องนี้น่าจะมีนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลในพื้นที่บางคนอยู่เบื้องหลังหรือไม่
นายเกษมกล่าวว่า จากการข่าวพบว่า ตนและ พ.ต.อ.สังวรณ์ กำลังตรวจสอบคดีเกี่ยวกับการทุจริตของนักการเมืองและผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มในพื้นที่ 4 คดีใหญ่ และคดีกำลังจะถึงที่สุด ประกอบด้วย
1.กรณีการเพิกถอนสิทธิครอบครองที่ดินการบุกรุกที่วนอุทยานเขากระโดงและที่ดินรถไฟของตระกูลชิดชอบ
2.การดำเนินคดีกับนางละออง ชิดชอบ (มารดานายเนวิน ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์) ข้อหาบุกรุกที่สาธารณประโยชน์ใน อ.สตึก ทางตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ได้เรียกมารับทราบข้อกล่าวหาเมื่อวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมา แต่มีการขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 9 มกราคม
3.การดำเนินคดีทุจริตซื้อที่ดินสร้างโรงฆ่าสัตว์ของเทศบาลเมืองบุรีรัมย์ ซึ่ง สตง.ชี้มูลความผิดและมีคำสั่งให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องแล้ว โดย 1 ในนั้นเป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองบุรีรัมย์ และในวันที่มีม็อบมาขับไล่ กกต.จังหวัด บุคคลคนนี้ก็อยู่ในกลุ่มแกนนำม็อบด้วย
และ 4.การตรวจสอบเรื่องร้องเรียนการรับสมัครกลุ่มสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ของนางกรุณา ชิดชอบ ทาง กกต.จังหวัดกำลังพิจารณาอยู่ ประเด็นดังกล่าวอาจเป็นชนวนให้เกิดการระดมมวลชนมาเพื่อกดดันให้มีการโยกย้ายผมออกนอกพื้นที่ หรือให้พ้นจากประธาน กกต. ทั้งที่การแจกใบแดงเป็นอำนาจ กกต.กลาง ไม่ใช่ กกต.จังหวัด ดังนั้น จึงไม่น่าจะเป็นประเด็นที่มีการมาชุมนุมขับไล่ตนและ พ.ต.อ.สังวรณ์
เร่งตีฆ้องเลือกตั้งใหม่กันบัตรเสีย
'การที่คณะกรรมการกฤษฎีกายืนตามมติ กกต.กลาง ก็เป็นที่ทราบกันว่า ผมทำตามหน้าที่และข้อมูลพยานหลักฐาน ไม่ได้เอนเอียงหรือมีอคติแต่อย่างใด หากมีการชุมุนมกดดันอีก ผมก็ไม่รู้สึกหวั่นไหว แต่คาดว่าคงจะไม่มีแล้ว เพราะคำวินิจฉัยของคณะกรรมการกฤษฎีกาถือเป็นที่สุด ประกอบกับช่วงนี้อยู่ในช่วงไว้อาลัยต่อสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ การกระทำให้บ้านเมืองไม่สงบสุขย่อมไม่บังควร' นายเกษมกล่าว
นายเกษมยังกล่าวว่า กกต.กลางกำหนดให้เลือกตั้งใหม่วันที่ 19 มกราคมนี้ ซึ่ง กกต.จังหวัดพร้อมจัดการเลือกตั้งเต็มที่ โดยยืนยันจะจัดการเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ ยุติธรรมและเป็นไปด้วยความเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม จะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าผู้สมัคร ส.ส.พปช. 3 ราย ถูกเพิกถอนสิทธิแล้ว เพื่อป้องกันการเกิดบัตรเสียจำนวนมาก ตามที่หลายฝ่ายหวั่นเกรงว่าจะเกิดการประท้วงโดยกากบาทผู้สมัครที่ถูกตัดสิทธิ เชื่อมั่นว่าชาวบุรีรัมย์ส่วนใหญ่เข้าใจและพร้อมจะให้ความร่วมมือ
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|