|
|
| |
ชาติไทย ส.ส.ลดฮวบ! เจอ2ใบแดง-กกต.เสียงแตกแจกเหลือง พปช. |
|
|
 |
| โดย มติชน วัน อังคาร ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2551 00:00 น. |
|
ชาติไทยเจอแล้ว2ใบแดงที่ชัยนาท ยอด ส.ส.ลดเหลือ 35 คน มัชฌิมา-พปช.จ้องเสียบ กกต.เสียงแตก 3 ต่อ 2 แจกได้แค่ใบเหลืองอีก 10 ราย พลังประชาชนโดน 8 ปชป.1 ชท.1 ขณะที่'บิ๊ก' ประชาธิปัตย์ 'ไพฑูรย์ แก้วทอง'รอด เครือนักวิชาการทำหนังสือเปิดผนึกเร่งจัดการโกงเลือกตั้ง-จี้ยุบพรรค
นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงผลการประชุม กกต.เมื่อค่ำวันที่ 7 มกราคมถึงพิจารณาสำนวนการร้องเรียนการทุจริตการเลือกตั้งว่า ในช่วงบ่าย กกต.มีมติให้ใบเหลือง(จัดการเลือกตั้งใหม่โดยไม่เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง)แก่
1.นายธีระชัย แสนแก้ว นายทองดี มนิสสาร และนายต่อพงษ์ ไชยสาส์น ว่าที่ ส.ส. พรรคพลังประชาชน(พปช.)เขต 2 อุดรธานี
2.นายประสพ บุษราคัม และนายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ว่าที่ส.ส.พปช.เขต 3 จ.อุดรธานี กรณีให้เงินหรือทรัพย์สินเพื่อจูงใจให้ประชาชนลงคะแนน
3.นายบัณฑูร เกียรติก้องชูชัย ว่าที่ส.ส.ชาติไทย เขต2 จังหวัดชัยภูมิ
นอกจากนั้นยังมีมติให้ใบแดง แก่ น.ส.นันทนา สงฆ์ประชา และนายมณเฑียร สงฆ์ประชา ว่าทึ่ส.ส. เขต 1 จ.ชัยนาท พรรคชาติไทย(ชท.) กรณีให้เงินเพื่อจูงใจประชาชนให้ลงคะแนนในการเลือกตั้งล่วงหน้า โดยมีพยานหลักฐานเป็นวิดีโอเทปที่มีภาพหัวคะแนนของบุคคลทั้ง 2 เก็บบัตรประชาชนและมีการจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่หน้าหน่วยเลือกตั้งกลาง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าการที่ว่าที่ส.ส.พรรคชาติไทยได้ใบแดงทำให้จำนวน ส.ส.ของพรรคชาติไทยเเหลือ 35 คนจากที่ได้รับเลือก 37 คน ส่วนผู้สมัคร ส.ส.ที่ได้คะแนนรองมาในจังหวัดชัยนาทได้แก่ นางพรทิวา นาคาศัย พรรคมัชฌิมาธิปไตยและนายชัยวัฒน์ ทรัพย์รวงทอง พปช.
นายสุทธิพลกล่าวว่า ใช่วงเช้า กกต. มีมติให้แจกใบเหลืองแก่นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี ว่าที่ ส.ส.เขต 1 จ.เพชรบูรณ์ พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) และว่าที่ ส.ส.เขต 1อุดรธานี ทั้ง 3 คนจาก พปช. ได้แก่ พ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์, นายเชิดชัย วิเชียรวรรณ และนายอนันต์ ศรีพันธุ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากมติของ กกต.ดังกล่าวทำให้วันที่ 7 มกราคม กกต.มติแจกใบเหลือง 10 ราย เป็นของ พปช. 8 ราย ปชป. 1 ราย, ชท. 1 ราย และใบแดงของ ชท. 2 ราย
นายสุทธิพลกล่าวว่า สำหรับวันที่ 7 มกราคม กกต.ได้พิจารณาสำนวนเสร็จสิ้นแล้วจำนวน 19 เรื่อง และคาดว่าจะมีพิจารณาเพิ่มอีกจำนวน 3 - 4 สำนวน ส่วนวันเลือกตั้งใหม่นั้น กกต.กำหนดให้เลือกตั้งใหม่ในวันที่ 20 มกราคมนี้ สำหรับทุกจังหวัด ยกเว้นการเลือกตั้งใหม่ใน จ.บุรีรัมย์ ซึ่งกกต.กำหนดให้เลือกตั้งใหม่ในวันที่ 17 มกราคมนี้ และจ.นครราชศรีมาซึ่วงให้ใบเหลืองว่าที่ ส.ส.พปช. 3 รายไปก่อนหน้านี้ กกต.กำหนดให้เลือกตั้งให้ในวันที่ 13 มกราคมนี้
นายสุทธิพล กล่าวอว่า กกต.ยังมีมติให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติมสำหรับสำนวนร้องเรียน นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล และนางปานหทัย เสรีรักษ์ ว่าที่ส.ส. เขต 1 จ.แพร่ พปช. กรณีจัดปราศรัยในวันที่ 4 ธันวาคม 2550 พร้อมมอบเงินแก่ผู้มาฟังปราศรัยคน 2,000 บาท และแจกวีซีดีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
นายสุทธิพล กล่าวอีกว่า จนถึงขณะนี้กกต.ได้สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ไปแล้ว 13 ราย ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา 3 ราย ลำปาง 1ราย เพชรบูรณ์ 1ราย และอุดรธานี 8 ราย และสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 5 ราย ได้แก่ ชัยนาท 2 ราย บุรีรัมย์ 3 ราย อย่างไรก็ตาม ยกคำร้องคดี ปชป.'ไพฑูรย์ แก้วทอง'กับลูก
เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ส่วนสำนวนที่กกต.มีมติให้ยกคำร้องนั้น ได้แก่
1.สำนวนร้องคัดค้าน นายไพฑูรย์ แก้วทอง ว่าที่ส.ส. แบบสัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ 2 ปชป. และนายนราพัฒน์ แก้วทอง ว่าที่ส.ส. เขต 1 จ.พิจิตร พรรคประชาธิปัตย์
2.สำนวนร้องคัดค้าน นายวิเชียร ขาวขำ ว่าที่ส.ส. เขต 4 จ.อุดรธานี พปช.
3.สำนวนร้องคัดค้าน นายสุทิน คลังแสง, นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ และนายสุรจิตร ยนต์ตระกูล ว่าที่ส.ส. พปช. เขต 1 จ.มหาสารคาม
4.สำนวนร้องคัดค้าน นางพรทิวา นาคาศัย ผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส. เขต 1 จ.ชัยนาม พรรคมัชฌิมาธิปไตย(มฌ)
5.สำนวนร้องคัดค้าน นายกิตติกร โล่ห์สุนทร, นายธนาธร โล่ห์สุนทร และนายวาสิต พยัคฆบุตร ว่าที่ส.ส. เขต 1 จ.ลำปาง พปช. กรณีเจ้าหน้าที่รัฐวางตัวไม่เป็นกลางและใส่ร้ายให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม
นอกจากนี้ สำหรับสำนวนอื่นๆ กกต.มีมติให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อมูลเพิ่มเติมต่อไป
ส่วนการรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมนั้น นายสุทธิพล กล่าวว่า กกต.มีมติให้รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการเพิ่มเติมให้แก่ว่าที่ส.ส.จำนวน 6 คน ซึ่งถูกยกคำร้องคัดค้าน ได้แก่ นายกิตติกร โล่ห์สุนทร, นายวาสิต พยัคฆบุตร ว่าที่ส.ส. เขต 1 จ.ลำปาง พรรคพลังประชาชน, นายธีระ ไตรสรณกุล, นายวิวัฒชัย โหตระไวศยะ ว่าที่ส.ส. เขต 3 จ.ศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน, นายเรวัต อารีรอบ และนายทศพร เทพบุตร ว่าที่ส.ส. เขต 1 จ.ภูเก็ต
เผย กกต.เสียงแตกแจกใบเหลือง พปช.- ปชป. 3ต่อ2
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า มติให้แจกใบเหลืองแก่นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี ว่าที่ ส.ส.เขต 1 จ.เพชรบูรณ์ ปชป.(ตรวจพบเงิน 1.3 ล้านบาทอยู่กับใบปลิวหาเสียง )กกต.มีมติ 3:2 กล่าวคือ กกต. 3 คน มีความเห็นว่า สมควรเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายสุทัศน์ (ใบแดง) เนื่องจากพิจารณาแล้วเข้าข่ายการทุจริตเลือกตั้งจริง ในขณะที่กกต. 2 คน เห็นสมควรให้มีการจัดการเลือกตั้งใหม่ (ใบเหลือง) ดังนั้น มติ กกต.จึงสรุปสิ้นสุดแค่การให้ ใบเหลือง นายสุทัศน์เท่านั้น แม้ว่ามติให้ใบแดงจะมากกว่ามติให้ใบเหลืองก็ตาม เนื่องจากตามกฎหมายกำหนดไว้ว่า กกต.จะสามารถให้ใบแดงว่าที่ส.ส.ได้ ต่อเมื่อ กกต.มีมติให้ใบแดง 4 : 1 หรือมีมติให้ใบแดงอย่างเป็นเอกฉันท์เท่านั้น (5 : 0)
นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวว่า กรณีที่กกต.มีมติให้ใบเหลือง นายสุทัศน์ โดย 3 เสียงข้างมากเห็นว่าควรให้ใบแดง ซึ่งตนเป็น 1 ใน 3 เสียงข้างมาก เพราะเห็นว่าหลักฐานในที่เกิดเหตุที่ตำรวจไปจับกุมค่อนข้างชัดเจน และน่าเชื่อได้ว่าเงินที่พบคือเตรียมไว้ใช้ซื้อเสียงจริง
รายงานข่าวแจ้งว่า ส่วนสำนวนที่จังหวัดอุดรธานี เขต 1นั้น ที่ประชุมกกต.มีมติให้ใบเหลืองนั้น ปรากฏว่า กกต.มีมติเห็นว่า ควรให้ใบแดง 3 เสียง ใบเหลือง 1 เสียง และใบขาว 1 เสียงโดยมีมติให้ใบขาว คือ นายสมชัย ส่วนสาเหตุที่เห็นว่าควรให้ใบขาวนั้น เป็นเพราะสำนวนนี้ไม่สามารถชี้ขาดได้ว่า หัวคะแนนที่พบนั้นเป็นหัวคะแนนของใคร โดยมีเพียงการระบุว่า หัวคะแนนมีความใกล้ชิดกับพ.ต.ท. สุรทินเท่านั้น และ ยังไม่สามารถเกี่ยวโยงไปถึงว่าที่ส.ส.อีก 2 คนได้อีกด้วย นอกจากนี้ สำนวนนี้มีผู้ร้องเรียนมาเพียง 4 คนเท่านั้น ขณะที่เขตนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวน 400 คน หากจัดเลือกตั้งใหม่จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายมาก และกกต.จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่าย
พปช.อุดรธานีโวยไม่เป็นธรรม-ปั้นพยานเท็จ
นายอนันต์ ศรีพันธ์ ผู้สมัคร ส.ส.อุดรธานี พรรคพลังประชาชน เขต 1 เผยว่า รู้สึกน้อยใจที่ กกต.ให้ใบเหลือง เพราะไม่ได้รับความเป็นธรรม ไม่รู้เอาอะไรมาตัดสิน มีการตั้งธงไว้ก่อนแล้วด้วยการปั้นพยานเท็จขึ้นมา โดยอ้างว่าหัวคะแนนของตนจ่ายเงินซื้อเสียงผู้มีสิทธิเลือกตั้งหัวละ 500 บาท ทั้งที่บุคคลที่ถูกอ้างนั้นไม่ใช่หัวคะแนนของตน ซึ่งก็ได้นำบุคคลดังกล่าวไปชี้แจงที่ กกต.กลาง พร้อมกันเพื่อแสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด
ว่าที่ ส.ส.ชาติไทยโวยมีขบวนการโค่นล้ม
นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ผู้สมัคร ส.ส.ชัยนาท พรรคชาติไทย กล่าวถึงกรณีที่โดนใบแดงว่า มีขบวนการที่จ้องโค่นล้มแน่นอน เพราะคะแนนของตนและของนางนันทนา รวมกันได้มา 160,000 กว่าคะแนน เป็นสิ่งที่บอกได้ว่าคนชัยนาทคิดอย่างไร 'ผมเคารพทุกคะแนนเสียงของคนชัยนาทที่เลือกตระกูลสงฆ์ประชาทั้ง 2 คน ทั้งที่ผ่านมาในอดีตจนถึงปัจจุบัน น่าแปลกที่คนชัยนาทนับแสนคนเลือกผม แต่กลับถูกตัดสินจากคนภายนอกเพียงไม่กี่คน ผมคงไม่ทำอะไรในขณะนี้ ยังเคารพในกฎและกติกาเสมอ'
พปช.เตรียมพร้อมตั้งทีมสู้คดี ลั่นไม่เล่นนอกกรอบ
นายกุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน(พปช.) เปิดเผยผลการประชุมร่วมกับทีมกฏหมายของพรรค หารือเรื่องการให้ใบเหลืองและใบแดงของ กกต. แก่ว่าที่ ส.ส. ของ พปช. ตั้งแต่เริ่มจัดตั้งพรรคตลอดจนมีการหาเสียง ว่า ทีมกฏหมายของพรรคได้ชี้แจงชัดเจนว่าสิ่งใดควรทำหรือสิ่งใดไม่ควรทำ อีกทั้งยังมีข้อห้ามทั้งหมด 45 ข้อมาบังคับใช้ให้ทราบอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่า พรรคไม่เคยสนับสนุนให้มีการกระทำผิดใดๆเกิดขึ้น และพรรคปฏิบัติตามกฏหมายเลือกตั้ง
นายกุเทพกล่าวอีกว่า ขณะนี้พรรคต้องชี้แจงกรณีถูกร้องเรียนมาหลายเรื่อง ซึ่งไม่ได้ขัดข้องและยินดีให้มีการตรวจสอบ ซึ่งได้เตรียมทีมเสนอข้อมูลเพื่อชี้แจงต่อกกต.และศาลแล้ว ทั้งนี้จากการพูดคุยกันทำให้สมาชิกเกิดความมั่นใจว่าพรรคจะสามารถอธิบายข้อมูลได้อย่างชัดเจน และขอย้ำว่าจะไม่ใช้วิธีการนอกกรอบ วิ่งเต้นในลักษณะผิดกฏหมาย เมื่อมีมติแล้วก็จะไม่มีการยื่นอุทธรณ์ แต่ขอน้อมรับ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางพรรคยังมีช่องทางขอความเป็นธรรม ก็ขออธิบาย ถึงที่สุดแล้วพรรคก็พร้อมน้อมรับคำตัดสิน
เอ็นจีโอชี้ ปชป.เพชรบูรณ์น่าจะได้ใบแดง
นายทองสุข ดวงบุปผา ตัวแทนเครือข่ายองค์การเอกชนตรวจสอบการเลือกตั้ง จ.เพชรบูรณ์ กล่าวกรณี กกต.มีมติแจกใบเหลืองให้นายสุทัศน์ จันทร์แสงศรี ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ว่า ดูจากรูปการแล้วน่าจะเป็นใบแดงมากกว่า กกต.ต้องมีคำตอบให้ประชาชน เพราะเท่าที่ทราบหลักฐานค่อนข้างชัดเจน นอกจากนี้ยังมีพยานรู้เห็นเกี่ยวข้องอีกเป็นร้อยๆ ปาก หากเปรียบเทียบกับ 3 ใบแดงที่ จ.บุรีรัมย์แล้วประชาชนคงมีข้อสังเกตอีกมาก
ร.ต.ต.อิศเรศฤทธิ์ นิลวงศ์ ประธาน กกต.เพชรบูรณ์ กล่าวว่า กกต.เพชรบูรณ์พร้อมจัดการเลือกตั้งใหม่ เพียงแต่รอให้ กกต.กลางประกาศวันเลือกตั้ง สำหรับ ผอ.กต.เขต 1 และ กกต.เขต 1 คงจะใช้ชุดเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
'ไม่อยู่เหนือความคาดหมาย แม้จะสาวไปไม่ถึงตัวผู้สมัครก็ตาม เพราะค่อนข้างชี้ชัดว่ามีความไม่สุจริตในการเลือกตั้ง ส่วนจะมีเสียงยี้จากใครก็ยี้ไป เราพยามทำดีที่สุดแล้วเพราะเป็นผู้จับเงิน 1.3 ล้านบาทได้ แต่ กกต.กลางวินิจฉัยอย่างไงนั้นก็คงขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน'ร.ต.ต.อิศเรศฤทธิ์กล่าว
เครือข่ายนักวิชาการเร่งกกต.โกงเลือกตั้ง-ยุบพรรค
เวลา 16.00 น. เครือข่ายนักวิชาการเพื่อประชาธิปไตย นำโดยนายคมสัน โพธิ์คง อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วย น.ส.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักิจัยและพัฒนา สถาบันพระปกเกล้า, นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ อาจารย์ประจำภาควิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, นายวิเชียร ตัณศิริมงคล คณะบดีคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, นางจันทนา สุทธิจารี อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนายณรงค์ บุญสวยขวัญ อาจารย์ประจำคณะศิลปะศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้เดินทางมายื่นหนังสือเปิดผนึกต่อกกต.ผ่านนายสุทธิพล ทวีชัยการ โดยใจความของหนังสือดังกล่าวระบุว่า
'เพื่อให้กกต.ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็ง และดำเนินการสืบสวนสอบสวนเรื่องร้องเรียนการทุจริตโดยเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้กกต.ดำเนินการสืบสวนและวินิจฉัยชี้ขาดเรื่องสำคัญอันเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนต่อบทบัญญติของกฎหมายโดยเฉียบขาด เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานของการกระทำที่เป็นความคิดและสร้างมาตรฐานของการปฏิบัติทางการเมืองต่อไป โดยเรียกร้องให้มีการสืบสวนเพื่อให้มีการเพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้งของผู้สมัครส.ส.ที่กระทำการทุจริต และขอให้มีการเร่งรัดสืบสวนเพื่อพิจารณาต่อศาลรัฐธรรมนูญให้มีการยุบพรรคการเมืองที่หัวหน้าพรรคการเมือง และกรรมการบริหารพรรคที่มีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตเลือกตั้ง รวมทั้งตรวจสอบการกระทำของบุคคลหรือพรรคการเมืองที่ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. เพื่อให้พรรคการเมืองหรือผู้ที่กระทำความผิดต้องได้รับโทษจำคุก เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และยุบพรรคการเมืองหากเกี่ยวข้องกับการทำทุจริต'
นอกจากนี้ในจดหมายเปิดผนึกยังระบุว่า 'ขอให้กำลังใจกกต.ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเข้มแข็งต่อไป ไม่หวั่นอิทธิพลหรือกลุ่มการเมืองใด เพื่อการคัดสรรบุคคลที่มีความดีงาม และซื่อสัตย์สุจริตเข้าไปทำหน้าที่ ส.ส.และเป็นปากเป็นเสียงของประชาชน'
แฉผลวิจัยเชียงรายทุจริตเลือกตั้งเพียบ-อีสานซื้อล่วงหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มนักวิชาการเหล่านี้ ได้ทำผลวิจัยพฤติกรรมประชาชนในภาคต่างๆ ที่มีต่อการเลือกตั้ง โดยนางจันทนา กล่าวว่า จากการวิจัยพบว่า ใน จ.เชียงรายมีการกระทำการทุจริตเลือกตั้งโดยมีลักษณะของการสัญญาว่าจะให้ เช่น จะให้เงินหรือสิ่งของ ภายหลังจากมีการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปแล้ว ซึ่งพฤติกรรมเช่นนี้เกิดจากระบบความเชื่อถือของชุมชน ซึ่งเป็นสิ่งที่กกต.เข้าไปดำเนินการไม่ถึง
ขณะที่นายณรงค์ กล่าวว่า กระบวนการการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งยังเปิดให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมน้อยกว่าที่ควรจะเป็น นอกจากนี้ การซื้อเสียงในพื้นที่ยังมีการพัฒนามากขึ้น โดยมีการแจกเงินเป็นโบนัสหรือพาคนไปฟังปราศรัย ซึ่งจะแจกเงินภายหลังที่ กกต.ประกาศรับรองผล ส.ส.ไปแล้ว
ด้านนายวิเชียร กล่าวว่า การซื้อเสียงในภาคอีสานนั้นมีรูปแบบการจ่ายเงินซื้อเสียง 1 เดือนก่อนมีการเลือกตั้งล่วงหน้า ซึ่งเรื่องนี้กกต.ควรแก้ไขกฎหมายของการเลือกตั้งล่วงหน้าให้เข้มงวดกว่านี้ อย่างไรก็ตาม การซื้อขายเสียงในภาคอีสานไม่ได้มีการซื้อขายในคืนหมาหอนอย่างสมัยก่อน แต่จะมีการให้เงินก่อนการเลือกตั้งล่วงหน้าและหลังการประกาศรับรองผลของกกต.
นายคมสัน กล่าวว่า ภาพรวมการซื้อเสียงในพื้นที่ภาคกลางนั้น ยังคงมีการทุจริตไม่เปลี่ยนแปลง โดยรูปแบบการซื้อเสียงจะพัฒนามากขึ้น และการนับคะแนนในหน่วยเลือกตั้งพร้อมๆ กันหลายหน่วยนั้นทำให้มีการนับคะแนนผิดพลาดได้ นอกจากนี้ ขอเสนอให้กกต.เปลี่ยนวิธีการนับคะแนนจากเดิมที่ 5 คะแนนจะมีการขีดเส้น 4 เส้น และอีก 1 เส้นกาทับนั้น เปลี่ยนเป็น ขีดเส้นทั้ง 5 เส้นให้เป็นแบบเดียวกัน เหมือนประเทศเวียดนาม เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนเวลานับคะแนน
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|