|
|
| |
'ชัยยะ'พ้อสนองงานด่วนกกต. แต่ถูกงัดด้วยคำร้องเรียนใบเดียว |
|
|
 |
| โดย กรุงเทพธุรกิจ วัน อังคาร ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2551 00:00 น. |
|
พล.ต.ต.ชัยยะ พ้อกกต.เรียกใช้งานด่วนได้ แต่กลับถือเอาคำร้อง'ยุทธตู้เย็น'ใบเดียวมางัดพ้นหน้าที่ ซัดกลับสนิทสนม"เฉลิม"กว่าใคร เคยช่วยคุ้มครองครั้งถูกปองร้าย
ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ภายหลังจบการแถลงข่าวของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการการสันติบาล(รองผบช.สันติบาล) ได้แถลงต่อทันที
โดยระบุว่า ช่วง 2สัปดาห์ที่ผ่านมา ตนตกเป็นข่าวมาตลอดจึงขอชี้แจงถึงเหตุผลที่มาช่วยงาน กกต. เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.ที่ผ่านมา ตนได้รับเชิญจาก กกต.ให้มาชี้แจงต่อกกต.โดยด่วน ซึ่งไม่คิดว่า กกต.กำลังถกเรื่องความพร้อมในการสืบสวนสอบสวน โดยสอบถามตนว่า ทางสันติบาลมีบุคลากรพอช่วย กกต.ได้หรือไม่
จึงชี้แจงว่ามีบุคลากรมากเพียงพอ กกต.จึงมีมติให้ตำรวจสันติบาล 700 นาย มาช่วย กกต. โดยให้เป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายเลือกตั้ง มีอำนาจสืบสวนสอบสวน และให้เก็บข้อมูลหลักฐานคู่ขนานไปกับเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนของกกต. เพราะเมื่อขอให้มาช่วย ก็ให้ความร่วมมือทุกด้าน
พล.ต.ต.ชัยยะ กล่าวต่อไปว่า สำนวนแรกที่สันติบาลได้รับมอบคือกรณีจ.เพชรบูรณ์ และ จ.มหาสารคาม เมื่อดำเนินการแล้วเสร็จ กกต.ได้มอบให้ดำเนินการต่อในส่วนของการทุจริตที่ จ.เชียงราย โดยได้ดำเนินการสืบสวนในเชิงรุก เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นก็ได้นำเรื่องเข้าเสนอที่ประชุมกกต. โดยสันติบาลเห็นว่าการกระทำทุจริตมีรูปแบบที่แตกต่างจากที่อื่น เพราะมีหน่วยราชการหลายแห่งเข้าไปเกี่ยวข้อง มีการกระทำเป็นกระบวนการ
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของพยาน จึงได้ขอต่อที่ประชุมว่าในการพิจารณาสำนวนนี้ขอให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องออกจากห้องประชุม ก่อนที่จะแจกสำเนาสำนวนการสอบสวนจำนวน 6 ชุดให้แก่ กกต. 5 คน และเลขาธิการกกต. เมื่อตนชี้แจงเสร็จ กกต.ก็เห็นว่ามีมูลพอที่จะแจ้งข้อกล่าวหา และหลังนำเสนอแล้วก็ขอเก็บสำเนาสำนวนการสอบสวนคืนจากทุกคน แต่มีกกต.คนหนึ่งไม่คืน
พล.ต.ต.ชัยยะ กล่าวอีกว่าต่อมาในวันที่ 4 ม.ค. มีคำสั่งจากกกต.ให้ตนเข้าไปชี้แจง โดยระบุถึงการร้องเรียนจากหัวหน้าพรรคพลังประชาชนว่า ตนไม่มีอำนาจในการสอบสวน ไม่มีความรู้ และวางตัวไม่เป็นกลาง เนื่องจากรู้จักกับพรรคประชาธิปัตย์ และสื่อมวลชนบางคน ตนก็ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้องจาก กกต. และมีหนังสือส่งตัวตามขั้นตอนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติทุกประการ
ส่วนที่ว่าไม่มีความรู้ ตนก็เป็นอนุกรรมการวินิจฉัยของ กกต.มาเกือบ 1 ปีแล้วและยังเป็นวิทยากรอบรมพนักงานสืบสวนอีก แต่กลับมาบอกว่าตนไม่เป็นกลาง จึงต้องขอความเป็นธรรม เพราะใช้หนังสือร้องเรียนฉบับเดียว แล้วมาขอให้ตนไม่เข้าร่วมรับฟังสำนวน ถามว่ารับได้ไหม ความเป็นธรรมอยู่ที่ใด ตนเป็นเพียงผู้เก็บรวบรวมวัตถุดิบ ตนไม่ใช่เป็นตัวชี้ขาด แต่ถ้าเพื่อไม่ให้สังคมแตกแยกตนพร้อมยุติบทบาท
"ตอนจะตั้งผมด่วนอย่างไร ผมก็มา เพราะตั้งใจจะมาพยุงองค์กรนี้ แต่ตอนนี้กลับเอาหนังสือแค่ฉบับเดียว ซึ่งไม่มีการตรวจสอบมาตัดสินผม ไม่ให้ผมเข้าร่วมรับฟังการชี้แจงสำนวนจังหวัดเชียงราย ทั้งที่ผมมาครั้งนี้ได้รับมอบจากผบช.สอบสวนกลาง ผมก็ไม่ว่า แต่ผมก็ยังมีหน้าที่ต้องดูแลชุดสืบสวนที่มาจากสันติบาล และก็อยากจะถาม กกต.ว่าจะให้ยุติบทบาทชั่วคราวหรือจะถอดถอนผมออกจากตำแหน่งก็บอกมาเลย แต่ผมจะไม่ลาออกจากการเป็นอนุกรรมการวินิจฉัยเรื่องร้องคัดค้านเพราะเป็นคนละเรื่อง" พล.ต.ต.ชัยยะ กล่าว
เมื่อถามถึงถูกกล่าวหา สนิทกับแกนนำพันธมิตรบางคน พล.ต.ต.ชัยยะ กล่าวว่า ตนเป็นตำรวจ มีเพื่อนพ้องน้องพี่จะไม่ให้รู้จักใครได้อย่างไร ตนรู้จักกับใครไม่สำคัญ ต้องดูว่ารู้จักแล้วเป็นธรรมหรือไม่ ส่วนพันธมิตร รู้จักหลายคน
"แต่ถ้าถามถึงความสนิทสนม บอกได้เลยว่าผมสนิทสนมกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง มาเป็นสิบๆ ปี สนิทขนาดที่ครั้งเมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม ถูกลอบทำร้ายต้องตามผมไปคุ้มครองพาไปส่งถึงบ้าน อย่าเอาการเมืองมาโยงกับเรื่องการทำงาน ที่อ้างว่าสนิทแล้วมีอะไร ถามกลับไปว่าเพราะคุณกลัวความจริงจะถูกเปิดเผยใช่หรือไม่" รองผบก.สันติบาล โต้ตอบ
พล.ต.ต.ชัยยะ ยังปฏิเสธที่จะตอบว่าข่าวสำนวนทุจริตเชียงรายรั่วไปถึงนายยงยุทธ จนสามารถแก้ข้อกล่าวหาได้นั้นเป็นผลมาจากการที่ กกต.คนหนึ่งไม่ยอมคืนสำนวนนี้ใช่หรือไม่ โดยระบุว่า "เรื่องนี้ผมไม่ขอตอบ เช่นกัน ไม่ขอตอบว่า สำนวนที่รั่วไปจะมีผลให้คำชี้แจงของนายยงยุทธ มีน้ำหนักจน กกต.ต้องยกคำร้องหรือไม่"
เมื่อถามว่ามติ กกต.ที่ให้สันติบาลเข้ามาช่วยงานสืบสวน มีกกต.เข้าประชุมครบ 5 คนหรือไม่ พล.ต.ต.ชัยยะ ปฏิเสธที่จะตอบคำถาม พร้อมกับระบุว่าให้ไปดูเอกสารมติกกต.ว่าใครไม่เข้าร่วมประชุม พร้อมกับแจกเอกสารดังกล่าวให้สื่อมวลชน ซึ่งในเอกสารเป็นมติกกต.วันที่ 18 ธ.ค. ระบุมีกกต.เข้าร่วมประชุม 4 คน ยกเว้นนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัยที่ท้ายมติบันทึกว่า ลาประชุมเนื่องจากป่วย
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ กรุงเทพธุรกิจ ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|