แหล่งรวม ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > เลือกตั้ง '50 > ข่าวฮอตวันนี้
 

กกต.พลิกแจกใบแดงพปช.อุดร นายกฯสั่งรับมือม็อบต้านบุกกรุง

โดย คม ชัด ลึก วัน ศุกร์ ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2551 10:13 น.
กกต.พลิกมติเปลี่ยนใบเหลือง "ประสพ บุษราคัม" พปช.อุดรฯ เป็นใบแดง ด้านนายกฯ สั่ง ผบ.ตร.รับมือม็อบต้านใบแดง-เหลืองเตรียมบุกกรุง "ยุทธ ตู้เย็น" แจ้งกองปราบฯ เอาผิด "เด็กเติ้ง" ใช้ข้อมูลเท็จร้อง กกต. ขณะที่ "อภิสิทธิ์" สั่ง "ไชยวัฒน์" ถอนฟ้องยุบ พปช. "สดศรี" ขู่ฟ้องเว็บไซต์ไฮ-ทักษิณ จวกยับไม่ใช่ลูกผู้ชาย กุข่าว "สนธิ" ยืมตัวลูกสาวช่วยงานสำนักนายกฯ

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงว่า ที่ประชุมพิจารณาสำนวนร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งทั้งหมด 6 สำนวน โดยมีมติสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง (ใบแดง) นายประสพ บุษราคัม ว่าที่ ส.ส.เขต 3 จ.อุดรธานี พรรคพลังประชาชน เนื่องจากปรากฏการกระทำโดยการปราศรัยใส่ร้ายด้วยข้อความอันเป็นเท็จ ทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเข้าใจผิดในคะแนนนิยม โดยที่ประชุมมีมติ 4 ต่อ 1 ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 มกราคม ที่ผ่านมา กกต.มีมติให้ใบเหลืองแก่นายประสพ ในข้อกล่าวหาเดียวกัน และข้อกล่าวหาแจกเงิน

สาเหตุที่ กกต.เปลี่ยนแปลงมตินั้น เลขาธิการ กกต.ชี้แจงว่า สำนวนการแจกใบเหลืองครั้งแรกเป็นคนละสำนวนกับที่ กกต.แจกใบแดงครั้งนี้ และในสำนวนล่าสุดก็มีความชัดเจนว่ามีความเกี่ยวโยงกับนายประสพ

เมื่อถามอีกว่า แสดงว่าผู้สมัครที่ กกต.สั่งให้ใบเหลืองไปนั้น ยังมีสิทธิที่จะโดนใบแดงใช่หรือไม่ นายสุทธิพล กล่าวว่า หากมีสำนวนค้างอยู่และมีหลักฐานถึงก็อาจจะโดนแดงได้ อย่างไรก็ตาม ในส่วนผู้ที่ กกต.ให้ใบแดงไปแล้ว และยังมีสำนวนค้าง ก็สามารถโดนใบแดงได้อีก แต่จะไม่มีผลในทางกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้ กกต.จะมีมติเปลี่ยนใบเหลืองของนายประสพเป็นใบแดง ก็จะไม่มีผลกระทบต่อการสั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ใน จ.อุดรธานี เพราะยังคงใช้คำสั่งให้มีการเลือกตั้งเดิมอยู่ ที่กำหนดไว้วันที่ 20 มกราคม ซึ่ง กกต.ได้นำเรื่องดังกล่าวหารือในที่ประชุม และเห็นว่า ไม่น่าเป็นปัญหา เพราะภายในสัปดาห์หน้ากฤษฎีกาน่าจะรับรองใบแดงของ กกต.ได้ และ กกต.ก็จะส่งผลการพิจารณากฤษฎีกาไปยังจังหวัด เพื่อประกาศให้ประชาชนทราบว่า หากวันเลือกตั้งใครลงคะแนนให้นายประสพ ก็จะถือเป็นบัตรเสีย

กกต.เลิกใช้สันติบาลสอบคดียงยุทธ

เลขาธิการ กกต.กล่าวว่า ที่ประชุมได้พิจารณากรณีคำร้องคัดค้านผลการเลือกตั้งที่ จ.เชียงราย ซึ่งนายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่มที่ 1 พรรคพลังประชาชน ร้องคัดค้านตัวพนักงานสอบสวนชุดที่มาจากสันติบาล โดยที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนขึ้นมาใหม่อีก 1 ชุด โดนเน้นบุคลากรจากฝ่ายสืบสวนสอบสวนจาก กกต. และให้ชุดสืบสวนของสันติบาลมอบสำนวนการสอบสวนทั้งหมด รวมทั้งวีซีดี บันทึกภาพเหตุการณ์ การจ่ายเงินเพื่อซื้อหัวคะแนน ให้แก่กรรมการชุดดังกล่าว ก็ได้รับคำยืนยันว่าจะนำมาให้ภายในวันที่ 11 มกราคม ไม่เกินเวลา 13.00 น.

ทั้งนี้ ชุดสืบสวนของสันติบาลยังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ กกต.ในสำนวนการทุจริตการเลือกตั้งคดีอื่น ซึ่งไม่ถือว่าเป็นความขัดแย้งร่วมกัน และคิดว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาขึ้นในอนาคตกับสำนวนอื่นที่สันติบาลทำไว้ เพราะทุกหน่วยงานจะต้องให้ความร่วมมือ กกต.

รับรอง ส.ส.เขต15 คน-สัดส่วน2คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุม กกต.ยังมีมติรับรอง ส.ส.ระบบแบ่งเขต จำนวน 15 คน ได้แก่ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.สิงห์บุรี นายวีระพล อดิเรกสาร เขต 2 พรรคพลังประชาชน จ.สระบุรี นายวิเชียร ขาวขำ เขต 4 พรรคพลังประชาชน จ.อุดรธานี นายสุทิน คลังแสง เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.มหาสารคาม นายสุรจิตร ยนต์ตระกูล เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.มหาสารคาม นายจิรวัฒน์ ศิริพาณิชย์ เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.มหาสารคาม นายเจริญ จรรย์โกมล เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.ชัยภูมิ

นายสุชาย ศรีสุรพล เขต 4 พรรคพลังประชาชน จ.ขอนแก่น นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ เขต 4 พรรคพลังประชาชน จ.ขอนแก่น ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.หนองคาย นายสมคิด บาลไธสง เขต 1 พรรคพลังประชาชน จ.หนองคาย นางชมภู จันทาทอง เขต 1 พรรคพังประชาชน จ.หนองคาย นางนันทนา ทิมสุวรรณ เขต 2 พรรคพลังประชาชน จ.เลย นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข เขต 2 พรรคพลังประชาชน จ.เลย และนายนราพัฒน์ แก้วทอง เขต 1 พรรคประชาธิปัตย์ จ.พิจิตร

นอกจากนี้ กกต.ยังประกาศรับรอง ส.ส.แบบสัดส่วนอีก 2 คน คือ นายไพฑูรย์ แก้วทอง ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 2 พรรคประชาธิปัตย์ และนายธนเทพ ทิมสุวรรณ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 3 พรรคพลังประชาชน

ชี้ใบแดงสัดส่วนอาจใช้วิธีตัดคะแนน

นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.กล่าวว่า กรณีใบเหลือง-ใบแดง ส.ส.ระบบสัดส่วนนั้น ต้องดูก่อนว่า กกต.ส่วนใหญ่จะมองอย่างไร แต่เบื้องต้นมองว่าควรมีการตัดคะแนนให้เป็นบัตรเสียในบางอำเภอ บางจังหวัดในกลุ่ม 1 เท่านั้น ไม่จำเป็นต้องเลือกตั้งใหม่ ทั้งนี้ ถ้าต้องตัดคะแนนออกในมาตรา 110 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. มีบัญญัติเรื่องการไม่นับคะแนนว่า ไม่ได้หมายความว่าจะไม่นับทั้งหมดในกลุ่มจังหวัดนั้น เพราะตามกฎหมายอาจจะตัด ไม่นับเฉพาะในเขตนั้นก็ได้ ซึ่งคิดว่าในจำนวนนี้ไม่ได้มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม การพิจารณาใบเหลืองใบแดงมีขั้นตอนชัดเจน ทั้งนี้ ส.ส.สัดส่วน 5 คน ของพรรคพลังประชาชน ยังคงมีสถานภาพเหมือนเดิม

"เพียงแต่กรณีนายยงยุทธ ต้องมีการพิจารณาตามข้อเท็จจริง ในลักษณะเป็นรายบุคคล ตามกฎหมายอาจจะพิจารณาตัดเฉพาะในเขต หรือในหน่วยก็ได้ เช่น อาจจะเป็นเขต 3 จ.เชียงราย หรือแม้กระทั่งตัดเขต จ.เชียงราย อาจจะไม่ตัดทุกจังหวัดในกลุ่ม ประเด็นพวกนี้เราพิจารณาหมดแล้ว จุดนี้ไม่ใช่ กกต.ไม่ได้คิดหรือเผลอไป เราไม่ได้พูดบอกไปก่อนเท่านั้นเอง หากดูคะแนน ส.ส.สัดส่วนในกลุ่ม ถึงแม้จะตัดคะแนนทั้งเขต ก็ไม่ทำให้จำนวน ส.ส.สัดส่วนของพรรคพลังประชาชนเปลี่ยนแปลง จะได้ 5 คนเหมือนเดิม" นายประพันธ์ ระบุ

"ประสพ" บอกยังมึนคิดอะไรไม่ออก

ด้านนายประสพ ให้สัมภาษณ์ภายหลังทราบมติ กกต.ให้ใบแดง พร้อมเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 1 ปี ด้วยน้ำเสียงหดหู่ว่า ตอนนี้ยังงงๆ อยู่ เพิ่งทราบจากข่าว คิดอะไรไม่ออก ขณะนี้ยังไม่ได้ปรึกษาใครทั้งสิ้น ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ที่ผ่านมาได้ยื่นคำร้องถึง 15 สำนวน ซึ่งได้ไปชี้แจง แต่บางสำนวนไม่มีเอกสาร ขณะนี้ยังไม่อยากพูดอะไรมาก

สั่งรับมือม็อบใบแดง-เหลืองบุกกรุง

พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวจะมีม็อบต่อต้านการให้ใบเหลือง ใบแดง เตรียมบุกเข้า กทม. เพื่อคัดค้าน กกต.ว่า มีการหารือกับ ผบ.ตร.แล้ว ตนขอให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และ ผบ.ตร.รายงานให้ทราบว่ามีหน่วยงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ประสานกับ กกต.อย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ในส่วนของรัฐบาลขอเรียนว่า เมื่อ กกต.ได้ตัดสินหรือวินิจฉัยผลต่างๆ ไปแล้ว ก็เชื่อว่ามีหลักฐานที่สมบูรณ์ ซึ่งผู้ที่โดนใบเหลือง หรือใบแดง ก็น่าจะรู้ตัวเองว่า กกต.ต้องมีหลักฐาน เพราะฉะนั้นการจะใช้กฎหมู่มาบังคับ ก็เท่ากับไม่ยอมรับกฎกติกา เป็นเพียงความต้องการที่จะเอาชนะในทุกวิถีทาง ซึ่งไม่ถือว่าเป็นวิถีทางของประชาธิปไตย จึงอยากฝากไว้ว่า หากยอมรับผลการชี้ขาดของ กกต.โอกาสทางการเมืองข้างหน้าก็ยังมีอยู่ ไม่ใช่จะยุติลงไปในครั้งนี้

ยงยุทธฟ้องป.จับ"เด็กเติ้ง"แจ้งเท็จ

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 10 มกราคม นายยงยุทธ ติยะไพรัช รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน มอบอำนาจให้ทนายความเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้ดำเนินคดี นายวิจิตร ยอดสุวรรณ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงราย เขต 3 พรรคชาติไทย กับพวก ในข้อหาแจ้งความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีที่นายวิจิตรยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต.ขอให้ตรวจสอบการวางตัวของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อ.แม่จัน จ.เชียงราย โดยมีทั้งพยานบุคคล หลักฐานเอกสาร และภาพจากกล้องวิดีโอวงจรปิด ในการยื่นประกอบการร้องเรียนต่อ กกต.

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งความและสอบปากคำทนายความผู้รับมอบอำนาจไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาดำเนินการต่อไป

จากนั้นเวลา 14.30 น. นายยงยุทธได้มาที่สำนักงาน กกต. โดยใช้เวลาหารือกับนายสุทธิพล เลขาธิการ กกต.ประมาณ 10 นาที

ภายหลังการหารือ นายยงยุทธ กล่าวว่า การเดินทางมาวันนี้ เพื่อมารับทราบข้อกล่าวหา เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดให้ทุกอย่างต้องจบภายใน 30 วัน ซึ่งทราบว่า กกต.สั่งให้สันติบาลส่งวีซีดีมาให้ แต่สันติบาลก็ไม่ทำตาม ทำให้ไม่ทราบว่าสันติบาลมีข้อกล่าวหาอย่างไรกับตน อย่างไรก็ตาม กกต.บอกว่า ถ้าวีซีดีส่งมาถึงจะแจ้งให้ทราบเพื่อให้มาดู ดังนั้น คงต้องแวะมาสำนักงาน กกต.บ่อยๆ แต่ไม่ใช่มากดดันแต่อย่างใด เพราะทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอำนาจของ กกต.ที่จะดำเนินการ ในส่วนของการชี้แจงข้อกล่าวหา ตนยังมีพยานเหลืออยู่ 2-3 ปาก ที่ยังต้องมาชี้แจงต่อ กกต.

ผบ.ตร.โต้ข่าวตร.ปั้นหลักฐานฟันยงยุทธ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร.ให้สัมภาษณ์กรณี นายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่มจังหวัดที่ 1 กล่าวอ้างมีนายตำรวจเข้าไปพัวพันการทุจริตการเลือกตั้งและข่มขู่ประชาชนในพื้นที่ จ.เชียงราย ว่า บอกแล้วว่าตำรวจไม่ทำเอง ไม่ทำสิ่งผิดกฎหมาย เพราะมีกฎหมายอยู่ ถ้าตำรวจทำผิดกฎหมายเป็นการปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ ซึ่งข้อหานี้ร้ายแรง

"แล้วตำรวจที่ไหนมันจะโง่ไปทำผิดกฎหมายเสียเอง ไม่ทำกันหรอก แต่คนจะกล่าวหาใครมันกล่าวหาได้ทั้งนั้น" พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าว

"วีระ" จี้สอบ "สมชัย" กรณีเอกสารรั่ว

นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน มายังสำนักงาน กกต.เพื่อยื่นเรื่องให้ตรวจสอบกรณีกระแสข่าวสำนวนการสืบสวนกรณีนายยงยุทธรั่ว

หนังสือระบุว่า จากพฤติกรรมของนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ที่มีข่าวไม่คืนเอกสารให้เจ้าพนักงานสอบสวนตามมติ กกต. จนทำให้เป็นที่สงสัยว่าอาจเป็นผู้ทำให้เอกสารลับดังกล่าวรั่วไหลสู่สาธารณชน ก่อนที่ผู้ถูกล่าวหาจะเข้าชี้แจง ดังนั้น กกต.จึงต้องสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริงว่า ข้อเท็จจริงและดำเนินการลงโทษตามกฎหมาย การทุจริต ถือเป็นการเข้าข่ายการให้คุณให้โทษแก่ผู้สมัครและพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง และยังเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบทำให้เกิดความเสียหายต่อ กกต. ทั้งนี้ ถือเป็นการเข้าข่ายความผิดมาตรา 29 ซึ่งการทุจริตนี้ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000-20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

"สมชัย" โวยอย่าเชื่อลมปากสันติบาล

นายสมชัย กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ปฏิเสธที่จะชี้แจงกรณีที่นายวีระ เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ระบุว่า นายสมชัย จึงประเสริฐ คือ กกต.คนที่ไม่ได้คืนสำนวนให้สันติบาล โดยระบุว่า "ผมไม่ได้ยิน และไม่รู้จักนายวีระ ผมรู้จักแต่พวกคุณก็พอแล้ว"

เมื่อถามว่า ไม่ได้คืนสำนวนตามที่นายวีระกล่าวหาใช่หรือไม่ นายสมชัย กล่าวว่า "หน้าที่เก็บสำนวนคือเจ้าหน้าที่ กกต. ผมไม่จำเป็นต้องแจง พูดแค่นี้กับพวกคุณก็เป็นเรื่องแล้ว"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.ก่อนที่นายสมชัยจะเข้าไปประชุมกับ กกต.นั้น ได้ตรงเข้ามาถามสื่อว่า “พวกคุณต้องการถามอะไร อยากรู้เรื่องอะไร เรื่องสำนวนใช่หรือไม่ เรื่องนี้ผมอยากชี้แจงว่า ความจริงคนที่จะต้องเก็บเอกสารนั้น จะต้องเป็นสำนักงาน กกต.เป็นผู้เก็บสำนวนไว้เท่านั้น โดยปกติเจ้าหน้าที่ กกต.จะต้องเป็นผู้นำสำนวนเสนอต่อ กกต.ให้วินิจฉัย คนอื่นที่เป็นสันติบาล ไม่มีหน้าที่เก็บสำนวน"

“การพิจารณาของ กกต.เราจะฟังแค่ลมปากของคนที่มาพรีเซ็นต์ไม่ได้ เราต้องเก็บสำนวนไว้ดูและตรวจสอบให้ละเอียด โดยปกติคนที่มายื่นเรื่องคัดค้าน จะต้องถ่ายเอกสารสำนวนนั้นให้แก่ กกต.ทุกคนให้เก็บสำเนาไว้ ไม่ใช่นำมาเสนอแล้วหอบกลับไป ไม่เคยมีกรณีอย่างนี้มาก่อน ส่วนที่มีการบอกว่าสำนวนรั่วก็ต้องไปดูว่ารั่วจากตรงไหน อย่าเพียงแค่กล่าวหา“ นายสมชัย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า เมื่อพยายามจะตั้งคำถาม นายสมชัยก็กล่าวอย่างฉุนเฉียวว่า "ไม่ต้องถามแล้ว พูดแค่นี้ก็ดังแล้ว"

พปช.เล็งพรรคสำรองหากถูกยุบ

รายงานข่าวจากแกนนำพรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่า กรณีที่ กกต.กำลังพิจารณาการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่มที่ 1 และหากนายยงยุทธโดนใบแดงอาจส่งผลกระทบถึงการยุบพรรค เพราะนายยงยุทธเป็นรองหัวหน้าพรรคอีกตำแหน่งด้วยนั้น แกนนำและฝ่ายกฎหมายพรรคกำลังกังวลใจเรื่องนี้

รายงานข่าวกล่าวว่า แกนนำพรรคบางคนเริ่มมองหาพรรคสำรองไว้แล้ว เพราะกฎหมายระบุว่า หากพรรคโดนยุบ ส.ส.ที่ได้รับการเลือกตั้งของพรรคนั้นๆ ต้องหาพรรคใหม่สังกัดภายใน 60 วัน โดยพรรคที่แกนนำพรรคมองไว้ คือ พรรคทางเลือกใหม่ ของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรค โดยจะมอบตำแหน่งหัวหน้าพรรคให้ ร.ต.อ.เฉลิม เพราะสถานภาพของ ร.ต.อ.เฉลิม ในพรรคพลังประชาชนนั้น ร.ต.อ.เฉลิม เป็นเพียงสมาชิกพรรค มิได้มีตำแหน่งกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน หรือไม่ก็ไปใช้พรรคประชากรไทย หรือไม่ก็เลือกพรรคเล็กๆ ซึ่งแกนนำพรรคทาบทามไว้บ้างแล้ว

พีเน็ตประชดมอบเส้นก๋วยเตี๋ยวให้กกต.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.สายหยุด เกิดผล ประธานมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย พร้อมด้วย นายสมชัย ศรีสุทธิยากร ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนตรวจสอบการเลือกตั้ง ได้เข้าชี้แจงต่อ นายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กรณีกล่าวหาว่าพีเน็ตใช้เงินผิดวัตถุประสงค์ โดยมีการเบิกค่าใช้จ่ายเหล้า เบียร์ด้วยกว่า 1 ล้านบาท และการเบิกจ่ายเงินที่ไม่มีเอกสารเงินการเบิกจ่ายเงินอีกกว่า 3 ล้านบาท ซึ่งบรรยากาศในการชี้แจงเป็นไปอย่างตึงเครียด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการชี้แจงเจ้าหน้าที่ กกต.ด้านการตรวจสอบงบประมาณ ได้นำเอกสารการเบิกจ่าย ซึ่งมีการเบิกค่าเหล้า เบียร์ เมื่อปี 2543 ให้ นายสมชัยดู ทำให้นายสมชัยกล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า "พวกคุณกินเองหรือเปล่า แล้วนำมาสอดไส้ในนามพีเน็ตหรือเปล่า เหมือนจะจงใจเล่นงานองค์กรกลาง เพราะเอกสารเกิดขึ้นมา 7 ปีแล้ว จะมากล่าวหาพีเน็ตอย่างนี้ไม่ได้"

ภายหลังนายสมชัยกล่าวจบ เจ้าหน้าที่ กกต.คนหนึ่ง ก็กล่าวอย่างมีอารมณ์เช่นกันว่า ขอให้ถอนคำพูดเดี๋ยวนี้ และยืนยันว่าใบเสร็จที่มีเป็นเอกสารที่เกิดขึ้นจริง มีการเบิกจริง เพราะฉะนั้นขอให้ถอนคำพูด

อย่างไรก็ตาม นายสุเมธ ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ดังกล่าวขอให้ทุกฝ่ายหารือกันด้วยเหตุผล ซึ่งมีการเสนอว่า ให้ตั้งกรรมการ 3 ฝ่าย ฝ่ายละ 3 คน คือ ตัวแทนจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) 3 คน จาก กกต.3 คน และจากพีเน็ต 3 คน มาพิจารณาตรวจสอบเรื่องการเบิกจ่ายเงินไม่ถูกต้องของพีเน็ต ซึ่งจากข้อเสนอดังกล่าวนายสมชัยเห็นด้วยและยอมรับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุมเสร็จสิ้น พล.อ.สายหยุด ได้เป็นตัวแทนพีเน็ตนำของขวัญมอบให้นายสุเมธ โดยเป็นกระเช้าเส้นก๋วยเตี๋ยว ทำให้เจ้าหน้าที่ กกต.ไม่พอใจเป็นอย่างมาก บอกว่าการมอบของขวัญครั้งนี้เจตนาไม่ตรงกับการมอบ แต่นายสุเมธ กล่าวว่า "ไม่เป็นไร ผมไม่คิดอะไร"

ไฮ-ทักษิณอ้าง "บัง" ยืมตัวลูก "สดศรี" ช่วยงาน

เว็บไซต์ไฮ-ทักษิณดอทเน็ต ได้นำเสนอบทความเกี่ยวกับความสัมพันธ์อันลึกซึ้ง ระหว่าง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี กับนางสดศรี สัตยธรรม กกต. เขียนโดย "ประดาบ" อ้างว่าได้พบ "เอกสารลึก" ซึ่งเป็นเป็นหนังสือสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เลขที่ นร 0401/7856 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2550 เรื่อง ขอยืมตัวข้าราชการช่วยปฏิบัติราชการ ซึ่งเป็นหนังสือขอยืมตัว น.ส.กอนณา สัตยธรรม ผู้พิพากษาประจำศาลพระโขนง ไปช่วยราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อช่วยปฏิบัติราชการให้แก่รองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน) ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2550 เป็นต้นไป จนกว่าจะเสร็จสิ้นภารกิจ

"สดศรี"โต้แทนลูก-ยันไม่มีการยืมตัว

ด้านนางสดศรี ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธว่า พล.อ.สนธิ ไม่เคยมีการขอตัว หรือยืมตัวบุตรสาวไปช่วยราชการสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีตามที่เว็บไซต์ดังกล่าวระบุถึง สามารถถามไปที่ศาลฎีกาได้ เพราะบุตรสาวยังคงทำงานเป็นผู้พิพากษาอยู่ที่ศาลพระโขนง

"งานในอาชีพเป็นถึงผู้พิพากษา นับว่าสูงแล้ว เรื่องอะไรจะให้ไปทำงานอย่างนั้น มันนอนเซ็นต์มาก ที่ทำงานเป็นผู้พิพากษา แล้วจะไปทำงานเป็นเสมียน หรือเป็นธุรการที่ทำเนียบ ผู้พิพากษามีอำนาจมากมาย และทำการในพระปรมาภิไธยด้วย การพูดอย่างนั้นนอนเซ็นต์มากเลย" นางสดศรี กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการอ้างเลขที่เอกสารและเผยแพร่บทความผ่านสื่อจะมีการฟ้องร้องหรือไม่ นางสดศรี บอกว่า แน่นอน ชื่อประดาบเป็นใครก็ไม่รู้ มีนามสกุลไหม และยืนยันว่า ขณะนี้บุตรสาวยังทำงานเป็นผู้พิพากษาอยู่ และไม่สนใจยุ่งเกี่ยวกับใคร ส่วนตัวก็ไม่ให้ยุ่งกับที่ กกต.ด้วย

นางสดศรี กล่าวว่า ถ้าไม่ใช่พวกแอบจิตก็ควรเผยตัว โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นเจ้าของเว็บไซต์ออกมาเปิดเผยตัว จะได้ฟ้องหมิ่นประมาทได้ถูกคน

"ถ้าไม่กล้าแสดงว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย หรือถ้าเป็นผู้หญิงก็ไม่เป็นผู้หญิงที่ดี ยืนยันไม่เคยคิดเอาลูกมายุ่งกับการเมืองหรือนักการเมือง"

เผย"หญิงอ้อ"พร้อมคุยผู้ใหญ่ในบ้านเมือง

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงรายงานข่าว คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ เจรจาการร่วมรัฐบาลกับ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ว่า การเดินทางกลับมาของคุณหญิงพจมาน ไม่ได้เดินทางมาเพื่อจัดตั้งรัฐบาล แต่เพื่อต้องการกลับมาต่อสู้คดีและภารกิจต่างๆ ที่ได้แถลงไปแล้ว รวมทั้งไม่ได้มาจัดโผ ครม. เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของพรรคพลังประชาชน

นายนพดล ยังกล่าวถึงการที่พรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดินเลื่อนการแถลงข่าวร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนไปวันที่ 17 มกราคม ว่า พฤติกรรมและการดำเนินการของแต่ละพรรคการเมือง เป็นตัวสะท้อนความจริงใจและความจริงจังของพรรคการเมืองดังกล่าว

ส่วนที่มีข่าวว่า ก่อนที่คุณหญิงพจมานจะเดินทางกลับมีการเจรจากับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองแล้วนั้น นายนพดล กล่าวว่า ไม่มีข้อมูลว่ามีการพูดคุยหรือไม่ แต่คุณหญิงพจมานเป็นคนที่นอบน้อมผู้ใหญ่ ฉะนั้นคงมีการพูดคุยเมื่อมีโอกาสที่เหมาะ แต่ยืนยันว่าไม่ใช่เพื่อวิ่งเต้นในคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่อย่างใด

ปชป.สั่ง"ไชยวัฒน์"ถอนฟ้องยุบพปช.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า เนื่องจากอยู่ในช่วงการถวายความอาลัยการสิ้นพระชนม์ของ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จึงไม่ต้องการพูดสิ่งที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้ง แต่จุดยืนของพรรคในเบื้องต้น คือ ยังเคารพตามกติกาและมารยาททางการเมือง ซึ่งประเทศไทยเป็นระบอบรัฐสภา ดังนั้น การตั้งรัฐบาลจะต้องใช้เสียงข้างมาก โดยพรรคจะไม่มีการตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคอื่น ทั้งนี้ อยากให้ กกต.ทำหน้าที่อย่างเต็มที่และรอบคอบ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า พรรคไม่สบายใจกรณี นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์ เขต 3 ของพรรค ที่ยื่นฟ้องศาลฎีกาให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ โดยได้ประสานไปยังนายไชยวัฒน์เพื่อขอให้ถอนคำฟ้องดังกล่าว ซึ่งจะได้คำตอบภายใน 1-2 วันนี้

ด้านนายไชยวัฒน์ กล่าวถึงกรณีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ต้องการให้ถอนฟ้องคดีนอมินีและวีซีดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า เป็นความเห็นของหัวหน้าพรรค ตนเป็นลูกพรรคก็รับมาพิจารณา แต่ในข้อเท็จจริงตนยังไม่ดำเนินการอะไรเรื่องจะถอนฟ้องหรือไม่ถอนฟ้อง เนื่องจากมีการฟ้องร้องต่อศาลฎีกาถึง 3 ประเด็น คือ 1.โฆษกพรรคความหวังใหม่ได้ฟ้องร้องต่อศาล กรณีการเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตและนอกเขตเป็นโมฆะ ซึ่งศาลฎีกาจะวินิจฉัยในวันที่ 11 มกราคมนี้

นายไชยวัฒน์ กล่าวว่า ส่วนคดีที่ 2 นั้น เป็นเรื่องของตน ที่ศาลฎีกาจะวินิจฉัยในวันที่ 15 มกราคม และ 3.เป็นกรณีเดียวกับลูกพรรคความหวังใหม่ แต่เป็นการฟ้องร้องโดยเครือข่ายประชาชน ซึ่งจะวินิจฉัยวันที่ 16 มกราคม

“ผมจะรอดูกรณีลูกพรรคความหวังใหม่ว่าศาลวินิจฉัยอย่างไร เพื่อนำมาประกอบการพิจารณา ในส่วนคดีของผมจะไปบอกว่า ถ้าศาลฎีกาวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตและนอกเขตผิด ผมจะไม่ถอน คงพูดไม่ได้ เพราะจะเป็นการล่วงอำนาจศาล หรือถ้าศาลวินิจฉัยบอกว่าไม่ผิด แล้วผมจะทำอย่างไร ก็ไม่ได้เช่นกัน แต่บอกได้เพียงว่าเราต้องให้สิทธิกับผู้ฟ้องร้องทุกคนด้วย" นายไชยวัฒน์ กล่าว

โวยปชป.ให้พปช.เป็นจำเลยลำพัง

นายยืนหยัด ใจสมุทร ฝ่ายกฎหมายพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า การที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ขอให้นายไชยวัฒน์ถอนเรื่องยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาให้การเลือกตั้งที่ผ่านมาเป็นโมฆะว่า คงเพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่ต้องการให้ กกต.เป็นจำเลยร่วม แต่ต้องการให้พรรคพลังประชาชนเป็นจำเลยตามลำพัง เพราะมิฉะนั้น กกต.ต้องสู้ทุกประเด็น นอกจากนี้ การเลือกตั้งล่วงหน้าใน กทม.ถ้าถูกเพิกถอนไปด้วย จะมีผลต่อเก้าอี้ ส.ส.พรรคประชาธิตย์ ซึ่งพรรคพลังประชาชนยังสงสัยในคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าว่ามีอะไรที่ผิดปกติบ้างหรือไม่ ประเด็นนี้ถ้านายไชยวัฒน์ไม่ถอนก็เป็นผลร้ายต่อพรรคประชาธิปัตย์

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าศาลฎีกาต้องสอบถามพรรคพลังประชาชนและ กกต.ก่อนว่า จะคัดค้านการขอถอนเฉพาะบางข้อหาหรือไม่ ซึ่งฝ่ายกฎหมายต้องปรึกษากันก่อน แต่แนวโน้มน่าจะคัดค้านไม่ให้ถอนเฉพาะประเด็น แต่ต้องถอนทุกข้อด้วย

 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news ยงยุทธอัดไอ้โม่งจัดฉาก กกต.ชี้ผิดจริงถึงยุบพปช.
news 'ชวน'เจอกลุ่มเชียร์'ยุทธตู้เย็น' ด่าเป็นเผด็จการซ้ำแจกกล้วย
news 'ชัยยะ'พ้อสนองงานด่วนกกต. แต่ถูกงัดด้วยคำร้องเรียนใบเดียว
news 4 วัน ส.ส.รายงานตัว 358 คน-ส.ว.สมัครแล้ว 12 คน
news กกต.แจกอีก 2 ใบแดงชาติไทย 2 ใบเหลือง พปช.
news 'สมเจตน์'หนุนกกต.บุรีรัมย์ สั่งผู้ว่าฯ สอบใช้รถหลวงขนม็อบกดดัน
news ชาติไทย ส.ส.ลดฮวบ! เจอ2ใบแดง-กกต.เสียงแตกแจกเหลือง พปช.
news รองผู้ว่าฯอ้างม็อบไล่กกต.พันคดี'ชิดชอบ'
news 'เฉลิม'เผยไม่ห่วงเหลือง-แดง เชื่อคะแนนไม่ไปไหน
news "ประแสง"บุกบุรีรัมย์แจกซีดี ร้องเอา"ทักษิณ"กลับไทย
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvInteractive TV
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง