Skip To Content

ดนตรีเด็กเล็ก ศาสตร์เสริมพัฒนาการลูกน้อย

โดย คม ชัด ลึก วัน อังคาร ที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2550 02:02 น.

ในปัจจุบันหากพูดถึงสถาบันฝึกฝนทักษะเด็กเล็กที่มีอยู่ในบ้านเรา ต้องยอมรับว่า มีจำนวนมากมาย และหลากหลาย ซึ่งการสอนดนตรีในเด็กเล็กก็เป็นหนึ่งในนั้น

เชื่อหรือไม่ว่า... เดี๋ยวนี้ เด็กเล็กอายุเพียง 3 ขวบก็มีหลักสูตรดนตรีให้เรียนแล้ว ซึ่งหลายคนคงจะสงสัยล่ะสิ...ว่า เด็กเล็กขนาดนี้ อ่าน-เขียน ก็ยังไม่ได้ จะเรียนดนตรีได้หรือ แล้วเรียนไปทำไม-ได้อะไร พ่อแม่ ผู้ปกครองที่ยอมเสียสตางค์ไม่ใช่น้อยส่งลูกไปเรียนคิดอย่างไร คาดหวังอย่างไรบ้าง

วันนี้ มิวสิค สเปเชี่ยล ได้ไปเจาะลึกแง่มุมต่างๆ มาให้รู้กัน โดยหยิบยก หลักสูตรดนตรีพื้นฐานสำหรับเด็ก ของ โครงการศึกษาดนตรีสำหรับบุคคลทั่วไป วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล หนึ่งในสถาบันที่สอนด้านนี้มานานนับ 10 ปีเป็นตัวอย่าง

สำหรับหลักสูตรนี้จะเปิดรับเด็กเล็กอายุ 3 ขวบครึ่งขึ้นไปมาเรียนรวมเป็นกลุ่มประมาณ 10-12 คน และแบ่งการเรียนเป็น 4 คอร์ส คอร์ส 1-2 จะเน้นฝึกการฟัง และนับจังหวะ ซึ่งในคอร์สนี้เด็กจะยังไม่ได้จับเครื่องดนตรี ส่วนคอร์ส 3-4 จะฝึกให้เด็กเล่นเครื่องดนตรีอย่างง่ายอย่าง ไซโลโฟน และขลุ่ย รีคอร์เดอร์ เพื่อฝึกการใช้กล้ามเนื้อ

สมมิต ปัญญากุล ผู้จัดการโครงการศึกษาดนตรีสำหรับบุคคลทั่วไป วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล (เสรีเซ็นเตอร์) กล่าวว่า ปัจจุบันมีพ่อแม่ ผู้ปกครองสนใจส่งบุตรหลานมาเรียนในหลักสูตรดนตรีพื้นฐานสำหรับเด็กจำนวนมาก และเพิ่มมากกว่าเมื่อ 10 ปีก่อน ซึ่งถือเป็นปีแรกที่เปิดหลักสูตรนี้มาโดยขณะนี้ที่สถาบันมีเด็กเล็กมาเรียนอยู่ทั้งหมด 150 คน ในขณะที่มีเด็กกว่า 100 คนสำรองชื่อจ่อคิวรอเรียนอยู่เนื่องจากอาจารย์ด้านนี้ยังขาดแคลน ทำให้ไม่สามารถรองรับเด็กได้มากไปกว่านี้

พ่อแม่ ผู้ปกครองที่ส่งลูกมาเรียน 80 เปอร์เซ็นต์อยากให้ลูกเล่นดนตรีเป็น แต่นอกจากนี้อีก 20 เปอร์เซ็นต์จะต้องการให้ลูกมีสมาธิ พัฒนาอารมณ์ ความคิด รู้จักเข้าสังคม

ในขณะที่ ครูตุ้ย จุฑารัตน์ ศรีผ่อง ครูผู้สอนหลักสูตรดนตรีพื้นฐานสำหรับเด็ก ซึ่งจบการศึกษามาทางดนตรีโดยตรง อธิบายถึงประโยชน์ในการเรียนดนตรีของเด็กเล็กว่า จะช่วยพัฒนาเส้นใยสมองของเด็กให้สมบูรณ์ เพราะการเรียนดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง เปล่งเสียง เล่นเครื่องดนตรีอย่างง่าย จะเป็นการไปกระตุ้นกล้ามเนื้อ และประสาทสัมผัสให้ได้ทำงานอย่างครบวงจร

สมองของเด็กเล็กจะพัฒนาได้ดีตั้งแต่ในครรภ์ จนถึง 5 ขวบ ผู้ปกครองจึงเห็นความสำคัญอยากให้ลูกได้รับการกระตุ้นสมองด้วยการใช้ดนตรีมาช่วย สาเหตุที่ต้องเป็นดนตรี เพราะดนตรีมีคลื่นเสียงที่สามารถกระตุ้นการรับรู้ได้ดี จะเห็นได้ว่า ตั้งแต่ลูกอยู่ในท้องแม่ก็มักจะหาดนตรีมาให้ลูกฟัง เมื่อลูกได้รับการกระตุ้นสมองก็จะส่งผลให้เด็กรู้จักการเรียงลำดับความคิด มีสมาธิ มีเหตุมีผล และทำให้เรียนหนังสือได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

เมื่อถามว่า ผู้ปกครองคาดหวังอย่างไรบ้างในการพาเด็กเล็กมาเรียนดนตรี ครูตุ้ย ตอบว่า สิ่งแรกที่ผู้ปกครองต้องการ คือให้ลูกมีพัฒนาการทางดนตรีที่ดี เล่นดนตรีได้เก่งในอนาคต 2.ต้องการปรับพฤติกรรมให้ลูกรู้จักกันเข้าสังคม และ 3.ต้องการให้ลูกมีสมาธิมากขึ้น ลำดับความคิดเป็น

ครูที่นี่จะไม่ได้เป็นแค่ครูสอนดนตรีแต่เราจะช่วยแก้ปรับพฤติกรรมของเด็กด้วย บางคนขี้อาย เราก็จะมีวิธีสอนให้เขากล้าแสดงออกมากขึ้น หรือบางคนก้าวร้าวเราก็จะปรับให้เขารับฟังคนอื่น รู้จักแบ่งปัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้ปกครองที่จะต้องให้ความร่วมมือด้วย

ถามว่าเรียนจบแล้วได้อะไร ถ้าในแง่ดนตรีเขาก็จะสามารถเล่นดนตรีรวมวงเล็กๆ กับเพื่อนๆ ได้ รวมถึงจะทำให้คุณพ่อคุณแม่รู้ว่า ลูกเหมาะสมที่จะไปเรียนดนตรีชนิดใดต่อไปได้ ส่วนในด้านอื่นๆ ก็จะทำให้เด็กรู้จักสังคม กล้าแสดงออก รู้จักแบ่งปัน มีสมาธิ มีความคิดรวบยอด

ดนัยยา สุคนธทรัพย์ คุณแม่ของน้อง แบ่งปัน ด.ญ.สุชยา วัย 4 ขวบครึ่ง พูดถึงเหตุผลที่ส่งลูกสาวมาเรียนดนตรีเด็กว่า

ด้วยความที่น้องแบ่งปันเป็นลูกคนแรก ตอนท้องเราเองเป็นคุณพ่อ คุณแม่มือใหม่ก็จะอ่านหนังสือเกี่ยวกับเด็กเยอะมาก ทำให้รู้ว่า ดนตรีจะช่วยพัฒนาสมองเด็กตั้งแต่อยู่ในท้อง เราก็เลยเปิดเพลงให้เขาฟังตั้งแต่ตอนท้อง

จากนั้นพอเขาคลอดมาเราก็ส่งเขาไปเรียนหลักสูตรของเด็กเล็กในสถาบันเอกชนต่างๆ จนเริ่มสังเกตได้ว่า เขาสนใจดนตรีมากกว่าอย่างอื่น จึงพามาเรียนหลักสูตรดนตรีเด็กเล็กตั้งแต่ตอน 3 ขวบครึ่ง ซึ่งมันมาจากความชอบของเขาเองก็ทำให้เห็นได้ชัดว่า เขาจะมีความรับผิดชอบ จะรีบตื่นแต่เช้าเพื่อไปเรียน พอกลับบ้านมาเขาก็จะฝึกซ้อมดนตรีเองโดยที่เราไม่ต้องบอก

ในส่วนความตั้งใจ ความคาดหวัง สิ่งเหล่านี้เราไม่ได้ไปตั้งไว้ อยู่ที่ตัวเด็กเขามากกว่า เรามีหน้าที่สนับสนุนในสิ่งที่เขาชอบ แล้วถ้าอีกหน่อยเขาสนใจดนตรีจริงๆ อยากจะหันไปเรียนดนตรีอย่างเดียวเราก็เต็มที่ เพราะครอบครัวเราเป็นพ่อแม่ที่ไม่ได้มุ่งเน้นว่าลูกจะต้องตั้งหน้า ตั้งตาไปในทางวิชาการอย่างเดียวอยู่แล้ว

ด้าน จันทร์ฉาย เหมนุสรณานนท์ คุณแม่ของน้อง ฝ่ง ด.ช.กฤษฎิ์ วัย 4 ขวบครึ่ง ให้เหตุผลว่า การที่ตัดสินใจส่งลูกชายมาเรียนหลักสูตรดนตรีเด็กตั้งแต่อายุเพียง 3 ขวบครึ่งว่า เป็นเพราะได้ข้อมูลจากเพื่อนมาว่า ดนตรีจะทำให้ลูกอารมณ์ดี และเพิ่มความสามารถทางสมอง โดยเฉพาะการเรียนเปียโนจะช่วยกระตุ้นการทำงานของคลื่นสมองได้ดี

ตอนที่น้องฝ่งอายุหนึ่งขวบ เราสังเกตได้ว่า เขามีจังหวะในตัว เวลาเปิดเพลงเร็วเขาก็จะเต้นเร็ว เวลาเปิดเพลงช้าเขาก็เต้นช้า คือ เขาจะรู้เรื่องของจังหวะ พออายุ 2 ขวบกว่าๆ เขาก็สามารถร้องเพลงภาษาอังกฤษง่ายๆได้ เลยคิดว่าเขาน่าจะชอบดนตรี จากนั้นจึงพาเขามาเรียน ตั้งใจจะให้เรียนเปียโนแต่ได้รับการแนะนำให้เริ่มต้นด้วยการเรียนในหลักสูตรดนตรีเด็กเล็กก่อน

คุณแม่น้องฝ่ง ยังมองไปถึงอนาคตด้วยว่า เมื่อลูกโตขึ้นจำต้องเจอกับสิ่งที่เครียดมากมาย ฉะนั้นการเล่นดนตรีจึงถือเป็นสิ่งที่จะทำให้ลูกได้ใช้เป็นวิธีผ่อนคลายในอนาคต ซึ่งหลังจากลูกมาเรียนความเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดคือ ทำให้รู้จักการเข้าสังคม จากเดิมที่เคยติดคุณแม่อย่างมาก

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โครงการศึกษาดนตรีสำหรับบุคคลทั่วไป วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ได้ทั้งที่สาขาเสรีเซ็นเตอร์ และสยามพารากอน โทร.0-2746-0202-5 และ 0-2129-4542-6

อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่า หลักสูตรของเด็กเล็กเหล่านี้เปรียบเสมือนวิตามินเสริมในการกระตุ้นพัฒนาการของเด็กที่มีไว้สำหรับพ่อแม่ ผู้ปกครองที่มีฐานะปานกลางขึ้นไป มิใช่อาหารหลักที่ถือเป็นสิ่งจำเป็นสูงสุด โดยเฉพาะครอบครัวที่ยังหาเช้ากินค่ำ หรืออดมื้อกินมื้ออยู่

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
HP Printer
ข่าวอื่น ๆ คลิปข่าวเด็ด Live Tv
newsแอน ยิ้มร่ารับฉายา หนูเกลือ
newsโดม โต้ ! ภาพหลุดกิ๊กสาว
newsอั้ม ไม่สน เสียบแทน แอนดริว
newsคาร์มิท บาชาร์ โบกมือลา พุซซี่แคท ดอลล์
newsกัปตัน ประหยัดน้ำมัน เลิกใช้รถซิ่งแมงกะไซด์แทน
newsพิงกี้-สาวิกา ยืนยันพี่อั้ม แมนเต็มร้อย!!
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ดูกระทู้ทั้งหมด >>