|
|
| |
| แฟนคลับร้องไห้ระงมวัด ร่วมงานศพ"บิ๊ก-ดีทูบี" |
 |
|
 |
| โดย คม ชัด ลึก วัน อังคาร ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2550 11:10 น. |
|

แฟนคลับจากสงขลาลางาน 7 วันร่วมงานศพ อีกรายเผย "บิ๊ก" เป็นแรงบันดาลใจให้ศึกษาคณะแพทย์ หวังนำความรู้มารักษาศิลปินในดวงใจแต่ไม่ทัน "พ่อบิ๊ก" เปรยเสียดายบอกไม่ทันให้ชาติหน้ากลับมาเกิดเป็นลูกอีก เผยอาร์ เอส ดูแลดี ขายซีดีได้นำเงินมาให้ตลอด
ภายหลังการเสียชีวิตของ นายปาณรวัฐ กิตติกรเจริญ หรือ บิ๊ก ดีทูบี สมาชิกวงบอยแบนด์ชื่อดัง ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือด ตั้งแต่วันที่ 9 ธันวาคม และญาติได้ตั้งศพสวดพระอภิธรรมที่วัดหนามแดง ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ล่าสุด เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 10 ธันวาคม เจ้าหน้าที่วัดตัดสินใจเปิดประตูทางขึ้นลงศาลาที่ตั้งศพ ให้แฟนคลับกว่า 200 คน มีโอกาสเข้าไปเคารพศพบนศาลาได้ โดยให้ทยอยเข้าไปเคารพศพครั้งละ 6 คนเท่านั้น เนื่องจากบริเวณศาลาคับแคบรองรับได้ไม่ถึง 200 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศทั่วไปเป็นไปด้วยความโศกเศร้า แฟนคลับอายุตั้งแต่ 10 ปี ไปจนถึง 50 ปี เมื่อเดินขึ้นไปบนศาลาที่ตั้งศพบิ๊ก ต่างพากันร้องไห้ระงม ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของบริษัท อาร์เอส ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการเรื่องงานศพบิ๊ก ได้จัดเจ้าหน้าที่คอยจุดธูปให้บรรดาแฟนคลับ หลังจากนั้นบรรดาแฟนคลับได้ออกมานั่งที่ระเบียงรอบๆ ศาลาชั้นใน นั่งมองรูปถ่ายของบิ๊กที่ตั้งอยู่หน้าศพและพากันร้องไห้
น.ส.ชุติมา เกิดพูลงาม อายุ 17 ปี นักเรียนโรงเรียนชลกันยานุกูล จ.ชลบุรี ซึ่งเดินทางมาไหว้ศพบิ๊ก กล่าวว่า "รู้สึกชื่นชอบ บิ๊ก ดีทูบี มานานแล้ว ส่วนใหญ่คนอื่นๆ จะชื่นชอบนักร้องวัยรุ่นที่หน้าตา แต่ตัวเองชื่นชอบวงดีทูบีที่อุปนิสัย มีมนุษยสัมพันธ์ สมาชิกวง 3 คน ทั้งพี่บิ๊ก พี่บีม (นายกวี ตันจรารักษ์) และพี่แดน (นายวรเวช ดานุวงศ์) ไม่ถือตัว มีความเป็นกันเองกับแฟนคลับทุกคน โดยความคิดส่วนตัวอยากให้นักร้องนักแสดงทุกคนมีอัธยาศัยแบบนี้"
แฟนคลับรายนี้ กล่าวอีกว่า หลังจากที่บิ๊กประสบอุบัติเหตุและแพทย์หมดทางรักษา จึงตัดสินเตรียมสอบเข้าศึกษาในคณะแพทยศาสตร์ เพื่อจะเอาความรู้มารักษาบิ๊กให้หาย แต่เมื่อมาถึงวันนี้รู้สึกเสียใจอย่างมากต่อการจากไปของบิ๊ก หลังเรียนพิเศษเสร็จจึงให้แม่พามาไหว้ศพบิ๊ก
น.ส.พุทธตา ทองตรา อายุ 20 ปี แฟนคลับจาก จ.สงขลา กล่าวว่า หลังทราบข่าวเมื่อเย็นวันที่ 9 ธันวาคม ได้ลาหยุดงาน 7 วัน และเดินทางมาร่วมงานศพบิ๊ก โดยพักอาศัยที่บ้านญาติย่านลาดพร้าว และตั้งใจว่าทุก 6 โมงเช้า ช่วงระหว่างที่มีการสวดอภิธรรมศพ จะเดินทางมาที่วัดนำอาหารมาเปลี่ยนให้บิ๊ก และช่วยทำความสะอาดศาลาที่ตั้งศพ
"การจากไปของพี่บิ๊กในครั้งนี้ แฟนคลับในวงการบันเทิงทุกคนถึงกับช็อก แต่อีกใจหนึ่งแฟนคลับทุกคนต่างก็มีความรู้สึกดีใจที่พี่บิ๊กจะได้ไม่ต้องมาทรมานต่อไป แต่ตัวดิฉันเองก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก" น.ส.พุทธตา กล่าว
ทั้งนี้ ทางวัดได้เขียนป้ายติดประกาศให้บรรดาแฟนคลับที่จะขึ้นไปไหว้ศพบิ๊ก ให้แต่งกายสุภาพ ห้ามสวมใส่กางเกงหรือกระโปรงสั้น หรือเสื้อสายเดี่ยว ขึ้นไปบนศาลาอย่างเด็ดขาด พร้อมกำหนดเวลาปิดเปิดประตูศาลาตั้งศพบิ๊ก โดยช่วงเช้าจะเปิดให้แฟนคลับเข้าไปในศาลาได้ตั้งแต่เวลา 10.00-12.00 น. ส่วนช่วงบ่ายจะเปิดให้ขึ้นอีกครั้งเวลา 13.00-16.00 น. หลังจากนั้นก็จะปิดประตูทางเข้าออก เพื่อประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ซึ่งวัดได้ประกาศขอความร่วมมือจากบรรดาแฟนคลับที่จะเดินทางมาร่วมงาน
มีรายงานว่า เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 9 ธันวาคม มีการย้ายศพบิ๊กบรรจุลงในโลงเย็น โดยเจ้าหน้าที่บริษัท อาร์เอส แจ้งว่า จากการหารือกับนายอุดม กิตติกรเจริญ และนางยุพา กิตติกรเจริญ พ่อและแม่ของบิ๊กแล้ว มีความคิดเห็นตรงกันว่า หลังจากสวดพระอภิธรรมครบ 7 วันแล้ว จะเก็บศพไว้ 100 วัน โดยจะตั้งศพที่ศาลาดังกล่าว จึงจะทำการฌาปนกิจ
นายอุดม กล่าวถึงความรู้สึกของการสูญเสียลูกชายคนเดียวว่า ตอนนี้เริ่มทำใจได้แล้ว เริ่มอยู่ตัว แต่พูดแบบนี้ได้ในขณะที่ไม่ได้เห็นหน้าบิ๊ก เพราะหากเห็นหน้าบิ๊กนอนอยู่ในโลง ก็มีความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เหมือนกับยังทำใจไม่ได้
"ที่ผ่านมาก็ทำให้เขาเกินร้อยแล้ว บิ๊กคงไม่อยากให้พ่อกับแม่ลำบากอีกต่อไปแล้ว เลยตัดสินใจ ให้เขาไปสบายดีกว่า แต่ก็รู้สึกเสียดายที่บอกเขาว่าชาติหน้าให้บิ๊กมาเกิดเป็นลูกปาป๊า มาม้าอีกนะ ในขณะที่เขารับรู้ไม่ได้แล้ว ตอนนั้นกราฟมันตัดไปแล้ว นับจากนี้ไปผมกับแม่ของบิ๊กก็คงอยู่กันเงียบๆสองคน แล้วก็มีน้องๆ แฟนคลับแวะเวียนมาเยี่ยมบ้าง พอไม่ให้เหงา ตอนนี้ก็เปรียบพวกเขาเป็นญาติไปแล้ว มันเป็นความรู้สึกภูมิใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกันกับแฟนคลับ ที่มีคนมาชอบบิ๊ก ด้วยความบริสุทธิ์ใจ รู้สึกซึ้งใจมาก บางทีถ้าเขารู้ว่าขาดเหลืออะไรก็จะหามาให้ ถึงแม้มูลค่าจะไม่มากมาย แต่ก็ซึ้งใจ จึงอยากฝากไปถึงครอบครัวที่อยู่กันพร้อมหน้าว่า อยากให้ดูแลรักษากันให้ดีๆ" นายอุดม กล่าว
ส่วนความช่วยเหลือจากอาร์เอส ต้นสังกัดของนักร้องดังนั้น นายอุดม บอกว่า ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะขายเทป หรือซีดีเกี่ยวกับบิ๊ก ได้เท่าไรบริษัทก็จะนำเงินมามอบให้ตลอด รวมทั้งงานศพในครั้งนี้ ทางต้นสังกัดก็รับเป็นเจ้าภาพทุกคืน แต่ถ้าใครจะมารับช่วงต่อก็ได้ ไม่มีปัญหา
ด้าน นายอนุชา อรรจนาวัฒน์ หรือ "เกี้ย" ผู้อำนวยการค่ายอะบอริจิ้น ผู้ปลุกปั้นวงดีทูบี กล่าวว่ารู้สึกเสียดายความสามารถของ บิ๊ก ดีทูบี อย่างมาก เนื่องจากนักร้องหนุ่มเป็นคนมุ่งมั่น อีกทั้งมีความตั้งใจสูง
"เสียดายความสามารถของเขา เพราะการที่ผมดึงเขามารวมตัวเป็นวงดีทูบี นั้น เพราะเขาเป็นคนมีเอกลักษณ์ มีจุดเด่น ซึ่งแต่ละคนทั้ง แดน บีม และบิ๊ก มีความแตกต่างกันไป ทั้งสามคนมีความสามารถสูง บิ๊กเขาก็มีความสามารถ ยังมีอนาคตข้างหน้าอีกยาวไกล มีศักยภาพอีกมาก ก็เลยเสียดาย ถามว่าผมสนิทกับน้องเขาแค่ไหน ผมกับบิ๊กสนิทกันประมาณหนึ่ง แต่ก็ยังมีโปรดิวเซอร์ที่เขาสนิท เท่าที่สัมผัสตัวตนของบิ๊กมา เขาเป็นคนมุ่งมั่น มีความตั้งใจสูง มีความขยัน และพัฒนาตัวเองตลอดเวลา เอาใจใส่งาน มีความรับผิดชอบตลอดเวลา" นายอนุชา กล่าว
ผู้อำนวยการค่ายอะบอริจิ้น กล่าวอีกว่า เนื่องจาก บิ๊ก ดีทูบี จากไปรวดเร็วมาก จึงยังไม่ได้มีการพูดคุยกับผู้ใหญ่ในบริษัท แต่ที่ผ่านมาเพิ่งจะมีโครงการทำอัลบั้ม "ดี บีทูบี" ซึ่งเป็นภารกิจที่ แดน-บีม ตั้งใจทำให้แก่บิ๊ก
คลิกชม : ภาพความทรงจำของ "บิ๊ก ดีทูบี" ที่จะอยู่ในใจตลอดไป |
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 |
| |
|