เป๊กกี้ ซวยซ้ำสอง! ผับไล่ออกจากงาน
โดย ข่าวสด วัน พุธ ที่ 16 เมษายน พ.ศ. 2551 09:42 น.
เป๊กกี้ บิ๊กบราเธอร์ ซวยซ้ำ โดนเจ้าของผับที่เกิดเหตุไล่ออกจากงานถาวรแล้ว อ้างรับไม่ได้กับข่าวถูกทอมแจ้งจับกระทบกับกิจการและชื่อเสียงของสถานบันเทิง เจ้าตัวปลงยอมรับสภาพตกงาน กลุ้มยังไม่รู้จะทำอะไรต่อจากนี้ เพราะยังมีภาระผ่อนรถอยู่ เผยทอมรุ่นใหญ่ อลิศ คริสตัน โทรศัพท์ให้กำลังใจบอกจะหางานให้ทำ เปิดใจเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการวิวาทกันธรรมดา ไม่น่ากลายเป็นเรื่องราวใหญ่โต
เป๊กกี้ บิ๊กบราเธอร์
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 เม.ย. ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเลขที่ 46/40 ซอยศิลปสนิท 5 หมู่บ้านสามเหลี่ยม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของนางสมทรง สาสม อายุ 49 ปี มารดาของ "เป๊กกี้" ทราบว่า "เป๊กกี้" พร้อมครอบครัวได้เดินทางไปรดน้ำดำหัวขอพรผู้ใหญ่ใน อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นบ้านของนางคา สา สม อายุ 68 ปี ยายของเป๊กกี้
น.ส.วริศรา ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ว่าเจ้าของร้านผับซีต้า ย่านอาร์ซีเอ ได้โทรศัพท์มาหาตนเมื่อคืนวันที่ 14 เม.ย.แจ้งว่ารับไม่ได้กับข่าวที่เป๊กกี้ถูกแจ้งความจับ ขอให้เป๊กกี้ออกจากงานไปเลย ไม่ต้องมาร้องเพลงที่ผับแล้ว เจ้าของร้านบอกว่าเห็นใจ แต่ทนไม่ได้กับข่าวของเป๊กกี้ จำเป็นต้องให้ออกจากงานไปแบบถาวร เพราะไม่ต้องการให้ผับซีต้าเกิดความเสียหาย และเสียชื่อเสียง ตนจึงบอกว่า"ค่ะ แล้วแต่ผู้จัดการดำเนินการให้ออกก็ต้องออก" การที่ตนถูกไล่ออกจากงานครั้งนี้ ต้องกลายเป็นคนตกงาน และยังไม่รู้อนาคตว่าจะทำงานอะไรดี เพราะตนทำงานเป็นนักร้องนำในผับซีต้า ย่านอาร์ซีเอแห่งเดียวเท่านั้น งานละครก็ไม่มีให้แสดง ตนยอมรับว่าเสียใจอย่างมากที่ถูกไล่ออกจากงาน เพราะได้เข้าไปช่วยเพื่อนที่ถูกรุมทำร้ายร่างกาย
"เป๊กกี้" กล่าวอีกว่า ตอนนี้ตนคิดอะไรไม่ออก เพราะเป็นคนตกงานเสียแล้ว ไม่มีรายได้ ไม่มีเงินส่งงวดรถยนต์ ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าที่พัก ถือว่าถูกทำร้ายจิตใจอย่างมาก เพราะเป็นการตัดอนาคต อย่างไรก็ตามตนต้องเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันที่ 16 เม.ย.นี้ เพราะต้องไปส่งเพื่อนสาวที่มาด้วยกันไปทำงานที่กรุงเทพฯ ส่วนตนต้องเคว้งคว้างออกหางานอีกเช่นกัน โดยจะไปหาเพื่อนๆ ให้เขาช่วยหางานให้ทำ ซึ่งก็มี "อลิศ คริสตัน" ได้โทรศัพท์มา บอกว่า "เป๊กกี้ไม่ต้องตกใจเดี๋ยวพี่จะช่วยหางานให้ทำ เพราะพี่เชื่อว่าเขาทำไม่ถูก เมื่อเป๊กกี้เป็นผู้น้อยต้องยอมทำตามคำสั่งของเขา จึงขอให้อดทนพี่จะหาให้ทำโดยเร็วที่สุด"
"เป๊กกี้" กล่าวอีกว่าอ่านหนังสือพิมพ์ทราบว่าตำรวจจะเอาเรื่องแจ้งความจับ เป๊กกี้ ข้อหาทำร้ายร่างกาย ซึ่งไม่สามารถยอมความกันได้ ตนไม่ทราบว่าจะคิดอย่างไร ขอบอกเพียงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องฟังเรื่องที่ตนพูดบ้าง เจ้าหน้าที่จะทราบข้อเท็จจริง และเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องวิวาทธรรมดา ไม่มีใครเจ็บสาหัส เรื่องนี้จึงน่าจะจบลงไปแล้ว แต่ตนต้องมาตกงาน เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง ถ้าคู่กรณีจะเอาเรื่องมากกว่าที่เป็นอยู่ตนอาจตัดสินใจไปแจ้งความกลับเอาผิดเขาด้วยเช่นกัน เพราะไม่ได้เป็นคนก่อเรื่อง แต่ต้องมาถูกทำร้ายร่างกายและจิตใจแบบที่ไม่สามารถยอมรับได้ จะไม่ยอมคู่กรณีอีกต่อไป "เรื่องที่เกิดขึ้นมาครั้งนี้ เป็นเรื่องระหว่างเพื่อนสาว กับน.ส.รุ่งทิวา ซึ่งเป็นคู่กรณีกันมาก่อนจนมาเกิดเรื่องทุบตีอยู่หน้าผับซีต้า ย่านอาร์ซีเอ จนทำให้ต้องถูกไล่ออกจากงาน อยากให้เพื่อนออกมาชี้แจงความจริงให้เจ้าหน้าที่ทราบ มัวแต่จะมาอับอาย กลัวเสียชื่อเสียงไม่ได้อีกต่อไปแล้ว เพราะผลเสียมาตกที่เป๊กกี้"
ผู้สื่อข่าวสอบถามว่าตำรวจได้เรียกตัวไปสอบปากคำหรือยัง "เป๊กกี้"เผยว่า ทางตำรวจยังไม่ได้ติดต่อตนมาและทางตำรวจบอกตนว่ามันเป็นสิทธิของเราว่าจะไปให้ปากคำหรือไม่"ตอนนี้เป๊กกี้ขอดูเหตุการณ์ก่อนว่ามีอะไรบานปลายอีกหรือเปล่า ถ้าเกิดบานปลายเป๊กกี้จะแจ้งความกลับ ตอนนี้เราขอเฉยๆไว้ก่อนขนาดเราเฉยแล้วรถเราก็เสียหาย งานก็ไม่มีทำ จริงๆแล้วไม่ใช่เรื่องเราเลยมันเป็นเรื่องของเพื่อนแต่เพราะเรามีชื่อเสียงก็เลยถูกโยงเข้ามาเกี่ยวข้อง คิดว่าเขาคงต้องการทำลายชื่อเสียงเป๊กกี้แน่ๆ ขอดูทีท่าก่อนว่าวันนี้ข่าวออกไปแล้วมีอะไรกลับมาหรือไม่ เราอยากให้มันจบแต่ทำไมฝ่ายตรงข้ามกลับทำให้เรื่องมันใหญ่โตขึ้นไปอีก ถ้าเขาไม่จบเราก็ต้องสู้ เพราะตอนนี้เป๊กกี้ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว และเพื่อนคนนั้นบอกว่าตอนนี้ถ้าฝ่ายนั้นไม่เงียบเขาก็จะไม่เงียบแล้วจะออกมาให้การช่วยเหลือเรา ปกติเพื่อนคนนี้เป็นคนเรียบร้อย ไม่สู้คน ทำให้เขาถูกกระทำมาโดยตลอด แต่ถ้าฝ่ายนั้นไม่จบเขาก็พร้อมจะช่วยเป๊กกี้"
ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อไปว่าเป็นเพราะภาพของ"เป๊กกี้"ดูแรงๆช่วงที่อยู่ในบ้านบิ๊กบราเธอร์หรือเปล่า ทำให้คนเชื่อว่า"เป๊กกี้" เป็นฝ่ายผิด"เป๊กกี้"เผยว่า บุคลิกภายนอกคนจะมองว่าตนเป็นคนแรงๆเพราะหน้าของตนร้าย แต่จริงๆแล้วนิสัยของตนคือไม่ชอบหาเรื่องใคร ถ้าไม่มีใครมารังแกตนก่อน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้ทางฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน ที่ทางฝ่ายนั้นให้การไปไม่เป็นความจริงเลยที่เขาบอกว่าเป๊กกี้ร้องเพลงแซวเขาก็ไม่ใช่เรื่องจริง เขาเป็นลูกค้าคนหนึ่งไม่ได้มีความสำคัญขนาดนั้น เราไม่ได้ร้องเพลงแซวเขาเลย และที่เขาให้สัมภาษณ์ว่าที่เป๊กกี้ไปหาเรื่องเขาเพราะเป๊กกี้อยากเข้ากลุ่มเขาแต่เขาไม่ให้เข้า เพราะเรามีลูกและมีสามีแล้ว ตรงนี้ไม่จริงเลย เราจะอยากเข้ากลุ่มเขาทำไมในเมื่อพอเราร้องเพลงที่นี่เสร็จก็ต้องไปร้องที่อื่นต่อ เราอยากเข้ากลุ่มเขาทำไม เขาก็ไม่ได้มีผลประโยชน์อะไรกับเรา ผิดด้วยหรือที่เป๊กกี้ต้องป้องกันตัวหน้าของเขาที่เป็นรอยมันก็ต้องเป็นมือของเป๊กกี้เพราะเราต้องป้องกันตัว ตัวเป๊กกี้เองก็มีบาดแผล แขนทั้งด้านซ้ายและด้านขวามีรอยช้ำห้อเลือดข้างละ 3-4 จุด,เจ็บซี่โครงด้านขวา,ปวดต้นคอ






