จ้างสาวเต้นอวดเรือนร่าง กลยุทธ์ยั่วยวนดึงสมาชิก
โดย คม ชัด ลึก วัน อังคาร ที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 00:25 น.
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ กี้ เด็กสาววัย 16 ปี นักศึกษา ปวช.1 จากเชียงใหม่ ที่ถูก ณุ หรือ พิษณุ ธรรมหิเวศน์ อดีตดีเจผับดัง ในย่านรัชดาฯ วัย 41 ปี ล่อลวงมากระทำผิดทางเพศ ผ่านโปรแกรมแคมฟรอกนั้น แม้จะไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ทุกวันนี้ก็ยังมีผู้คนกลุ่มหนึ่ง ซึ่งมีจำนวนไม่น้อยนิยมชมชื่นที่จะเข้าไปสนุกกับโปรแกรมแคมฟรอก หนึ่งในนั้นเกิดจากมีการโชว์ของบรรดาสาวใจถึง หรือชายหนุ่มใจเด็ด จนกลายเป็นสังคมสีเทากลุ่มย่อยๆ ไปโดยปริยาย คม ชัด ลึก สุ่มเข้าไปสำรวจกลุ่มผู้เล่นแคมฟรอก ซึ่งแบ่งเป็นห้องๆ แยกกันชัดเจนถึงความต้องการที่มีอยู่หลากหลาย โดยเฉพาะห้องที่ล่อแหลมต่อศีลธรรมที่มีมากกว่า 1,000 ห้อง สังเกตได้จากการตั้งชื่อห้องที่มีลักษณะเชิญชวน หรือต้องการมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะเป็นแบบชาย-หญิง, หญิงกับหญิง, ชายกับชาย หรือมีเซ็กส์กับเด็กมัธยม มีกิ๊กกัน ฯลฯ หลังจากลงทะเบียนและติดตั้งกล้องเรียบร้อยแล้วก็สามารถเข้าไปพูดคุยทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ได้ โดยใช้เมาส์คลิกไปที่ห้องที่ต้องการ Mor69 คือชื่อที่ คม ชัด ลึก ใช้แทนตัว และเลือกเข้าไปที่ห้อง _ee_ ก็ได้รับคำทักทายทันทีว่า ยินดีต้อนรับคุณ Mor69 มาร่วมแจมในห้อง _ee_ ซึ่งหน้าจอจะมีข้อความที่สมาชิกในห้องใช้พูดคุยสื่อสารกันลักษณะเหมือนโปรแกรมเพิร์ส หรือเอ็มเอสเอ็น ขณะเดียวกันก็มีเสียงดีเจหรือผู้ควบคุมห้องคอยเปิดเพลงและพูดคุยกับสมาชิกตลอดเวลา บริเวณโซนขวามือของหน้าจอจะมีรายชื่อสมาชิกที่กำลังออนไลน์อยู่ในขณะนั้น โดยมีสีแตกต่างกันไป เพื่อจำแนกลำดับของสมาชิก เช่น สีดำ หมายถึงสมาชิกทั่วไป สีน้ำเงิน คือสมาชิกที่เข้ามาประจำ ส่วนสีแดง หมายถึงควรจับตาคนนี้เป็นพิเศษ เพราะกำลังเต้นหรือโชว์เรือนร่างอยู่ จากการสังเกตอยู่นานทำให้รู้ว่า ยิ่งดึกมากขึ้นเท่าไรสมาชิกก็ยิ่งเข้ามาใช้บริการมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ดีเจเองก็จะเลือกเพลงในลักษณะปลุกเร้าอารมณ์ แทบไม่ผิดอะไรกับผับเธคเลยทีเดียว และตลอดเวลาทั้งวันจะมีหญิงสาวเต้นโชว์เรือนร่างในชุดวาบหวิว เสื้อสายเดี่ยวบ้าง เสื้อยืดคอกว้าง รัดรูปบ้าง กางเกงยีนขาสั้นกุดจนแทบจะปิดของสงวนไม่มิด ในจำนวนนี้มีอยู่ไม่น้อยที่ใช้กล้องส่องเข้าไปตามอวัยวะที่ต้องการจะโชว์ ทั้งร่องอก หน้าท้อง และบั้นท้าย ฯลฯ ซึ่งไม่ได้เป็นเฉพาะห้องนี้เท่านั้น จากการสำรวจพบว่าห้องแคมฟรอกส่วนใหญ่มักจะมีสภาพไม่แตกต่างกันนัก กฤษ เว็บมาสเตอร์และเจ้าของห้องแครมฟรอกห้องหนึ่ง เล่าว่า การสื่อสารผ่านระบบอินเทอร์เน็ตมีหลายแบบ แต่แคมฟรอกเป็นที่นิยม เนื่องจากเป็นการสื่อสารที่รวดเร็วตรงใจกลุ่มเป้าหมายคือวัยรุ่น ต้องการฟังเพลง พูดคุย หรือหาทางปลดปล่อยอารมณ์ทางเพศ ปัจจุบันถือว่าแคมฟรอกในประเทศไทยได้กลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้แก่เจ้าของห้องจำนวนไม่น้อย หากห้องเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในหมู่สาวกแคมฟรอก ซึ่งแท้จริงแล้วเป็นการใช้งานผิดวัตถุประสงค์ เพราะผู้คิดค้นโปรแกรมนี้อยากจะให้แคมฟรอกเป็นเครื่องมือสื่อสารกันในกลุ่มเพื่อนฝูง การประชุมออนไลน์ มีการสื่อสารระหว่างผู้พิการทางหู เพราะโปรแกรมดังกล่าวสามารถเห็นหน้าค่าตากันผ่านกล้องเว็บแคมพร้อมๆ กันหลายคน กฤษอธิบายว่า การจะเปิดห้องแคมฟรอกได้ จะต้องเสียค่าใช้จ่ายอย่างน้อย 500-5,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับความต้องการว่าจะให้สมาชิกเข้าไปใช้บริการในห้องมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ ยังไม่รวมค่าเช่าปลั๊กอิน หรือออปชั่น หรือโปรแกรมเสริมต่างๆ เช่น โปรแกรมต้อนรับทักทายสมาชิกเข้า-ออก, โปรแกรมโพสต์ข้อความอัตโนมัติ, โปรแกรมตอบโต้กับสมาชิก, โพสต์เวลาทุกๆ 1 ชั่วโมง, บอกเวลาให้เพื่อนๆ, โปรแกรม 100 จอ ฯลฯ ซึ่งมีให้เลือกใช้กว่า 100 โปรแกรม อย่างโปรแกรม 100 จอ สามารถดูได้ 100 ช่อง ส่วนคนที่ไม่มีโปรแกรมจะดูได้เพียงช่องเดียวเท่านั้น ซึ่งจะมีทั้งแบบเช่ารายเดือนและซื้อขาด แต่ส่วนใหญ่ผู้ให้บริการจะให้เช่าแบบรายเดือนมากกว่า เฉลี่ยโปรแกรมละ 300 บาท เว็บมาสเตอร์รายเดิมบอกว่า ตอนนี้ผู้เช่าเซิร์ฟเวอร์แล้วเปิดห้องแคมฟรอกจะต้องใช้เงินอย่างต่ำ 3,000 บาท รองรับสมาชิกได้ 50 คน สำหรับห้องขนาดเล็ก และ 1 หมื่นบาท สำหรับห้องขนาดใหญ่รองรับได้ 2,000 คน ขณะเดียวกัน เจ้าของห้องก็จะต้องหารายได้มาเป็นค่าเช่า ซึ่งก่อนหน้านี้ต้องพึ่งสปอนเซอร์ลักษณะเดียวกับรายการวิทยุและโทรทัศน์ เมื่อมีผู้หันมาเปิดห้องแคมฟรอกมากขึ้น จึงเกิดการแข่งขันทางการตลาด หลายห้องจ้างดีเจจากผับมาเปิดเพลง บางคนจ้างเด็กสาวมาเต้น ถอดเสื้อโชว์ เพื่อกระชากเรตติ้งผู้เข้าชม ซึ่งจะสังเกตได้จากเด็กสาวหน้าเดิมๆ ในทุกๆ คืนมีชื่อขึ้นเป็นสีแดง บางห้องมีการจ้างเด็กไม่ต่ำกว่า 10 คน เพื่อดึงดูดให้สมาชิกสมัครเช่าโปรแกรม 100 จอ ซึ่งมีอัตราค่าเช่า 500 บาทต่อเดือน สมมติว่ามีคนเช่า 100 คน เดือนหนึ่งๆ เจ้าของห้องก็จะมีรายได้ส่วนนี้ถึง 5 หมื่นบาท ถ้าใครเคยเข้าไปในห้องแคมฟรอกบ่อยๆ จะรู้ได้ทันทีว่า ผู้หญิงคนไหนที่ผู้ดูแลระบบหรือเจ้าของห้องจ้างมา ส่วนอัตราจ้างนั้นผมไม่แน่ใจ แต่ก็มีหญิงสาวอีกส่วนหนึ่งที่ลุกขึ้นเต้นและโชว์เรือนร่างตามคำยั่วยุของดีเจ หรือบรรดาสมาชิกในห้อง เป็นไปได้ว่าหญิงสาวเหล่านี้เห็นหน้าม้าทำก็เลยทำบ้าง จนปัจจุบันกลายเป็นความเคยชิน ทุกๆ ห้องจะมีโชว์แบบนี้แทบทั้งสิ้น ภัยใกล้ตัวที่กำลังกัดกร่อนศีลธรรมและความนึกคิดของผู้คนในสังคมนี้ ในมุมมองของ มนตรี สินทวิชัย เลขาธิการมูลนิธิคุ้มครองเด็ก เห็นว่า ภาครัฐจะต้องออกมาแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมและอย่างจริงจังเสียที เพราะหลายครั้งหลายคราที่เด็กตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพที่ใช้ช่องว่างของอินเทอร์เน็ตในการก่อเหตุ ก็จะมีนหลายๆ ฝ่ายออกมาพูดถึงมาตรการต่างๆ ซึ่งส่วนตัวแล้วคิดว่าเป็นเรื่องตลก เนื่องจากคนเหล่านั้นได้แต่พูด ทว่ากลับไม่ทำอะไรเลย เลขาฯ มูลนิธิคุ้มครองเด็กเสนอแนวทางแก้ไขปัญหานี้ใน 3 มาตรการ คือ 1.รัฐบาลต้องกำหนดกรอบให้ชัดเจนว่า รัฐบาลต้องการพัฒนาประเทศไปในทิศทางไหน ต้องการอะไรมากกว่ากันระหว่างการพัฒนาสังคมกับการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า ที่ผ่านมารัฐบาลมุ่งไปทางด้านเศรษฐกิจมากไป จนลืมการพัฒนาด้านสังคม ดังจะเห็นได้จากสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กสาวที่ตกเป็นเหยื่อถูกมิจฉาชีพล่อลวงว่า จะชักนำเข้าสู่วงการบันเทิง นั่นหมายถึงเด็กสาวยอมเอาตัวเข้าแลก เพื่อจะได้มาซึ่งค่านิยม มาตรการต่อมา รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหันมาทบทวนดูตัวเองก่อนว่า มีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะป้องกันหรือเฝ้าระวังภัย อันอาจจะเกิดขึ้นกับผู้ที่เข้ามาใช้หรือให้บริการอินเทอร์เน็ตหรือไม่ ถ้ามีก็ควรจะเข้มงวดตรวจสอบจับกุมแหล่งที่มาหรือต้นตอผู้ให้บริการมาลงโทษ ถ้าไม่มีจะทำอย่างไรจึงจะสามารถยกเลิกการให้บริการเหล่านี้ไปได้ มาตรการสุดท้ายนั้น คงต้องหันมาพึ่งสถาบันครอบครัว ซึ่งเป็นสถาบันที่เกี่ยวข้องและใกล้ชิดกับตัวเด็กและเยาวชนมากที่สุด พ่อแม่ ผู้ปกครอง ต้องดูแลบุตรหลานอย่างเข้าใจ ปรับการเลี้ยงดูจากสมัยก่อนที่ใช้อำนาจอย่างเดียวเป็นการเลี้ยงดูแบบเพื่อน หากทำได้เขาเหล่านั้นจะเชื่อใจ และทุกครั้งที่เกิดปัญหาหรือสงสัยก็จะเดินเข้ามาหาหรือปรึกษาพ่อแม่ก่อนคนอื่น เราต้องยอมรับว่าปัจจุบันคนแปลกหน้าสามารถเดินเข้ามาหาบุตรหลานท่านได้ง่ายดายมาก ไม่เหมือนเมื่อก่อน ที่คนแปลกหน้าจะต้องเดินเข้ามาทางหน้าประตู พ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็จะรู้ว่ามีใครเข้ามาบ้าง แต่ปัจจุบันแตกต่างกัน คนแปลกหน้าจะมาทางการสื่อสารแบบดิจิทัล ต้องยอมรับว่าพ่อแม่ ผู้ปกครอง อีกจำนวนมากที่ไม่รู้จักอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นอีกปัญหาที่อาจทำให้เด็กตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพที่คอยหาโอกาสอยู่ จ้างสาวเต้นอวดเรือนร่าง กลยุทธ์ยั่วยวนดึงสมาชิก อย่าเพิ่งมั่นใจว่าหญิงสาวรูปร่างอวบอัด ขาวเนียน ในเสื้อสายเดี่ยว ยีนขาสั้นกุด ที่กำลังยักย้ายส่ายสะโพกอยู่หน้าจอแคมฟรอก จะเป็นสมาชิกเสมอไป เพราะท่ามกลางการแข่งขันทางธุรกิจ เจ้าของห้องจำเป็นต้องหารายได้เข้ามา จึงว่าจ้างหญิงสาวเป็นหน้าม้าแสดงท่าทางเซ็กซี่ยั่วยวนชายหนุ่มให้สมัครสมาชิก โดยหารู้ไม่ว่า ที่แท้คือกลยุทธ์ทางการตลาดอย่างหนึ่งนั่นเองรวมเรื่องฮอต : คลิปเด็ด ภาพเด็ด ซุบซิบดารา กระทู้ฮอต ข่าวเด่น วาไรตี้ เกมส์-ไอที ข่าวกีฬา คลิกที่นี่







ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: จ้างสาวเต้นอวดเรือนร่าง กลยุทธ์ยั่วยวนดึงสมาชิก
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 1
Re: จ้างสาวเต้นอวดเรือนร่าง กลยุทธ์ยั่วยวนดึงสมาชิก
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์