|
|
| |
บีกินส์ การเริ่มต้นอีกครั้งของ บิ๊กแอสส์ |
 |
| โดย คม ชัด ลึก วัน เสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 02:06 น. |
|
ท่ามกลางปัญหาต่างๆ ที่รุกเร้าหนักหน่วง ทั้งเรื่องข่าวอื้อฉาวครึกโครม รวมถึงความกดดันที่เคยยืนบนความสำเร็จที่ผ่านมา ถาโถมส่งให้ความหวาดหวั่น พานให้ความรู้สึกเหนื่อยหน่าย ท้อแท้ กัดกินกำลังใจในการทำงาน
ในที่สุดความรู้สึกอิ่มตัว และอยากถอย ยอมเลิกรา ย่อมผุดขึ้นในสมองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกับวงดนตรีที่ผ่านการเดินทางมากว่า 10 ปี ด้วยตัวเลขนี้ อาจจะเนิ่นนานหนักหน่วงเกินไป จนวงต้องเดินทางมาพบจุดจบ
วงแตก คือคำตอบที่หลายวงเลือก แต่ไม่ใช่ทางเลือกของ 5 หนุ่ม แด๊ก เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด (ร้องนำ) อ๊อฟ พูนศักดิ์ จตุระบุล (กีตาร์) หมู อภิชาติ พรมรักษา (กีตาร์) โอ๊ค พงศ์พันธ์ พลสิทธิ์ (เบส) และ กบ ขจรเดช พรมรักษา (กลอง) ในนาม บิ๊กแอสส์ (Big Ass) สังกัดจีนี่ เรคคอร์ดส เครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่
ก่อนเราจะทำอัลบั้มนี้เสร็จ เหมือนเราโดนทดสอบด้วยปัญหามากมาย ในวันที่ผมทำงานเสร็จ และมีงานแถลงข่าวบอกกับทุกคนว่าเรากลับมาแล้ว บนเวทีโชว์วันนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเราจะเล่นหลุดกันขนาดนี้ ผมตื่นเต้นที่สุด เหมือนเป็นการเปิดอัลบั้มแรกของพวกเรา กบ มือกลองเล่าถึงความรู้สึก ขณะที่หมู มือกีตาร์ ขยายความเรื่อง บททดสอบ ที่น้องชายเขากล่าวว่า
เราคิดว่าทำงานในห้องอัด ไม่น่าจะเกินเดือนก็น่าจะเสร็จ จากประสบการณ์ที่เราทำมาหลายชุดทำให้เราพออุ่นใจได้บ้าง แต่พอทำเข้าจริงมีปัญหาต่างๆ เข้ามามาย เช่น เรื่องซาวนด์ที่อยากจะได้แบบย้อนยุคไป 20 ปี ในสไตล์เพลงเฮฟวี เมทัล แต่ด้วยเครื่องมือสมัยนี้มันยากทีเดียวที่เราจะย้อนกลับไปหาซาวนด์แบบนั้น
จบคำพูดของมือกลองอารมณ์ดี แด๊ก นักร้องนำเริ่มบอกเล่าถึงปัญหาในการทำงานของเขาบ้าง
นอกจากเรื่องจิตใจที่ทำให้หยุดงานแล้ว เสียงร้องของผมเสียไปช่วงหนึ่ง เกิดเพราะการใช้งานเยอะ ในปีที่ผ่านมา 300 โชว์ที่จบไป เพื่อนๆ เล่นเครื่องดนตรี แต่ผมต้องใช้เสียงตัวเอง เส้นเสียงจึงเกิดปัญหา และพอมาเข้าห้องอัดเพลงแรก ''''''ปลุกใจเสือป่า'''''' ต้องร้องเสียงสูงมาก พอร้องเพลงนี้เสร็จคอก็พังเลย ต้องหยุดไปสองอาทิตย์
หลังพูดถึงความยากอันเป็นบททดสอบในการทำงานชุดนี้ไปแล้ว กบ จึงเริ่มขยายความถึงชื่ออัลบั้ม บีกินส์ (Begins) หมายถึงการเริ่มต้นให้ฟังว่า
คำนี้มันตอบโจทย์ชีวิตพวกเรามากที่สุด ผมคิดว่าดวงคนก็เหมือนดวงดาวที่อยู่บนฟ้า มีวันขึ้นและลง สำหรับเราประสบการณ์สอนว่าอย่ามัวผยองว่าเราเป็นหนึ่ง หลายคนมองเราเป็นวงรุ่นใหญ่แล้ว ประสบความสำเร็จ มีคอนเสิร์ตมากมาย แต่เราคิดว่าภูเขามันยังพังลงมาได้เลย ตอนเด็กๆ เราเคยเล่นให้โต๊ะ-เก้าอี้ดู และก้าวมาถึงจุดที่มีคนดูเป็นหมื่น
แต่เมื่อเราเริ่มทำอัลบั้มใหม่ความรู้สึกมันเหมือนเราเพิ่งเริ่มต้นอีกครั้ง เราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เราอาจจะกลับไปเล่นให้โต๊ะ-เก้าอี้ดู หรือมีคนดูเราเพิ่มขึ้นก็เป็นไปได้ทั้งนั้น มันจึงเหมือนชีวิตเราเพิ่งเกิดใหม่จากวิญญาณเดิม
ชวนคุยล้วงลึกถึงเนื้อหาเพลงในชุดนี้ กบ มือกลอง และมือเขียนเนื้อเพลงประจำวง บอกว่าไม่ง่ายเลยที่จะหาเหลี่ยมมุมใหม่มานำเสนอ แต่ในที่สุดเขาก็พลิกวิกฤติเป็นโอกาส หยิบเรื่องราวปัญหาที่พบเจอในชีวิตจริงมานำเสนอ และมีอะไรใหม่ๆ ให้ฟังกัน คือเพลงอุบอุ่นเพลงแรกของบิ๊กแอสส์ ชื่อ พรหมลิขิต
ชุดนี้เป็นอัลบั้มที่ 5 ในระยะ 10 ปีของเรา ซึ่งก็เท่ากับว่าเราเล่าเรื่องเป็นเพลงมากว่า 40 เรื่องแล้ว ชุดนี้จึงยากมาก ที่จะเขียนให้แตกต่าง และคงมีความคาดหวังจากคนฟังมากว่า เราจะพูดถึงเรื่องอะไรใหม่ๆ ส่วนตัวเราเองก็อยากเป็นตัวอย่างในด้านเพลง แต่ในที่สุดก็มีเรื่องราวเข้ามาทดสอบเรา ทำให้ผมได้วัตถุดิบมาเขียน
มันเป็นสิ่งที่เราเผชิญหน้าอยู่ เรานำมาไตร่ตรองและกลั่นกรอง เราไม่ได้ออกมาตอบโต้หรือด่าอะไร เพียงแต่เราอยากบอกอะไรบางอย่างกับสังคม และปกติเราจะไม่ค่อยมีเพลงอบอุ่น แต่ในชุดนี้เรามีเพลงพรหมลิขิต มาจากที่พวกเราไม่ค่อยเชื่อเรื่องเนื้อคู่ แต่สุดท้ายก็มีสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นกับเรา ทำให้เราต้องตั้งคำถามกับมันว่า ตกลงเนื้อคู่ของเรามีจริงใช่ไหม และเมื่อขีดมาให้เราเจอกันแล้วก็ขอเราอย่าจากกันเลย จริงๆ เรื่องพรหมลิขิตพูดกันมาเยอะแล้ว แต่เราพยายามมองมุมใหม่
อ๊อฟ พูดถึงภาคดนตรีที่พวกเขาย้อนกลับไปสู่ความเป็นเฮฟวี เมทัล แนวดนตรีที่พวกเขาเติบโตมาพร้อมๆ กัน
การกำหนดขอบเขตดนตรีชุดนี้ มันเกิดจากการที่เราเห่อห้องอัดใหม่ที่เราช่วยกันตอกตะปู เลื่อยไม้ทำกันขึ้นเองทั้งหมด เราเลยอยากเข้าเล่นแจมกัน เล่นไปเล่นมามันเป็นอารมณ์เพลงเฮฟวี เมทัล ที่เราโตมากับมัน เมื่อมือกีตาร์กล่าวจบ กบก็เสริมขึ้นว่า
เหมือนย้อนไปตอนที่เราหัดเล่นดนตรีใหม่ๆ อารมณ์ตอนที่เป็นเด็กๆ มาถึงวันนี้สิ่งนั้นมันยังอยู่ในตัวเราตลอดมา ทำให้เราขุดมันขึ้นมา
มือกลองคนเดิม พูดถึงความเป็นเพื่อน และดนตรีที่ช่วยเลี้ยงชีวิตพวกเขา 5 คน ให้ยังเป็นบิ๊กแอสส์ได้จนถึงทุกวันนี้ว่า
มันอธิบายยากว่าการเป็นเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกันมันดีอย่างไร แต่มันเป็นความฝันของเรา สมัยเด็กๆ เราไปห้องซ้อมด้วยกัน ร้องเล่นทำท่าทางเหมือนนักร้องที่ตัวเองชอบ พอวันนี้เราได้ออกเทป ได้ทัวร์ทั่วประเทศ มันตื้นตันมาก แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะดูดดื่มกันทุกวัน ปัญหาเกิดขึ้นตลอด แต่ละคนก็มีข้อผิดพลาด บางทีก็นึกไม่ออกว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร หากไม่ใช่เพื่อนกันต้องมีต่อยกันแน่ บางปัญหาเราคิดและแก้ไขไม่ได้ แต่เราใช้ความเป็นเพื่อนเข้าไปแก้ ซึ่งมันก็ผ่านมาได้ทุกครั้งท่ามกลางปัญหาต่างๆ ที่รุกเร้าหนักหน่วง ทั้งเรื่องข่าวอื้อฉาวครึกโครม รวมถึงความกดดันที่เคยยืนบนความสำเร็จที่ผ่านมา ถาโถมส่งให้ความหวาดหวั่น พานให้ความรู้สึกเหนื่อยหน่าย ท้อแท้ กัดกินกำลังใจในการทำงาน
ในที่สุดความรู้สึกอิ่มตัว และอยากถอย ยอมเลิกรา ย่อมผุดขึ้นในสมองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกับวงดนตรีที่ผ่านการเดินทางมากว่า 10 ปี ด้วยตัวเลขนี้ อาจจะเนิ่นนานหนักหน่วงเกินไป จนวงต้องเดินทางมาพบจุดจบ
วงแตก คือคำตอบที่หลายวงเลือก แต่ไม่ใช่ทางเลือกของ 5 หนุ่ม แด๊ก เอกรัตน์ วงศ์ฉลาด (ร้องนำ) อ๊อฟ พูนศักดิ์ จตุระบุล (กีตาร์) หมู อภิชาติ พรมรักษา (กีตาร์) โอ๊ค พงศ์พันธ์ พลสิทธิ์ (เบส) และ กบ ขจรเดช พรมรักษา (กลอง) ในนาม บิ๊กแอสส์ (Big Ass) สังกัดจีนี่ เรคคอร์ดส เครือจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่
ก่อนเราจะทำอัลบั้มนี้เสร็จ เหมือนเราโดนทดสอบด้วยปัญหามากมาย ในวันที่ผมทำงานเสร็จ และมีงานแถลงข่าวบอกกับทุกคนว่าเรากลับมาแล้ว บนเวทีโชว์วันนั้น ไม่น่าเชื่อว่าเราจะเล่นหลุดกันขนาดนี้ ผมตื่นเต้นที่สุด เหมือนเป็นการเปิดอัลบั้มแรกของพวกเรา กบ มือกลองเล่าถึงความรู้สึก ขณะที่หมู มือกีตาร์ ขยายความเรื่อง บททดสอบ ที่น้องชายเขากล่าวว่า
เราคิดว่าทำงานในห้องอัด ไม่น่าจะเกินเดือนก็น่าจะเสร็จ จากประสบการณ์ที่เราทำมาหลายชุดทำให้เราพออุ่นใจได้บ้าง แต่พอทำเข้าจริงมีปัญหาต่างๆ เข้ามามาย เช่น เรื่องซาวนด์ที่อยากจะได้แบบย้อนยุคไป 20 ปี ในสไตล์เพลงเฮฟวี เมทัล แต่ด้วยเครื่องมือสมัยนี้มันยากทีเดียวที่เราจะย้อนกลับไปหาซาวนด์แบบนั้น
จบคำพูดของมือกลองอารมณ์ดี แด๊ก นักร้องนำเริ่มบอกเล่าถึงปัญหาในการทำงานของเขาบ้าง
นอกจากเรื่องจิตใจที่ทำให้หยุดงานแล้ว เสียงร้องของผมเสียไปช่วงหนึ่ง เกิดเพราะการใช้งานเยอะ ในปีที่ผ่านมา 300 โชว์ที่จบไป เพื่อนๆ เล่นเครื่องดนตรี แต่ผมต้องใช้เสียงตัวเอง เส้นเสียงจึงเกิดปัญหา และพอมาเข้าห้องอัดเพลงแรก ''''''ปลุกใจเสือป่า'''''' ต้องร้องเสียงสูงมาก พอร้องเพลงนี้เสร็จคอก็พังเลย ต้องหยุดไปสองอาทิตย์
หลังพูดถึงความยากอันเป็นบททดสอบในการทำงานชุดนี้ไปแล้ว กบ จึงเริ่มขยายความถึงชื่ออัลบั้ม บีกินส์ (Begins) หมายถึงการเริ่มต้นให้ฟังว่า
คำนี้มันตอบโจทย์ชีวิตพวกเรามากที่สุด ผมคิดว่าดวงคนก็เหมือนดวงดาวที่อยู่บนฟ้า มีวันขึ้นและลง สำหรับเราประสบการณ์สอนว่าอย่ามัวผยองว่าเราเป็นหนึ่ง หลายคนมองเราเป็นวงรุ่นใหญ่แล้ว ประสบความสำเร็จ มีคอนเสิร์ตมากมาย แต่เราคิดว่าภูเขามันยังพังลงมาได้เลย ตอนเด็กๆ เราเคยเล่นให้โต๊ะ-เก้าอี้ดู และก้าวมาถึงจุดที่มีคนดูเป็นหมื่น
แต่เมื่อเราเริ่มทำอัลบั้มใหม่ความรู้สึกมันเหมือนเราเพิ่งเริ่มต้นอีกครั้ง เราไม่รู้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เราอาจจะกลับไปเล่นให้โต๊ะ-เก้าอี้ดู หรือมีคนดูเราเพิ่มขึ้นก็เป็นไปได้ทั้งนั้น มันจึงเหมือนชีวิตเราเพิ่งเกิดใหม่จากวิญญาณเดิม
ชวนคุยล้วงลึกถึงเนื้อหาเพลงในชุดนี้ กบ มือกลอง และมือเขียนเนื้อเพลงประจำวง บอกว่าไม่ง่ายเลยที่จะหาเหลี่ยมมุมใหม่มานำเสนอ แต่ในที่สุดเขาก็พลิกวิกฤติเป็นโอกาส หยิบเรื่องราวปัญหาที่พบเจอในชีวิตจริงมานำเสนอ และมีอะไรใหม่ๆ ให้ฟังกัน คือเพลงอุบอุ่นเพลงแรกของบิ๊กแอสส์ ชื่อ พรหมลิขิต
ชุดนี้เป็นอัลบั้มที่ 5 ในระยะ 10 ปีของเรา ซึ่งก็เท่ากับว่าเราเล่าเรื่องเป็นเพลงมากว่า 40 เรื่องแล้ว ชุดนี้จึงยากมาก ที่จะเขียนให้แตกต่าง และคงมีความคาดหวังจากคนฟังมากว่า เราจะพูดถึงเรื่องอะไรใหม่ๆ ส่วนตัวเราเองก็อยากเป็นตัวอย่างในด้านเพลง แต่ในที่สุดก็มีเรื่องราวเข้ามาทดสอบเรา ทำให้ผมได้วัตถุดิบมาเขียน
มันเป็นสิ่งที่เราเผชิญหน้าอยู่ เรานำมาไตร่ตรองและกลั่นกรอง เราไม่ได้ออกมาตอบโต้หรือด่าอะไร เพียงแต่เราอยากบอกอะไรบางอย่างกับสังคม และปกติเราจะไม่ค่อยมีเพลงอบอุ่น แต่ในชุดนี้เรามีเพลงพรหมลิขิต มาจากที่พวกเราไม่ค่อยเชื่อเรื่องเนื้อคู่ แต่สุดท้ายก็มีสิ่งที่ไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นกับเรา ทำให้เราต้องตั้งคำถามกับมันว่า ตกลงเนื้อคู่ของเรามีจริงใช่ไหม และเมื่อขีดมาให้เราเจอกันแล้วก็ขอเราอย่าจากกันเลย จริงๆ เรื่องพรหมลิขิตพูดกันมาเยอะแล้ว แต่เราพยายามมองมุมใหม่
อ๊อฟ พูดถึงภาคดนตรีที่พวกเขาย้อนกลับไปสู่ความเป็นเฮฟวี เมทัล แนวดนตรีที่พวกเขาเติบโตมาพร้อมๆ กัน
การกำหนดขอบเขตดนตรีชุดนี้ มันเกิดจากการที่เราเห่อห้องอัดใหม่ที่เราช่วยกันตอกตะปู เลื่อยไม้ทำกันขึ้นเองทั้งหมด เราเลยอยากเข้าเล่นแจมกัน เล่นไปเล่นมามันเป็นอารมณ์เพลงเฮฟวี เมทัล ที่เราโตมากับมัน เมื่อมือกีตาร์กล่าวจบ กบก็เสริมขึ้นว่า
เหมือนย้อนไปตอนที่เราหัดเล่นดนตรีใหม่ๆ อารมณ์ตอนที่เป็นเด็กๆ มาถึงวันนี้สิ่งนั้นมันยังอยู่ในตัวเราตลอดมา ทำให้เราขุดมันขึ้นมา
มือกลองคนเดิม พูดถึงความเป็นเพื่อน และดนตรีที่ช่วยเลี้ยงชีวิตพวกเขา 5 คน ให้ยังเป็นบิ๊กแอสส์ได้จนถึงทุกวันนี้ว่า
มันอธิบายยากว่าการเป็นเพื่อนที่เล่นดนตรีด้วยกันมันดีอย่างไร แต่มันเป็นความฝันของเรา สมัยเด็กๆ เราไปห้องซ้อมด้วยกัน ร้องเล่นทำท่าทางเหมือนนักร้องที่ตัวเองชอบ พอวันนี้เราได้ออกเทป ได้ทัวร์ทั่วประเทศ มันตื้นตันมาก แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะดูดดื่มกันทุกวัน ปัญหาเกิดขึ้นตลอด แต่ละคนก็มีข้อผิดพลาด บางทีก็นึกไม่ออกว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร หากไม่ใช่เพื่อนกันต้องมีต่อยกันแน่ บางปัญหาเราคิดและแก้ไขไม่ได้ แต่เราใช้ความเป็นเพื่อนเข้าไปแก้ ซึ่งมันก็ผ่านมาได้ทุกครั้ง
ชวนเพื่อนชาวสนุก! มาสร้างชุมชนที่น่าอยู่ พบเห็นข้อความไม่เหมาะสม ข้อความโฆษณาที่รบกวนการแสดงความคิดเห็นของคุณ โปรดช่วยกันคลิก แจ้งลบ นะคะ เพื่อเราจะได้มีพื้นที่ในการแสดงความคิดเห็นได้เต็มที่ และเพื่อชุมชนชาวสนุก! ที่น่าอยู่ค่ะ ช่วยกันคลิกเยอะๆ นะคะ ขอบคุณมากค่ะ
|
|
| |
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|