ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > อสังหาริมทรัพย์ > เกมชักเย่อรถไฟฟ้า บีทีเอส สมัคร แบไพ่ คีรี อุบไต๋เงียบ
 

เกมชักเย่อรถไฟฟ้า บีทีเอส สมัคร แบไพ่ คีรี อุบไต๋เงียบ

โดย ประชาชาติธุรกิจ วัน พฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 00:00 น.
หลังเดินเกมกดดันจะเข้าซื้อหนี้เพื่อถือหุ้นโครงการรถไฟฟ้า บีทีเอส ต่อเนื่องจากรัฐบาล ทักษิณ โดยวาดแผนให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) บริหารสัญญาสัมปทานแทนกรุงเทพมหานคร (กทม.) ถึงขั้นมีการตั้งคณะทำงานเจรจากับเอกชน ล่าสุดท่าทีของรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช เริ่มเปลี่ยนไป จนหลายคนตั้งตัวไม่ติด

เป็นการเปลี่ยนแปลงไปหลังนายกฯสมัครนั่งเป็นประธานในที่ประชุมคณะ กรรมการพัฒนาระบบขนส่งทางรางและระบบขนส่งมวลชน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา และได้รับทราบผลการดำเนินงานของคณะทำงานเพื่อเจรจากับผู้บริหารแผนการฟื้นฟูกิจการของบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี ผู้รับสัมปทานเดินรถไฟฟ้า บีทีเอส ที่ผู้อำนวยการบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เป็นประธานรายงานความคืบหน้า ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก แถมมั่นใจว่าก่อน สิ้นเดือนกันยายนนี้ทุกอย่างจะมีความชัดเจนมากขึ้น

แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมเปิดเผยว่า ในที่ประชุมคณะทำงานเพื่อเจรจากับบีทีเอส รายงานว่าได้ปรับเปลี่ยนวิธีการเจรจาใหม่ จากเดิมจะเข้าไปซื้อหนี้จากกลุ่มเจ้าหนี้ของบีทีเอสซี มาเป็นการเจรจากับ ผู้บริหารของบีทีเอสซี คือ คีรี กาญจนพาสน์ ที่ปัจจุบันทำหน้าที่เป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูของบีทีเอสซีโดยตรงแทน

ไม่ใช่เพียงแค่ลดภาพด้านลบที่ถูกมองว่าเป็นการสร้างแรงกดดันต่อภาคเอกชนซึ่งเป็นผู้ลงทุนเท่านั้น แต่เป็นเพราะวิเคราะห์แล้วว่าการเข้าไปซื้อหนี้จากกลุ่มเจ้าหนี้เดิมของบีทีเอสซี จะไม่เกิดประโยชน์ต่อรัฐบาลในการเข้าไปมีอำนาจบริหารจัดการบีทีเอส

เพราะหลังจากแผนฟื้นฟูกิจการของ บีทีเอสซีผ่านการพิจารณาของศาล จะทำให้เจ้าหนี้เดิมเหลือหุ้นเพียงแค่ 7% ตามโครงสร้างผู้ถือหุ้นใหม่ เนื่องจากกลุ่มเจ้าหนี้เดิมจะได้รับการชำระคืนหนี้เป็นเงินสด 28,530 ล้านบาท และได้รับสิทธิแปลงหนี้เป็นทุน 16,340 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัดส่วนที่ไม่เพียงพอต่อการมีอำนาจในการบริหารจัดการใดๆ

ทางเลือกอีกทางหนึ่งด้วยวิธีการเจรจาแบบรอมชอมผลประโยชน์ ที่จะทำให้ทุกฝ่ายวินวิน จึงน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เพราะ คีรี เองก็เปิดกว้าง และยืนยันมาตลอดว่าพร้อมจะเจรจากับภาครัฐ เพียงแต่ที่ผ่านมาไม่เคยได้รับการติดต่ออย่างเป็นทางการแม้แต่ครั้งเดียว

แหล่งข่าวระบุว่า ประเด็นที่คณะกรรมการใช้เป็นแนวทางในการเจรจากับ บีทีเอสมีหลายประเด็นด้วยกัน คือ 1.เรื่องการเข้าถือหุ้นในบีทีเอสซี ในฐานะ strategic partner ใหม่ตามแผนฟื้นฟูกิจการ โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นไม่น้อยกว่ากลุ่ม ผู้บริหารเดิม เพื่อให้มีสิทธิในการรับทราบข้อมูล ตรวจสอบการดำเนินงาน และสามารถกำหนดนโยบายการเชื่อมต่อ โครงข่ายรถไฟฟ้า ในส่วนของส่วนต่อขยายและสายทางใหม่ และให้มีสิทธิมีเสียงพอที่จะกำกับดูแลการดำเนินการได้

2.ประเด็นการเข้าร่วมทุนในส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งมี 2 ทางเลือก คือ ทางเลือกที่ 1 ให้บีทีเอสซีเป็นผู้ลงทุนในส่วนต่อขยายทั้งโครงสร้างพื้นฐานและระบบรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นเงื่อนไขการลงทุนตามสัญญาสัมปทานเดิมที่ทำไว้กับ กทม. โดยบีทีเอสซีอาจขอให้รัฐบาลขยายระยะเวลาสัมปทานออกไป ซึ่งรัฐอาจจะใช้ประเด็นนี้เป็นข้อต่อรองในการเข้าไปถือหุ้นในบีทีเอสในสัดส่วนที่ต้องการได้

ทางเลือกที่ 2 เป็นแนวทางการลงทุนตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เกี่ยวกับการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าทั้งหมด ที่รัฐจะเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานส่วนต่อขยายทั้งหมด และให้บีทีเอสซีลงทุนระบบรถไฟฟ้า และทำหน้าที่เป็นผู้เดินรถ หรือ operator อย่างไรก็ตาม หากเลือกแนวทางนี้ก็ควรมีการปรับรูปแบบสัญญาร่วมลงทุน เพื่อให้รัฐมีอำนาจในการกำหนดนโยบายค่าโดยสาร และจัดสรรรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยพิจารณาต้องให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ

3.ประเด็นการจัดสรรรายได้ที่เพิ่มขึ้น ในกรณีที่รัฐเป็นผู้ลงทุนในส่วนต่อขยายและรถไฟฟ้าสายอื่นๆ จะต้องมีการประเมินรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในส่วนต่อขยายและสายทางใหม่ (network effect) ที่มีต่อโครงข่ายรถไฟฟ้าบีทีเอสในปัจจุบัน รูปแบบการจัดสรรรายได้ระหว่างรัฐและบีทีเอสซี

4.การเชื่อมต่อระบบของโครงการ บีทีเอสกับรถไฟฟ้าสายทางอื่นๆ เช่น การใช้ระบบตั๋วร่วม ระหว่างบีทีเอสและรถไฟฟ้าใต้ดิน และสายทางใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตจะมีการจัดตั้งเคลียริ่งเฮาส์ของระบบ โดยช่วงแรกรัฐอาจต้องเข้าร่วมลงทุนกับผู้รับสัมปทานรายเดิม และกำหนดเป็นมาตรฐานเพื่อใช้สำหรับสายทางที่จะเกิดขึ้นใหม่

โครงสร้างอัตราค่าโดยสารร่วม จะไม่ให้เป็นภาระให้กับผู้ใช้บริการมากเกินไป

นอกจากนี้คณะทำงานยังได้รายงานเรื่องการจ้างที่ปรึกษาทางการเงินวงเงิน 50 ล้านบาท เพื่อประเมินมูลค่ากิจการของ บีทีเอสภายในเดือนกรกฎาคมนี้ด้วย โดยจะแบ่งการทำงานของบริษัทที่ปรึกษาเป็น 2 ระยะ ใช้เวลาดำเนินการ 6 เดือน ตั้งแต่สิงหาคม 2551-มกราคม 2552

โดยระยะที่ 1 ใช้เวลาดำเนินการ 3 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม-ตุลาคม 2551 ทำงานตามที่คณะกรรมการกำหนดไว้ เช่น ประเมินสถานะทางการเงินของบีทีเอส ข้อเสนอเกี่ยวกับทางเลือกการลงทุนใน ส่วนต่อขยาย และสัดส่วนการถือหุ้นของ บีทีเอสซีในส่วนของรัฐบาล การจัดสรร รายได้ที่เพิ่มขึ้น การเชื่อมต่อระบบ เป็นต้น

ระยะที่ 2 ตั้งแต่พฤศจิกายน 2551-มกราคม 2552 จะลงลึกในรายละเอียดทุกๆ ด้าน หากการเจราจาได้ข้อสรุปว่ารัฐต้องเข้าถือหุ้นของบีทีเอสซี เช่น การ ประเมินมูลค่ากิจการ การสอบทานสถานะทางการเงิน การจัดทำบันทึกข้อตกลงในการเข้าซื้อหุ้นของบีทีเอสซี เป็นต้น

พร้อมจะอนุมัติให้คณะทำงาน เพิ่ม ผู้แทนกระทรวงมหาดไทยเป็นคณะทำงานในการเจรจาด้วย เพื่อให้เกิดความชัดเจนในประเด็นหน่วยงานผู้กำกับสัญญาสัมปทาน บีทีเอส กำชับให้มหาดไทยเร่งเจรจากับ กทม. เพื่อให้ รฟม.เป็นผู้ดูแลสัมปทานรถไฟฟ้าบีทีเอสแทน

ส่วนจะจบลงอย่างไร จะลงเอยกันได้หรือไม่ คีรี นายใหญ่บีทีเอสซี คงมี คำตอบอยู่ในใจแล้ว หน้า 7

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ ประชาชาติธุรกิจ ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news ไม้ลามิเนตโตพรวด เคเอฯสบช่องบุก ลอนช์รุ่นใหม่Arte
news คีรียื่นข้อเสนอ ลงทุนส่วนต่อBTS จับเข่าคุยก.คลัง
news เยือน รง. สยามไฟเบอร์กลาส ดูกรรมวิธีผลิตฉนวนตราช้าง
news ต่อยอดธุรกิจเมโทรมอลล์ พลิกทุกตารางนิ้วปั้นรายได้
news วิบากกรรมซ้ำคนใช้ทางด่วนกทพ.ปรับค่าผ่านทางบางนา-ชลฯ-รามอินทรา
news คิวเฮ้าส์สวนกระแส รุกทาวน์เฮาส์ต่ำ3ล. อัดงบตอกย้ำแบรนด์
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
เกมชักเย่อรถไฟฟ้า บีทีเอส สมัคร แบไพ่ คีรี อุบไต๋เงียบ

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้