|
|
| |
ดัชนีความเชื่อมั่นอสังหาฯลดวูบ ผลพวงปัจจัยลบ น้ำมัน-เงินเฟ้อ-ดอกเบี้ย |
|
|
 |
| โดย ประชาชาติธุรกิจ วัน พฤหัสบดี ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 00:00 น. |
|
ภายใต้ปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจ และการเมืองที่รุมเร้า ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (REIC) เกาะติดกระแสเพื่อประเมินสถานการณ์เป็นระยะๆ ล่าสุดได้สำรวจความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการ อสังหาริมทรัพย์ในช่วงไตรมาสที่ 2/2551 และดัชนีความเชื่อมั่นในอีก 6 เดือนข้างหน้าของบริษัทอสังหาฯจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(listed companies) 28 บริษัท และบริษัทอสังหาฯที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ (non-listed companies) 116 บริษัท รวม 144 บริษัท
จากนั้นนำผลคะแนนรวมจากแบบสอบถามทั้ง 2 กลุ่มมาถ่วงน้ำหนัก 50:50 แล้วคำนวณเป็นผลรวมดัชนีความเชื่อมั่น ซึ่งค่าดัชนีจะอยู่ระหว่าง 0-100 และมีค่ากลางของดัชนีเท่ากับ 50
จากการสำรวจ พบว่าความเชื่อมั่นของ ผู้ประกอบการในไตรมาสที่ 2 ปีนี้มีค่าเท่ากับ 45.0 (ตาราง) ลดลงจากไตรมาสที่ 1/2551 มีอยู่ในระดับ 55.3 ขณะที่ตัวเลขดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้ามีค่าเท่ากับ 55.9 ลดลงจากไตมาสแรกที่ผ่านมาที่ค่าดัชนีอยู่ที่ 68.3
สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ กล่าวว่า ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นในไตรมาสที่ 2/2551 ที่มีค่าเท่ากับ 45.0 หากพิจารณาตามประเภทบริษัท จะพบว่าบริษัทจดทะเบียนมีค่าดัชนีความเชื่อมั่นเท่ากับ 50.9 ขณะที่บริษัท ที่ไม่ได้จดทะเบียนมีค่าดัชนีความเชื่อมั่นเพียงแค่ 39.1 เท่านั้น
โดยในส่วนของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ดัชนีความเชื่อมั่น ในหมวดย่อยที่มีค่าสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ ผลการประกอบการ ยอดขาย และการเปิดโครงการใหม่ หรือเฟสใหม่ โดยมีค่าดัชนีเท่ากันที่ 60.7 สำหรับความเชื่อมั่นในหมวดย่อยที่มีค่าต่ำที่สุด คือ ต้นทุนประกอบการ ค่าดัชนีเท่ากับ 7.1
ขณะที่บริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ดัชนีความเชื่อมั่น ในหมวดย่อยที่มีค่าสูงกว่าค่ากลาง มีเฉพาะหมวดการเปิดโครงการใหม่หรือเฟสใหม่ และการจ้างงานเท่านั้นโดยมีดัชนีเท่ากับ 52.6 และ 52.2 ตามลำดับ ส่วนความเชื่อมั่นในหมวดย่อย ที่มีค่าต่ำที่สุดคือ ต้นทุนประกอบการ โดยมีค่าดัชนีเท่ากับ 11.2 ซึ่งมีความสอดคล้องกับผลการสำรวจบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ด้านผลสำรวจดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า พิจารณาตามประเภทบริษัท พบว่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯมีค่าดัชนีความคาดหวังเท่ากับ 60.7 ขณะที่บริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯมีค่าดัชนีความคาดหวังเท่ากับ 51.0
หากพิจารณาเฉพาะบริษัทจดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ดัชนีความคาดหวัง ในหมวดย่อยที่มีค่าสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ การเปิดโครงการใหม่หรือเฟสใหม่ ค่าดัชนี 76.8 รองลงมาคือ ผลการประกอบการ และยอดขาย มีค่าดัชนีเท่ากัน คือ 71.4 สำหรับความคาดหวังที่มีค่าต่ำที่สุดคือ ต้นทุนประกอบการ โดยมีค่าดัชนีเท่ากับ 8.9
ส่วนบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ดัชนีความคาดหวังในหมวดย่อยที่มีค่าสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ ยอดขาย ค่าดัชนีเท่ากับ 62.9 รองลงมาคือ การเปิดโครงการใหม่หรือเฟสใหม่ ค่าดัชนี 62.1 และการจ้างงาน กับผลการประกอบการ ค่าดัชนีเท่ากันที่ 56.0 สำหรับความคาดหวังที่มีค่าต่ำที่สุดคือ ต้นทุนประกอบการ มีค่าดัชนีเท่ากับ 15.1
ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาฯให้ ความเห็นว่า สาเหตุที่ดัชนีความเชื่อมั่นในช่วงไตรมาสที่ 2 ที่ผ่านมาลดลง ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของอัตราเงินเฟ้อ ซึ่งในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาอยู่ที่ระดับ 8.9% ราคาน้ำมันในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสแรกถึง 25-35% ประกอบกับราคาวัสดุก่อสร้าง โดยเฉพาะในกลุ่มเหล็กที่เพิ่มขึ้นถึง 30-40% ซึ่งปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ล้วน ส่งผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อม ต่อทุกหมวดย่อยในการสำรวจความเชื่อมั่น ของผู้ประกอบการอสังหาฯทั้งตลาด หน้า 8
|
|
| |
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ ประชาชาติธุรกิจ ได้ที่นี่
 |
 |
|
|
ดัชนีความเชื่อมั่นอสังหาฯลดวูบ ผลพวงปัจจัยลบ น้ำมัน-เงินเฟ้อ-ดอกเบี้ย
|
|
|
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์